"เธอบอกว่าเหตุผลที่ยัยเทพธิดานั่นอัญเชิญผู้กล้ามาก็เพื่อที่จะใช้ให้ปราบจอมมารใช่ไหมรีฟาร์"
"ใช่ค่ะท่านเซย์จิ แต่ตัวฉันก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเื่นั้นเท่าไหร่ ว่าจอมมารอยู่ที่ไหนหรือต้องปราบยังไง ถ้าอย่างรู้จริงๆ คงต้องแอบไปสืบจากคนที่เกี่ยวข้อง แต่ก็คงจะยากอยู่ดี" ในระหว่างที่เราเดินเท้าไปยังหมู่บ้านทางชานเมืองที่เป็พื้นที่เกษตรกรรมนั้น เราก็พูดคุยเื่ต่างๆ กันไปด้วย และก็ดูเหมือนว่าคำถามนั้นจะทำให้เธอคิดหนักไม่ใช่น้อย เพราะรีฟาร์นั้นเอาแต่เดินหลับตาคิดจนคิ้วขมวดตลอดทางเลย
"อ่อ!!! อันที่จริงก็พอจะมีคนที่ให้คำตอบเราได้อยู่นะคะ"
"ใครเหรอ?"
"ผู้กล้าคนอื่นค่ะ"
"มีผู้กล้าคนอื่นที่ถูกอัญเชิญมาก่อนฉันอีกเหรอ" นั่นเป็ข้อมูลใหม่ที่ผมพึ่งรู้จากเธอเลย
"ท่านเซย์จิเป็ผู้กล้าคนที่สี่ที่ถูกอัญเชิญมาค่ะ อันที่จริงรอบนี้ต้องเป็คิวของผู้กล้าแห่งอัคคี แต่พอกลายเป็ท่านเซย์จิ พิธีอัญเชิญก็เลยต้องรอไปอีกหลายเดือนเลยเ้าค่ะ"
"อ่อ แบบนั้นเองสินะ มิน่ายัยเทพธิดานั่นถึงได้หัวเสียนัก" "ว่าแต่ผู้กล้าที่ถูกอัญเชิญมามีใครบ้างล่ะ"
"เท่าที่ฉันเคยเห็นตัวจริงๆ มีแค่ผู้กล้าวารีคมหอกแห่งสายน้ำเพียงคนเดียวค่ะ ส่วนผู้กล้าแห่งปฐี แล้วก็ผู้กล้าแห่งวายุฉันไม่เคยเจอมาก่อนเลย"
"คมหอกแห่งสายน้ำ แค่ฟังฉายาก็รับรู้ถึงความเก่ง"
"ถึงแล้วค่ะท่านเซย์จิ หมู่บ้านทานตะวัน"
ตามที่รีฟาร์บอก หมู่บ้านทานตะวันนั้น เป็หมู่บ้านที่จัดได้ว่าชนบทเป็อย่างมาก และก็เป็หมู่บ้านเพียงแห่งเดียวของอาณาจักรนี้ที่ทำการเกษตรแบบเต็มตัวอีกด้วย ทำให้ไม่ค่อยมีนักผจญภัยอาศัยอยู่กันเท่าไหร่ แถมผู้คนส่วนใหญ่ยังเป็ชาวบ้านที่มีอายุอีกด้วย เวลาที่มอนสเตอร์เข้าโจมตีก็เลยมักจะขอความช่วยเหลือไปยังกิลด์นักผจญภัยอยู่เสมอๆ แต่เอาเข้าจริงๆ มอนสเตอร์ที่มาโจมตีก็มีแค่มอนสเตอร์เลเวลต่ำๆ อย่างเช่นสไลม์ที่ชอบกินผลผลิตทางการเกษตรเท่านั้น เลยไม่ค่อยมีนักผจญภัยสนใจเท่าไหร่นัก
"พอเห็นทุ่งข้าวสีเขียวแบบนี้มันก็สงบใจดีจริงๆ เลยนะ" "ว่าแต่ทำไมเธอถึงให้ฉันมาปราบมอนสเตอร์เหรอ ไหนบอกว่าฉันไม่สามารถเพิ่มเลเวลด้วยการล่ามอนสเตอร์ไง"
"ก็เพราะว่าท่านเซย์จิอยากเป็นักผจญภัยไงละคะ"
"///" คำตอบนั้นของเธอมันทำเอาหัวใจผมเต้นแรงขึ้นมาเลย ใช่แล้วผมอยากเป็นักผจญภัยจริงๆ ตอนที่ไปลงทะเบียนนักผจญภัยเนี่ย ดีใจจนเนื้อเต้นเลย
"และอีกอย่างต่อจากนี้ท่านเซย์จิจะต้องพบเจอการต่อสู้อีกเยอะ เพราะในนิมิตที่ฉันเห็นท่าเซย์จิคือคนที่ปราบจอมมารค่ะ ท่านเซย์จิเลยจำเป็ต้องฝึกฝนให้คุ้นชินกับการต่อสู้เพื่อวันนั้นเ้าค่ะ"
.
.
'ผมคือผู้กล้า ผมคือคนที่ถูกลิขิตให้มาปราบจอมมาร' นั่นคือประโยคที่ดังก้องอยู่ในหัวผม
ความรู้สึกถึงพลังเวทย์ที่แผ่ขยายออกมาจากแกนกลางลำตัว มันถูกส่งไปยังกล้ามเนื้อแขนขาทุกมัด จนปะทุออกมาเป็ประกายสายฟ้าไปทั่วทั้งร่าง จากนั้นก็รวบรวมพลังเวทย์ที่ส่งตรงมายังฝ่ามือทั้งสองข้างลงไปหาใบดาบที่กำลังจับอยู่จนมั่น ก่อนที่จะปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงและรวดเร็วเยี่ยงสายฟ้าที่ผ่าลงมาออกไป พลั่บ!!!! พุ่งเป็เส้นตรงไปยังเป้าหมายภายในพริบตา
"เพลงดาบสายฟ้าฟาด" "ย๊า!!!!!"
เพลงดาบสายฟ้าฟาดนั้น คือผสมผสานการเคลื่อนที่และการโจมตีชั่วพริบตาเข้าไปด้วย หลังจากที่ะเิพลังเวทย์ออกไป ผมก็เคลื่อนที่จากจุดที่อยู่ไปยังสไลม์ที่ะโลอยอยู่กลางอากาศในชั่วพริบตา สวบ!!!! ก่อนที่จะตวัดคมดาบประกายสายฟ้าฟาดเข้าไปที่กลางลำตัวก้อนกลมๆ สีน้ำเงินของมัน จนตัวของมันขาดออกจากกัน แล้วสลายหายไปอย่างที่มันไม่รู้สึกตัว เหลือเพียงแค่ก้อนคริสตัลสีม่วงอันเป็แก่นพลังชีวิตของมันที่ตกลงมาที่พื้น
"สุดยอดไปเลยท่านเซย์จิ!!!" เอาจริงๆ พอถูกยัยนั่นะโเชียร์จากตรงนั้นก็เขินเหมือนกันนะ แค่จัดการสไลม์เลเวล 2 ได้เอง ไม่เห็นต้องเชียร์เสียงดังขนาดนั้นเลย
"หนุ่มสาวนี่มันดีจังเลยนะ" ทำเอาคุณตาที่เกี่ยวข้าวอยู่ใกล้ๆ พูดแซวออกมาเลย
"ต่อไปลองแบบไม่ใช้พลังเวทย์ดูแล้วกัน"
หมับ!!! หลังจากที่คิดได้แบบนั้นก็กระชับปลายนิ้วกำดาบให้มั่น แล้วกำหนดลมหายใจให้นิ่งจนเป็หนึ่งเดียวกับดาบ เพื่อโจมตีได้อย่างว่องไวและเฉียบคมที่สุด อันเป็หลักพื้นฐานสำคัญของเคนโด้ พลั่บ!! ผมได้ขยับตัววิ่งตรงไปข้างหน้า ยังสไลม์สามตัวที่เกาะกลุ่มกันอยู่ จากนั้นก็ง้างคมดาบฟาดฟันเข้าไปที่พวกมันทั้งสามตัว
"!!!!" และก็ดูเหมือนว่าพวกมันจะรู้สึกตัว เพราะพากันะโหลบผมในทันที แต่ก็ไม่ทันเสียวแล้ว เพราะคมดาบที่ถูกกวัดแกว่งออกไปนั้น รวมเร็วกว่าการเคลื่อนไหวของพวกมันเป็อย่างมาก สวบ!!!! ซึ่งคมดาบของผมก็จัดการพวกมันได้อย่างง่ายดายภายในการโจมตีเดียว
"สุดยอด........" ทำเอารีฟาร์ที่เห็นแบบนั้นอ้าปากค้าง แต่ผมก็ไม่ได้ดีใจเท่าไหร่นัก เพราะพวกนี้มันก็แค่สไลม์ แถมยังเลเวลน้อยกว่าผมด้วย จากนั้นผมก็จัดการพวกมันไปอีกหลายตัว แต่ด้วยความที่มันมือเป็อย่างมาก ก็เลยไล่ฆ่าพวกมันซะหมดทุ่ง เก็บแก่นพลังชีวิตของพวกมันมาซะเต็มถุงผ้า
"นะ....นี่เป็แก่นพลังชีวิตของสไลม์ทั้งหมดเลยหรอคะ ยะ..เยอะตั้งขนาดนี้"
"???" ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเอาภารกิจกลับมาส่งที่กิลด์ แล้วก็เอาแก่นพลังชีวิตพวกนี้มาแลกเป็เงิน สาวหูกระต่ายคนนั้นก็ทำหน้าตาประหลาดใจขึ้นมาเหมือนกับรีฟาร์ในตอนที่ผมล่าสไลม์ขึ้นมา มันก็เลยทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่านี่มันแปลกยังไง
"ทำไมเหรอครับ" ผมก็เลยถามสาวหูกระต่ายคนนั้นออกไป
"สไลม์ถึงจะเป็มอนสเตอร์ที่อ่อนแอ แต่ก็รวดเร็วมาก อย่างน้อยๆ ความเร็วของมันก็มากกว่ายี่สิบหน่วย ถ้าเทียบกับเลเวลของมันถือว่าสูงมาก เพราะแบบนั้นเลยไม่ค่อยมีใครอยากที่จะล่ามันเท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้าเทียบกับสเตตัสความเร็วของคุณเซย์จิก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่จะจัดการมันได้อย่างไม่เป็ปัญหาอะไร แต่ก็ไม่คิดว่าจะจัดการมันได้เยอะขนาดนี้ ว่าแต่คุณเซย์จิเป็นักดาบเวทย์จริงเหรอคะ ทำไมค่าสเตตัสความเร็วถึงได้เยอะนัก ต่างกับคนอื่นเลยที่จะออกไปทางสมดุลซะมากกว่า" ในตอนที่เธอพูดถึงค่าสเตตัสเธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมด้วย เหมือนว่าสเตตัสจะเป็สิ่งสำคัญที่ไม่ควรให้ใครรู้
"เอ่อ...คงเป็เพราะผมชอบวิ่งละมั้งครับ ฮ่า ฮ่า" จะตอบยังไงดีละ เพราะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คงเป็เพราะวิ่งนี่แหละ ตอนอยู่โลกเดิมผมก็วิ่งแทบทุกวัน โดยเฉพาะั้แ่ย้ายไปอยู่ที่ญี่ปุ่น เพราะเป็การออกกำลังกายไม่กี่อย่างที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้เงิน ถ้าไม่นับการบอดี้เวท
"สิบเหรียญทองแดงนี่มันเยอะไหมนะรีฟาร์"
"ก็เยอะอยู่นะคะ ถ้าเทียบกับราคาอาหารที่อยู่ราวๆ 1-2 สองเหรียญทองต่อจาน"
"จริงเหรอ งั้นเย็นนี้ฉันเลี้ยงข้าวเธอเอง"
"จริงเหรอคะ ท่านเซย์จินี่น่ารักที่สุดเลย" อีกฝ่ายไม่ตอบเปล่า แต่เข้ามากอดแขนผมเอาไว้ด้วย ทำเอานมเต้าใหญ่ๆ ของเธอมาแนบชิดกับแขนผมอีกแล้ว "แต่เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกันนะคะ วันนี้เรากลับไปกินข้าวเย็นที่บ้านดีกว่า"
"เลี้ยงข้าวเย็นเหรอ ใจดีจังเลยนะ ถ้าอย่างนั้นมาเลี้ยงพวกฉันด้วยสิ ส่วนยัยแม่ชีนมใหญ่นั่นเดี๋ยวพวกฉันเอาไปเลี้ยงต่อให้เอง จะเลี้ยงให้แบบคลั่กๆ เต็มรูเลย"
"....." แต่ทว่าในตอนที่ผมกำลังเดินคุยเล่นกับรีฟาร์อยู่นั้น ก็มีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมา ก่อนที่เ้าของเสียงนั้นจะะโลงมาจากต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ข้างทาง เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่กำยำของเขา ที่ถือดาบเล่มั์ไว้ในมือ พร้อมกับพวกอีกสองคนที่ะโตามลงมาด้วย
หมับ!!! ผมที่เห็นแบบนั้นก็คว้าแขนของรีฟาร์มาไว้ข้างหลังทันที พลางขยับมืออีกข้างชักดาบออกมา เท่าที่กวาดสายตาดูอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างชายร่างสูงใหญ่นั้น มีอาวุธเป็มีดสั้นทั้งคู่ คนหนึ่งหยิบออกมาแล้ว ส่วนอีกคนยังเสียบอยู่ที่เอว และถ้าจำไม่ผิดก็เป็เ้าสามคนนี้นี่แหละที่จ้องผมตาเขม็งั้แ่เดินเข้าไปลงทะเบียนเป็นักผจญภัยที่กิลด์
"พวกแก้าอะไร"
"พูดไปขนาดนั้นยังไม่เข้าใจอีกหรอ ก็ของมีค่าของแกแล้วก็ยัยแม่ชีนมใหญ่นั่นไง"
"ท่านเซย์จิ.........." ในตอนที่มันกำลังพูดอยู่นั้น รีฟาร์ที่อยู่ข้างหลังก็กระซิบที่ข้างหูผมด้วยเสียงอันแ่เบา
ผมที่ได้ฟังแบบนั้นก็รวบรวมพลังเวทย์ไว้ที่เท้าทั้งสองข้าง พลั่บ!!!! ก่อนที่จะพุ่งตรงเข้าไปหาพวกมัน 'จัดการคนทางซ้ายก่อนเลยนะคะ ฉันจะใช้เวทย์ลมดึงมันเข้ามาให้' นั่นคือสิ่งที่เธอพูดกับผม ซึ่งมันก็เป็อย่างนั้นจริงๆ ในจังหวะที่ผมพุ่งตัวเข้าไป คนทางซ้ายหรือเ้ามีดสั้นที่ยังไม่ชักมีดออกมาจากเอวก็ลอยเข้ามาหาผม เพราะแบบนั้น หมับ!!!
"ดาบตัดสายฟ้า!!!!" ผมก็เลยจัดการโจมตีมันตามที่เธอบอก พลั่บ!!!!!
ในสายตาของเ้าสามคนนั้นที่ดูแล้วไม่น่าจะมีความเร็วเท่ากับผม คงเห็นเป็ภาพช้าๆ ของเพื่อนตัวเองที่ลอยออกมาช้างหน้า ซึ่งมันร่างของเพื่อนมันก็จะบังสายตาของเ้าสองคนนั้นพอดี ทำให้ไม่เห็นตัวผมที่ปล่อยการโจมตีออกไป ส่วนเ้าคนที่ลอยเข้ามานั้นก็อยู่ใกล้กับผมมากเกินไป แถมยังไม่ได้ชักอาวุธออกมาอีกด้วย มันก็เลยไม่มีทางที่จะหลบหรือรับการโจมตีนั้นได้ คลื่นดาบสายฟ้าก็เลยฟาดเข้าไปที่กลางลำตัวมันอย่างจัง ก่อนที่จะกระเด็นถอยกลับไปหาอีกสองคนที่อยู่ข้างหลัง
"อั่ก!!!!!"
ตับ!!!!!!! แต่ทว่าเ้าดาบั์นั่นก็หยิบดาบเล่มใหญ่ของตัวเองออกมากันเอาไว้ได้ทัน ทั้งตัวมันและพวกอีกหนึ่งคนที่เหลือก็เลยไม่ได้รับผลจากการโจมตีนั้น
"นึกว่าจะเป็ไอ้ไก่อ่อนเสียอีก ก็พอมีฝีมือนี่หว่า"
"ดูเหมือนว่าเ้าพวกนั้นจะเป็โจรที่คอยดักปล้นนักผจญภัยมือใหม่เ้าค่ะท่านเซย์จิ"
"เสียงเพราะจริงๆ เลยคุณแม่ชีสาว อยากรู้จริงๆ เลยว่าตอนครางเสียงจะเพราะแบบนี้ไหม"
"......." คำพูดของไอ้ดาบั์นั่นมันทำเอาผมไม่สบอารมณ์เป็อย่างมาก "ฉันไม่ถูกชะตากับแกสุดๆ เลยว่ะ ไอ้เวร" หมับ!!!!
"ถ้างั้นก็เข้ามา........" พลั่บ!!!!! "....สิวะ" ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบผมก็พุ่งตรงเข้าไปอยู่ข้างตัวตามที่มันร้องขอ สวบ!!!!! จากนั้นผมที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศก็ตวัดคมดาบฟาดฟันลงไปแสกหน้ามัน เคล้ง!!!!!! แต่ทว่ามันก็ยกดาบเล่มใหญ่ขึ้นมากันเอาไว้ได้ทัน
"ย๊า!!!!" "ก็มาสิวะไอ้ไก่อ่อน!!!!" มันที่รับคมดาบของผมเอาไว้ได้นั้น ก็ง้างหมัดต่อยมาที่ผมอย่างเต็มแรง สวบ!!!!!!
และด้วยความที่ตัวผมลอยค้างอยู่กลางอากาศ ก็เลยขยับตัวหลบไม่ได้เลย พลั่บ!!!! เพราะแบบนั้นจึงต้องพลิกตัวขึ้นไปเหยียบบนใบดาบของมันแล้วใช้ดาบเล่มใหญ่นั้นเป็ฐานเหยียบในการะโพุ่งตัวขึ้นไปกลางอากาศเพื่อหลบหมัดที่มันต่อยมาอย่างเต็มแรงนั้น จนผมขึ้นไปอยู่เหนือหัวของพวกมันทั้งสองคน สวบ!!!! ซึ่งในจังหวะที่ผมลอยอยู่กลางอากาศนั้น มีดสั้นเล่มเล็กของไอ้คนที่ตัวเล็กกว่าก็ถูกขว้างขึ้นมา เฉียดหน้าผมไปด้วยความเร็วสูง
"ชิ ไม่โดน"
"ดาบสายฟ้าฟาด!!!!!" และในขณะที่ลอยค้างอยู่ข้างบนนั้น ผมก็ได้รวบรวมพลังเวทย์อีกครั้ง ก่อนที่จะปลดปล่อยมันออก พลั่บ!!!! ด้วยการะเิประจุสายฟ้าที่เท้าทั้งสองข้าง จนเกิดเป็แรงส่งอันมหาศาล ที่ผมเอาตัวผมพุ่งลงไปหาเ้าดาบั์นั่นด้วยความเร็วสูง ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงไปยังพื้นดิน
"ย๊า!!!" ส่วนเ้าดาบั์ก็ยกดาบขึ้นมารับการโจมตีของผมไว้ เพล้ง!!!! เพียงแต่ว่าดาบเล่มใหญ่ๆ ของมันไม่สามารถป้องกันการโจมตีของผมได้ และด้วยความรุนแรงของคมดาบที่พุ่งลงไปราวกับฟ้าผ่า ดาบเล่มใหญ่นั้นก็หักครึ่งในทันที พร้อมกับเ้าของมันที่หมดสภาพการต่อสู้ตามไป
"ปะ...ปล่อยผมไปเถอะครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว" พรรคพวกของมันคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ เห็นว่าลูกพี่ตัวเองหมดสภาพไปแล้ว ก็ขาอ่อนทรุดลงไปที่พื้นร้องขอชีวิตผมในทันที แต่คงไม่ได้หรอก
"ดาบตัดสายฟ้า" พลั่บ!!!! สวบ!!!! และด้วยการโจมตีนั้นร่างของมันก็กระเด็นไกลไปหลายเมตร
"ท่านเซย์จิ!!!" พลั่บ!!!! จากนั้นรีฟาร์ก็พุ่งเข้ามากอดผมไว้แน่น จนััได้ถึงนมใหญ่ๆ ของเธออย่างชัดเจน "ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้ เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะจัดชุดใหญ่ให้เลย"
แล้วไหงมันถึงไปจบลงที่ตรงนั้นได้เนี่ยยยยยยยยย
#ผู้กล้าขยี้สวาท