บทที่ 140 นับเป็นสหาย
ในกระทู้เขียนเรื่องนี้กันมาก พวกเขาพูดว่าหนูขาวกลายพันธุ์มีวิธีการต่อสู้ที่ยุ่งยากกว่าเดิม พวกมันจะต่อสู้เป็นกลุ่มแล้วผลัดกันโจมตี มีลูกล่อลูกชน แล้วใช้ความเร็วได้เป็นประโยชน์มาก ดังนั้น...แทนที่จะมองหาหนูขาวกลายพันธุ์ พวกเขาก็เปลี่ยนไปมองหาสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆในเขต D แทน
โชคดีที่หนูขาวกลายพันธุ์รุ่นใหม่นี้รักสงบ ถ้าไม่เข้าเขตพื้นที่ล่าของพวกมัน พวกมันก็ไม่ออกมาก่อกวนข้างนอก การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ทำให้คนมากมายต่างก็สงสัย ซูหยวนเองก็ติดตามข่าวนี้เหมือนกัน เธอได้แต่ถอนหายใจโล่งอก
ดีที่กองทัพเชื่อใจเธอ ถ้าพวกเขายังมีภารกิจล่าหนูขาวกลายพันธุ์อยู่ มันคงจะทำให้เธอต้องเสียทรัพยากรไปแน่ๆ แทนที่จะได้แกนพลังงานหนูขาวกลายพันธุ์เป็นของตัวเองทั้งหมด อาจจะต้องแบ่งให้กับคนอื่นๆด้วย
ซูหยวนไม่ได้ปกป้องพวกหนูขาวกลายพันธุ์เพราะอยากปกป้อง เธอแค่ต้องการเอาแกนพลังงานพวกมันมาเพาะเลี้ยงก็เท่านั้น
กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน ซูหยวนเห็นพวกสถาบันเพลิงพลองมาก็ปลีกตัวหนีกลับไป เธอไม่ใช่ไม่ชอบพวกเขา แค่ไม่อยากเสียเวลาสนทนาด้วยก็เท่านั้น ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆของสถาบันกลับรู้สึกว่าโอกาสนี้เหมาะสมแล้วที่จะล่าแกนพลังงาน มีคนจากสถาบันเพลิงพลองมาสนับสนุนแบบนี้ใน 2 เดือนสุดท้ายทุกปีจนพวกรุ่นพี่ให้คำแนะนำเหมือนกันหมด
ถ้าพวกนั้นมา การล่าก็จะราบรื่นมากขึ้น นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองสอนมาด้วยวิธีแปลกประหลาด แต่ในความจริง..พวกเขาก็แข็งแกร่งมากๆ
ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆกำลังเตรียมพร้อมจะเข้าไปพื้นที่ล่า พวกเขากลับได้เห็นซูหยวนกลับมาที่สถาบันแทนเสียอย่างนั้น ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 2 เดือน แทนที่ซูหยวนจะเริ่มทำภารกิจ เธอกลับยังมีใจจะกลับสถาบัน....เหอ เหอ เหอ แบบนี้คงจะถอดใจแล้วใช่ไหม?
“นักเรียนทุนอัน? เธอไม่ทำภารกิจหรอ? แล้วจะจบชั้นปีที่ 1 ได้ไหม” จางหวานหว่านขมวดคิ้ว
เธอยังคงคาดหวังกับอันซูหยวนอยู่ ด้วยเพราะหญิงสาวก็คือคนที่ประธานจางของเธอเลือกมาด้วยตัวเอง ถ้าหากว่าอันซูหยวนคนนี้เกิดชะล่าใจแล้วพลาดท่าขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจะทำให้ประธานของเธอเสียชื่อไปด้วยรึไง
“นักเรียนอัน เธออาจจะลืมไปแล้ว แต่ภารกิจนี้เหลือแค่ 2 เดือนเท่านั้น ดูสิ...นักเรียนทุนสองคนนั้นก็ยังพยายามออกมาจากโรงพยาบาล ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง พวกเขาสองคนคงพากันออกไปตายแน่นอน”
จางเฟยเองก็รีบเข้ามาด้วย เขาชื่นชมที่ซูหยวนแข็งแกร่งและได้ทำงานเพื่อมนุษย์ชาติในกองทัพแล้ว ถึงอย่างนั้น...ภารกิจนี้ก็สำคัญเช่นกัน ถ้าไม่เธอไม่ทำ ชั้นปีที่ 1 ก็ผ่านไปไม่ได้แล้ว
ซูหยวนมองตาม เธอเห็นนักเรียนสองคนที่ยังบาดเจ็บหนักพยายามเดินออกมาทางนี้ด้วยเช่นกัน สภาพของพวกเขาตอนนี้ก็เหมือนที่จางเฟยบอก ถ้าเข้าพื้นที่ล่าแบบนี้...ก็แปลว่าต้องการตายเท่านั้น
“ขอบคุณทั้งสองที่เป็นห่วงนะ เรื่องภารกิจ...ฉันส่งอาจารย์ไปแล้วล่ะ”
ซูหยวนตอบกลับตามความเป็นจริง เธอไม่ต้องอมพะนำเพื่อให้คนอื่นยังด่าทอตัวเองอีก แม้จะไม่มีเหตุผลที่ต้องพูดกับใคร แถมรอตบหน้าทีเดียวตอนสุดท้ายก็ยังได้ แต่เรื่องแบบนั้นมันสำคัญด้วยหรอ? ซูหยวนรู้สึกว่ามันเสียเวลา เธอยังมีสิ่งต่างๆที่ต้องทำอยู่อีกมาก แทนที่จะต้องมาอมพะนำ สู้เอาไปทำอย่างอื่นดีกว่า
“หมายความว่ายังไง? อะไรคือส่งอาจารย์ไปแล้ว”
“นั่นน่ะสิ เธอ...ส่งอะไรอาจารย์ไปหรอ” คนสกุลจางสองคนหูผึ่ง ไม่ใช่แค่พวกเขาหรอก...ที่จริงนักเรียนทั้งหมดก็หูผึ่งเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เมื่อเห็นซูหยวนเดินสวนทางกับพวกเขา ทุกคนก็อ้าปากเตรียมจะกล่าวว่าร้ายให้เธอ โชคดีที่ยังไม่ทันพูดอะไร คนสกุลจางทั้งสองก็เข้าไปพูดคุยเสียก่อน พวกเขาจึงได้เงียบฟัง
ทว่า...พวกเขาก็ไม่ได้คิดว่าซูหยวนจะพูดอะไรที่น่าประหลาดออกมา
“ฉันส่งภารกิจอาจารย์เสร็จหมดแล้วค่ะ งานทั้งหมดไม่มีค้าง ตอนนี้ฉันกำลังจะเตรียมอ่านหนังสือสำหรับชั้นปีที่ 2” ซูหยวนอธิบายอีกประโยค คำพูดของเธอชัดเจนมาก แต่ไม่มีใครอยากเชื่อ
“เธอได้ครบ 50 แกนพลังงานแล้วหรอ? หมายถึง...เธอล่าด้วยตัวเองใช่ไหม? ไม่ได้ขอให้ทหารในกองทัพช่วยเหลือน่ะ”
“นั่นน่ะสิ เธอรู้ใช่ไหมว่าการทำภารกิจส่งจะต้องทำด้วยตัวคนเดียวน่ะ เธอหายไป 1 เดือนกว่าก็ทำเสร็จแล้วหรอ” จางหวานหว่านและจางเฟยอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“นักเรียนอันมีความสามารถแค่ไหนทุกคนก็รู้ดี ขอแค่เธอมีเวลาสัก 1-2 สัปดาห์ก็ทำเสร็จอยู่แล้ว ฉันก็ยังคิดอยู่ว่าก่อนหน้านี้...คนมากมายพูดมากไปทำไม” จางลั่วที่ไม่ค่อยพูด วันนี้จู่ๆก็พูดออกมาอย่างเฉียบคม
ที่ผ่านมา ซูหยวนโดนด่าไม่พอ แต่นักเรียนมากมายพาลมาด่าประธานจางที่เธอเคารพด้วย บอกว่าสายตาของเขาไม่ดีบ้างล่ะ บอกว่าเขาเลือกคนผิดบ้างล่ะ
ด่าซูหยวนน่ะด่าไป เธอไม่ได้เก็บมาใส่ใจอยู่แล้ว แต่พอด่าประธานจางของเธอ...เธอจะต้องเอาคืนให้รู้สึก!
“เวลาให้ตั้งหลายเดือน แล้วก็ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน ยังไม่ทันไรก็เอาแต่ด่าทอเสียๆหายๆ ไม่รู้จะรีบกันไปไหน อีกอย่าง...งานของกองทัพก็ไม่ใช่งานเล็กๆ ซูหยวนถูกเรียกไปช่วยเป็นพิเศษก็เพราะว่ามีฝีมือ ถ้าไม่อย่างนั้น...ทุกคนก็ลองไปของานที่กองทัพดูไหมล่ะ ไม่อย่างนั้นก็เอาแค่นี้...ล่าสัตว์กลายพันธุ์ด้วยตัวคนเดียวให้ได้ก่อน”
“ประธานจางของพวกเราเลือกคนมาไม่มีทางผิดอยู่แล้ว ทุกคนคิดกันแบบนั้นได้ยังไง ทำเหมือนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่งานแข่งขันนักธนูของสกุลอี้”
จางลั่วพูดไม่หยุด การแสดงออกของเธอทำให้จางเฟยและจางหวานหว่านต้องลอบมองหน้ากัน นี่แปลว่าที่ผ่านมา...จางลั่วเก็บความโกรธเอาไว้ใช่ไหม?
นักเรียนทุกคนชะงักไป หลายคนเม้มริมฝีปากด้วยความอิจฉา ถึงพวกเขาจะรู้ว่านักเรียนอันแข็งแกร่ง แต่ก็อยากเห็นคนล้มลงต่อหน้าเช่นกัน
ซูหยวนไม่ได้สนใจพวกเขาอีก เธอเดินไปหานักเรียนทุนทั้งสองคนก่อนจะยื่นของบางอย่างให้
“ไม่ต้องไปทำภารกิจแล้ว งานที่สถาบันมอบหมายฉันทำส่วนที่ตัวเองพลาดไปครั้งก่อนแล้ว หลังจากนี้...ถ้ามีงานกลุ่มอะไรอีก ก็ช่วยรับฉันเข้าเป็นสมาชิกอีกนะ ขอแค่บอกว่าต้องทำอะไรบ้าง วันไหนบ้าง ฉันจะเข้าร่วมทำงานด้วยแน่นอน”
อันซูหยวนอยากขอโทษพวกเขาจริงๆ เธอได้เจอเพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยมแล้วในตอนนี้ และก็ไม่อยากจะให้พวกเขาจากไปง่ายดายเกินไป
“นักเรียนทุนอัน นี่เป็นงานของพวกเราเหมือนกัน พวกเราอ่อนแอเอง ไม่โทษเธอ”
“ใช่ ไม่โทษเธอ”
“เข้าใจแล้ว แต่หลังจากนี้ควรจะต้องรอฉันด้วย ฉันก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้ทีม”
“ได้ เข้าใจแล้ว”
“ได้” ทั้งสามคนมองหน้ากัน ท่าทางจริงจังของพวกเขาทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดมากกว่าเดิม
ทุกคนคิดว่านักเรียนอันและพวกควรจะไม่ประสบความสำเร็จ พวกเขาควรจะสอบตกแล้วกลายเป็นนักเรียนซ้ำชั้นที่น่าอับอาย หลังจากนั้นนักเรียนทุนสองคนก็ต้องเกลียดชังนักเรียนอัน พอปีหน้า...ก็จะมีเรื่องสนุกๆให้ได้ดูอีก ทว่า...คิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้
“ไม่ใช่ว่านักเรียนอันแข็งแกร่งมากหรอกหรอ ถ้าอย่างนั้น...ทำไมไม่พยายามเพื่อคว้าอันดับหนึ่งมาเลยล่ะ” นักเรียนคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะพูดประชดประชันออกมา ถ้าเก่งขนาดนั้นก็แข่งขันกันเลยไหมเล่า!
พวกเธอตอนนี้สามารถทำคะแนนได้เกือบ 100 แล้ว เหลือเวลาอีก 2 เดือน อาจจะแตะ 300 ก็ได้ แม้ว่ามันจะยุ่งยากหน่อยเพราะการล่าพวกกลายพันธุ์จะต้องเข้าไปในส่วนพื้นที่ที่ลึกเข้าไปเนื่องจากพอล่ามากๆ พวกมันก็ขยายพันธุ์ไม่ทัน หากต้องการทรัพยากรที่รวดเร็วก็ต้องเข้าไปพื้นที่ลึกขึ้น
เห็นได้ชัดจากช่วงไม่กี่วันนี้ พวกกลายพันธุ์ในตำแหน่งใกล้ๆเขตชั้นนอกเริ่มลดลงแล้ว กว่าจะตามหาเจอสักตัวก็ยากเย็น เสียเวลาไปกับการเดินมากกว่าการล่าอีก ดังนั้น...ไม่น่าแปลกใจเลยที่สถิติปีก่อนๆทำได้ไม่ถึง 250 ดี
“ตอนนี้ฉันก็ทำคะแนนได้อันดับหนึ่งอยู่นะ” ซูหยวนเลิกคิ้วมองนิ่งๆ
หากสถิติปีก่อนทำได้ 250 แกนพลังงาน แล้วค่าเฉลี่ยทั้งหมดของทุกปีไม่เกินนี้ไปได้ อย่างนั้นเธอก็คงจะได้ที่หนึ่งแน่นอนแล้ว
“เหอะ! มั่นใจจริงๆ เธอทำได้ถึง 250 แกนพลังงานแล้วรึไง”
“ใช่” ซูหยวนตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง ผู้พูดที่แค่ต้องการประชดประชันอ้าปากค้าง เธออยากจะพูดอะไรออกมาอีกสักคำสองคำ แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
สีหน้าไม่อยากจะเชื่อของผู้ฟังทั้งหมดทำเอาซูหยวนถอนหายใจออกมา
“ฉันส่งแกนพลังงาน 1,000 แกนพลังงานไปแล้ว ถ้าพวกเธอยังล่าไม่ได้เกิน 500 แกนพลังงาน อย่างนั้นฉันก็ไม่กังวลว่าจะถูกแย่งอันดับหนึ่งไป” ซูหยวนมองพวกเขารอบหนึ่งก่อนจะพูดดักทางเอาไว้
“แน่นอนว่าอาจารย์ได้ติดตามไปตรวจสอบการล่าของฉันแล้ว ซึ่งพบว่าไม่มีการโกงแต่อย่างใด แล้วก็...เป็นอาจารย์ที่ขอให้ฉันกลับมา ไม่ให้ล่าไปมากกว่านี้ เพราะกลัวว่าพวกเธอจะไม่สามารถผ่านการทดสอบไปได้”
ความตรงไปตรงมาของเธอก็สามารถเป็นปัญหาได้เหมือนกัน ทุกคนรู้ว่าอันซูหยวนมีความสามารถ แต่เล่นพูดมันออกมาแบบนี้ อดที่จะทำให้นักเรียนคนอื่นๆโกรธจนเลือดแทบพุ่งออกมาไม่ได้
อะไรคือถ้าพวกเขายังล่าได้ไม่เกิน 500 ตัว!!
แล้วมันใช่แค่พวกเขาหรอ? ที่ผ่านมากี่ปีแล้ว มีนักเรียนชั้นปีที่ 1 กลุ่มไหนบ้างที่จะใช้เวลา 3-4 เดือนในการล่าสัตว์กลายพันธุ์ถึง 500 ตัวน่ะ!!
แค่ทำได้ 100 – 300 ตัว ก็ถือว่าเป็นกลุ่มพิเศษที่ควรค่าแก่การจับตามองแล้ว อีกทั้งกำหนดของสถาบันก็มีแค่ 50 ตัวเท่านั้น เธอจะทำอะไรให้น่ารังเกียจแบบนี้ด้วยหรอ?
ไม่ใช่ล่าแค่ 500 ตัว แต่ล่ามันทั้ง 1,000 ตัว และก็ล่าตามลำพังด้วย แบบนี้แล้วยังจะบอกว่าเป็นนักเรียนอยู่ไหม? เธอจำเป็นต้องอยู่ในสถาบันนี้อีกด้วยหรอ ทำไมไม่ลาออกไปเป็นนักล่า ไปเป็นทหารยศสูงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ! จะอยู่เปรียบเทียบกันให้ทุกคนต้องน้อยเนื้อต่ำใจทำไม!!
จากที่กระตือรือร้นที่จะออกล่า พยายามทำลายสถิติของตนเองและรุ่นพี่ เวลานี้พวกเขากลับเดินเงียบๆเหมือนกับหุ่นซ้อมอินทรีย์ พากันเข้าพื้นที่ล่าเหมือนกับตัวโง่งม ....
บรรยากาศแบบนี้ทำให้ผู้คนต่างก็สงสัยกันมาก หลายคนต่างก็หันไปกระซิบกระซาบกัน ไม่เข้าใจเลยว่านักเรียนพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมด
ซานหยานและถงเฟยกลายเป็นคนที่ผ่านภารกิจครั้งนี้และจบชั้นปีที่ 1 อย่างรวดเร็วเหมือนกัน เนื่องจากพวกเขาอยู่ร่วมทีมกับซูหยวน ด้วยสาเหตุนี้เอง...อู่ฉวนที่เคยคิดว่าตัวเองเลือกได้อย่างถูกต้อง กลับต้องรู้สึกเจ็บปวดใจมากที่สุด
เขาจะรู้ได้ยังไงว่าอันซูหยวนจะมีฝีมือขนาดนั้น แถมยังใช้เวลาแค่ไม่กี่วันเพื่อผ่านภารกิจ แถมยังทำให้พวกมันได้ตั๋วทรัพยากรเป็นของรางวัลจากการล่าได้อันดับหนึ่งของชั้นปีด้วย
ถามว่าทำไมเขาถึงบอกแบบนั้น นั่นก็เพราะ...มีคนอื่นกล้าท้าทายการล่าพวกกลายพันธุ์ 1,000 ตัวด้วยหรือ? แน่นอนว่าไม่! ต่อให้มีความมั่นใจมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่า พวกเขาก็รู้ว่าความสามารถของตนเองไม่ถึงครึ่งหนึ่งของอันซูหยวน
ผลั๊วะ!!
“อั่ก! ทำไม....”
“อะไรวะ แกกล้ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นหรอวะไอ้ขยะอู่ฉวนเอ้ย!! ไอ้โง่ แกมันก็แค่ขยะที่โง่เขลาเท่านั้น คนโง่อย่างแก ถ้าติดตามไปอยู่กับไอ้พวกนักเรียนทุน ป่านนี้ก็เชิดหน้าชูคอสูงแล้ว ไม่ต้องมาเป็นขี้ข้าของพวกฉันแบบนี้หรอก แกมันโง่ โง่สิ้นดี ฮ่าๆ!!” เสียงหัวเราะของเพื่อนนักเรียนพร้อมกับเตะต่อยออกมาด้วยนั้นทำให้อู่ฉวนได้แต่ยกมือป้องกัน
เขายกแขนทั้งสองข้างปิดใบหน้า กลัวว่าจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ซึ่งการที่เขาทำแบบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการกระตุ้นความโกรธของคนอื่นมากขึ้นกว่าเดิมอีก
“ไอ้ขยะเอ้ย! เป็นนักเรียนทุนเหมือนกันแท้ๆ แต่ทำไมแกมันกระจอกแบบนี้วะ ฉันอยากจะกระทืบแกให้ตายๆไปซะ” เสียงต่อยตีที่ดังขึ้น ต่างจากเสียงหัวเราะที่มีก่อนหน้านี้เหลือเกิน
อู่ฉวนได้แต่หวนคิดถึงการตัดสินใจที่พลาดมหันต์ของตนเอง น่าเสียดายที่โลกใบนี้ยังไม่มียาแก้ความเสียใจ...
………………………………..