ตอนที่ 13 น้ำแกงไก่สร้างเื่ (2)
หลี่ซินเห็นการกระทำของหวังซื่อ พลันหรี่ตาลง ขณะที่มือของหวังซื่อแตะโดนตะกร้าเย็บปักที่อยู่ข้างเยี่ยซื่อ ทันใดนั้นก็ร้องเสียงแหลมขึ้นมาทันที ที่แท้กลับถูกเข็มทิ่มที่นิ้วมือจนหยดเืสีแดงไหลซึมออกมา
หวังซื่อเอานิ้วเข้าปากดูดซับเืตามสัญชาตญาณ ในใจยังคงนึกอย่างแปลกใจ เมื่อครู่ตนยังไม่ทันได้แตะโดนตะกร้าเลยด้วยซ้ำ ทำไมถึงถูกเข็มทิ่มได้เล่า ก็พลันได้ยินหลี่เฉินขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ท่านป้าใหญ่ ท่านมาหาน้ำแกงไก่ที่นี่ทำไม น้ำแกงไก่ยังตุ๋นอยู่ในหม้อที่ห้องครัวอยู่เลย”
“อะไรนะ ยังอยู่ในครัวรึ” หวังซื่อท่าทีชะงักไป มองเยี่ยซื่ออย่างสงสัย แล้วมองคนอื่นๆ ในเรือน จากนั้นพอได้สติกลับมาก็วิ่งออกจากกระท่อมมุงหญ้าเหมาอย่างรวดเร็วประดุจควัน และตรงไปทางห้องครัวแล้ว
หลี่ซินเห็นนางวิ่งเข้าไปในครัวและเปิดฝาหม้อออก ครั้นเห็นมีน้ำแกงไก่ตุ๋นอยู่ในหม้อใบใหญ่จริงๆ ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ นางไม่สนใจคนอื่นแล้ว พลันหยิบชามใหญ่ที่อยู่ข้างๆ และตักเนื้อไก่ขึ้นมา
หลี่ซินไม่ไปยุ่งกับนางอีก เพียงก้าวเท้าเข้าไปในห้อง เพราะอาชิวกำลังเอ็ดตะโรอย่างดีอกดีใจกับเื่ที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่ในมิติ ส่วนทางด้านหลี่จางซื่อและคนอื่นๆ มาถึงประตูกันแล้ว เมื่อเป็เช่นนี้ ถึงตอนนั้นย่อมมีคนจัดการกับนาง ตนไยต้องเป็กังวลด้วย
“ท่านแม่ ท่านไม่เป็ไรใช่ไหมเ้าคะ” หลี่ซินเห็นเยี่ยซื่อยืนเหม่อลอยอยู่ในห้อง จึงอดถามไปไม่ได้
เยี่ยซื่อส่ายศีรษะ สีหน้าขาวซีดเล็กน้อย เมื่อครู่เห็นหวังซื่อจู่ๆ ก็พุ่งเข้ามา นางรู้สึกประหม่านิดหน่อยจริงๆ โชคดีที่ก่อนหน้านี้ซ่อนเนื้อย่างที่กินไม่หมดไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นหากถูกหวังซื่อเห็นเข้า เกรงว่าคงแย่แน่ๆ
นึกถึงตรงนี้ เยี่ยซื่ออดปวดใจขึ้นมาไม่ได้ อาศัยอยู่ในบ้านตัวเองแต่กลับยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้ เมื่อไรจะจบสิ้นเสียที
ครั้นเห็นท่าทีแบบนี้ของเยี่ยซื่อ หลี่ซินก็รู้ว่ามารดาผู้ซื่อตรงยังคงรู้สึกผิดต่อเนื้อกระต่ายย่างที่กินไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นนางจึงเอ่ยทันทีว่า
“ท่านแม่ ทุกวันนี้ครอบครัวพวกเราทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยแทบตายเพื่อเรือนใหญ่ตั้งมากมาย เป็เื่ธรรมดาที่จะกินเท่าที่เรา้า และไม่มีเหตุใดต้องตำหนิตัวเอง อีกอย่าง ไก่ป่าตัวนี้เดิมเป็ข้าและพวกพี่ใหญ่จับได้ ซึ่งเหลือไว้ให้ท่านย่าและคนอื่นๆ หนึ่งตัวแล้ว ต่อให้พวกนางรู้แล้วก็ว่าอะไรไม่ได้”
เยี่ยซื่อได้ยินแล้วก็ผงกศีรษะ ไม่กล่าวว่าอะไรอีก
ในมิติ อาชิวกำลังกอดชามเนื้อไก่ขนาดใหญ่และกัดแทะมัน พลางเอ่ยคลุมเครือว่า “เมี้ยว ข้าช่วยเ้าครั้งแล้วครั้งเล่า เ้าจะตอบแทนข้าอย่างไร”
“เ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ” หลี่ซินรู้ การที่อาชิวร้องขอรางวัลกับตนแบบนี้จะต้องพิจารณาแล้วว่า้าอะไร ดังนั้น ตนเลยถามไปอย่างให้ความร่วมมือ
“ปลาย่าง ข้าอยากกินปลาย่างเยอะๆ เลย!” เป็ตามคาด หลี่ซินเพิ่งเอ่ยจบ อาชิวก็เอ่ยอย่างอดใจรอไม่ไหว
“แมวดาวก็ชอบกินปลาด้วยหรือ” หลี่ซินถามอย่างสงสัยเล็กน้อย
“ถ้าไม่มีปลาย่างก็ไม่เป็ไร เ้าก็ย่างเนื้อให้ข้าแทน ข้า้ากินเนื้อทุกๆ มื้อ! เนื้อไก่ เนื้อเป็ด…”
ขณะที่อาชิวกำลังนับเนื้อที่อยากกิน ด้านนอกก็เริ่มครึกครื้นอีกครั้ง ที่แท้เป็หลี่จางซื่อและเสี่ยวจางซื่อกลับมาจากหมู่บ้านกู่มู่ที่อยู่ใกล้เคียงนี้มากันแล้ว
หลี่ซินเอ่ยตอบมันไปว่าตามใจเ้าอย่างขอไปที และหันมาชมละครด้วยสีหน้าสนใจ สำหรับเนื้อไก่ที่อยู่ในหม้อในครัว นางแบ่งตักเป็สองชามใหญ่ออกมาก่อนแล้ว ชามหนึ่งยกให้อาชิวเป็รางวัล อีกชามเอาเก็บไว้ในเรือนไผ่ที่อยู่ในมิติ
ไก่ที่เหลืออยู่ในหม้อห้องครัว ก็คือเนื้ออกไก่ที่ทั้งหนาและไม่อร่อย
ถึงอย่างไร นางก็ไม่เหลือของดีๆ ให้คนเ่าั้ได้กินกันหรอก
ด้านนอกนั้น ครั้นเมื่อหลี่จางซื่อกลับมาก็ได้กลิ่นหอมเข้มข้นของน้ำแกงไก่อบอวลไปทั้งบ้าน ความคิดในแวบแรกก็เหมือนกับหวังซื่อที่คิดว่ามีคนแอบฆ่าไก่กินเสียแล้ว พลันรู้สึกโกรธในบัดดล กวาดตาไปมองก็บังเอิญเห็นหวังซื่อที่กำลังแอบกินอาหารอยู่ในครัวเข้าพอดี
“หวังซื่อนังตัวดี กล้าข้ามหัวข้าแล้วจริงๆ เ้าเป็ผีเปรตมาเกิดหรือไร ถึงขั้นกล้าแอบฆ่าไก่ในบ้านกิน!”
หลี่จางซื่อโกรธมาก ในบ้านมีแม่ไก่แก่อยู่ไม่กี่ตัวแล้ว แค่ตัวเดียวนางก็ยังทำใจกินไม่ลง ไม่นึกว่าตนกลับไปบ้านเกิดครั้งนี้จะถูกหญิงจะกละผู้นี้ฆ่าทิ้ง นี่หากกลับดึกอีกหน่อย เช่นนั้นยังจะเหลืออะไรอีก
นึกมาถึงตรงนี้ นางก็วิ่งไปหยิบไม้กวาดไผ่ที่วางพิงอยู่ข้างผนังตรงนั้นอย่างรวดเร็ว วันนี้นางต้องตีหญิงผู้นี้ให้ได้!
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่แอบฆ่าไก่ที่บ้านกินได้อย่างไรกัน ไก่ไม่กี่ตัวในบ้านท่านแม่ยังทำใจกินไม่ลงเลยสักคำ พี่ยังมีหน้ากินลงอีกหรือ!”
ความเร็วของหลี่จินนั้นไวกว่าหลี่จางซื่อมาก เห็นหวังซื่อแอบกิน ก็ทำหน้าโกรธเช่นกัน ไก่ตัวนี้นางขอท่านแม่มาหลายวัน ท่านแม่ไม่ยอมฆ่าให้นางกิน ไม่นึกว่าวันนี้กลับถูกหวังซื่อขโมยกินเสียแล้ว พลันยื่นมือไปแย่งชามในมือของหวังซื่ออย่างโมโหเดือดดาล
หวังซื่อไหนเลยจะคิดว่าเนื้อไก่เพิ่งจะกินได้ถึงปาก แม่สามีกับอาเล็กก็กลับมากันแล้ว นางพลันใพร้อมกับปกป้องชามน้ำแกงไก่ไว้ที่อกตามสัญชาตญาณ ในปากเคี้ยวเนื้อไปด้วย พลางด่าว่าอย่างกำกวม “เ้าคนต่ำช้า อยากตายรึไง นี่เป็บ้านข้า ข้ากินไก่คำหนึ่งจะเป็ไรไป”
หลี่จินเห็นว่าแย่งไม่ได้ ฉับพลันนั้นก็ให้รู้สึกโมโหจนหายใจติดขัด ทั้งยังได้ยินหวังซื่อด่าตนอีก ไหนเลยจะสนใจอีกว่านี่คือพี่สะใภ้หรือไม่ นางตรงไปง้างมือปัดชามน้ำแกงคว่ำกับพื้นทันที
ทันใดนั้น น้ำแกงที่มาพร้อมเนื้อชามใหญ่คว่ำตกจากร่างของหวังซื่อลงสู่พื้น เนื้อไก่หกกระจายไปทั่วพื้น มีน่องไก่หนาๆ ชิ้นหนึ่งเกลือกกลิ้งไปที่เท้าของทุกคนเต็มๆ ตา
หวังซื่อถูกลวกจนต้องะโหลายที มีน้ำโหขึ้นมาโดยพลัน เอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
“โอ๊ยนี่ ลวกข้าหมดแล้ว เ้านังคนชั้นต่ำรนหาที่ตาย เ้าทำอะไร อยากลวกข้าตายรึ เ้าดูเนื้อไก่ดีๆ แบบนี้สิ ดันถูกเ้าทำเสียของหมดแล้ว แล้วทีนี้จะกินอย่างไร ทำของเสียหายแบบนี้ เ้าไม่กลัวฟ้าผ่าหรือไร!”