ชั่วพริบตาเดียว ร่างขนาดยาวกว่าห้าจั้งก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับก้าวเท้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าถ้ำ ดวงตาสีแดงก่ำราวกับอัญมณีของมันเหลือบมองลงมายังเบื้องล่างช้าๆ ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งอย่างเกียจคร้าน และดูเหมือนกำลังแคาะขี้ฟันด้วยท่าทีไม่แยแสพลางชำเลืองหางตามองมายังผู้บุกรุก ในขณะที่ตอนนี้กำลังยืนมือไพล่หลังดูท่าทางองอาจเชื่อมั่นอยู่เบื้องหน้า
แต่ทว่ามันกับเบือนหน้าหนีไม่คิดแยแสแม้แต่น้อยคล้ายว่าเอือมระอายิ่งนัก แล้วพลางทอดถอนหายใจออกมาฟืดใหญ่เสียงดังก้องทึบกังวานประหนึ่งว่ามันรำคาญมนุษย์ผู้นี้เสียเต็มทน
เพราะนี่เป็ครั้งที่สามแล้วที่มันต้องเผชิญหน้ากับมนุษย์ผู้ดื้อรั้นหน้าด้านหน้าทนคนนี้
มันคือ ‘เสือดาวเข็มบิน’ เป็สัตว์อสูริญญาชีวิน ‘สัตว์อสูรระดับสี่ขั้นอสูรปฐี’ แผงขนที่ด้านหลังของมันราบเรียบปรกติ ดูแล้วไม่ผิดแปลกแต่อย่างใดถ้าหากว่าไม่ทำให้มันโกรธเกรี้ยวโมโหถึงที่สุด ดูแล้วก็ไร้ซึ่งพิษสงอันตราย
แต่ทว่าหากเมื่อใดก็ตาม ที่ทำให้มันโมโหสุดๆ ขึ้นมาแล้วล่ะก็ขนที่แผงหลังของมัน จะลุกตั้งชูชันราวกับขนของเม่น ที่พร้อมจะพุ่งออกมาได้ทุกเมื่อและเจาะทะลุทำลายทุกสิ่งอย่างให้เป็รูพรุน
ตอนนี้มันกำลังจำศีลอยู่ในถ้ำของอย่างสงบ และอีกหนึ่งร้อยปีต่อจากนี้มันจะกลายเป็สัตว์อสูรปราณชีวิน ‘ระดับราชันย์อสูร’ ซึ่งผู้ที่จะต่อกร และสามารถสังหารมันได้นั้นต้องมีพลังการบ่มเพาะในระดับ ‘พลังปราณิญญาขั้นสามดารา’เพียงเท่านั้น!
“เรามาเริ่มยกที่สามกันเถอะ”
มุมปากเฟยอวิ๋นยกโค้งขึ้น ริมฝีปากเล็กขยับกล่าวทว่าฟังดูแล้วมันช่างเ็า และแฝงด้วยความอวดดีกวนส้นนัก
เฟยอวิ๋นใช้ผ้าสีดำปิดตาแแ่สนิทแสดงออกถึงความมั่นใจในตัวเองเป็อย่างมาก ขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับเ้าถิ่นผู้ซึ่งดุร้ายอย่างมาก ก่อนพลางเชิดหน้าขึ้นมองไปทางเสือดาวเข็มบินด้วยท่าทีที่เมินเฉยหยิ่งทนง
สองครั้งก่อนหน้า
จากที่เคยเกิดการต่อสู้กันผ่านมา เด็กหนุ่มาเ็แทบปางตายกระทั่งสาหัสรุนแรงอย่างมาก โดยที่ร่างกายของเขา แทบจะกลายเป็รังผึ้งในชั่วพริบตาถ้าหากไม่มียาดีคอยรักษาแล้วล่ะก็ เป็ไปได้ว่าคงกลายเป็ปุ๋ยขนานดีให้พืชอยู่แถวนี้เพราะแต่ละครั้งที่ห้ำหั่นกันเขาเองแทบไม่ได้เข้าใกล้ตัวมันได้เกินสิบจั้งเลยแม้แต่น้อย
ขณะเคล็ดวิชาที่เขาใช้ในตอนนั้น ก็มีเพียงแค่หมัดหมื่นเทวะเพียงอย่างเดียวส่วนศาสตราวุธเวทิญญาอื่นๆ ที่ใช้ในการสังหารระยะไกลก็ไม่มีติดตัวมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว!
แต่ว่าตาเฒ่าลีก็ให้กำลังใจเขาตลอดมาอย่างห่วงใย บอกให้หนักแน่นเข้าไว้‘สู้ๆนะ’
‘พับผ่าสิ กระบี่สักเล่มข้ายังไม่มีพกติดตัวเลยสู้กับผีอ่ะดิ’
และวันนี้ก็เช่นกัน!
เฟยอวิ๋นยิ้มเยาะขมขื่นที่มุมปาก พลางสูดหายใจเข้าลึกดูแล้วช่างผ่อนคลายเหลือเกินก่อนปลดปล่อยจิติญญาััแผ่ขยายกว้างขึ้นเพื่อให้รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งรอบตัว
ส่วนเสือดาวเข็มบินเห็นดังนั้น ก็ลุกยืนขึ้นด้วยท่าทางที่องอาจเตรียมรอต้อนรับการมาเยือนของอาคันตุกะ เพื่อให้สมกับที่มันเป็เ้าของสถานที่ที่มันมีอาณาเขตอันกว้างใหญ่อยู่ภายใต้การปกครอง
แต่ในครั้งนี้ มันคิดไว้ในใจแล้วว่า จะไม่ยอมปล่อยเ้ามนุษย์ผู้น่ารำคาญคนนี้ให้หนีรอดไปได้เป็อันขาด!
สิ่งเดียวที่มันคิดจะทำ ก็คือการสังหารเ้าเด็กดื้อด้านคนนี้ให้ได้เพื่อที่มันจะได้จำศีลบ่มเพาะพลังปราณิญญา แล้วก้าวขึ้นสู่ระดับสูงต่อไปและหวังจะได้อยู่อย่างสุขสงบเสียที!
กลิ่นอายของมัน ถูกปลดปล่อยออกมากดดันมนุษย์ดื้อรั้นผู้อยู่ตรงหน้าพร้อมกับเสียงคำรามโฮกลั่นดังก้องขึ้นจนสะท้อนกังวานเป็ระลอกคลื่นกระเพื่อมแผ่ไปทั่วทั้งยอดเขา
และในระยะอาณาเขตร้อยลี้ของมัน สัตว์อสูริญญาระดับต่ำมากมายต่างทะยานวิ่งแตกตื่นหูชี้ชัน หนีเอาตัวรอดกันจ้าละหวั่นดูชุลมุนวุ่นวาย
เฟยอวิ๋นเองก็ถึงกับตัวสั่นสะท้านไหวจิตใจรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาฉับพลัน จนมันแทบจะหลุดลอยออกจากร่างกายในขณะนี้
เพราะกลิ่นอายพลังปราณิญญาที่เขาคุ้นเคยก่อนหน้านั้นมันไม่ถึงกับมีมากมายมหาศาลขนาดนี้มาก่อน จนทำให้เด็กหนุ่มต้องเผลอก้าวเท้าถอยหลังแล้วหยุดยืนห่างออกไปจากเดิมถึงห้าก้าวอย่างลืมตัว
“ซวยแล้ว!...แสดงว่ามันเอาจริงแน่แล้ววันนี้!”
ทันใดนั้น ภายใต้ความเงียบงันภายในป่าทึบ
เสียงวิ้งคล้ายเข็มตกลงพื้นก็ดังขึ้นในห้วงจิตวิญาณััของเด็กหนุ่ม
วัตถุที่ยาวประมาณหนึ่งฉื่อ รูปร่างของมันคล้ายกับขนเม่นแต่ทว่ามีขนาดที่ใหญ่มากกว่าปรกติประมาณนิ้วหัวแม่มือถ้าจะบอกว่ามันเป็เข็มบินั์ ก็ดูจะไม่เกินเลยไปเท่าใดนักถึงแม้มันจะเป็แค่เพียงขนสัตว์อสูริญญา แต่ก็นับได้ว่ามันยาวเหลือล้ำเป็พิเศษอย่างมาก
ด้านปลายอันแหลมคมครึ่งหนึ่งที่พุ่งมามีสีน้ำตาลเข้มยามสะท้อนแสงของดวงอาทิตย์ดูวิบวับส่องประกายแต่แฝงไปด้วยความพรั่นพรึงน่าหวาดกลัวส่วนหางอีกครึ่งหนึ่งที่หลุดออกมาจากหนังของมัน ก็พลันแหลมคมด้วยเช่นกันมันมีสีดำสนิทแวววาวราวกับแท่งเหล็กกล้า
ทั้งหมดทั้งมวลของมัน มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าจะคิดจินตนาการราวกับว่ามันทำมาจากธาตุโลหะชนิดพิเศษที่หาได้ยากยิ่ง
ทั้งสองด้านของปลายแหลม มันสามารถเจาะทะลวงต้นไม้ขนาดใหญ่จนกระทั่งทำให้ทะลุเป็รุพรุนได้ในชั่วพริบตาเดียว แต่ก็ไม่น่าแปลกใจที่อนุภาพของมันจะร้ายแรงขนาดนั้น เพราะที่ผ่านเกือบพันปี อาวุธลับของมันชนิดนี้แทบไม่ค่อยได้ถูกใช้ออกหากเป็อาวุธก็คงขึ้นสนิมเขรอะไปนาน แต่ทว่าขนมีดบินเหล่านี้ ถูกการบ่มเพาะหล่อหลอมอยู่ทุก่เวลาและซึมซับพลังปราณิญญามาอย่างยาวนานย่อมทำให้มันแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดนั้นเอง!
เฟยอวิ๋นััถึงมันได้ั้แ่ขนเส้นแรก ที่ได้หลุดออกมาจากหนังอันหนาของเสือดาวเข็มบินตอนนี้จิตใจของเขาเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย ริมฝีปากเล็กสีแดงฉ่ำ เป่าลมร้อนออกมาอย่างแ่เบาและปลดปล่อยจิติญญาััให้รับรู้มากยิ่งขึ้น
ก่อนที่ขนเส้นนั้นของเสือดาวเข็มบินจะหวีดแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็วยิ่ง ซึ่งเร็วมากกว่าลูกธนูที่ถูกปล่อยออกมาเสียอีกก่อนที่มันจะพุ่งตรงมา จนกระทั่งเหลือระยะห่างเพียงแค่จั้งเดียว
ในขณะที่กำลังจะปักเข้ายังอกซ้ายของเขา เด็กหนุ่มคิ้วกระตุกวูบพลันเอี้ยวลำตัวหลบอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าหลังจากนั้น เขาก็ได้ยินเสียงแบบเดิมและััถึงมันได้อย่างแจ่มชัดอีกครั้ง ว่ามีเข็มบินั์พุ่งออกมาอีกนับสิบเล่ม
“แม่งเอ๊ย!...บัดซบ! มันเล่นเอาจริงเลยเหรอว่ะเนี่ย!”
ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ เฟยอวิ๋นได้แต่ขบฟันแน่น พยายามหลบหลีกขนเข็มบินอย่างยากลำบากกระทั่งจิตใจของเขาเอง ก็เริ่มสับสนวุ่นวายยุ่งเหยิง จนแทบดูไม่มั่นคงนัก
เมื่อเข็มบินที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นราวห่าฝน ได้พุ่งตรงมาหมายคุกคามชีวิตน้อยๆบางเล่มก็เสียบแทงจนทะลุเสื้อผ้า บางเล่มก็พาดผ่านเฉือนเนื้อหนังของเขาไปอย่างเฉียดฉิวกระทั่งตอนนี้นิ้วทั้งสิบ ยังไม่อาจยกมานับจำนวนาแได้เลย
แค่ชั่วไม่กี่อึดใจ เข็มบินเล่มแล้วเล่มเล่า พุ่งหวีดหวือแหวกว่ายอากาศมาหมายมุ่งตรงไปยังเป้าหมายอย่างชัดเจน และดูแม่นยำยิ่งราวกับว่ามีเรดาร์ฝั่งติดในขณะที่เ้าอสูรร้าย มันยังคงยืนแน่นิ่งอยู่ที่เดิม ทว่าท่าทีดูเกียจคร้านนัก
“สรูปแล้วขนของมันมีกี่เส้นกันแน่ว่ะเนี่ย!?”
แต่นี้คือสัตว์อสูริญญาชีวินเสือดาวเข็มบิน ซึ่งมีความร้ายกาจมากกว่าสัตว์อสูริญญาประเภทเดียวกันที่เฟยอวิ๋นเคยพบเจอมาก่อนหน้านั้น เพราะเ้าอสูรร้ายตัวนี้มันมีความสามารถพิเศษที่คอยควบคุมเข็มบินของมันเองได้ ด้วยเพียงแค่สายตาจับจ้อง และมองไปยังเป้าหมายเพียงเท่านั้น
ซึ่งแม้แต่เหล่าบรรดาผู้บ่มเพาะพลังปราณิญญาทั้งหลายยังต่างต้องหวาดผวากับมันอย่างมากหากพบเจอ และถ้าหากว่าไม่มั่นใจในพลังปราณิญญาของตัวเองพวกเขาก็มักจะหลีกเลี่ยงหลบหนีซึ่งหายนะ ที่อาจจะจบชีวิตน้อยๆ ของตนเองได้ แล้ววิ่งหนีไปให้ไกลๆเสีย ซึ่งดีกว่าที่จะยอมยืนประจันหน้าเหมือนคนบ้าคลั่ง เพื่อหวังจะสู้รบปรบมือกับมัน
แต่ถึงกระนั้น เด็กหนุ่มก็พยายามดึงสติของตนเองกลับมาให้มีสมาธิมั่นไม่วอกแวกแต่อย่างใด ร่างกายของเขาพยายามขยับหลบหลีกไม่หยุดนิ่ง และเปลี่ยนตำแหน่งทิศทางไปเรื่อยๆเพราะนี่คือวิธีฝึกฝนการเคลื่อนไหวของร่างกาย ฝึกฝนประสาทจิติญญาััของตัวเองเพื่อให้เกิดการรับรู้ได้ว่องไวเฉียบคม และแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
เพราะคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธลับในการสังหารศัตรู กระทั่งยังมีความรวดเร็วอันน่าพรั่นพรึงที่สามารถนำมาเป็คู่ฝึกซ้อมในตอนนี้ ช่างหาได้ไม่ง่ายนัก และถ้าไม่ใช่เพราะคนผู้นั้น‘บ้า’ จนเกินคน
การฝึกเช่นนี้ อาจนำมาซึ่งชีวิตสูญสิ้นของตัวเอง และเป็การฝึกที่บ้าคลั่งระห่ำอย่างมากของเด็กหนุ่ม
เวลาผ่านไปชั่วจิบชา เข็มบินเ่าั้ก็เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆเช่นกัน
จนกระทั่ง!
สวบ!!!
เสียงฟังดูช่างแ่เบานุ่มนวล ราวกับมีดปลายแหลมเสียบทะลุลูกแตงโม แต่ทว่าผู้ที่โดนเล่นงานกับรู้สึกได้ถึงความเ็ปแล่นพาดผ่านไปทั่วร่าง พลังคุ้มกายในระดับสูง แทบไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เมื่อหัวไหล่ของเฟยอวิ๋น ถูกเข็มบินเสียบสลักเข้าที่ไหปลาร้าข้างขวาก่อนที่มันจะพุ่งทะลุพรวดผ่านออกไปยังด้านหลัง พร้อมกับโลหิตสาดตามเป็ทางยาว แล้วเสียบเข้ากับต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งมีขนาดเท่ากับลำตัวของเขา ก่อนที่มันจะะเิทะลุออกไปอีกด้านอย่างรวดเร็วราวกับว่าทั้งหมดทั้งมวลของเหตุการณ์เมื่อครู่ มันเป็แค่การพุ่งทะลุก้อนเต้าหู้เพียงเท่านั้น
ความเ็ปแผ่ซ่านกระเซ็น จนกระทั่งสะท้านไปทั่วทั้งร่างกาย เด็กหนุ่มถึงกับตัวสั่นเทิ้มระริกไหวใบหน้าซีดเผือดไร้สีสัน เม็ดเหงื่อมากมายเริ่มผุดพลายออกมาเต็ม แต่เขาก็ยังคงฝืนอดกลั้นกัดฟันตัวเองแน่นพยายามกดข่มความรู้สึกอันเ็ป หลังจากได้ทดลองชิมดูรสชาดครั้งนี้แล้ว มันช่างแสนเลวร้ายเสียจริง
รสชาดไม่เคยเปลี่ยน...
โลหิตตรงจุดที่ถูกเข็มบินแทงทะลุ มันเริ่มพุ่งไหลจนโชกชุ่มไปทั่วทั้งร่างกายเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าทางฝั่งซีกขวา
ก่อนที่เข็มบินเล่มที่สอง จะปักใกล้กับจุดเดิมเพียงเล็กน้อยอย่างไม่เกรงใจอีกครั้งแล้วร่างของเขา ก็เหมือนถูกกระแทกอย่างแรง กระเด็นลอยตามแรงเฉื่อยไปไกลหลายจั้งถลาปลิวไปพร้อมกับเข็มเล่มนั้น จนกระทั่งร่างของเขาราวกับว่าถูกตอกติดตรึงขึงไว้กับต้นไม้
เสียงอั๊ก!ดังขึ้น...กระดูกทุกชิ้นแทบหักครึ่งทั่วทั้งร่าง ก่อนกระอักโลหิตออกมาคำโตแล้วพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกถี่รัว
เข็มเล่มนี้ ถึงแม้มันจะไม่ทะลุร่างของเขาก็จริงแต่ก็ฝังเข้าไปลึกกว่าครึ่งคืบมือ และเกือบทะลุออกด้านหลัง เหตุผลนั้นเพราะว่ามือซ้ายเด็กหนุ่มยังสามารถจับคว้ามันไว้ได้ทัน ‘เก่งมากพ่อ’
เฟยอวิ๋นเริ่มหอบหายใจหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเป่าปากไปหลายครั้งอย่างโล่งอกก่อนที่เขาจะรีบดึงเข็มเล่มนั้นออกมาจากร่างอย่างรวดเร็วแล้วแกะผ้าสีดำนั้นโยนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ เพราะแม่งถ้ายังฝืนใส่อยู่อีกก็เตรียมลาโลกไปเกิดเป็วัวได้เลย
‘ความเร็วของข้ายังไม่เพียงพอหากสามารถใช้มือคว้าจับมันได้ทุกเข็มบิน นั้นสิ ถึงจะเรียกได้ว่าเหนือชั้น!’
ก่อนขบกรามแน่นมองไปยังเสือดาวเข็มบิน ด้วยใบหน้าที่ยังคงเ็า และอวดดีเช่นเดิม
แต่ทว่าเมื่อสถานการณ์เริ่มเลวร้ายลง จนกระทั่งไม่สามารถควบคุมต่อไปได้อีก
ในตอนนี้ เฟยอวิ๋นสีหน้ามืดทะมึน ก็คิดว่าคงมาถึงแก่การเวลาอันเหมาะสมควรยิ่งแล้วเพื่อจะสะบัดก้นห้อทะยานหนีไปอีกครั้ง เหมือนดั่งครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมาไม่งั้นชีวิตน้อยๆ ของตนเอง อาจต้องได้ตกตายลงอย่างสมใจอีกรอบเป็แน่แท้!
แต่ความคิดที่วาบผ่านมานั้น เสือดาวเข็มบิน กับรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณของมัน เล็บเท้าขนาดใหญ่ที่คมกริบ สามารถพอจะฉีกร่างของเขาให้ขาดกระจุยได้ในครั้งเดียวก็จิกลึกลงบนแผ่นผาหินอันแข็งแกร่ง จนกระทั่งเกิดเสียงดังแทบขนลุกตั้ง ฟังดูแล้วก็รู้สึกเสียวฟันยังไงพิกลก่อนที่มันจะโผนทะยาน พุ่งตัวเข้าใส่เฟยอวิ๋นอย่างไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย
เฟยอวิ๋นที่ตั้งท่าหนีทีไล่เอาไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว ทันทีที่เขาเห็นเสือดาวเข็มบินเริ่มขยับตัวก็ทะยานเหยียดพุ่งหนีไปอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน พร้อมกับทนฝืนกับอาการาเ็แต่ก็เผยรอยยิ้มอย่างยินดีภายในใจ ก่อนเข็มบินเล่มนั้น จะถูกเขาเก็บเอาไว้ แล้วหายวับเข้าไปในกำไลแขนมิติ
‘เล่มที่สิบพอดี หึหึถือได้ว่าเป็ของที่ระลึกชั้นยอดเลยทีเดียวจากเ้าบ้าน’
.
.
.
.
.
………………………………