เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่านางสบตาแล้ว ก็รีบเดินออกไปจากตรอกตรงนั้น หลินเว่ยเว่ยมองอย่างครุ่นคิด นางควรตามไปดีหรือไม่
รู้มากไปก็มักเป็ภัย แต่นางไม่รู้อันใดเลย
ทุกอย่างมันเหมือนเป็หมอกที่ขวางกั้นนางเอาไว้
ในที่สุดหลินเว่ยเว่ยก็ตัดสินใจได้ “เด็ก ๆ พอดีป้าต้องไปจัดการบางอย่าง พวกเ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน ไม่เกินครึ่งชั่วยามข้าจะรีบกลับมา”
“ป้ารองมีเื่อะไรอีกงั้นรึ ข้านึกว่าวันนี้พวกเราจัดการธุระหมดแล้ว” หลินฮวาถามอย่างสงสัย
“ข้าไม่ได้เข้าเมืองมานานแล้ว ต้องไปทักทายคนรู้จักก่อนน่ะ เด็กดีรอป้าอยู่ตรงนี้นะ ตอนกลับเราจะแวะซื้อเนื้อหมู มื้อเย็นข้าจะทำอาหารเอง” หลินฮวาเป็เด็กขี้สงสัยจึงต้องอธิบายให้มากความในบางครั้ง
“ป้ารองไปเถอะ ข้าจะดูแลน้อง ๆ รอท่าน ระวังตัวด้วย” หลินลี่รู้ว่าหลินเว่ยเว่ยรู้จักผู้คนมากมาย นางจึงเน้นย้ำให้อีกฝ่ายระวังตัวให้มาก ๆ ก็เท่านั้น
หลินซานไม่ใช่เด็กที่ชอบพูด เขาเป็บุรุษผู้เดียวในบ้าน บางครั้งเขาก็สงสัยบางอย่างพอ ๆ กับหลินฮวาพี่สาวคนรองของเขา แต่เขาก็วางท่านิ่งเฉย
แต่คราวนี้เขาอยากจะพูดบางอย่าง เขาไม่อยากไปป้ารองไปในที่ลับตาเลย ทั้งยังตั้งครรภ์อยู่ อย่างน้อยในเหลาอาหาร หรือโรงน้ำชา ก็ยังรู้ได้ว่าอยู่ตรงนั้น
หลินลี่เห็นหลินซานที่มัวแต่เม้มปากแน่น นางจึงตบบ่าอีกฝ่ายไปเป็การปลอบใจ นางรู้ดีว่าน้องชายพยายามมากแค่ไหนที่พยายามเป็ที่พึ่งให้ครอบครัว
หลินซานที่เห็นป้ารองยังไม่ได้ไปจึงเอ่ยปากไป “ไปเถอะ ป้ารอง”
เมื่อเห็นทุกคนไม่พูดอะไรขึ้นมาอีก นางก็เดินไปอีกทาง คนผู้นั้นราวกับรอนางอยู่ เมื่อเห็นนางมาแล้ว ก็รีบเดินตรงไปข้างหน้า
ซอกซอยเริ่มเล็กลงเรื่อย ๆ หลินเว่ยเว่ยค่อนข้างกลัวว่านี่จะเป็กับดัก ถ้าเป็กับดักนางเองก็คงโง่มาก ๆ เดินตามมาง่าย ๆ เดินเข้ามาด้วยตนเองโดยไม่มีใครหลอกล่อ
แต่นางรู้ดีว่าควรทำอย่างไร ถ้ามีสถานการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
คนผู้นั้นยังคงเดินไปเรื่อย ๆ ในที่สุดเขาก็หยุดและเปิดประตูเข้าไปในที่แห่งหนึ่ง ดูแล้วคงเป็ทางเข้าด้านหลัง เพราะว่านางไม่รู้สึกคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวจับครรภ์ตัวเองโดยไม่รู้ตัว อาจเป็สัญชาตญาณเมื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย
ขณะที่กำลังก้าวเข้าไป ก็มีมือโผล่ขึ้นมาและดึงนางเข้าไปในห้องหนึ่ง หลินเว่ยเว่ยที่กำลังใ ยังไม่ทันตั้งตัวนางก็อยู่อีกที่เสียแล้ว
ก่อนเข้ามานางก็ได้กลิ่นกำยานอ่อน ๆ แต่ตอนนี้ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยาน เป็เครื่องหอมที่หาได้เฉพาะหอนางโลม
หลังม่านมีสตรีนางหนึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้น นางสวมอาภรณ์ชมพูเข้ม เหมือนสีของกลีบเหลียนฮวา
คาดว่าน่าจะเป็สตรีวัยกลางคน แต่ไม่อาจเดาอายุของนางได้เพราะนางแต่งหน้าหนาจัดตามฉบับนางโลม
จากมุมมองของหลินเว่ยเว่ย เครื่องประดับบนหัวของนางคงหนักไม่น้อย สตรีฝั่งตรงข้ามคงจะรู้สึกขบขันถ้ารู้ว่าการแสดงถึงความมั่งคั่งของนางถูกมองว่าหนักหัว
“น้องสาว ข้าไม่มีเวลามานั่งจ้องตากับเ้าทั้งวันนะ รีบพูดธุระของเ้ามาเสีย” สตรีในชุดสีชมพูเป็คนกล่าวขึ้นมาก่อน
หญิงสาวรู้สึกแปลกใจ นางจึงถามสิ่งที่สงสัยไป “ไม่ใช่ว่าท่านเป็คนเรียกข้ามาไม่ใช่รึ”
“เ้าเป็คนส่งจดหมายมาหาข้าเอง ่นี้มีคนเพ่นพ่านบ่อย ข้าจึงให้เด็กของข้าไปรอรับเ้า ไม่คิดว่าเ้าทำเกินไปหน่อยรึ ตั้งสองเดือนที่ข้าต้องรอเ้า” เมื่อพูดถึงเื่ที่นางต้องรออีกฝ่ายถึงสองเดือน นางก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
หลินเว่ยเว่ยไม่ได้ถามสิ่งที่สงสัยไป สองเดือนที่แล้วงั้นเหรอ นางยังไม่ได้เขียนจดหมายไปหาใครแม้แต่น้อย แต่ถ้าเป็ก่อนหน้านั้นล่ะ
หรือจะเป็หลินเว่ยเว่ยคนเก่า
“ข้าสุขภาพไม่ค่อยจะดี ข้าอภัยที่ให้รอนาน” หลินเว่ยเว่ยพูดตามน้ำไป
“เหอะ เ้าไม่เคยพูดดีกับข้าเลยสักครั้ง ถ้าอาเหลียงไม่ตายไป หรือเ้าไม่ได้ถูกบังคับแต่งเข้าบ้านหลวนคงไม่คิดติดต่อกับข้าด้วยซ้ำไป” น้ำเสียงของนางดูกราดเกรี้ยว แต่กลับฟังแล้วไม่ได้รู้สึกว่านางกำลังโมโห
หลินเว่ยเว่ยเงียบไป นางกำลังพินิจดูว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คืออะไร ความทรงจำไม่ได้บอกอะไร ถ้าเป็อย่างสตรีตรงหน้าพูด หลินเว่ยเว่ยติดต่อกับอีกฝ่ายหลังแต่งเข้าบ้านหลวน ความทรงจำตอนนั้นนางจำไม่ค่อยได้อยู่แล้ว
“เว่ยเว่ย หลานไม่คิดจะถามไถ่ท่านป้าบ้างเลยรึ ดูแล้วเ้ากำลังเผชิญปัญหาใหญ่อยู่นะ” หญิงสาวไม่ได้พูดตอบออกไป
“เหอะ เ้ายังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน มาขอความช่วยเหลือจากข้า แต่กลับไม่เหมือนคนมาขอความช่วยเหลือ ผู้ใดจะนับถือแม่เล้าอย่างข้าในฐานะป้าได้” เมื่อได้ฟัง ใบหน้าของหญิงสาวเงียบเฉยราวกับดวงิญญา
สตรีผู้ที่เรียกตัวเองว่าแม่เล้ากำลังมองหญิงสาวตรงข้ามอย่างขบขัน หญิงสาวที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ และทะนงตัวว่าตนสูงส่ง มักไม่พอใจเวลาเอ่ยถึงสถานะของทั้งคู่
แต่คราวนี้นางกลับไม่พูดจาอะไร
หลินเว่ยเว่ยไม่ได้เชื่อทั้งหมด บางทีอาจจะเป็หนึ่งในคนรู้จักของตาเฒ่าหลินที่นับถือกันเหมือนญาติพี่น้องก็ได้
นางมาถึงที่นี่ย่อมไม่ออกไปมือเปล่า จึงโยนหินถามทางไป “แล้วท่านจะช่วยข้าหรือไม่”
“ดูแล้ว เ้าคงไม่จำเป็ต้องกินยาห้ามตั้งครรภ์อีกแล้ว ข้าว่าเ้าคลอดเด็กคนนี้ออกมาดีกว่า ถ้าทำไปแล้วอาจไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก ตำแหน่งที่เ้าหวังไว้คงเป็ไปได้ยาก” สตรีนางนี้พูดอย่างสบาย แต่หลินเว่ยเว่ยกลับหน้าซีดเผือด
“ข้าไม่ได้….”
“ข้าดูแลนางโลมมามากกว่าสามสิบปี แค่ดูเอวก็รู้แล้วว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่” หลินเว่ยเว่ยอยากจะโต้กลับว่านางแค่อ้วนขึ้น แต่ก็พูดอะไรไม่ออก บางทีนางควรหัดที่จะเรียนรู้จะใช้ประโยชน์จากผู้อื่น
นางตอบไปตรง ๆ “อย่างที่ท่านเห็น”
“ถ้าเป็สตรีข้าจะรับเลี้ยงไว้เอง แต่ถ้าเป็บุรุษข้าจะไปฝากอารามนอกเมืองเลี้ยง”
หลินเว่ยเว่ยไม่ได้ตอบสตรีตรงหน้า นางแอบคิดถึงเนื้อเื่ ถ้าจดหมายเป็ของหลินเว่ยเว่ยคนเก่า นาง้าให้แม่เล้าผู้นี้ช่วยเื่อะไร จัดการเด็กคนนี้ หรือให้สตรีผู้นี้รับเลี้ยงเด็ก แต่คงไม่ใช่ข้อหลัง หลังจากเริ่มเื่ ป้ารองได้แต่นอนซมจนลุกไม่ไหว ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกนางก็พอไปไหนมาไหนได้ แม้จะเหนื่อยมาก ๆ ก็ตาม
บางทีหลินเว่ยเว่ยอาจล้มป่วยเพราะเหตุนี้ หญิงสาวยกมือขึ้นมาลูบหน้าท้องทันที
นางไม่ได้กล่าวโทษหลินเว่ยเว่ยคนเก่า เพียงแต่ใจหายเท่านั้น อย่างน้อยเขาก็อยู่กับนางตั้ง 2 เดือน แม้จะยังไม่ได้ผูกพันมากแต่ก็รู้สึกถึงเด็กที่กำลังเติบโตในท้อง
หลินเว่ยเว่ยไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนนาง หลินเว่ยเว่ยคนนั้นไม่ได้มีหลานคอยช่วยเหลือเหมือนนาง และนางยัง้าแต่งเข้าไปในจวนของโม่เฉียน
การเก็บเด็กคนนี้ไว้ไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรกับหลินเว่ยเว่ยคนเก่าแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไปนาน สตรีวัยกลางวัยคนจึงเอ่ยขึ้น “ไม่ต้องห่วง ข้าจะเลี้ยงเขาเหมือนลูกแท้ ๆ และจะไม่บอกเื่เ้ากับเขาแน่นอน”
หลินเว่ยเว่ยคิดว่าการเงียบ ไม่สามารถใช้ได้กับคนตรงหน้า อาจจะเป็เพราะนิสัยของหลินเว่ยเว่ยคนเก่า การยอมรับว่าตนกำลังจะทำเื่บางอย่างลงไปไม่ใช่เื่ง่าย นางจึงเงียบแทนการพูดความ้าออกมา
“ไม่ดีกว่า ข้าจะเลี้ยงเขาเอง ขอบคุณสำหรับน้ำใจของท่าน” หลินเว่ยเว่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“ถ้าเ้าว่าเช่นนั้น ข้าพูดอันใดอีกไม่ได้” อีกฝ่ายพยักหน้ายอมรับ
“แล้วเหตุใดเ้าถึงอยากมาหาข้าล่ะ ในเมื่อไม่ได้ให้ข้าช่วยจัดการเื่นั้น”
หญิงสาวแอบจับหยิกเนื้อตัวเองใต้กระโปรง ในเมื่อนางปฏิเสธเื่นั้นอย่างหนักแน่น ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย แล้วนางจะตอบสตรีตรงหน้าว่าอะไรล่ะ
หลินเว่ยเว่ยจึงใช้วิธีของหลินลี่ นั่นก็คือ “ข้ามีของมาเสนอขายให้ท่านน่ะ”
หลินเว่ยเว่ยอยากจะกัดลิ้นตัวเอง นางไม่ได้มีหัวการค้าแบบหลินลี่ ค้าขายอะไรกัน นางไม่เคยทำมาก่อน แม้กระทั่งตอนที่เอ่ยปากออกไป นางก็นึกไม่ถึงด้วยซ้ำว่าจะเสนอขายอะไร
สตรีวัยกลางคนเผลอกิริยาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “เ้าจะเสนออันใด”
“สูตรอาหาร!!”
หลินเว่ยเว่ยเดินตามคนผู้นั้นออกมายังซอกซอยเดิม เหมือนว่านางไปทำธุระอีกย่าน ไม่ใช่ย่านหอโคมเขียว
หญิงสาวนึกขำในใจ ดูเหมือนว่านางจะสลับบทบาทกับหลินลี่ แต่มันไม่ใช่ทางของนาง นางพูดกล่อมสตรีผู้นั่นไปว่า การมีอาหารที่หากินได้เฉพาะหอเยว่เฉียนจื่อ คงดึงดูดคนได้แน่ แต่อีกฝ่ายก็ได้แต่อมยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร น่าอายที่สุด