ว่าด้วยเื่มนุษย์ มนุษย์นั้นเล่ากันว่าประเสริฐแท้แต่ครั้นหลัง ทั้งบากบั่นกายหยาบให้ไขว่เอาเถ้าอบายภูมิใดๆ ทั้งโลภโลกีย์ ราคะจริต โทสจริต ทั้งใจตระหนี่ สร้างจิตตะให้เป็วิสัยจนเป็วินัยติดดักสันดาน บาปทั้งหลายก็ต่างพากันกอบโกยเอา ปานประหนึ่งว่าเป็น้ำทิพย์จากบ่อนิพพาน ทั้งป่าวประกาศ โจษขาน ให้สนั่นบันดาลบันดลจนเกิดผล เกิดอัปยศอดสูในหมู่ตนหมู่คน เป็คนพาล พาลคิด พาลจิต พาลกาย พาลจนตายไม่ได้ตายแต่ตนหากตายตกทุกคน กลับเรียก โรคห่า ห่าหาเรียกมัน มันจะมาหา ปานว่าห่ามันเป็คนเรียกกันจนติดปาก อีห่า ไอ้ห่า หมาห่า แมวห่า มิหนำซ้ำยังใช้ด่าว่าดุให้เดียดฉันท์ เกิดรังเกียจกันก็ด่ามันว่า ห่าเอ๊ย ราวกับเล่นกลเล่นเล่ห์ให้เห่พ่าย จนตัวตายมึงก็ยังพ่ายไม่เคยได้สำเร็จผล หากยังไม่เป็คน ก็เป็ห่า…
"มึงว่ากูเกริ่นมาถูกไหมว่ะ? " ไอ้จ่ามันถามไอ้ดำ พลางมองหน้าเพื่อนทำตาริบหรี่
"มึงก็ว่าไป กูจะห่ารึคน มึงก็เรียกกูไอ้ดำไหมว่ะ" ไอ้ดำตอบกลับ ทำหน้าขมึงทึง
"แล้วมึงจะให้กูเรียกว่ากระไร ไอ้ดำ" ไอ้จ่าถาม
"เรียกกูว่าอีงามขำก็คงดี ไอ้ห่าเอ๊ย" แล้วไอ้ดำก็หัวร่อจนเห็นฟันดำทั้งแถบ
"เอ้อ มึงเล่นเป็อีแขไปได้ กูเห็นมันวิ่งเร่หน้าตาขาววอกไปยังเรือนแม่ละไมโน้น มึงจะหมายมันรึ" ไอ้จ่าถามพลางยกยิ้มอ้อร้อ
"ห่ามึงสิ ไอ้ห่า กูจะเอามันไปทำกระไร ขนาดเอาไปขายให้พ่อค้าทาส พวกมันยังไม่กล้าซื้อ" ไอ้ดำว่า เสียงเข้ม
"เอ้อ กูก็ห่าเหมือนมึง แล้วมึงจะด่ากูห่าทำไม? " ไอ้จ่าพลันต้องสะดุด ตาถลน แล้วอุทานลั่น "เฮ้ย ห่าลงกูแล้ว ไอ้ดำ" ไอ้ดำมันรีบหันมาหาเพื่อน แล้วพานต้องหน้าเหวอ จึงอุทานลั่นเช่นกัน
"ไอ้จ่า มึงห่าคนเดียวที่ไหน กูก็ห่าด้วย" ว่าแล้วไอ้ดำก็ทำท่าลังเล ก่อนจะย่องไปจ้องร่างหนึ่งที่เพิ่งจะถูกโยนลงในบ่อน้ำ
"ตายห่า ไอ้ดำเอ๊ยย" ไอ้ดำพานเอาหน้าชะเง้อไปมอง เห็นเป็เงาตะคุ่มๆ ลอยดุ่มๆ ขึ้น
"มันเป็ใครวะ ไอ้ดำ"
"ข้าไม่รู้"
"นี่ก็รายที่ห้าแล้ว บ่อนี่มีกระไรดีรึว่ะ" ไอ้ดำถาม ใคร่ฉงนใจ ทว่าไอ้ดำกับไอ้จ่าไม่ได้รีบเร่งไปแจ้งใครแต่อย่างใด ถ้าจะแจ้งก็มีแต่ท่านยมบาล จะให้มันไปแจ้งท่านก็เห็นจะเป็ไปไม่ได้ เพราะพวกมันเองก็เป็ผี หาใช่คน
"จะมีผู้ใดมาเห็นไหมว่ะ" ไอ้จ่าทำท่าสบายลอยล่องไปใกล้บ่อแล้วผงกหัวไปมอง เห็นร่องรอยศพที่ผ่านมาก็พานให้นึกแปลกใจ
"ตายห่าแล้ว"
"กูรู้แล้ว มึงจาพูดทำไมย้ำๆ "
"กูแคลงใจ"
"ว่า? "
"ไฉนคนถึงโฉดแท้ ไม่ว่าจะกี่ร้อยปีผันผ่าน ก็ไม่ผันเปลี่ยน มีคงไว้แต่ความทราม"
"ข้ากะเอ็งก็เฝ้าพร่ำดูอยู่ร่ำๆ เราเปนผีจะตีความคนก็เห็นทีจะไม่ได้"
"แต่ผีก็เคยเปนคนนะเมิง"
"ว่ะ แล้วไฉนมึงถึงหนีท่านยมเล่าหือ? "
"กูก็กลัว ไม่อยากเกิดนี่หวา"
"เออ เป็คนนั้นทุกข์ เป็ผียังดีกว่า"
อย่างที่ไอ้ดำกับไอ้จ่าว่า เป็คนนั้นทุกข์ ทุกข์ทั้งกายทุกข์ทั้งใจ จะเพศไหน ชาติใด เด็กหรือผู้ใหญ่ก็พานพบแต่ความสรดโศกช้ำระกำระกา อย่างว่าโรคห่ามันติดต่อ ติดแล้วตายหาคืนมิได้ กู้คืนไม่มีเห็น มีแต่เป็ผีไซร้วนเวียนวงกรรมเป็กงเกวียนหมุนกลิ้งเป็ว่าเล่น อย่างนั้นก็แสร้งว่าโชคชะตา โชคร้ายแท้ โชคอาภัพ โชคตัวเดียวที่ผิด จะฉงนใจสักหน่อยไหมว่า ตัวนั่นแหละเ้าปัญหาทั้งหมดทั้งมวลล้วนมาจากจิตใจอันต่ำทราม แม้นตายแล้วก็เป็ผีร้าย ไม่ได้ผุดได้เกิด ถูกบาปอาฆาตจองจำให้ตรอมตรมตรึงไว้ชั่วกัปชั่วกัลป์ ถึงจะเป็ผีดีก็ใช่ว่าดี ขึ้นชื่อว่าผีนั้น จิตมันก็มัวหมองจนมืดบอดเช่นกัน ผีนะ หาใช่คนจะได้กระทำอย่างใจอยาก พูดไปก็หาใครรู้ความ มีแต่ผีด้วยกันเองที่พอถามไถ่กันรู้เื่ ไอ้ดำกับไอ้จ่าจึ่งได้แต่มองความวิบัติของคนร่ำไป ณ ป่าพงไพร แต่ปางก่อนนั้นเคยเป็หมู่บ้านท่านพระยาพระครู ท่านมีอาคมแก่กล้า ทว่ามักมีใจดำ คิดร้ายหมายชั่วไปทั่ว จนผู้ที่ถูกฆ่าด้วยมนต์คาถาต้องตายห่าไม่ได้ไปผุดไปเกิด มันทั้งสองก็ถูกจองจำด้วยแรงฤทธิ์แห่งคำสาป ครั้นท่านยมบาลก็มิได้ละเลยหน้าที่เมื่อถึงคราถึงรอบท่านก็มาเยือนถิ่นสถานนี้บ่อยครั้ง ทว่าพวกผีมันรู้ รีบหนีหาย บ้างก็สิงต้นไม้ต้นตอ บ้างก็แอบอยู่กับคน จึงรอดตัวไป แต่ใช่ว่าเป็ผีรอดพ้นจากวงเกวียนจะดี หากหมดบุญเมื่อไรมันจะเป็บ่อนความชั่วร้าย บ้างก็เรียกผีร้าย ผีพราย ผีปอบ ผีสือ ผีกองกอย สารพัดผี แดนสุราลัยมันคงมีเฉพาะในนิทานหากผู้ที่พบพานนั้นมีเพียงตัวละครที่ถูกเขียนขึ้น...มิใช่เศษเลยอย่างพวกมัน
"มันทำกันอีกแล้วรึว่ะ" ไอ้ดำทัก มองภาพเหตุการณ์ตรงหน้า
"เออสิวะ กูเห็นไอ้นี่มันย่องๆ อยู่ในพุ่ม" ไอ้จ่ารับ มันชำเลืองดูภาพเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แม่หญิงงามผู้หนึ่งกำลังปีนตีนเขาเข้าป่า เข้ามาเก็บเห็ดอย่างเคย พวกมันดูแม่นางคนนั้นั้แ่ยังเด็ก จนตอนนี้โตเป็สาวเป็แส้ ร่างสะโอดสะองในชุดเสื้อผ้ามิดชิด ปกปิดั้แ่หัวจรดเท้า นางละไม่คิดเกรงกลัวเข้าป่าหาผักหญ้าตามกะสัย ไม่อิดออดแต่เล็กจนบัดนี้โตงามสะพรั่ง จึ่งได้มีไอ้ชั่วไอ้กามมาระรานอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่นในตอนนี้ พวกมันสองตนยืนดูร่างบางกำลังก้มเก็บเห็ดแลเห็นไอ้คนโฉดฉกรรจ์ดุ่มๆ มองๆ อยู่ตรงพุ่มไม้ ถือพร้าอันดำคมกริบในมือ พอได้จังหวะไอ้บาปคนนั้นก็พุ่งเข้าใส่แม่นางจนร่างเล็กถลาล้มลงบนพื้นหญ้า เสียงกรีดร้องใดังลั่นทั่วป่า แต่ไอ้บาปใจทรามมันรีบเอามือปิดปากไว้จนแม่นางน้อยตาเหลือก ดวงตาคู่นั้นมีแต่ความผวาหวาดกลัว นางมองมาที่ผีสองตนแล้วทำท่าเหมือนจะขอร้องให้ช่วย แต่แท้แล้วไซร้พวกมันเป็ผี จะมีฤทธิ์เดชแก่กล้าไปสู้คนได้อย่างไร ทว่าจักด้วยความสงสาร เพลี้ยงพล้ำเอ่ยหาท่านผู้ใหญ่สูงส่งให้มาปรากฏตัว
"ท่าน ท่านๆ " ไอ้จ่ามันเรียก ทว่าท่านนั้นจะมาทันช่วยแม่นางผู้นี้หรือไม่ ก็อีกเื่
"เฮ้ย ไอ้ดำ" ไอ้จ่าลั่น รีบไปจับดึงมือหนาอันทรามโฉดไว้ มันกำลังง้างพร้าเล่มใหญ่เท่าแขนขึ้น หมายจะฟันแม่นางน้อยผู้นั้น ทว่ามันเป็ผีจึงได้แต่คว้าเอาเถ้าอากาศ บัดนั้นคอนางก็สะบั้นลงทันใด เหลือไว้เพียงกายขาดคอ มันสองตัวมองร่างบอบบางกระตุกกระเเด่วอยู่นาน ไอ้โฉดชั่วใจบาป มันไม่รั้งรออันใด รีบโกยเอาเรือนร่างงามแล้วสำเร็จความใคร่ของมันเสีย พวกมันสองตัวได้แต่ยืนมองความวิบัติของคนจวบไปจนถึงบัดไหนกัน ช่วยอันใดก็มิได้ มีตกระกำช้ำหนองในทนเห็นเื่บาปทรามซ้ำวนไม่หลุดพ้นเสียที
หากพวกที่ตายตกตายโหงตายห่า มันจะนึกคิดแค้นให้แสบสันใจระอุในอกหรือไม่ แค้นผู้ใด? ก็พวกมันอย่างไรเล่า
บ่อนนี้จึงเป็ดั่งป่าช้าก็มิผิดเพี้ยน เห็นแต่สิ่งอกุศลให้เปื้อนตา ไอ้จ่าย้ำหลับตาลง ครั้นภาพเบื้องหน้าเป็ดั่งคำสาปส่งที่ตนเป็พยาน สุดท้ายแม่นางนั้นคงอาฆาตไม่ให้กรรมดีอันใดช่วยตัวเองให้หลุดพ้น คงจะล่าไอ้โฉดจนจิตเปื้อน
"มึงเห็นไหม เราเปนผี ทำอย่างไรเล่า" ไอ้ดำว่า
"เอ้อ กูเห็นแล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่า เราจาเปนอย่างนี้รึว่ะ"
"มึงก็ไปเกิดสิวะ"
"กูขยาด ไอ้ห่า"
"เอ้อ กูก็ขยาก ไอ้ดำเอ๊ย" มันทั้งสองถอนใจ แล้วไปสิงที่ต้นไม้อย่างเดิม
..........................................