[END]หนีซอมบี้อยู่ดีๆ ทำไมมาโผล่ยุค 1968

    2 จะเอายังไงกับชีวิตดี?

    2

    จะเอายังไงกับชีวิตดี?

     

            เฉินหงอี้ตัดสินใจแบกหมู่ป่าเดินตามเด็กชายฝาแฝดทั้งสองคนไป เธอกำลังคิดทบทวนความเป็๞ไปได้ที่มาอยู่ที่นี้  ขบคิดหลากหลายทฤษฏีคิดกระทั่งฟิสิกส์ควอนตัม ทฤษฏีรูหนอนข้ามมิติน่าจะเป็๞ไปได้มากที่สุด ๰่๭๫เวลาถูกซ้อนทับกัน การผ่านรูหนอนข้ามเวลามายังอดีต


            “พี่สาวแข็งแรงมากเลยครับ”


            “แบกหมู่ป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ได้ พี่สาวเก่งมากครับ”  เฉินหงอี้สบมองเด็กชายทั้งสองคน ก่อนจะยกยิ้มแห้งๆให้ เธอจะบอกพวกเขาว่ายังไงดี  นี้ก็เดินกันออกมาไกลมากแล้ว ป่าก็ไม่ค่อยทึบ อีกไม่ไกลก็น่าจะถึงชายป่าแล้ว พ้นเขตอันตรายแล้ว


            “พักก่อนดีไหม” ขอถามข้อมูลอะไรเด็กน้อยทั้งสองคนก่อน พูดจบก็วางร่างของหมูป่าลงที่โคนต้นไม้ ก่อนจะหยิบกระบอกน้ำในเป้มาดื่ม 

    เด็กชายทั้งสองมองพี่สาวด้วยแววตาสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร 

            “พี่ชื่อเฉินหงอี้ แล้วพวกนายสองพี่น้องละ? ชื่ออะไร” 


            “ผมชื่อหลงเฟย๮๣ิ๫ เป็๞พี่ครับ”


            “ผมหลงเฟยเหมียนเป็๞น้องครับ” สรุปสองคนนี้เป็๞ฝาแฝดกัน คนพี่ชื่อเฟย๮๣ิ๫ คนน้องชื่อเฟยเหมียน

     

            “ทำไมถึงเข้าป่ามาลึกขนาดนี้ รู้ไหมว่ามันอันตราย” เฉินหงอี้เอ่ยถาม ถ้าไม่เจอกับเธอ เด็กชายทั้งสองคนอาจจะไม่รอด 


            “พวกเราแค่ตามกระต่ายเข้ามาครับ” ทั้งสองคนวิ่งตามกระต่ายเข้ามาในป่า ไม่คิดเลยว่าจะเผลอเข้ามาในป่าลึกจนเจอกับหมูป่า โชคดีที่พี่สาวมาช่วยเอาไว้พอดี

     

            “พวกเธอยังเด็กมาก ทำไมพ่อแม่ปล่อยให้เข้ามาในป่ากันตามลำพัง” ดูจากส่วนสูงเด็กชายทั้งสองคนน่าจะอายุราวๆ 6-8 ปี ไม่น่าจะเกินนี้ 


            คำถามของเฉินหงอี้ไม่ได้รับคำตอบจากปากของเด็กชายทั้งสอง แต่สังเกตจากสีหน้าที่ดูเศร้าสร้อยเมื่อได้ยินคำถามที่ถามออกไป 


            “อย่าบอกนะว่าอยู่กันแค่สองคนพี่น้อง” เป็๲ไปได้มากทีเดียว ดูจากร่างกายที่ผอมแห้งแล้วก็เสื้อผ้าที่เด็กทั้งสองสวมใส่ แต่เด็กๆทั้งสองคนส่ายหน้าเป็๲คำตอบ


            “พวกเราอยู่กับพ่อครับ” คนพี่เป็๲คนตอบ


            “...” ทำไมคนเป็๞พ่อถึงปล่อยให้เด็กชายทั้งสองเข้ามาในป่า

      

            “พ่อของเราไม่สบาย อาหารที่บ้านก็หมดเลยพากันเข้ามาในป่า พี่สาวพอจะแบ่งเนื้อหมู่ป่าให้พวกเราได้ไหม?” เด็กทั้งสองคนส่งสายตาอ้อนวอนมาที่เฉินหงอี้ แล้วก็มองไปที่ร่างหมูป่าที่วางอยู่โคนต้นไม้


            เฉินหงอี้พยักหน้า ยังไงก็กินคนเดียวไม่หมดอยู่แล้ว พลังพิเศษที่มีก็ไม่ใช่มิติเก็บของที่สามารถใส่ของได้ สิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากโผล่มาที่ยุค 68 ก็คือหาที่อยู่ จากนั้นค่อยคิดว่าจะเอายังไงต่อไป

     

            “เอาแบบนี้ดีไหม หมูป่าตัวนี้พี่สาวยกให้พวกนายทั้งสองคน แต่พี่สาวของไปพักที่บ้านของพวกนายสักสองคืนได้ไหม” เฉินหงอี้บอกกับเด็กชายทั้งสอง เด็กชายทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วหันมามองหญิงสาวและร่างหมูป่า

     

            “คือพี่หลงทางมา พี่ไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ” ทะลุมิติมาแบบงงๆ ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิต แถมมาอยู่ในยุค 1968 ที่เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยุคนี้เลย ที่สำคัญเธอไม่มีตัวตนในยุคนี้ บัตรประจำตัว บัตรแสดงตัวอะไรก็ไม่มีสักอย่าง


            “ก็ได้ครับ” เด็กชายคนพี่ตอบตกลง เมื่อได้ฟังแบบนั้นก็ส่งยิ้มให้กับเด็กทั้งสองคน  โชคดีที่เด็กสองคนนี้ใจดี และไม่กลัวคนแปลกหน้า ถึงแม้จะแอบมองมาบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร


            เฉินหงอี้แบกหมูป่า เดินตามเด็กชายทั้งสอง เดินพ้นแนวป่ามาเจอกับทุ่งหญ้าและบึงน้ำ เดินเลียบบึงน้ำสายตาเด็กๆคอยสอดส่องมองอย่างระวัง

     

            “เป็๲อะไรหรือเปล่า?” เฉินหงอี้ถามออกไป


            “พวกเรากลัวชาวบ้านมาเห็น พวกเขาจะมาแย่งหมูป่าของพวกเราไป” เมื่อได้ยินเด็กชายพูด ก็คิ้วขมวดทันที

     

            “ทำไม?” ไม่เข้าใจ หมูป่านี้มีเ๽้าของหรอ? ก็ไม่ พวกนายล่ามาได้ มันก็ต้องเป็๲ของพวกนายสิ


            “ใครได้หมูป่าก็ต้องเอาไปแล่ที่บ้านผู้นำหมูบ้านแล้วแบ่งให้ทุกคนในหมู่บ้าน” ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมต้องทำแบบนั้น


            “ในเมื่อพวกเราล่ามันมาได้ มันก็ต้องเป็๲ของพวกเราสิ จะเอาไปแบ่งให้คนอื่นทำไม?” หรือว่าต้องแบ่ง เฉินหงอี้กำลังทบทวนความจำของตัวเอง

     

            ก่อนจะนึกบ้างอย่างได้ เนื้อหาในหนังสือประวัติศาสตร์๰่๥๹ปี 19xx  มีการปฏิวัติซินไฮ่ แต่ไม่น่าจะใช่ แล้วก็ยังมี  ‘เย่วต้าจิน’ สามคำนี้ผุดขึ้นในหัว ในหนังสือไม่ได้มีบันทึกอะไรไว้มา มีแค่ชื่อเรียก แล้วก็คำอธิบายอีกไม่ถึงสิบบรรทัด 


            “พวกเธอใช้คูปองซื้อของใช่ไหม?” เฉินหงอี้เอ่ยถามเด็กชายทั้งสอง 


            เด็กชายทั้งสองคนไม่เข้าใจที่พี่สาวถามมากหนัก แต่พวกเขาก็พยักหน้าตอบ ทุกบ้านก็ใช้คูปองแลกซื้อของทั้งนั้น


            เมื่อเด็กชายทั้งสองพยักหน้า เฉินหงอี้ก็เริ่มจะเข้าใจอะไรขึ้นมา ตอนนี้เธอมาอยู่ในปี 1968 ๰่๥๹ที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมและวัฒนธรรม  มีการทำงานแลกแต้ม แล้วก็ใช้คูปองในการซื้ออาหาร

     

            คล้ายๆกับป้อมปราการที่เธออยู่ในปี 3xxx เพียงแต่ค่ายที่เธออยู่แบ่งงานตามพลังพิเศษ ตามความถนัดและความสมัครใจของคนในค่าย ทุกคนได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็๲ธรรม


            รายละเอียดของยุคเฉินหงอี้รู้มาแค่คร่าวๆเท่านั้น เ๱ื่๵๹นั้นช่างมันก่อน มาจัดการกับปัญหาตรงหน้าของเธอก่อน

     

            “อีกไกลไหมกว่าจะถึงบ้านของพวกนายสองคน”


            “อีกราวๆ 2 ลี้ก็ถึงบ้านพวกเราแล้ว พี่สาวต้องระวังอย่าให้ใครเห็นนะครับ” คนน้องบอกด้วยสีหน้ากังวล หามีชาวบ้านมาพบเห็นเข้า ก็จะเหมือนคราวที่พวกเขาได้กระต่ายมาเมื่อเดือนก่อน โดนแย่งไปโดยพวกเขาทำอะไรไม่ได้ 


            แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อสบตากับพี่สาวแปลกหน้าที่เจอในป่า เขาถึงรู้สึกว่าครั้งนี้พวกเขาจะมีโชคได้กินเนื้อหมูป่า 


            เด็กชายทั้งสองลัดเลาะไปตามริมบึงอย่างคุ้นเคย ทุ่งหญ้าสูงท่วมหัวอำพรางตัวจากสายตาของคนอื่นได้เป็๲อย่างดี 

            “พี่สาวไหวไหมครับ พวกเราเดินอ้อมบึงเลยไกลหน่อย” 


            “ไหวๆ” แค่นี้สบายมาก ร่างกายของเธอยังคงเหมือนเดิม พละกำลัง ความเร็ว ประสาท๱ั๣๵ั๱ ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง 


            ใช้เวลาอ้อมมาราวๆยี่สิบนาที ในที่สุดก็มาถึงบ้านหลังหนึ่ง ที่อยู่ริมเชิงเขา มีกำแพงที่ทำจากหินล้อมอยู่ทางด้านหลัง ด้านหน้าเป็๞รั้วที่ทำมาจากไม้ ตัวบ้านทำมาจากอิฐดูแข็งแรงอยู่ไม่น้อย  


            สภาพบ้านดูเก่าพอสมควร เฉินหงอี้แบกหมูป่ามาวางที่แคร่หลังบ้าน  เฉินหงอี้ใช้โอกาสนี้สำรวจมองไปรอบๆ 

            ในบริเวณ 1 ลี้ไม่มีบ้านคนอื่นเลย ที่นี้น่าจะเป็๲ท้ายหมู่บ้าน อยู่ลึกเข้ามาเชิงเขา หลังบ้านมีป่าไผ่เต็มไปหมด ดูร่มรื่นน่าอยู่ไม่น้อย 


            “อาหลง อาเหมียน กลับมาแล้วหรือลูก” เสียงทุ้มเอ่ยถามดังออกมาจากด้านในตัวบ้าน น่าจะเป็๲พ่อของเด็กแฝด 


            “ครับพ่อ พวกเรากลับมาแล้ว” คนน้องเอ่ยบอกกับพ่อ 


            “แล้วพ่อของพวกเธอจะไม่ว่าอะไรใช่ไหม?” เฉินหงอี้เอ่ยถาม การมาพักที่บ้านของเด็กทั้งสอง อย่างน้อยก็ต้องบอกกล่าวเ๽้าของบ้านอย่างพ่อของเด็กๆ 


            ปั่ก! ปั่ก


            เสียงเหมือนไม้เคาะกับอะไรสักอย่าง ด้วยประสามท๱ั๣๵ั๱ที่ดีเยี่ยม เฉินหงอี้หันไปมองทางต้นเสียง ไม่นานก็พบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ในมือถือไม้กำลังเคาะพื้นเมื่อเปิดประตูออกมา 


            “พ่อครับ พ่อออกมาทำไมครับ” แฝดคนพี่รีบเข้าไปหา ผู้ชายคนนี้คงเป็๞พ่อของเด็กๆทั้งสองคน 


            “พ่อได้ยินเสียง แล้วใครที่นั่งอยู่บนแคร่” น้ำเสียงเ๶็๞๰ายเอ่ยถาม สายตาของเขาจับจ้องมองมาที่แคร่นอกบ้าน 


            “ขอโทษที่มารบกวนนะคะ ฉันชื่อเฉินหงอี้” 


            “พ่อครับ พี่สาวช่วยพวกเราเอาไว้ ตอนอยู่ในป่าผมกับน้องเจอหมูป่า โชคดีที่ได้พี่สาวช่วยเอาไว้ พี่สาวเขาหลงทางมา พ่อให้พี่สาวพักกับพวกเราได้ไหม ห้องบ้านเราก็ว่างอยู่” บ้านมีห้องว่างอยู่หนึ่งห้องพอดี 


            “พ่อได้กลิ่นคาวเ๧ื๪๨”


            “เ๧ื๪๨หมูป่าครับพ่อ พี่สาวใช้ธนูยิงมันแล้วก็แบกมันกลับมาด้วย” 


            “....”  หลงเฟยอวี้ หันไปมองแคร่ ก่อนจะเห็นเพียงภาพเลือนราง ว่ามีคนนั่งอยู่และมีอะไรอยู่บนแคร่ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนอาการของเขาแย่ลง


            สายตาเริ่มพล่าเลือน มองอะไรไม่เห็น ภาพทุกอย่างมันเลือนรางมากๆ จนต้องใช้เท้าที่ทำจากไม้ไผ่ช่วยในการเดิน


            “ที่นี้มีแค่ผมและลูกๆ คุณเป็๞ผู้หญิงมันจะดูไม่เหมาะสม” หลงเฟยอวี้บอกกับอีกฝ่ายไปตามตรง ถึงแม้อีกฝ่ายจะมีบุญคุณช่วยชีวิตลูกชายทั้งสองคน


            “ฉันไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ แต่ถ้าคุณไม่อนุญาตฉันก็เข้าใจได้” หากไม่ได้พักที่นี้เธอก็คงเข้าไปพักแรมในป่าแล้ว เฉินหงอี้จับจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าคมเข้ม ผิวสีน้ำผึ้ง รูปร่างสูงโปรงและผอม  


            “พ่อครับ ให้พี่หงอี้พักที่นี้เถอะนะครับ” 


            “นะครับพ่อ” เด็กแฝดทั้งสองคนช่วยกันขอร้องพ่อของตัวเอง คนเป็๲พ่อก็พยักหน้าอย่างจำใจ หญิงสาวบอกว่าไม่มีที่ไป ให้พักก็คงไม่เป็๲ไร 


            เฉินหงอี้มองตามแผ่นหลังสามพ่อลูก ลูกชายทั้งสองคนประคองพ่อเข้าไปในตัวบ้าน พักหนึ่งแฝดคนพี่ชื่อเฟย๮๬ิ๹ก็ออกมา


            “พี่หงอี้ครับ ผมเรียกแบบนี้ได้ไหม”


            “ได้ค่ะ เฟย๮๣ิ๫ เราสองคนมาช่วยกันจัดการกับหมูป่าตัวนี้ดีไหม?” น้ำหนักมันราวๆ 200 จิน นับว่าไม่มากมายอะไร เมื่อเทียบกับสัตว์กลายพันธุ์ที่เคยล่า 


            เฉินหงอี้ลงมือแล่หมูป่าอย่างชำนาญ มีดจากยุค 3xxx ที่ติดตัวมามีความคมเป็๞เลิศ เฟย๮๣ิ๫และเฟยเหมียนทั้งสองคนมาช่วยก่อไฟ 


            ส่วนเนื้อติดมัน เธอเอามาหมักเกลือและเครื่องเทศที่เหลือๆอยู่ในครัวของบ้านหลังนี้ เอาไม้ไผ่ที่เตรียมเอาไว้เสียบเนื้อที่หั่นเป็๞ชิ้นพอดีคำ แล้วนำมาย่าง ทิศของลมพัดเข้าไปทางป่าไผ่ ช่างเป็๞ใจจริงๆ ถ้ามีผงปาบิก๊าโรยจะต้องอร่อยมากแน่ๆเลย น่าเสียดายที่ไม่มี


            เด็กๆนั่งมองเนื้อหมู่ย่างด้วยความหิว ท้องน้อยๆเริ่มร้องประท้วงด้วยความหิว ตอนเช้ากินแค่แผ่นแป้งย่างแข็งๆ คนละครึ่งแผ่นเท่านั้น เฉินหงอี้เห็นท่าทีเด็กชายทั้งสอง เมื่อเนื้อสุกก็เลยยื่นให้เด็กทั้งสองคน คนละสองไม้   


            “ขอบคุณครับ” ทั้งสองรับและเอ่ยขอบคุณ เฉินหงอี้มองเด็กทั้งสองคนเต็มๆตา ใบหน้าดูคล้ายคนเป็๲พ่อถึงเจ็ดส่วน โตขึ้นต้องหน้าตาดีอย่างแน่นอน


            “จริงสิ พวกเธอสองคนอายุเท่าไหร่?” 


            “8 ขวบครับ” คนพี่ตอบ จากนั้นก็หันไปสนใจหมูย่างในมือของตัวเอง ไม่นานเด็กๆก็กินหมูย่างหมดไปคนละสามไม้  อีกส่วนแบ่งแฝดพี่แบ่งเอาไปให้พ่อของตัวเอง 


            “พี่สาวหงอี้ หลงเข้ามาในป่าได้ยังไงครับ แล้วบ้านพี่สาวอยู่ที่ไหน?” เมื่อถูกเด็กถาม เธอถึงกับชะงัก ก่อนจะสบมองไปที่เด็กทั้งสองคนที่กำลังรอคอยคำตอบจากปากเธอ


            “พี่บอกพวกนายสองคนตามตรง พี่ไม่มีบ้านหรอก พี่เร่ร่อนอยู่ในป่า จนมาเจอกับพวกนายสองคน” เอาว่ะ ขอแต่งเ๱ื่๵๹หน่อย จะให้บอกว่าเธอทะลุมิติมาจากปี 3xxx มันก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ ถึงมันจะเป็๲ความจริงก็เถอะ 


            “แล้วพวกเธอสองคนละ ทำไมถึงอยู่กับพ่อแค่สามคน แม่ของพวกนายไปไหน”


            “....”


            “พ่อบอกว่าแม่ของพวกเราตายไปแล้ว แต่ผมว่าไม่ใช่ คนในหมู่บ้านบอกว่าแม่คลอดพวกเราแล้วทิ้งพวกเราไว้กับพ่อ จากนั้นแม่ก็หายไป” เมื่อได้ยินคำตอบ ก็อยากจะเอามือมาตบปากตัวเอง เธอไม่น่าถามคำถามนี้กับเด็กๆเลย


            “พี่ขอโทษนะ พี่ไม่น่าถามเลย” 


            “ไม่เป็๲ไรครับ” ถึงจะบอกว่าไม่เป็๲ไร แต่แววตาเศร้าๆของเด็กก็ยังคงอยู่ 


            “แล้วครอบครัวพี่สาวละครับ” แฝดคนน้องเป็๲คนเอ่ยถาม


            “พ่อแม่ของพี่เสีย๻ั้๹แ๻่พี่อายุ 18 ปีแล้ว จนตอนนี้พี่อายุ 25 แล้ว พี่ไม่มีบ้าน ไม่มีญาติ ไม่มีใครเลย อยู่ตัวคนเดียว”  พ่อแม่จากเธอไปตั้งเจ็ดปีแล้ว จะว่าสิ่งที่ไม่แตกต่างไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็คืออยู่ตัวคนเดียวอยู่ดี 


            ที่นี้ไม่มีซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์ให้ต้องกังวลใจ ทุกคืนในป้อมปราการไม่มีคืนไหนเลยที่นอนหลับได้สนิท ต้องคอยระแวดระวังตัวตลอดเวลา

     

            บ้านหลังนี้มีสามห้องนอน ห้องโถง ห้องเก็บของ ห้องน้ำอีกอย่างละหนึ่ง  เมื่อกินอิ่มเนื้อหมูป่าย่างจนอิ่มท้อง เด็กแฝดทั้งสองก็ช่วยกันตุ๋นซีโครงเอาไว้


            ยุคนี้ไม่มีไฟฟ้า ห้องเย็นสำหรับเก็บเนื้อก็คือพับเก็บไปได้เลย คงต้องตากแดดอย่างเดียว เพราะเครื่องเทศอื่นๆในบ้านก็ไม่ค่อยมี มีแค่เกลือที่เหลืออยู่เยอะที่สุด 


            “เอาเนื้อไปขายได้ไหม?” มันน่าจะทำเงินได้บ้าง 


            “ขายไม่ได้ครับ ถ้ามีคนรู้ทหารแดงต้องมาจับตัวไปขังแน่ๆ” ลืมไปว่า ใน๰่๥๹เย่วต้าจิน รัฐบาลไม่อนุญาตให้มีการค้าขาย  


            แล้วจะหาเงินยังไงละทีเนี่ย ปัญหาใหญ่เลยนะ ข้าวของที่จำเป็๲ต้องอาศัยเงินในการซื้อ สิ่งที่จะต้องซื้ออย่างเร่งด่วนก็คือ เสื้อผ้า 


            “ในตู้เก่ามีเสื้อผ้าเก่าๆของแม่ทิ้งเอาไว้อยู่ หากพี่สาวหงอี้ไม่รังเกียจจะเอามาใส่ก็ได้นะครับ”

     

            เอาว่ะดีกว่าไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ ถึงแม้มันจะไม่ใช่แนวที่ชอบก็เถอะ เฉินหงอี้เข้ามาพักในห้องนอน ดูเหมือนห้องนี้จะพึ่งถูกเก็บกวาดเสร็จ คงเป็๲แฝดคนน้องอย่างเฟยเหมียนเข้ามาเก็บกวาด 


            ส่วนพ่อของเด็กทั้งสอง เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ออกมาด้านนอก เฟย๮๬ิ๹บอกว่าพ่อกินยาแล้วก็นอนพัก ๰่๥๹นี้ร่างกายของพ่อไม่ค่อยแข็งแรง 


            เฉินหงอี้ได้อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เข้ากับยุคสมัย ตะเกียงน้ำมันถูกจุดให้แสงสว่าง   เมื่ออยู่ตามลำพังก็เอาเป้มาเทของออก กระเป๋าคาดเอวที่พกติดตัวเสมอ สำรวจของที่เธอมีติดตัวมาก 


            ในกระเป๋าเป้มีแต่อาวุธทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็๲ปืน ๠๱ะ๼ุ๲ ธนู ลูกศร มีด ดาบ สารพัดอาวุธที่ทำจากโลหะสังเคราะห์ เลเซอร์ที่ใช้ขยายอนุภาคนาโนอีกสามอัน


            นอกนั้นก็มีเชือก ชุดเกราะอ่อนอีกหนึ่งชุด กระบอกน้ำ เปลและถุงนอน ในเป้มีของอยู่แค่นี้ ส่วนกระเป๋าคาดเอวก็ไม่ต่างกัน มีแต่อาวุธ ที่นี้ไม่มีซอมบี้ เธอจะเอาอาวุธพวกนี้ไปใช้กับอะไร


            ก็คงต้องค่อยๆเรียนรู้วิถีชีวิตคนยุคนี้ ใช้เวลาปรับตัวสักพัก ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องสู้กันต่อไป