ดาริกาหมายมาดในใจว่า ยังไงวันนี้เธอก็ต้องอ่อยคุณธนาวินทร์ให้ได้
ก๊อกๆๆๆ // เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นหน้าห้องทำให้ชายหนุ่มเดินออกมาเปิดในทันที
"อ้าวคุณดาริกา มาทำอะไรครับ ไม่นอนหรอครับ" ธนาวินทร์มองเห็นดาริกาในชุดนอนสีขาวที่ดูเซ็กซี่เล็กน้อย แต่เห็นแล้วก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะเพนนีเวลาใส่ชุดนอน เธอดูดีกว่าดาริกามาก
"พอดีดาด้าเพิ่งมาอยู่บ้านนี้น่ะค่ะ ดาด้านอนไม่หลับคุณธนาก็คงนอนไม่หลับเหมือนกันใช่มั้ยคะ"
"ป่าวครับ ผมจะหลับแล้ว แต่คุณดาริกามาเคาะประตูห้อง ผมก็เลยสะดุ้งตื่น"
ดาริกาหน้าเจื่อนลง เพราะไม่ได้เป็ตามที่คาดคิด เมื่อธนาวินทร์เห็นหญิงสาวสวยปรากฏตัวในชุดนอนสีขาวบางเบา ควรจะทำท่าเคลิ้มฝันหรือหลงใหลถึงจะถูกต้อง และเมื่อซักถามก็ควรที่จะคล้อยตาม เมื่อเธอบอกจะนอนไม่หลับ คุณธนาวินทร์ก็ควรที่จะบอกยังไม่นอนเหมือนกัน
"เอ่อ " ดาริกายืนนิ่งเงียบไป
"คุณดาริกาครับถ้าไม่มีอะไรผมขอไปนอนก่อนนะครับ ไม่ได้มีเวลาว่าง เวลาของผมมันมีค่ามาก"
ดาริกาได้แต่คิดว่า
"ไม่ได้สิ ปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้ ฉันควรจะยื้อคุณธนาสักหน่อย"
"คุณธนาคะ อย่าเพิ่งค่ะ คุณธนาลงไปในสวนเป็เพื่อนดาด้าหน่อยได้มั้ยคะ ดาด้าอยากชมจันทร์"
ธนาวินทร์ถอนใจ
"ไม่เมกเซนส์เลยนะครับคุณดาริกา"
"อย่าเรียกดาริกาเลยค่ะ เรียกดาด้าดีกว่า"
"เรียกดาริกาดีแล้วครับ คุณจะให้ผมลงไปชมดวงจันทร์เป็เพื่อนในสวน อยู่กันสองต่อสอง ผมว่าคุณควรคิดให้มากกว่านี้นะครับ แล้วที่สำคัญ คุณดาริกาครับคุณไม่สังเกตหรอ คืนนี้เป็คืนเดือนดับ ถ้าคุณจะมองดวงจันทร์คงไม่เห็น"
ดาริกาหน้าแตกเพล้ง ในทันที
"ผมขอตัวนะครับ คุณไม่น่ามีธุระอะไรสำคัญแล้ว"
ว่าแล้วธนาวินทร์ก็ปิดประตูต่อหน้าเธอ ประตูนี้ไม่ได้เป็แค่เพียงประตูห้องเท่านั้นแต่ยังเป็เสมือนกับเป็การปิดประตูหัวใจตัวเอง ไม่ให้หญิงสาวคนไหนเข้ามาได้นอกจากเพนนีเท่านั้น
ดาริกายืนนิ่ง แล้วคิดแผนการต่อ เธอไม่ยอมเด็ดขาด เวลามีน้อย ถึงแม้จะอยู่ในบ้านคุณหญิงเฟื่องทอง แต่ถ้าชักช้า เสียเวลาก็จะพลาดท่า ดังนั้นหญิงสาวจึงแกล้งหกล้มหน้าห้อง
"โอ๊ย! ขาแพลงเจ็บจังเลยค่ะ"
ธนาวินทร์จึงเดินเปิดประตูออกมามองด้วยสายตาคมกริบ
"เจ็บข้างไหนครับ"
"ข้างขวาค่ะ"
คิดในใจว่าธนาวินทร์คงเข้ามาประคองเธอแน่ พระเอกซีรีส์กำลังมา ดาริกาเตรียมตัวพร้อมรับความอ่อนโยน
ธนาวินทร์ทำท่าเหมือนจะเข้ามาพยุง แต่แท้จริงแล้วกลับเอาหัวเข่ามาชนขาเธออย่างแรง
"ไม่เจ็บหรอครับ"
"อะไรนะคะ" ดาริกาถามด้วยความสงสัย
"ก็เมื่อกี้ที่ผมเอาหัวเข่าไปชนขาคุณ คุณไม่เจ็บหรอครับ"
ดาริกาแสร้งโอดโอย
"พอดีดาด้าเป็คนความรู้สึกช้าน่ะค่ะ โอ๊ย! เจ็บขาจังเลยค่ะคุณธนา" ดาริกาแกล้งเจ็บขาข้างขวาเพื่อความแเีแต่คงลืมไปบางอย่าง
"คุณดาริกาเจ็บขามากขนาดนี้เลยหรอครับ งั้นผมพาคุณเดินไปแล้วกันนะ"
ดาริกายืนยืดตัวขึ้นด้วยความยินดี
"อ้อ คุณดาริกาครับ คุณคงลืมอะไรไปบางอย่าง ไหนคุณบอกข้อเท้าแพลง ยืนได้ขนาดนี้ ผมเชิญคุณกลับห้องแล้วกันนะครับ ขอให้ไม่ข้อเท้าแพลงนะครับ คุณเป็หมอแท้ๆ ลืมเื่ง่ายๆ แบบนี้"
ประโยคหน้าและประโยคท้ายจี้ใจดำดาริกาเป็อย่างมาก เธอจึงตัดสินใจหน้าด้านเป็ยังไงเป็กัน หันไปจะกอดเอวธนาวินทร์จากด้านหลังไว้ จะยินยอมเอาตัวเธอเข้าแลก
ด้านธนาวินทร์ว่องไวกว่า เมื่อเห็นจากหางตา คาดเดาได้ว่าดาริกจะทำอะไร จึงเดินเข้าห้องปิดประตูด้วยความรวดเร็ว นั่นจึงส่งผลให้ประตูโดนหน้าผากดาริกาเข้าอย่างจัง
หญิงสาวได้แต่พึมพำเสียงเบาว่า
"ฝากไว้ก่อนเถอะคุณธนา ต่อไปคุณไม่รอดมือฉันแน่"
ดาริกาเดินกลับห้องด้วยความหงุดหงิด ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้มีคนแอบถ่ายคลิปของเธอเอาไว้ คนนั้นไม่ใช่ใครคือธนินทร์นี่เอง
เมื่อธนินทร์ได้ยินเสียงดาริกามาเคาะประตูหน้าห้องของธนาวินทร์ เขาก็รู้ทันทีว่าหญิงสาวต้องมีแผนอะไรบางอย่าง เพราะคุณแม่เฟื่อง และคุณแม่คนอื่นๆ จะไม่เดินมาเคาะห้องโดยเด็ดขาด จะใช้วิธีการโทรเข้าโทรศัพท์เอาจะง่ายกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงทำให้ธนินทร์ไปเตรียมโทรศัพท์ เพื่อถ่ายให้เพนนีดูให้เธอเห็นว่า ขนาดอยู่บ้านเดียวกันพี่ชายของเขายังใจแข็งและรู้ทันดาริกามากเพียงนี้ เื่พี่ชายจึงอาจทำให้เขาสบายใจขึ้นได้ แต่ที่น่าเป็ห่วงคือคุณหญิงเฟื่องทองผู้เป็มารดาต่างหาก ที่หลงรักและชื่นชมในตัวดาริกา แบบหัวปักหัวปำ
เช้าวันถัดมา
วันนี้ไม่ใช่วันหยุดของดาริกา แต่ต่อให้เป็วันหยุดหรือวันทำงาน งานที่หญิงสาวทำก็ยังคงสบายเช่นเคย แค่เพียงการดูแลคุณหญิงเฟื่องทองเล็กๆ น้อยๆ คอยอยู่บ้านกับคุณหญิง ต้อนรับเวลามีแขกมาหา หรือช่วยคุณหญิงเฟื่องทองจัดเตรียมงานเลี้ยงกับบรรดาคุณหญิงคนอื่นๆ
มีแขกที่ไม่ได้คาดไว้แต่แรกมาหาั้แ่เช้า แขกคนนั้นไม่ใช่ใคร คือลัลลภัสหรือลูกแพร์นั่นเอง คุณหญิงเฟื่องทองต้อนรับลูกแพร์ด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"มาธุระอะไรที่นี่แต่เช้าคะคุณลัลลภัส"
"ลูกแพร์ผ่านมาที่นี่พอดีน่ะค่ะ เลยแวะมาเยี่ยมคุณป้าค่ะ" ลัลลภัสสวัสดีด้วยความอ่อนช้อย
"ไหว้พระเถอะค่ะคุณ"
"อ้าว นี่คุณดาริกาไม่ใช่หรอคะ คุณดาริกาคะจำลูกแพร์ได้มั้ยคะ ลูกแพร์เคยเล่นละครกับคุณมาลี แม่ของคุณนะคะ"
ลัลลภัสได้ทีรุกคืบ เธอได้ฟังประวัติของยัยดาริกาคนนี้พร้อมทั้งสืบหาข้อมูลมาแล้ว พวกสิบแปดมงกุฎ หลอกเข้ามาเป็คนแสนดีเพื่อตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้ มาเอาเงินของคุณหญิงเฟื่องทอง
"ไม่ใช่ค่ะ น้ามาลีไม่ใช่แม่ฉัน" ดาริการีบปฏิเสธ
"อ๋อ งั้นก็คงเป็คุณน้าน่ะสินะคะ คุณปฏิเสธว่าไม่ได้เป็แม่"
"ไม่ใช่หรอกค่ะคุณคงเข้าใจผิดแน่ๆ ฉันเป็เด็กกำพร้าค่ะ ไม่มีใคร คุณมาลีอะไรฉันก็ไม่รู้จัก"
"เมื่อกี้คุณดาริกายังบอกว่าคุณน้าอยู่เลยนะคะ รู้ได้ยังไงคะว่าคุณมาลีเธออายุเท่าไหร่"
"ฉันคาดเดาเอาน่ะค่ะ แต่คุณมาลีนี่ฉันไม่ได้รู้จักจริงๆ ค่ะ"
คุณหญิงเฟื่องทองก็ได้แต่คิดในใจว่า
"แปลกจัง ชื่อคุ้นๆ ชื่อว่ามาลี เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน"
ดาริกาเห็นคุณหญิงกำลังครุ่นคิดจึงรีบพาคุณหญิงเฟื่องทองเข้ามาในบ้าน คุณหญิงเฟื่องทองได้สติจึงเอ่ยกับดาริกา
"หนูดา พาป้าเข้ามาทำไมลูก เดี๋ยวคุณลัลลภัสเธอเดินตามเข้ามา ป้าไม่ได้ต้อนรับเธอให้เธอ เราน่าจะยืนคุยกันหน้าประตูก็พอแล้วนะลูก"
ลัลลภัสที่เดินตามเข้ามา แสร้งทำท่าทางขอโทษขอโพย
"ขอโทษทีนะคะคุณดาริกา สงสัยลูกแพร์คงจะจำผิดไปเองค่ะ คุณกับคุณมาลีคงไม่ใช่แม่ลูกหรือน้าหลานอะไรหรอกค่ะ"
สำหรับแผนที่ลัลลภัสมาในวันนี้ เธอไม่ได้้าอะไรมาก แค่จะมาปั่นประสาทดาริกาให้หญิงสาวเห็นว่า เธอรู้ความจริงเื่ตัวตนที่แท้จริงของดาริกา
"โอ๊ย ลูกแพร์ปวดหัวจังเลยค่ะ คุณดาริกาคะ รบกวนคุณตรวจอาการหน่อยได้มั้ยคะ ลูกแพร์กลัวว่าจะขับรถกลับไม่ไหวค่ะ"
"ไปโรงพยาบาลมั้ยจ๊ะคุณลัลลภัส" คุณหญิงเฟื่องทองเอ่ย
"ไหนๆ ก็มีหมออยู่ที่นี่แล้วคุณดาริกาก็ตรวจให้ลูกแพร์เลยแล้วกันค่ะ"
ดาริกาพยายามบอกกล่าว
"ไม่ได้หรอกค่ะคุณลูกแพร์ ถ้าเกิดว่าฉันประเมินอาการของคุณผิดไป สิ่งที่ปรากฏมันไม่ตรงกับความเป็จริง คุณจะอาการหนักนะคะ"
"คุณดาริกาคะ เวลาเราไปหาหมอ เราก็บอกโรค ส่วนการวินิจฉัยนั้นอยู่ที่คุณหมอล้วนๆ เลยนะคะ คุณเองก็เป็หมอคงรู้ดีไม่ใช่หรอคะ"
"ก็จริงค่ะ แต่"
คุณหญิงเฟื่องทองเห็นโอกาสให้ดาริกาโชว์ความสามารถในการเป็หมอของตน
"ไม่ต้องกลัวหรอกหนูดา เขามาให้หนูตรวจเองถึงที่ แท้ๆ หนูก็ตรวจให้เขาหน่อยแล้วกัน"
ดาริกาฝืนใจยอมรับด้วยสีหน้ากล้ำกลืน
ในขณะนั้นธนินทร์ก็เดินเข้ามาพอดี
"ยังไงล่ะ ไอ้เ้าลูกตัวดี แล้วนี่คุณแม่ที่รักของแกหายไปไหนซะแล้วล่ะตาธัน"
คุณหญิงเฟื่องทองหันไปทักลูกชายด้วยความน้อยใจ ที่หมู่นี้เขาเอาแต่เข้าข้างคุณสร้อยสิรินทร์แล้วมารังแกดาริกา
"โถ คุณแม่เฟื่อง อย่างอนผมเลยนะครับ นี่วันนี้ผมตั้งใจอยู่บ้านเลยนะครับ อ้าว! คุณลูกแพร์มาทำอะไรหรอครับ
ลูกแพร์เห็นก็ได้แต่คิดว่า
"แหม่! น้องธัน แสบจริงๆ ทำเหมือนไม่คิดว่าจะเจอ แต่ที่แท้ก็แอบนัดมา แสดงละครเก่งมากเลยนะ เก่งกว่านางเอกแบบเธอซะอีก"
ดังนั้นลัลลภัสจึงตอบกลับไปว่า
"พี่มาหาคุณป้าน่ะ ่นี้ไม่ค่อยได้มาเลย อยากมาฝากเนื้อฝากตัวให้คุณป้าเอ็นดูเหมือนคุณดาริกาเธอนะ อ้อ วันนี้พี่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อย เลยขอให้คุณดาริกาเธอตรวจ แต่ไม่รู้ยังไง โยกโย้ไปมา ไม่ยอมตรวจเสียที"
"งั้นคุณลูกแพร์พูดอาการมาเลยค่ะ ดาด้าจะตรวจให้เอง"
ลูกแพร์จึงเริ่มเล่าอาการของเธอ อาการของเธอเกิดขึ้นจริงและมีผลการรับรองของคุณลุงหมอเรียบร้อยแล้ว เมื่อดาริกาเมื่อได้ฟังก็พยายามคิดอย่างหนักว่าสมัยเรียนมีโรคอะไรบ้างที่คล้ายคลึงกับอาการของลัลลภัส แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกออกไม่มาก เพราะหญิงสาวแค่เริ่มเรียนในระดับเบื้องต้นภายในเวลาไม่นานนัก ทำให้เธอไม่อาจลงข้อมูลเจาะลึกได้ เมื่อพิจารณาไปมาจึงคิดได้ว่า โรคนี้เหมาะกับอาการของลัลลภัสที่สุด
"คุณอาจเป็โรคสโตรก หรือโรคหลอดเืสมองค่ะ แต่ดาด้าไม่ได้มีเครื่องมือดังนั้นคุณลูกแพร์จึงควรไปตรวจที่โรงพยาบาลจะละเอียดและดีกว่าค่ะ"
ดาริกาถอนใจด้วยความโล่งอก
"เอ๊ะ! แปลกนะคะ สัปดาห์ที่แล้ว ลูกแพร์ก็ไปหาลุงหมอมา ลุงหมอตรวจร่างกายให้ลูกแพร์แบบละเอียด ส่งไปสแกนสมอง ระบบประสาททั้งหมดแล้ว ก็ไม่เจอนะคะ ลุงหมอยังบอกว่าลูกแพร์แข็งแรงดีอีกด้วย แต่อาจจะเครียดมากเกินไป ร่างกายเลยได้รับผลกระทบต้องระวังอย่าเครียดค่ะ แค่มีอาการเริ่มต้นของการเป็ไมเกรนแบบเล็กน้อยเท่านั้นเองนะคะคุณหมอดาริกา"
แย่แล้ว เธอคิดในใจ วันนี้ลัลลภัสตั้งใจมาเล่นงานเธอชัดๆ
คุณหญิงเฟื่องทองจึงตัดบท
"ดีแล้วค่ะที่คุณลัลลภัสเองก็ไม่ได้เป็อะไรมาก งั้นคุณกลับบ้านไปเถอะค่ะ ฉันเหนื่อยแล้ววันนี้ไม่อยากต้อนรับแขกหรือใครทั้งนั้น"
"ลูกแพร์ยังกลับไม่ได้หรอกค่ะคุณป้า พอดีลูกแพร์พาคนคนหนึ่งมาหาคุณป้าด้วยค่ะ เห็นว่าวันนี้เธอ้ามาเยี่ยมคุณป้าแบบเร่งด่วน อ้อ! คนนี้เป็เพื่อนที่เพิ่งรู้จักของลูกแพร์เองนะคะ คุณป้าอยากรู้จักมั้ยคะ เธอน่าจะใกล้มาถึงแล้วค่ะ"
"เอิกเกริกวุ่นวายพาใครมาหาฉันกันค่ะคุณลัลลภัส"
"เดี๋ยวเธอมาคุณป้าก็จะได้รู้ค่ะ บังเอิญเหลือเกินที่วันก่อนลูกแพร์ได้คุยกับเธอแบบพอดี้ พอดีค่ะ"
ไม่ใช่ความบังเอิญแต่อย่างใดนี่คือความตั้งใจของลัลลภัสที่้าให้คุณหญิงเฟื่องทองได้เห็น