หลังจากคืนนั้น
เหมือนจะเข้าสู่ห้วงนิทราแต่ความรู้สึกเธอราวกับโดนผีอำทั้งความรู้สึกที่เหมือนมีคนมาทาบทับร่างกาย และััจากลมหายใจอุ่นร้อนที่ยังคงคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง
ทว่าความเสียดเสียวที่จุดเชื่อมต่อเริ่มแผ่ซ่านกระตุกปลุกเธอขึ้นมาจากห้วงนิทราอีกครั้ง ดวงตากลมปรือค่อยๆ ปรับโฟกัสจนเห็นภาพตรงหน้าชัดเจน
ใบหน้าหล่อเหลากำลังก้มซุกไซ้ดูดดึงที่ยอดถันสีหวานอย่างหิวกระหายในขณะที่สะโพกแกร่งของเขายังคงเดินเครื่องทำงานอย่างต่อเนื่องราวกับคนไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย...
“อื้อ...คุณฌอน…”
แม้จะส่งเสียงประท้วงคนเอาแต่ใจแต่ความหฤหรรษ์ที่เขากำลังปรนเปรอให้ กลับทำให้เธอต้องเหยียดกายแอ่นรับตามสัญชาตญาณความ้าที่ถูกจุดให้ติดไฟขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ความเร่าร้อนจากคน้าถูกส่งผ่านแรงกระแทกกระทั้นอย่างต่อเนื่องสมองของปารีณาเริ่มขาวโพลนรู้สึกราวกับตัวเองกำลังจะถูกส่งขึ้นไปแตะขอบ์อีกรอบ
“อื้อ...”
ความแหลมซ่านแผ่กระจายไปทั่วทุกอณูจนเธอต้องจิกขยุ้มหมอนหนุนแน่นเพื่อระบายความเสียวรัญจวนใจ
ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองก่อนจะยกยิ้มอย่างผู้ชนะที่พอใจในผลงาน เขารับรู้ได้จากแรงตอดรัดว่าเธอถึงปลายฝันไปอีกรอบแล้ว
ทว่าสายตาคมที่จ้องมองมานั้นกลับยังคงมีเปลวไฟแห่งความปรารถนาลุกโชนอยู่ไม่ได้มอดดับลงเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าคืนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
“งะ… ง่วงนอนแล้วค่ะ”
จำต้องเอ่ยปากบอกออกไปเสียงสั่นเพราะความเขินอายเริ่มตีตื้นจนใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อคน้ายังคงจ้องมองใบหน้าเธออย่างไม่วางตา
“ก็นอนสิครับ”ถึงแม้ปากจะบอกให้เธอนอน
แต่การกระทำของเขากลับสวนทางอย่างสิ้นเชิงสะโพกแกร่งยังคงเสือกเสยตอกตรึงเข้าหาจุดเชื่อมต่อ เป็จังหวะหนักหน่วงสม่ำเสมอ...
แล้วแบบนี้จะให้เธอหลับตาลงได้ยังไงกัน!
“มะ...ไม่ดูพลุแล้วเหรอคะ?” เธอถามตะกุกตะกักหวังหยิบยกเื่อื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจ
แต่เสียงระบายหัวเราะเบาๆในลำคอของชายหนุ่มดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มพร่างพรายเปี่ยมเสน่ห์ที่ทำเอาคนมองตาพร่าก่อนเขาจะก้มลงกระซิบแ่ชิดใบหูที่แดงซ่าน
“อยากดู...ดาว ...มากกว่า” คำพูดที่เน้นย้ำชื่อของเธออย่างจงใจทำเอาปารีณาใจสั่นสะท้านและไม่ปล่อยให้เธอได้โต้แย้งใดๆ ฌอนจัดการพลิกกายเธอให้นอนคว่ำ มือหนาจับเรียวขาแยกออกจากกันก่อนจะส่งตัวตนที่ยังคงแข็งขึง ทะลวงกลับเข้าไปจากทางด้านหลังอีกครั้งในรวดเดียว!
“อื้อ...”ปารีณารู้สึกถึงความวูบโหวงไปทั่วท้องน้อย ยามที่เขาถอดถอนและเติมเต็มเข้ามาจนสุดลึก
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับ ตับ ตับ สอดประสานไปทั่วห้องพัก มือบางขยำผ้าปูที่นอนจนยับย่นเพื่อระบายความเสียวซ่านรัญจวนใจที่ยากจะต้านทาน
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เธอไม่อาจรู้ได้รู้เพียงว่าตัวเองถูกส่งไปถึงปลายฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบสิ้นแรง
ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไปเอาเรี่ยวแรงมหาศาลมาจากไหนถึงได้เดินเครื่องส่งความวาบหวามผ่านจุดเชื่อมต่อไม่ยอมหยุดหย่อน ราวกับหมาป่าที่อดอยากมาแสนนาน
สะโพกแกร่งยังคงถอดถอนและเต็มเติมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนการกระแทกสุดลำครั้งสุดท้ายมาถึง พร้อมเสียงครางต่ำอย่างพึงใจของชายหนุ่มที่ดังกังวานชิดแผ่นหลังบาง
ก่อนที่เขาจะถอนกายออกแล้วทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจเคียงข้างเธอด้วยความอิ่มเอมใจ
ความเหนื่อยล้าทำให้เธอผล็อยหลับในทันทีแต่ก่อนจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา เธอคลับคล้ายคลับคลาจะได้ยินเสียงทุ้มแว่วรินรดอยู่ข้างหู...
“เสียดาย...ถุงผมหมดแล้ว”
แววตาคมกริบยังคงทอดมองหญิงสาวที่หลับใหลไม่ได้สติอยู่ข้างกายด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
ความสนุกชั่ววูบที่เกิดขึ้น...เขาแทบไม่เชื่อตัวเองเลยว่าจะขาดความยับยั้งชั่งใจได้มากถึงขนาดนี้
เพียงแค่ได้เชยชมเรือนร่างนวลเนียนและใบหน้าสวยจิ้มลิ้มที่ดูไร้เดียงสาแต่น่าหลงใหลของเธอ...
มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างให้เขาอยากกลืนกินเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถุงยางอนามัยที่พกติดกระเป๋าสตางค์มานานถึงสามชิ้น ถูกแกะใช้จนหมดเกลี้ยงลงในคืนเดียวซึ่งเป็สถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน
แม้ใจจริงยังอยากจะกินเธอต่ออีกก็ตามแอบเสียดายเหมือนกันที่ถุงยางหมดเสียก่อน...
เขาไม่ใช่คนมักง่ายและไม่อยากปล่อยให้เกิดปัญหายุ่งยากใดๆ ตามมาในภายหลังความสัมพันธ์ชั่วคราวแบบนี้ควรมีขอบเขตที่ชัดเจนเขาตั้งใจว่าจะต้องตกลงกับเธอให้เรียบร้อยเสียก่อน
แต่เมื่อมองดูคนตัวเล็กที่หลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้าก็ไม่แน่ใจนักว่าถ้าปลุกเธอตอนนี้ จะมีสติครบถ้วนพอจะพูดคุยรู้เื่หรือไม่เห็นทีคงต้องรอให้เธอตื่นขึ้นมาเสียก่อน...
แสงไฟในห้องยังเปิดสว่างโร่ปลุกให้ปารีณาเริ่มรู้สึกตัวตื่นจากห้วงนิทราเปลือกตาบางค่อยๆ ลืมตาขึ้นปรับรับแสงอย่างช้าๆ ก่อนพบว่าผ้าห่มผืนใหญ่พาดทับปกปิดร่างกายของเธอ...และชายหนุ่มแปลกหน้าที่นอนหลับสนิทอยู่เคียงข้าง ภายใต้ร่มผ้าผืนเดียวกัน!
ทว่า... ความปวดเมื่อยแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กายทันทีที่ขยับตัว
ปารีณาพยายามพยุงร่างที่เปลือยเปล่าลงจากเตียงอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่อยากให้คนข้างๆ ตื่นขึ้นมาในตอนนี้
เพียงแค่วินาทีที่ฝ่าเท้าแตะลงบนพื้นห้องเย็นเฉียบความเจ็บแสบระคนระบมก็แล่นริ้วปรี๊ดขึ้นมาจากจุดกึ่งกลางกายจนเธอต้องรีบยกมือขึ้นตะครุบปิดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อกลั้นเสียงอุทานแห่งความเ็ปไม่ให้เล็ดลอดออกไป
ความอับอายแล่นพุ่งขึ้นมาจนหน้าเห่อร้อนจัดจนแทบไหม้เธอไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการว่า… หากเขาตื่นขึ้นมาสบตากันในตอนนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน หรือจะกล้ามองหน้าเขาได้อย่างไร
คิดเพียงอย่างเดียวในหัวตอนนี้คือต้องพาตัวเองออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่เขาจะรู้สึกตัว...
ในขณะที่ชายหนุ่มยังคงจมอยู่ในห้วงนิทราปารีณาก็รีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นมาสวมใส่ด้วยความลนลาน มือบางสั่นเทาขณะคว้าถุงผ้าและสมาร์ตโฟนติดมือออกมา
หัวใจดวงน้อยเต้นแรงโครมครามราวกับโจรทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่กำลังลักลอบหลบหนีออกจากสถานที่เกิดเหตุ
ท้องฟ้าภายนอกยังคงมืดสนิทตาเพราะเวลานี้เพิ่งจะตีห้านิดๆ แต่บรรยากาศกลับไม่ได้ดูเงียบเหงาน่ากลัวอย่างที่คิด...
เพราะยังมีนักท่องเที่ยวสายแข็งบางกลุ่มยังคงนั่งล้อมวงดื่มกินกันไม่ยอมเลิกราจากปาร์ตี้คืนข้ามปี
หญิงสาวรีบจ้ำอ้าวตรงไปยังเต็นท์ที่พักของตนเองลงมือเก็บกวาดสัมภาระทุกอย่างยัดใส่ท้ายรถยนต์ในทันทีด้วยความรวดเร็ว
โชคดีที่เวลานี้ยังมีผู้ดูแลที่พักคอยอำนวยความสะดวกทำให้เธอสามารถจัดการเื่เช็กเอาต์คืนอุปกรณ์กางเต็นท์ได้เสร็จสรรพโดยไม่ต้องเสียเวลารอนาน
อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน...เมื่อความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เพิ่งตื่นตามร่างกายมา ทำเอาปารีณาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเธอไม่สามารถทนอยู่เจอหน้าชายหนุ่มเพื่อนเที่ยวชั่วคราวได้อีกต่อไป
มันต้องเป็เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แน่ๆ
เธอพยายามสร้างตรรกะปลอบใจตัวเองด้วยเหตุผลข้างๆคูๆ แม้ในส่วนลึกของหัวใจจะรู้ดีแก่ใจว่า...ความซ่านสยิวและรสััหอมหวานที่เขาปรนเปรอให้นั้นมันตราตรึงและแจ่มชัดในความทรงจำเพียงใด
แต่เพราะฤทธิ์น้ำเมานั่นแหละที่ทำให้เธอเผลอปล่อยทั้งตัวและใจให้เตลิดเปิดเปิงเคานต์ดาวน์กับเขาด้วยการกระแทกกระทั้นส่งความวาบหวามกันทั้งคืน
ฌอนเริ่มรู้สึกตัวตื่นในตอนเช้าดวงตาคมหรี่ปรือ หันมองพื้นที่ว่างบนเตียงที่ควรจะมีหญิงสาวร่างนุ่มนิ่มนอนซุกตัวอยู่...แต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่า เย็นชืด ไร้ร่องรอยของไออุ่น
เขาขมวดคิ้วหยัดตัวลุกขึ้นนั่งกวาดสายตามองไปรอบห้องพักอีกครั้ง ก็ไม่พบกระเป๋าผ้าของเธอทำให้รู้ทันทีว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว
เธอกลับไปนอนเต็นท์เหรอ?
ชายหนุ่มจัดการอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเดินออกไปนั่งรอที่โต๊ะไม้สนามจุดเดิมจุดแรกที่ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกัน
ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องเจรจาพูดคุยตกลงสถานะกับเธอให้รู้เื่
เขาไม่อยากปล่อยให้ความสัมพันธ์ฉาบฉวยที่เกินเลยไปไกลกลายเป็ปัญหาบานปลายตามมาในภายหลัง
ทว่า...เวลาล่วงเลยผ่านไป ั้แ่นกขุนทองร้องทักยันพระอาทิตย์เตรียมจะทิ้งตัวลับขอบฟ้าเขานั่งแกร่วรอจนรากแทบจะงอกทะลุเก้าอี้ไม้ ก็ยังไร้วี่แววของหญิงสาว
เขาตัดสินใจลุกเดินไปด้อมๆมองๆ หาเต็นท์พักของเธอ แต่ตรงจุดที่เคยมีเต็นท์กางอยู่บัดนี้กลับกลายเป็เพียงพื้นที่หญ้าว่างเปล่าไปเสียแล้ว...
นี่เธอตั้งใจหนีหน้าเขาอย่างนั้นเหรอ? ชายหนุ่มแค่นยิ้ม
นึกแล้วก็น่าแปลกใจ...ปกติมีแต่ผู้หญิงพยายามวิ่งเข้าหา เรียกร้องความรับผิดชอบจากเขา...ไม่ว่าจะเป็เงินทองข้าวของ หรือแม้แต่สถานะ
เพิ่งเคยเจอผู้หญิงแบบเธอคนแรกที่ทำให้เขา...อึ้ง!
เวลาผ่านมากว่าสัปดาห์แล้วแต่ความทรงจำในคืนหฤหรรษ์นั้นยังคงแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานทั้งดวงตาคมคู่นั้น กลิ่นหอมจากบุรุษเพศที่ผสมผสานกับไวน์ และความเร่าร้อนที่แผดเผาเธอจนแทบละลายภาพเ่าั้ยังคงแวะเวียนมาอยู่เสมอ
แต่ก็นับว่า์ยังมีเมตตาต่อเธอเพราะหลังจากวันนั้นประจำเดือนของเธอก็มาตามนัด ช่วยขจัดความกังวลเื่การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ออกไปจนหมดสิ้น
ปารีณาสะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านเพื่อดึงสติคืนกลับมาเธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อีกเฮือกใหญ่ก่อนจะก้าวลงจากบันไดบ้านไม้หลังงามเพื่อไปทานอาหารเช้ากับครอบครัว
“แล้วปี้เปากับป้อล่ะเ้า?” (แล้วพี่เปากับพ่อล่ะคะ?)
“เข้าไฮ่ไปเก็บบะกาแฟกั๋นั้แ่ฟ้าจิ่มฟ้าน้อยแล้ว”(เข้าไร่ไปเก็บผลกาแฟกันั้แ่ฟ้ายังไม่สางแล้ว)
“ยะหยังบ่ปลุกเป้ยไปโตยเป้ยก่ออยากไปเก็บโตยกั๋น” (ทำไมไม่ปลุกเป้ยไปด้วย เป้ยก็อยากไปเก็บเหมือนกัน)
“คนงานเปิ้นจ้วยกั๋นเก็บนักแม่กลัวลูกจะไปเกะกะเปิ้นมากกว่า” (คนงานช่วยกันเก็บเยอะแม่กลัวจะไปเกะกะเขามากกว่า)
“แม่ก่อ...เป้ยบ่ใจ้ละอ่อนแล้วเน้อ”(แม่ก็...เป้ยไม่ใช่เด็กแล้วนะ)
แม้จะรู้ดีว่าแม่แค่พูดหยอกล้อเหมือนทุกทีแต่เธอก็อดทำหน้างอแก้ต่างให้ตัวเองไม่ได้ จริงอยู่ที่ตอนเด็กๆเธอมักจะวิ่งซนตามพ่อเข้าไปในไร่กาแฟจนกลายเป็ตัวป่วนประจำไร่แต่ตอนนี้เธอก็ไม่ใช่เด็กแล้วเสียหน่อย!
บ้านของเธอมีไร่กาแฟกว่า50 ไร่ และกำลังอยู่ใน่ขยับขยายพื้นที่เพิ่มตามที่พ่อและพี่ชายตั้งใจไว้ว่าจะทำให้ถึง100 ไร่ ครอบครัวของเธอทำธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร ั้แ่ขั้นตอนการปลูก การแปรรูปไปจนถึงการคั่วบด
นับั้แ่มีพี่เปาเข้ามาช่วยบริหารจัดการงานอย่างเต็มตัวแบรนด์กาแฟยี่ห้อ…กำปออินทร์ซึ่งตั้งตามนามสกุลของครอบครัว ก็ขยายตลาดไปได้ไกลกว่าเดิมมากผลผลิตทุกเมล็ดล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของคนในบ้านอย่างแท้จริง
แม้พี่เปาจะอายุ28 ปีแต่กลับขยันขันแข็งและเรียนรู้งานทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว ช่างแตกต่างกับน้องสาวอย่างเธอที่ไม่ค่อยพิสมัยงานตากแดดลุยไร่เหล่านี้สักเท่าไหร่นัก
ปารีณาเรียนจบด้านบัญชีมาโดยตรงและนับว่าโชคดีที่ทางบ้านไม่เคยบังคับกะเกณฑ์ให้เธอต้องมารับ่สืบทอดกิจการต่ออย่างจำใจอาจเป็เพราะมีพี่เปาคอยเป็เสาหลักสืบทอดอยู่แล้วพ่อกับแม่เลยปล่อยให้เธอได้เลือกทางเดินของตัวเองสบายๆ
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้คิดจะอยู่บ้านเฉยๆให้เสียของ ในเมื่อบ้านมีเมล็ดกาแฟที่ขึ้นชื่อเื่ความอร่อยขนาดนี้...
เธอจึงมีแพลนใหญ่ที่จะเปิด… กำปออินทร์คาเฟ่ เพื่อเป็การขยายแบรนด์ให้เป็ที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นติดอยู่เพียงเื่เดียวคือ... เธอยังหาทำเลที่ถูกใจไม่ได้
Rrrrrrrrrr ~
เสียงสายเรียกเข้าในสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ข้างตัวดังขึ้นปารีณาก้มลงมองหน้าจอ พอเห็นว่าเป็ชื่อเพื่อนสาวคนสนิทก็รีบกดรับสายทันที
“ว่าไงคะคุณเฌอรีน...”เสียงหวานเอ่ยทักทายเจื้อยแจ้ว
“(เอ๊ะ… เสียงใสแจ๋วแบบนี้เพื่อนเราหายเศร้าแล้วสิยะ)”
พลันนึกได้ทันใดเธอเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าหายเศร้าเื่ณัฐดนัยไปั้แ่ตอนไหนหรือบางทีเธออาจไม่ได้รักณัฐดนัยขนาดนั้น ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อั้แ่คืนนั้นราวกับความทรงจำถูกแทนที่ด้วยค่ำคืนสุดเร่าร้อนจากชายหนุ่มเพื่อนเที่ยวชั่วคราวที่เธอก็ไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร
ไม่น่าเชื่อว่าทฤษฎี… มีใหม่เพื่อลืมเก่าสำหรับเธอมันได้ผล
“เก่งมะ...สวยด้วยแข็งแกร่งด้วย คิกคิก” เธอแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนไม่รู้จะอธิบายยังไงว่าทำไมถึงมูฟออนไวปานสายฟ้าแลบได้แบบนี้
“(คงไม่ใช่เพราะคุณเหยื่อการตลาดอะไรนั้นหรอกใช่ไหม?)”
“เหยื่อการตลาดอะไรเล่าไม่ได้เกี่ยวกันเลย นั่นแค่แคปชันขำๆ” เธอรีบปฏิเสธพัลวันไม่คิดว่าเพื่อนสาวจะยังจำโพสต์ช่อดอกไม้นั่นได้แม่นขนาดนี้ ถึงเฌอรีนจะเป็เพื่อนสนิทั้แ่เรียนมหาวิทยาลัยแต่เื่คืนนั้นมันพิสดารเกินกว่าจะเริ่มเล่าได้จริงๆ
“(อ่อ...เหรอ?...)” เสียงลากยาวจากปลายสายฟังดูก็รู้ว่าเพื่อนเธอไม่ได้เชื่อคำแก้ตัวเลยสักนิด “(ว่าแต่… เมื่อไรแกจะกลับมากรุงเทพฯ)”
“ยังไม่รู้เลย”
“(ไหนว่าอยากจะเปิดร้านกาแฟไง)”
“ไอ้อยากมันก็อยากแต่เปิดที่ไหนยังไม่รู้เลย”
“(มาสิ...ฉันช่วยหา่นี้ฉันว่างมาก)”
“...”ปารีณานิ่งไปชั่วครู่ ปัญหาไม่ใช่แค่เื่หาทำเลร้าน แต่เธอต้องตระเวนหาเช่าห้องหออยู่ด้วยแต่ดูเหมือนเพื่อนสาวจะอ่านใจเธอออก
“(เื่ที่อยู่แกมาอยู่บ้านฉันก่อนได้นะ)”
“ไม่เอาอะเกรงใจตายชัก บ้านแกมีทั้งพ่อ ทั้งแม่ ไหนจะพี่ชายแกอีกกลับมาจากต่างประเทศแล้วไม่ใช่เหรอ?” เธอรู้มาว่าเฌอรีนมีพี่ชายที่เพิ่งเรียนจบจากต่างประเทศและกลับมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
“(งั้นอยู่คอนโดพี่ฉันแทนไหม)”
“พี่แกไม่อยู่เหรอไง?”
“(โหย...รายนั้นเขาซื้อทิ้งไว้หลายที่น่ะ)”
“ขอราคาพิเศษนะคิกคิก” เธอไม่คิดจะขออยู่ฟรีอยู่แล้ว เพียงแต่อยากได้ราคามิตรภาพ เพราะคอนโดในกรุงเทพฯราคาเช่าค่อนข้างสูง
“(ได้สิพี่ฉันใจดีอย่างกับพ่อพระมาโปรด)”
“จ้ะแม่คุณ... เดี๋ยวฉันขอปรึกษาพี่เปาก่อน ผู้ให้ทุนสนับสนุน”
ที่จริงก่อนเรียนจบปารีณาเคยเปรยกับพี่ชายให้ฟังไว้ว่าอยากจะเปิดคาเฟ่แบรนด์ครอบครัวซึ่งตอนนั้นพี่ชายเธอก็เห็นดีเห็นงามให้การสนับสนุน
ทว่า… เมื่อถึงเวลานี้พี่ชายเธอกลับไม่ได้หยิบยื่นทุนให้ง่ายๆอย่างที่คิด
“เป้ยปิ๊กไปกรุงเทพฯ ก่อได้ แต่ยังบ่ต้องไปเปิดฮ้านไปลองเป๋นลูกจ้างเปิ้นผ่อก่อน” (เป้ยกลับไปกรุงเทพฯ ก็ได้แต่ยังไม่ต้องไปเปิดร้าน ไปลองเป็ลูกจ้างเขาก่อน)
“โถ่… ปี้เปา ยะหยังต้องหื้อเป้ยไปเป๋นลูกจ้างเปิ้นก่อนโตยในเมื่อเฮาก่อเปิดฮ้านเองได้” (โถ่...พี่เปาทำไมต้องให้เป้ยไปเป็ลูกจ้างก่อนด้วย ในเมื่อเราก็สามารถเปิดร้านเองได้)
“…” คนเป็น้องค้อนขวับมองตรงไปยังพี่ชายด้วยความไม่เข้าใจ ครั้งก่อนที่คุยกันยังเห็นดีเห็นงามอยู่แท้ๆวันนี้กลับเปลี่ยนคำเสียอย่างนั้น
“ตอนนั้นปี้เปาก่อบอกว่าดี จะหื้อทุนอยู่แต้ๆ บ่ฮู้ล่ะปี้เปาต้องฮักษาคำสัญญาโตย” (ตอนนั้นพี่เปายังบอกว่าดี บอกว่าจะให้ทุนอยู่เลยไม่รู้ล่ะ พี่เปาต้องรักษาสัญญาด้วย)
ร่างสูงกำยำเท้าสะเอวพลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับความงอแงเอาแต่ใจของน้องสาวที่ไม่เคยเปลี่ยน
“เื่ทุนบ่ต้องห่วงหื้อได้แน่นอน” (เื่ทุนไม่ต้องห่วง ให้ได้แน่นอน)
“…”ฉับพลันรอยยิ้มกว้างของน้องสาวผุดขึ้นทันที ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทันในวินาทีต่อมา
“ถ้าหากเป้ยยะก๋านเป๋นลูกจ้างฮ้านคาเฟ่ครบหนึ่งปี๋” (ถ้าหากเป้ยทำงานเป็ลูกจ้างร้านคาเฟ่ครบหนึ่งปี)
“หนึ่งปี๋!”(หนึ่งปี!) ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
“อืม”
“ยะหยังล่ะ?กว่าจะได้ยะก๋าน มันบ่ใจ้ง่ายเน้อ” (ทำไมล่ะ? กว่าจะหางานได้ มันไม่ง่ายนะ)
สมัยนี้งานการมันหาง่ายเสียที่ไหนกัน!ใช่ว่าเจอร้านคาเฟ่ที่ถูกใจแล้วจะเดินดุ่มๆ เข้าไปกรอกใบสมัครแล้วได้งานเลย... กว่าจะเจอร้านที่เปิดรับพนักงานกว่าจะผ่านการสัมภาษณ์ เธอไม่เข้าใจเลยว่าพี่ชายจะมาตั้งเงื่อนไขสกัดดาวรุ่งแบบนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร
“ถ้ายะก๋านบ่ได้ก่อพับโปรเจกต์นี้ไป แล้วปิ๊กมาช่วยก๋านปี้” (ถ้าทำไม่ได้ก็พับโปรเจกต์นี้ไปแล้วกลับมาช่วยงานพี่)
“...”ใบหน้าสวยบึ้งตึงขึ้นมาทันที เธอไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียงถอนหายใจของพี่ชายดังขึ้นอีกครั้งอย่างใจเย็น
“บ่ใจ้ว่าอยู่ดีๆบ่มีประสบการณ์อะหยัง แล้วจะไปเสี่ยงเปิดงมๆ ซาวๆ ได้เน้อเป้ยต้องไปฮ่ำเฮียนฮู้ทุกอย่างก่อน จากการเป๋นลูกจ้างเปิ้นถ้าเป้ยยะก๋านได้จนครบปี๋ แล้วตอนนั้นเป้ยยังมีใจ๋อยากเปิดเองต่อปี้สัญญาว่าจะสนับสนุนทุนหื้อแน่นอน” (ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ไม่มีประสบการณ์อะไรแล้วจะไปเสี่ยงเปิดเอาแบบงูๆ ปลาๆเป้ยต้องไปเรียนรู้ทุกอย่างก่อนจากการเป็ลูกจ้างเขา ถ้าเป้ยทำได้จนครบปีและตอนนั้นเป้ยยังมีความคิดที่จะเปิดเองต่อ พี่สัญญาจะสนับสนุนทุนอย่างแน่นอน)
“อือ…ก่อได้”(อือ...ก็ได้) สุดท้ายเธอก็พยักหน้าตกลงแม้จะเข้าใจเหตุผลของพี่ชายดีแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะกระเง้ากระงอดใส่
ผู้เป็พี่ยกยิ้มอย่างพึงใจมือหนาลูบบนเรือนผมนุ่มของน้องสาวแ่เบา เขารู้จักนิสัยน้องสาวคนนี้ดีถึงจะทำหน้ามุ่ยบ่นกระปอดกระแปดใส่ แต่สุดท้ายเธอก็เป็คนที่มีเหตุผล
ปารีณารู้ดีว่าบ้านเธอไม่ได้ขัดสนเงินทองแต่อย่างใดถึงแม้จะไม่ได้ร่ำรวยมากมาย แต่พี่ชายก็สามารถลงทุนเปิดร้านให้เธอได้อย่างสบายๆ
ก็พอเข้าใจในเหตุผลที่อยากให้เธอไปเริ่มจากการเป็ลูกจ้างในร้านคาเฟ่ก่อนเปิดเองนั้นก็เพราะอยากให้เธอมีวิชาติดตัว มีประสบการณ์จริงจะได้ไม่เจ็บตัวเวลาลงมือทำธุรกิจของตัวเอง...
-------
มี E-Book ใน Meb
#เผลอรัก...โดยตั้งใจ
-------