บทที่7 เลขาหน้าห้องผู้ไม่เป็มิตร
วันที่สองของการทำงานผ่านพ้นไปด้วยความตึงเครียดและความรู้สึกหน่วงในหัวใจปีย์ชนกพยายามอย่างยิ่งที่จะจดจ่อกับงานที่ได้รับมอบหมายแม้ว่าสายตาเ็าและคำพูดเสียดแทงของศิลาจะคอยรบกวนจิตใจอยู่ตลอดเวลา
วันนี้ปีย์ชนกได้เผชิญหน้ากับ “คุณลิลลี่”เลขาของศิลาที่ดูท่าทางไม่เป็มิตรสักเท่าไหร่ ลิลลี่เป็หญิงสาววัยประมาณสามสิบต้นๆรูปร่างเพรียวบาง ใบหน้าสวยเฉี่ยวคมดวงตาคู่เล็กมักจะจับจ้องปีย์ชนกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่พอใจั้แ่แรกที่พบหน้ากัน
“เธอคือปีย์ชนก...เลขาคนใหม่ของคุณศิลาสินะ”ลิลลี่เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความกระด้างเล็กน้อยขณะที่ปีย์ชนกกำลังจัดเอกสารบนโต๊ะทำงานของตนเอง
“ครับ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ...ผมขอฝากตัวด้วยนะครับพี่ลิลลี่”ปีย์ชนกเงยหน้าขึ้นตอบพร้อมกับส่งยิ้มสุภาพให้
“ฉันดูแลงานนี้มาหลายปี ไม่เคยมีเลขาคนอื่นมานั่งด้วยกันมาก่อน”ลิลลี่พูดพลางกอดอก มองสำรวจปีย์ชนกั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาประเมิน “ท่านประธานคงเห็นว่าเธอมีความสามารถพิเศษถึงได้ให้มาทำงานเป็เลขาคุณศิลาแบบนี้”น้ำเสียงของลิลลี่เต็มไปด้วยความประชดประชัน ทำให้ปีย์ชนกรู้สึกไม่สบายใจนักเขาพอจะเข้าใจได้ว่าการมีเขาเข้ามาอาจทำให้ลิลลี่รู้สึกถึงความไม่มั่นคงในตำแหน่งของตนเอง
“ผมเองก็เพิ่งเริ่มงานยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก ถ้ามีอะไรที่ผมไม่เข้าใจ รบกวนพี่ลิลลี่ช่วยแนะนำด้วยนะครับ”ปีย์ชนกตอบกลับด้วยความนอบน้อม พยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
ลิลลี่เพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยโดยที่ดวงตายังคงแข็งกระด้าง “หน้าที่ของเธอคือการเป็เลขาของคุณศิลาถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามคุณศิลาเองสิ” คำพูดนั้นชัดเจนว่าลิลลี่ไม่้าที่จะให้ความช่วยเหลือใดๆกับเขา ปีย์ชนกถอนหายใจออกมาเบาๆ ในใจ เขาไม่้าที่จะมีปัญหากับใครแต่ดูเหมือนว่าการเข้ามาทำงานที่นี่ของเขาจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิด
ตลอดทั้งวันลิลลี่แสดงท่าทีเ็าและเมินเฉยต่อปีย์ชนกอย่างชัดเจนเธอไม่พูดคุยหรือให้ความช่วยเหลือใดๆ เลยแม้ว่าปีย์ชนกจะพยายามเอ่ยปากถามถึงขั้นตอนการทำงานบางอย่างเธอก็จะตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนๆ หรือไม่ก็เฉไฉบอกว่าให้ไปถามเอากับศิลาด้วยตัวเอง
บรรยากาศในการทำงานจึงเต็มไปด้วยความอึดอัดปีย์ชนกรู้สึกเหมือนถูกกีดกันและไม่เป็ที่ต้อนรับ เขาได้แต่ปลุกปลอบตนเองเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ได้เป็เพียง“เด็กเส้น” อย่างที่ใครๆ มอง
งานแรกที่ศิลามอบหมายให้ปีย์ชนกทำคือการจัดเรียงเอกสารสำคัญของบริษัทและทำสรุปรายงานการประชุมย้อนหลังหลายเดือน ปริมาณเอกสารนั้นมากมายมหาศาลและรายละเอียดก็ซับซ้อนทำให้ปีย์ชนกต้องใช้ความพยายามและความอดทนอย่างมากในการทำงานนี้
ศิลาเองก็ไม่ได้เข้ามาดูแลหรือให้คำแนะนำใดๆกับปีย์ชนกเลย เขาเพียงแค่มอบหมายงาน และคาดหวังว่าปีย์ชนกจะสามารถทำทุกอย่างให้เสร็จสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเองสายตาคมกริบของศิลามักจะจับจ้องมาที่ปีย์ชนกเป็ระยะราวกับกำลังรอคอยความผิดพลาดของเขาอยู่
“เอกสารพวกนี้ต้องจัดเรียงตามลำดับวันที่และทำสรุปประเด็นสำคัญของการประชุมแต่ละครั้ง ส่งให้ผมภายในพรุ่งนี้เช้า” ศิลาสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าปีย์ชนก
“ครับคุณศิลา” ปีย์ชนกรับคำอย่างหนักแน่นแม้ในใจจะรู้สึกว่าเวลานั้นกระชั้นชิดมากก็ตาม เขาแอบชำเลืองมองไปที่ศิลาพร้อมสายตาที่ตัดพ้อออกมาพี่ศิลาในอดีตไม่เคยมีสายตาที่เ็าแบบนี้กับเขา แต่เวลานี้ “เฮ้อ...”เขาคงเป็เพียงคนแปลกหน้าของพี่ชายคนสนิทในอดีตไปเสียแล้ว
ตลอดทั้งบ่ายและเย็นปีย์ชนกนั่งทำงานอย่างขะมักเขม้น เขาอ่านเอกสารทุกแผ่นอย่างละเอียดจดบันทึกประเด็นสำคัญ และจัดเรียงทุกอย่างให้เป็ระเบียบเรียบร้อยจนกระทั่งดึกดื่นเขาก็ยังคงนั่งทำงานอยู่คนเดียวในห้องทำงานที่เงียบสงัด
ลิลลี่เก็บของกลับบ้านไปนานแล้วโดยไม่แม้แต่จะชายตามองมาที่เขาปล่อยให้ปีย์ชนกเผชิญกับกองเอกสารสูงท่วมหัวเพียงลำพัง
ในระหว่างนั้นพี่ยุ้ยก็เดินเข้ามาถามไถ่ใน่เย็น“ปีย์...ทำงานวันแรกก็เหนื่อยเลยนะ...คุณศิลาก็เป็แบบนี้แหละ อีกหน่อยปีย์ก็ชินเอง...เอาจริงๆคุณศิลาเขาเป็คนปากร้ายแต่ใจดี ถ้าปีย์ขยันตั้งใจทำงาน คุณศิลาเขาไม่ดุนักหรอก”
“ขอบคุณพี่ยุ้ยมากครับ...ปีย์จะตั้งใจให้ถึงที่สุด”ปีย์ตอบกลับพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมาอย่างลืมตัว ทำไมเขาจะไม่รู้เล่าว่าพี่ศิลาเป็คนแบบไหนกัน
“ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน”พี่ยุ้ยกล่าวลาอย่างเป็มิตรเช่นเคย
หลังจากนั้นปีย์ชนกก็จดจ่ออยู่กับการทำงานทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ปีย์ชนกก็รีบรับสายดังกล่าวอย่างรวดเร็ว “พี่น้ำฟ้า”
“ปีย์...วันนี้เป็ยังไงบ้าง...” เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังมาจากปลายสายทำให้ปีย์ชนกรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที
“ก็เรื่อยๆ ครับ...ปีย์คงต้องปรับตัวอีกเยอะเลย...แล้วพี่น้ำฟ้ามีอะไรหรือเปล่า”
“พอดีพี่กับจันทร์เ้าออกมาข้างนอกเลยจะแวะไปรับปีย์...พวกเราอยากเลี้ยงฉลองงานใหม่ให้ปีย์น่ะ” น้ำฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเริงร่า
“ปีย์ยังทำงานไม่เสร็จเลย...ปีย์ไม่อยากให้ใครว่าปีย์ทิ้งงานเอาไว้วันหลังได้ไหม” ปีย์ชนกตอบเสียงอ่อย แม้จะไม่อยากปฏิเสธความหวังดีจากพี่สาวทั้งสองแต่เพราะความมุ่งมั่นที่้าลบคำสบประมาทที่มี ทำให้ปีย์อยากจะจัดการงานตรงหน้าให้เรียบร้อยเสียก่อน
“เอาอย่างนั้นเหรอ...น่าเสียดายจังเลยถ้าอย่างนั้นเอาไว้คราวหน้านะปีย์” น้ำฟ้าบ่นอุบอย่างนึกเสียดายแต่ก็ไม่อยากบังคับน้องชายด้วยรู้สถานการณ์ดี
“ขอบคุณมากครับพี่น้ำฟ้า...พี่กับพี่จันทร์เ้าไปทานข้าวให้อร่อยล่ะแล้วอย่าลืมทานเผื่อปีย์ด้วยเล่า” ปีย์ชนกตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบางๆ
หลังจากวางสายจากพี่สาวทั้งสองปีย์ชนกรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก เขาก้มหน้าลงทำงานต่ออย่างไม่ย่อท้อจนกระทั่งสรุปรายงานการประชุมทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยก็เป็เวลาเกือบเช้า และด้วยความเหนื่อยล้าปีย์ชนกจึงเผลอฟุบหลับไปบนโต๊ะทำงานในที่สุด