The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

LV 164 พลังปริศนา

เครดิตภาพจาก https://rare-gallery.com


       มารร้ายทั้งสิบตนแสยะยิ้มแล้วตะโกนอย่างพร้อมเพรียง ราวกับทหารหาญที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี


"เพลิงทมิฬจงแผดเผาอริของข้า "

        


        ถึงอากิเนะจะมองไม่ค่อยเห็นแต่หูยังทำงานอยู่ จึงรู้ว่าเหล่ามารร้ายร่างแยกคิดจะทำอะไร ในใจนึกปลงตกต่อโชคชะตา


"แย่แล้ว นี่มันเวทระเบิดตัวเอง แถมคราวนี้ยังใช้พร้อมกันถึง 10 ตน เราไม่รอดแน่"

        


       แสงสว่างแรงกล้าแผ่มาจากมารร้ายร่างแยกทั้งหมด ไม่นานกายของอมนุษย์ก็ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณสิ่งที่ปรากฏลำดับถัดไปก็คือ
.....เพลิงทมิฬที่พวยพุ่งขึ้นมากะประมาณด้วยสายตา น่าจะสูงไม่ต่ำกว่า 50 เมตร


"ตูม........"

       


        มารร้ายร่างต้นรีบถอยหนี เนื่องจากไฟนรกสีนิลกำลังขยายขอบเขตออกมาเพียงพริบตา ก็กินพื้นที่ไปถึง 30 เมตร


"เยี่ยม รุนแรงกว่าที่คิด แต่ยังไม่พอหรอก " มารร้ายยังไม่วางใจจึงกระโดดขึ้นไปลอยตัวอยู่กลางอากาศ พร้อมเปล่งออร่าสีดำที่รุนแรงออกมา


"เมเทโอ "

       


        ลูกบอลพลังงานสีดำนับสิบแผ่กระจายออกมาจากมารร้าย ทุกลูกมีขนาดใหญ่กว่าศีรษะมนุษย์เล็กน้อยแถมยังปรากฏไฟฟ้าไหลเวียน ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัว แต่อมนุษย์ไม่ยอมยืดเยื้อเพราะรู้ดีว่าถ้าอากิเนะตั้งหลักได้ ความตายจะกลายเป็นของมัน


"ทำลาย " สิ้นเสียงตะโกนของมารร้ายบอลพลังสีดำนับสิบก็พุ่งไปยังกองไฟทมิฬที่กำลังลุกโชน


"ตูม ตูม ตูม......."เกิดเสียงดังสนั่น ไม่ต่างลูกระเบิดปืนใหญ่และทุกครั้งที่บอลพลังงานผสานกับเพลิงอเวจี ไฟนรกก็จะกระพือแรงจนพุ่งสูงกว่าเดิม


"ฮ่า ฮ่า ฮ่า......สำเร็จแล้วและนี่ก็ตรงกับสุภาษิตที่พวกมนุษย์ชอบพูดกัน นั่นก็คือ......ความประมาทคือหนทางแห่งความตาย" มารร้ายหัวเราะร่า มันรู้สึกสาแก่ใจที่เป็นฝ่ายพลิกเกมแต่นั่นก็เป็นชัยชนะที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้นเพราะสายตากลับประสบกับออร่าสีม่วงอมดำที่แรงกล้าอันปรากฏอยู่ตรงกึ่งกลางของเพลิงทมิฬ


"เดี๋ยวนะ ชักไม่เข้าทีแล้ว " มารร้ายสังหรณ์ใจไม่ดี จึงรีบเพ่งมองไปยังจุดเกิดเหตุทำให้ประจักษ์กับเจ้าของออร่าสีม่วงอมดำ นั่นก็คือ........อากิเนะ


"เฮ้ย.....มันยังไม่ตายแล้วยัยเด็กนั่นกำลังทำอะไร " มารร้ายตะโกนดัง พร้อมจ้องมองไปที่คู่กรณี จึงเห็นว่าอากิเนะเอี้ยวตัวเล็กน้อยสองมือประสานกัน แล้วเหวี่ยงไปข้างหลัง ท่าทางเหมือนคนที่กำลังจับดาบสองมือ

      


        มารร้ายงงเป็นไก่ตาแตกเพราะท่วงท่าดังกล่าวดูไม่เหมือนคนที่กำลังทรมานในกองเพลิง แถมดวงตาของเด็กสาวก็แลเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว


"แปลกมาก ต้องเกิดเรื่องน่ากลัวแน่ๆ "

       


       ในที่สุด การคาดเดาของมารร้ายก็เป็นจริงเมื่อออร่าสีม่วงอมดำที่ห่อหุ้มกายของเด็กสาวเริ่มกระพือแรงและขยายใหญ่ขึ้นทำให้เพลิงทมิฬที่รายล้อมรอบตัวถึงกับปลิวกระจาย พร้อมพลังที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ


"เฮ้ย.....พลังของยัยเด็กนั่นสูงขึ้นเรื่อยๆนี่มันเกินกว่ามารชั้นสูงหลายสิบตนรวมกันซะอีก บ้าน่า เป็นไปไม่ได้ "


.........................

      
       เสี้ยววินาทีที่อากิเนะคิดว่าจะตายแน่ๆก็ดันเกิดเรื่องประหลาด ร่างกายพลันตื่นตัวกว่าปกติออร่าสีม่วงอมดำเปล่งประกายขึ้นมาเองราวกับว่ามันเป็นระบบป้องกันตัวอัตโนมัติที่ปรากฏในยามมีภัย มิหนำซ้ำยังมีเสียงหวานใสของหญิงสาวกระซิบที่ข้างหู มันเป็นกระแสที่เยือกเย็นและลึกลับในเวลาเดียวกัน


"จงประสานมือ แล้วเหวี่ยงไปข้างหลัง "

       


       แม้เสียงดังกล่าวจะไพเราะและอ่อนหวานแต่ก็มีอำนาจบางอย่างที่สะกดให้อากิเนะรู้สึกเลื่อนลอยปิดท้ายด้วยการทำตามคำสั่งแบบไม่มีเงื่อนไขดวงตาจับจ้องมารร้ายที่ลอยอยู่กลางอากาศ


"จากนั้น ก็เพ่งมองเป้าหมายให้ดีๆ แล้วปล่อยท่าไม้ตายของเจ้าออกไป "


"ท่าไม้ตายของข้าหมายความว่าไง ข้ามีของแบบนั้นด้วยเหรอ "ถึงอากิเนะจะครองสติได้ไม่เต็มร้อย แต่ก็ยังสำนึกได้ว่าตนไม่มีกระบวนท่าแบบนั้นเพราะตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยฝึกอาวุธหรือการต่อสู้ใดๆเลย ทว่าเสียงปริศนาก็ไม่ยอมคืนตั๋ว


"ลองนึกดูให้ดีๆ สิ่งนั้นอยู่กับเจ้ามาอย่างยาวนานมันเป็นกระบวนท่าที่รุนแรงจนถึงขั้นถล่มฟ้า ทลายดินได้อย่างง่ายดาย "

        


        ถึงจะได้รับคำขาดจากเสียงปริศนาแต่อากิเนะก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ขณะที่จะส่งกระแสจิตเถียงในหัวก็บังเกิดคำๆนึงขึ้นมา


"เฟอรัน "

       


       หลังสิ้นคำนั้น อากิเนะก็รู้สึกถึงพลังที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างมากมายออร่าสีม่วงอมดำแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆจนผลักดันให้ไฟนรกถอยห่าง และในวินาทีดับจิตอากิเนะก็เหวี่ยงสองแขนออกไปข้างหน้าท่วงท่าดูคล้ายคลึงกับการตวัดดาบขนาดใหญ่ถึงเก้าส่วน ปากก็ตะโกนดัง


"เฟอฟารันคอสโม "


"ซูม......."

        


       คลื่นพลังสีม่วงอมดำขนาดมหึมาพุ่งออกจากสองมือของอากิเนะความแรงของมันมีมากมายถึงขั้นสะท้อนเพลิงทมิฬและบอลพลังงานสีดำให้ปลิวกลับไปหาเจ้าของนั่นก็คือ
......มารร้ายที่ลอยอยู่กลางอากาศ


"เฮ้ย.......แย่แล้ว "สิ่งเดียวที่มารร้ายกระทำได้คือร้องเสียงหลง พร้อมกับยกสองแขนขึ้นป้องกันร่างกายหวังให้บาดเจ็บน้อยที่สุด และนั่นคือภาพสุดท้ายที่อากิเนะเห็น เพราะอมนุษย์ได้ถูกคลื่นพลังขนาดยักษ์กลืนกินจนหายไปทั้งตัว

        


        คลื่นพลังงานสีม่วงอมดำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นก็ลอยไกลเป็นสายประดุจดังมังกรยักษ์ที่กำลังทะยานสู่สรวงสวรรค์ เพียงอึดใจเดียวกระแสของมันก็ลอยหายไปจนลับสายตา ทิ้งให้ความเงียบงันเข้าปกคลุมสถานการณ์

       


        อากิเนะยืนงงเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีท่าโจมตีที่รุนแรงระดับนี้ แต่สิ่งที่ควรสนใจจริงๆก็คือ
.....มารร้ายที่หายไป


"ถึงจะเหลือเชื่อ แต่เราต้องให้ความสนใจกับอมนุษย์ตนนั้นก่อน ว่าแต่มันหายไปไหน"

      


        อากิเนะเหลียวซ้ายแลขวาอยู่หลายวาระไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงโอดโอยที่ดังอยู่ไม่ไกล


"โอย......"

     


        เด็กสาวหันไปยังทิศทางที่เกิดเสียงแล้วลอยเข้าไปหา มันอยู่กลางซากปรักหักพัง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตรเท่านั้นและพอไปถึง เธอก็พบกับ
......มารร้ายตนนั้น


"อูย....."อมนุษย์ครวญเบาๆ สภาพยับเยิน ไม่ต่างจากสุนัขที่ถูกรถสิบล้อทับซักสิบหน มันนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นเลือดสีดำโชกร่างที่เกือบเปลือย เพราะเสื้อผ้าที่สวมใส่ ขาดวิ่นจนเกือบหมดเส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แถมดวงตาเรียวเล็กก็เหมือนจะปิดมิปิดแหล่

     


        แม้อากิเนะจะยังทึ่งกับพลังทำลายของกระบวนท่าแต่ก็ยังสลัดสิ่งที่อยู่ในใจไม่ได้ นั่นก็คือ
.....


"ทีนี้เจ้าก็หมดฤทธิ์แล้ว บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าข้าคือใคร ทำแบบนี้ได้ยังไง "

      


        มารร้ายดูอิดโรยและไม่มีทีท่าจะหมกเม็ดเหมือนที่ผ่านมาสีหน้าแฝงแววศิโรราบอย่างแท้จริง ถ้าให้พูดตามตรง มันดูหวาดกลัวเสียด้วยซ้ำปากคอสั่นเทา ราวกับได้เห็นมัจจุราชมาล้างผลาญชีวิต


"กะ....กลัวแล้ว ยะ....อย่าทะ....ทำข้าเลย ยะ....ยอมบอกทุกอย่างแล้ว"

       


        นี่คือรีแอคชั่นที่อากิเนะคาดไม่ถึง แต่เธอก็ไม่ว่าอะไรเพราะมันทำให้เข้าใกล้ความจริง จึงตามติดด้วยการคาดคั้นเสียงแข็ง


"ในเมื่อยอมแพ้ ก็รีบบอกสิ่งที่ข้าอยากรู้มา "

      


         มารร้ายดูลนลานเหลือประมาณถ้ามันยังขยับตัวได้ รับประกันว่าคลานหนีไปถึงสุดขอบโลกแน่ๆ แต่ด้วยสังขารที่ใกล้ตายจึงทำได้แค่แสดงสีหน้าหวาดกลัว พร้อมตอบเสียงสั่น


"ทะ....ท่านไม่ได้เป็นทายาทของเหล่าองครักษ์ตะ....แต่ทะ.....ท่านคือ...."


"คืออะไร รีบว่ามา " อากิเนะตะโกนดัง เพราะร้อนใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมเฉลยซักทีทันใดนั้นเอง มือของมารร้ายก็ยกขึ้นมา พร้อมเปล่งแสงสีดำ


"เฮ้ย......มือของข้าขยับไปเองอย่าทำแบบนั้น ข้าไม่ได้ตั้งใจ " มารร้ายร้องบอกสุดเสียงแต่ตัวเองกลับปล่อยมนต์มรณะออกมา ทว่าอากิเนะก็เอี้ยวหลบได้อย่างหวุดหวิด


"นะ.....นี่เจ้าช่างเกินเยียวยาลอบกัดข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า " อากิเนะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เพราะถึงเป็นเธอในตอนนี้แต่ถ้าโดนเวทนั้นเข้าไปเต็มๆ ก็น่าจะม้วยมรณา


"มะ.....ไม่นะ คะ....คราวนี้ ขะ...ข้าไม่ได้ทำ มะ....ไม่ใช่ฝีมือข้า " มารร้ายรีบแก้ตัวพัลวันและคราวนี้ดูเหมือนมันจะพูดความจริง เพราะสีหน้าฉายแววฉงนอย่างชัดเจน


"ไม่ต้องมาแก้ตัว ไอ้มารร้ายจอมสับปลับ เจ้ามันเชื่อไม่ได้ " พออากิเนะพูดจบออร่าสีม่วงอมดำก็พวยพุ่งจากร่างบาง รังสีอำมหิตแผ่กระจายไปโดยรอบนี่ยังไม่นับดวงตากลมโตที่เปล่งประกายเคียดแค้น


"ซะ.....ซวยแล้ว คะ.....คราวนี้ ไม่รอดนะ....แน่ " มารร้ายถึงทางตันเพราะร่างกายดันน่วมจนขยับไม่ได้ แถมอริยังเป็นผู้ที่ทรงพลังถึงขั้นเขย่าโลกและเมื่อเด็กสาวยกมือขวาที่เปล่งแสงขึ้นมา อมนุษย์ก็หลับตา


"ฉึก......."



สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน