ศรันย์ : อาจารย์ก็เคยเล่าถึงที่มาของนายให้ฟังพอสมควรถึงไม่ละเอียดเท่าไหร่แต่ก็พอให้เข้าเหตุที่นายนายอยากจะฝึกวิชา7ดาบมารทมิฬไร้พ่าย ซึงท่านก็เห็นใจนายนะแต่ด้วยวิธีของนาย หากได้วิชานี้ไป คนต้องเดือดร้อนมากมายกว่านี้แน่
สมา : ฝากขอบใจตาเฒ่านั้นด้วยนะ ตอนนี้แม้ไม่ได้วิชา7ดาบมารทมิฬไร้พ่าย ข้าก็คงบรรลุเป้าหมายของข้าเองได้
สมาพูดพรางชักดาบเขี้ยววายุ ข้างกายออกมาตัวดาบสะท้อนกับแสงแดดดูแปลกตาจนเหมือนทะลุใส ปราณวายุถูกเร่งล้อมรอบสมา ยิ่งพรางคมดาบเขี้ยววายุจนมองหาคมดาบได้ไม่ชัด หากเป็คนทั่วไปก็คงมองและระวังจากคมดาบ
แต่ศรันย์ใช้วิธีสังเกตุจากมือที่กำด้ามดาบไว้ในการระวังอันตรายจสกท่าทีก่อนการโจมตี
สมาคิดลองกระบวนท่าเพื่อเปรียบเทียบความต่างชั้นของเพลงดาบ เพราะมั่นใจในประสบการณ์การต่อสู้ของตนที่มีมากกว่า ศรันย์เป็10ปี และรู้สึกได้เปรียบเื่อาวุธที่มองเห็นได้ยากในการหลบและป้องกันการโจมตี
เขี้ยววายุเปรียบเหมือนคมเขี้ยวจากสัตว์ร้าย ที่กว่าเหยื่อจะรู้สึกตัวว่าถูทำร้ายก็ต่อเมื่อเขึ้ยวนั้นฝังเข้าจุดตายไปแล้ว เสียงจากปราณถูกเร่างจนเกิดเสียงเกมือนการขู่คำราม ดาบมารทมิฬ ยกป้องกันกระบวนท่า ะเิวาตะของสมาด้วยกระบวนท่า ทมิฬพิชิตปฐีก่อเกิดปราณป้องกันแรงะเิวาตะ ร่างศรันย์ลอยตามแรงะเิ ปราณะเิวาตะยังคงติดตามร่างศรันย์ที่ลอยกลางอากาศ ปราณทมิฬพิชิตปฐีล้อมเป็เกราะที่สันดาบดาบมารทมิฬ
ศรันย์บังคับปราณให้หมุน เพื่อลดและกระจายแรงปราณให้ได้มากที่สุด ด้วยระดับพลังที่เหมือนสูสีกัน สมาเหมือนยังควบคุมพลังที่ปล่อยออกไปได้
สมายกมือกางออก5นิ้วไปตามร่างของศรันย์ ที่ยังลอยกลางอากาศ จากนั้นก็กำมือชั่วพริบตา เกิดลมหมุนหวนคืนจากปราณที่ติดตามศรันย์ ย้อมกลับหาฝ่ามือสมาที่กำแว่บนึงก็เกิดแรงะเิจากปราณที่ตามติดศรันย์ แรงะเิสร้างาแที่แขนซ้ายและหน้าอกศรันย์ เืไหลทะลัก ร่างร่วงสู่พื้นตามแรงะเิ
เพิ่มที่ร่ายเวทย์ฟื้นฟูเตรียมก่อนอยู่แล้ว ก่อเกิดประกายแสงสีทองสลับขาวออกจากฝ่ามือหมุนล้อมรอบ เพิ่มะโรับร่างศรันย์ที่สลายปราณะเิวาตะ ได้แล้ว ทันทีทันใด าแศรันก็สลายหายไปกว่า 70% เมื่อรู้ตัวว่าาแหายดีก็ยันเท้าตั้งรับเตรียมดาบ ด้วยความแค้นสุดใจ แต่ดาบของสมาเร็วกว่าใจนึก ประกายแสงต้องปลายดาบ ให้เห็นคมดาบเขี้ยววายุชัดเจน ปรารณดาบแพร่กระจายจากคมดาบ แหวกพื้นดินเป็รอยทาง แสดงถึงระดับปราณที่สูงส่ง เหนือกว่า5คนที่พ่ายแพ้ศรันย์มากมายนัก
ศรันที่ตั้งใจจะรุกตอบโต้บ้าง กลับต้องเป็ฝ่ายรับ แต่ตอบโต้ด้วยท่าไม้ตายใหม่ที่เพิ่งฝึกสำเร็จ ด้วยท่าที่ใช้ปราณสูงสุดของวิชา7ดาบมารทมิฬไร้พ่าย นั่นคือท่า คมทมิฬชำระแค้น พลังปรารณเร่งสูงสุดะเิออกจากดาบฟาดใส่ศัตรูเป็ดาบสุดท้าย สังหารสิ้น แรงปะทะจากสุดยอดกระบวนท่าที่เน้นใช้พลังปราณ ปราณสีฟ้าปะทะกับปราณสีดำแดง แรงะเิพร้อมแรงสั่นะเืเสียงดังสนั่นหวั่นไหวรอบบริเวณการต่อสู้ ทั้งสองแยกออกตามแรงะเิ ต้นไม้และก้อนหินพร้อมสิ่งก่อสร้างกระจายรอบทิศทาง
ทั้งสองไม่รอให้ใครตั้งตัวได้ก่อน เมื่อตั้งหลักได้ก็ะโเข้าใส่กันทั้งที่ตั้งสมาธิปรับลมปารณได้เพียงนิดหน่อย
ดาบเขี้ยววายุ พุ่งใส่ศรันย์ สิบกว่าดาบ ศรันย์ เกร็งพลังปัดป้องพร้องหลบได้อย่างคล่องแคล้ว สมาเปลี่ยนกระบวนท่าเป็การฟาดฟันสลับการแทง ซึ่งเป็ท่าที่เน้นสังหาร ศรันย์ ตั้งสมาธิด้วยทมิฬ พิชิตปฐี สังเกตุการโจมตี ก็นึกถึงสำนึกการต่อสู้ที่เคยเห็นและฝังจำในสมองั้แ่จำความได้ หลายร้อยกระบวนท่า ทั้งการบุกและการแก้ไขกระบวนท่า เข้าฝังจำในสมอง ศรันย์ ได้มีโอกาสมาทดลองฝึกเมื่อ 2 ปีก่อนหลังจากที่ สิริ ถูกประกายแสงกาปาสังหาร แและทรนงได้มาพบเห็น ก็เห็นถึงพร์ จึงชักชวนมาฝึกวิชากับตน เพียง 2ปีกว่าก็รุดหน้าด้วยกระบวนท่าที่หลากหลายและพลิกแผลง
สมาพลิกแผลงกระบวนท่าเปลี่ยนการโจมตีด้วยท่าใหม่ตลอดตำแหน่งสำคัญ เช่นหน้าผาก คอหอย ดวงตา หน้าอก หน้าท้อง ถูกกระหน่ำ โจมตีอย่างต่อเนื่องไม่หยุด แต่ถูกดาบสีดำทมิฬ ปัดป้องได้หมด พร้อมแพร่ปราณกระแทกคืนจนข้อมือสมาเริ่มปวดหนึบๆจากแรงสะท้อนกลับ
สมา รู้สึกเสียความมั่นใจ เพราะคิดว่าด้วยระยะเวลาการต่อสู้ที่มากกว่า การพลิกแผลงกระบวนท่าของตนต้องเหนือกว่าศรันย์ แต่คิดไม่ถึงว่าแม้เวลาที่ศรันย์ฝึกเพียง 2 ปีกว่านั้น ผ่านการต่อสู้ที่หนักหนามากมายนัก ทั้งการฝึกจากทรนงที่เข้มงวด ดุดัน และการต่อสู้กับศัตรูที่ทำร้ายผู้คน ทั้งมอนสเตอร์และเผ่าลูกผสมจากอาณาจักรกาปา ที่มากมายและไร้กติกาในการเอาชีวิต ทั้งหลากหลายชนิด อาวุธ กระบวนท่า จอมเวทย์ ที่ผ่านมาศรันย์ เอาชนะและเอาตัวรอดมาได้หลายครั้งก็ปางตายจนต้องคลานกลับบ้านั้แ่ค่ำจนเกือบเช้า โดยที่ไม่ใครช่วยเหลือ
โดยมี ทรนง มารทมิฬ ไร้ปฐีผู้เป็อาจารย์ เผ้ามองดูอยู่อย่างห่างๆ ไม่เข้าช่วยเหลือ เพราะ้าให้ศรันย์ รับรู้ถึงความอันตรายที่แท้จริงในการต่อสู้ที่มีแต่ศัตรูเมื่อครั้งหนึ่งตนนั้นเคยผ่านมาก่อน ทำให้ฝีมือเหนือชั้นอย่างก้าวะโ ในระยะเวลาอันสั้น
สมา พลิกมือควงดาบฟาดปราณใส่ศรันย์ ด้วยความโมโหที่เอาชนะด้วยกระบวนท่าไม่ได้ซักที จึงเปลี่ยนมารุกด้วยปราณดาบเหมือนเดิมที่เคยสร้งาแให้ศรันย์มาก่อน
ศรันย์ เพิ่มความมั่นใจจากการป้องกันการุกมาได้ ก็เริ่มตั้งใจที่จะบุกตอบโต้บ้าง กระบวนท่ารัศมีมารทมิฬ ถูกฟาดออกเป็3 สายพร้อมกัน พุ่งใส่ สมา ในตำแหน่งตามร่างกายกายต่่างๆ สมาตั้งรับบ้างด้วยกระบวนท่าวิชา เพลงดาบวาตะอาณาจักรนภา ด้วยท่าที่ลมอาฆาต เปิดนภา ปราณวายุเร่งสูงสุด ฟาดใส่เพื่อแยกร่างศัตรู รับปรารณดาบที่พุ่งมา 2 สายได้ เสียงปะทะดังสนั่น สมาะโหลบปราณสายที่เหลือ อย่างหวุดหิด พื้นหินที่ปูพื้นะเิแตกกระจาย
ดาบเขี้ยววายุพุ่งเข้าหว่่างคิ้วศรันย์ อย่างรวดเร็ว เกินตั้งตัว ศรันย์ เบี่ยงศีรษะทัน คมดาบเฉี่ยวที่หางคิ้วขวา เกิดแผลเปิด เืไหลซึม แผลเปิดดูน่ากลัว เป็ทางยาวประมาณ 10 เิเ เืไหลอาบแก้มขวา
ศรันย์ล้วงยาสมานแผลในกระเป๋ากางเกงบีบถุงห่อขนาดเล็กจนแตกเป็ครีมป้ายอุดแผลห้ามเืทันที ฝ่ายบุกกลับได้แผลซะเอง
สมาเดินหน้าโจมตีต่อเนื่องด้วย ลมร้อนต้นฝน ดาบแทงออกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเหมือนลมกรรโชกก่อนฝนตก ศรันย์ตั้งรับด้วย มรสุมมารทมิฬ แรงปะทะเสียงสนั่นหวั่นไหว ศรันย์พลิกแผลงเป็การผสานกานบุก โดดยใช้ปราณเป็๋นเกราะป้องกันคมดาบ จากนั้นก็กออกดาบสวนการโจมตีด้วยการแทงสวน สมาต้องเปลี่ยนท่าจากการบุกเป็ตั้งรับอย่างคาดไม่ถึง ว่าจะมีท่าพลิกแผลงแบบนี้ด้วย
เมื่อปรารณเกราะมรสุมมารทมิฬสลายไป สมาหมุนตัวแทงสวนไปศรันย์รับดาบด้วยการรับดาบพร้อมยัน กดไว้ที่พื้น สมาเดินพลังกระชากดาบ แต่ดึงออกไม่ได้ ศรันย์เพิ่มพลังเพื่อยึดตรึงดาบเขี้ยววายุ ไว้ได้อย่างแ่า ชั่วพริบตาดาบมารสายฟ้าทมิฬ เคลื่อนไหวความเร็วสูงเสริมการโจมตี ดุดัน แม่นยำ เข้าใส่สมา ยากจะป้องกันทัน ดาบฟาดใส่เกราะสมาอย่างจัง พร้อมปาดที่ข้อมือขวาที่ไม่มีเกราะป้องกันสมา เืไหลทะลักจากเอ็นข้อมือที่ขาด จนต้องปล่อยดาบให้ตกลงพื้น พร้อมบาดเจ็ยภายในจรกแรงกระแทกที่แฝงผ่านเสื้อเกราะ ก้อนปลิงสีแดงถูกซัดจากปกรณ์ลอยซัดที่ข้อมือสมาข้างาเ็อย่างแม่นยำ เืหยุดไหลทันทีพร้อมมือที่กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง สมาเก็บดาบที่ร่วงหล่น
สมา : ศึกนี้พวกข้าดูได้เปรียบแต่ข้ากลับพ่ายแพ้ กระบวนท่าของ 7 ดาบมารทมิฬ หากไม่ได้เสื้อเกราะ ร่างก็คงขาดเป็ 2 ท่อนไปแล้ว
ข้อมือรู้สึกเจ็บอยู่บ้างแต่ยังใช้งานได้ ปลิงสีแดงนอกจากรักษาแผลที่ฉกรรณ์แล้วยังฟื้นฟูพลังปราณได้บางส่วนสมาปลดเกราะที่แตกจากคมดาบออกเพื่อความสบายตัว เผยให้เห็นร่างกายกำยำที่มีแผลเป็รอบตัว และแผลจากปราณดาบที่รอดผ่านรอยแตกของเสื้อเกราะ บาดลึกประมาณ 1 เิเ พอให้มีเืไหลซึมๆออกมาก่อนที่สมานด้วยฤทธิ์ของปลิงสีแดงอย่างรวดเร็ว ลมปราณถูกขับเคลื่อนจากฝ่ามือสู่ดาบเขี้ยววายุอย่างต่อเนื่องเกิดเป็ลมหมุนล้อมตัวสมา
ศรันย์เผ่งมองประเมินสถาณการร์ตลอด อย่างไม่ประมาท ใจนึกถึงข้อได้เปรียบของศัตรูที่เหนือกว่าตน ว่ามีทั้งเครื่องป้องกัน และการฟื้นฟูอาการาเ็ที่สาหัสได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะมีเพิ่มคอยช่วยเหลืออยู่ แต่ทุกอย่าวก็มีข้อจำกัด จึงต้องหาวิธีเอาชนะเหมือนทุกครั้งที่เคยเจอศัตรูที่ยากเอาชนะ แม้แผลยาวที่หางคิ้วศรันย์เืจะหยุด แต่แผลก็เริ่มปวดหนึบๆ สร้างความรำคาญพอสมควร
ลมหมุนรอบตัวสมาถูกฟาดออกด้วยดาบเกิดเป็ลมหมุนวนพัดพาเศษฝุ่นและทรายรอบๆ บดบังทัศนวิสัย ในการมองเห็นและเสียงที่ดังเสียดแสบแก้วหู ให้แก่ศรันย์ อันเป็หนึ่งในกระบวนท่าของเพลงเพลงดาบวาตะอาณาจักรนภา ใช้เพื่อความได้เปรียบทางโสตประสาท การมองเห็นและได้ยิน
ศรันย์เคยต่อสู้กับศัตรูในที่มืดและเงียบบ่อยๆ และเอาชนะด้วยการจดจำตำแหน่งและท่าทางสุดท้ายก่อนจะมองไม่เห็น ศรันย์พุ่งตัวไปยังตำแหน่งภาพจำสุดท้ายของสมา
ดาบมานทมิฬเสียบเข้าที่หลังเท้าสมาอย่างแม่นยำ ก่อนที่สมาจะขยับตัวเบี่ยงหลบทันจากนั้นชักดาบกลับออกอย่างรวดเร็วเพื่อหมุนตัวหลบดาบเขี้ยววายุที่ตอบโต้อย่างฉับพลันทันที
เืพุ่งจากหลังเท้าสมาตามแรงดึงดาบปลิงสีแดงแบ่งตัวไหลจากข้อมือสู่หลังเท้าที่าเ็อย่างรวดเร็ว
ศรันย์นึกในใจตัวประหลาดนั่นเป็อุปสรรค์กับเรามาก ทำร้ายมันาเ็เท่าไหร่ก็เสียพลังไปเปล่าๆ
แม้จะรู้สึกเจ็บอยู่บ้างจี๊ดๆ ที่แผล สมาก็ยังคงตั้งท่าเดินพลังปราณวายุอย่างดุดัน ไม่ยอมแพ้ จากนั้นก็พุ่งตัวพร้อมวาดดาบกลางอากาศ เกิดเป็รัศมีปราณดาบดูน่ากลัวรอบทิศทาง แรงปะระหว่่างดาบเขี้ยววายุกับดาบมาทมิฬดังสนั่นพร้อมแรงกระแทกกลับทำร้ายทั้งคู่ กระบวนท่าของสมาถูกแก้ได้อย่างหนักแน่นน่าดู คมดาบไม่อาจโดนตัวศรันย์ แม้แต่น้อย
ด้วยสำนึกดาบที่ตนได้รำลึก เห็นการประลองระหว่างยอดนัก 2 คนหลายร้อยกระบวนท่า ต่างฝ่ายต่างพลัดกันรุกและรับด้วยเพลงดาบที่ดูเหมือนเป็กระบวนท่าวิชาเดียวกัน แต่แก้ไขด้วยทักษะเฉพาะตัวของแต่ละคน วนเวียนในความทรงจำผ่านสมองทุกเมื่อชั่วยามตลอดเวลาที่จำความได้ ได้เปลี่ยนมาเป็ ทักษะให้ศรันย์แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากได้รับการชี้แนะปรับปรุงจากทรนงผู้เป็ปรมาจารย์แห่งเพลงดาบ วรยุทธแม้ฝึกอย่างจริงจังแค่2 ปี แต่ทักษะกับสูงส่งกว่าผู้ที่ฝึกมากกว่าตนนัก จนไม่อาจเทียบได้ การแก้เพลงดาบของศรันย์ จากการรับ เปลี่ยนเป็เริ่มบุกตอบโต้บ้าง ด้วยความเร็วและความมั่นใจที่คอยๆมากขึ้น แม้เอาชนะอย่างเด็ดขาดไม่ได้
คมดาบมารทมิฬ เริ่มค่อยๆเฉือนและทิ่มแทงร่างกายสมาหลายสิบแผล แม้ไม่สาหัสเลย แต่สร้างความอับอายและโมโหให้กับสมา ตามลำดับ จนเสียสมาธิเข้าเร่งโจมตีศรันย์อย่างขาดสติ ด้วยการฟาดดาบหวังตัดคอศรันย์ในดาบเดียว
ศรันย์แก้ด้วยการรับด้วยปรารณดาบพร้อมประคองเบี่ยงวิธีคมดาบปาดไปด้านข้าง ด้วยปราณที่เข้มแข็งทั้งพลังและสมาธิที่สูงล้ำ จึงตึงดาบของสมาพร้อมแขนให้นิ่งค้างได้ชั้วเสี้ยววินาที แต่ก็เพียงพอให้ซ้ำดาบสุดท้ายเป็การยุติศึกในครั้งนี้ได้ทีเดียว ด้วยการฟันเข้าที่แขนขวาของสมาที่ยังกำดาบไว้ ขาดกระเด็นั้แ่เหนือข้อมือประมาณ 4 นิ้วขาดออกทันที
ปกรณ์เห็นจังหวะพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วสูงใส่ศรันย์ แม้ปลายดาบพุ่งใส่ แต่เป้าหมายคือส่วนือของสมาที่ถูกตัดขาดรับไว้ก่อนตกสู่พื้นเืไหลเปราะเปื้อนทั่วตัวปกรณ์ พร้อมคมดาบมารทมิฬทีปัดป้องการจู่โจม พร้อมแทงสวนใส่ ปกรณ์ ไป 3แผลติดๆกัน เืพุ่งกระฉูดจากหน้าอกปกรณ์ แต่ยังคงห่วงและปกป้องท่อนแขนนั้น จนศรันย์รู้สึกประหลาดใจ ไมากล้าซ้ำ เพียงแต่ใช้ปราณที่ยังคงมีเหลืออยู่สุดท้าย ซัดกระบวนท่ารัศมีมารทมิฬ 4 สายพุ่งปักกลางหน้าอก 4 นายสิบอย่างแม่นยำ
กระดูกหน้าอกของทั้ง 4 แตกหักหลายท่อนาเ็สาหัส ทั้ง 4 คนไม่ทันตั้งตัวได้แต่สลบด้วยความเ็ปคาที่
เพิ่มซึ่งอยู่ใกล้สุดควงทวนปลายคม เสริมพลังเพลิงเพิ่มความคม
ศรันย์มองตามทันเหตุการณ์เอ่ยปากทักเพิ่มขึ้นก่อน : น้าเพิ่มครับอย่าเพิ่งฆ่าพวกนั้นทิ้งนะครับ ไว้ผมบอกเล่าเหตุการณ์ให้อาจารย์ฟังแล้ว ถ้าเจอพวกมันอีกคอยจัดการมันขั้นเด็ดขาดอีกทีแต่ครั้งนี้ผมขอไว้ก่อนนะครับ
ได้น้าก็ไม่อยากฆ่าคนเหมือนกัน งั้นขอตัดเอ็นข้อมือกับข้อเท้าพวกมันฝากไว้หน่อยแล้วกัน
ปราณเพลิงอันคมกริบปาดข้อมือและข้อเท้าของทั้ง4 ที่สลบอยู่ ร่างกายกระตุกตามแรงโจมตี เืไหลนอง แต่ปลิงสีม่วงคืบคลานออกจากท่อนที่เสียบไว้เหมือนหิวโหย แบ่งตัวออกตามาแของทั้ง4 เข้าเกาะาแ เหมือนห้ามเืทำให้เืของทั้ง 4 หยุดไหล แต่าแเหมือนจะยังไม่สมานดี
ปกรณ์ : ไอ้ 4คนนี้ ภาระแท้ๆเลย รู้อย่างนี้ไม่ส่งให้พวกมันเข้ากองกำลังปราบมารไปเป็ผู้ช่วยท่านสมา แต่จะให้มันเป็กองโจรพยัคฆ์ทะเลทรายกับเราดีกว่า
ปลิงสีแดงส่วนหนึ่งเกาะกับาแส่วนท่อนแขนสมา และเข้าเกาะติดกับแขนส่วนที่ขาดในมือปกรณ์ อย่างหิวกระหาย
เพิ่ม : พวกเราคงเลิกลากันแค่นี้นะ นายปกรณ์พาพวกของนายไปเถอะ ก็ตามที่ศรันย์ว่าไว้แหละ ถ้าเจอกันคราวหน้าในลักษณะนี้อีก คงไม่ปล่อยพวกแกแน่ เพราะพวกข้าตอนนี้ก็ไม่กำลังพอที่เอาชนะได้โดยไม่าเ็
ศรันย์และเพิ่มสังเกตุท่าทีแล้ว โจรกลุ่มนี้คงจะไม่มีอันตรายสำหรับพวกตนแล้ว จึงละไปยังที่คุมขังกลุ่มพ่อค้า ซึ่งอยู่ข้างปราสาทร้าง แต่เดิมไว้เพื่อคุมขัง พวกกระทำผิดไม่หนักเช่นขโมยของก่อนลงโทษและปล่อยตัวไป แม้กรงจะดูเก่า แต่แข็งแรง ยากจะหลบหนี
กลุ่มพ่อค้าประมาณ 6 คน รวมทั้งหัวหน้าพ่อค้าถูกคุมขัง ในห้องขังขนาด 6 คูณ 6 เมตร ไม่แออัดมมาก ทั้งภายในยังมีห้องน้ำที่พอได้ขับถ่ายอย่างมิดชิด