5
พบหน้ามิประทับใจ
ผืนผ้ายาววางอยู่บนตั่งไม้ที่สูงระดับเอวของหวังกุ้ยฮวา ดวงตาหงส์ทอดมองราวกับไม่รู้จัก มือยังคงแนบอยู่ข้างตัวทั้งที่สาวใช้ข้างกายของเหอกุ้ยเฟยฝนหมึกเตรียมให้แล้ว
ปิดทุกช่องทางหลีกหนี ราวกับเกรงว่านางจะไม่ยอมแสดงความสามารถกระนั้น
แต่เหอซูเมิ่งคาดเดาถูกแล้ว หวังกุ้ยฮวาไม่อยากโดดเด่น นางแค่อยากใช้ชีวิตโดยหลีกหนีให้ไกลจากราชสำนักที่สุดเท่านั้น
ต่อให้จะต้องออกเรือนก็ต้องไม่ใช่กับบรรดาองค์ชายที่คุณหนูทั้งหลายหมายปอง!
“กุ้ยเฟยเพคะ อย่างที่บอกว่ามือของหม่อมฉันาเ็--าเ็ยิ่งกว่าปีก่อน ดังนั้นต่อให้จับพู่กันได้ก็อาจจะต้องแสดงความอับอายต่อหน้าพระองค์แล้วเพคะ”
เหอซูเมิ่งโบกมือไม่ใส่ใจ ผู้อื่นจะขายหน้าหรืออับอายไม่เกี่ยวข้องกับนาง
“จะดีเลวก็ให้ผู้คนตัดสินเถิด เ้าเป็บุตรสาวคนสำคัญของเสนาบดีหวัง พี่สาวเ้ายังเล่นพิณตราตรึงขนาดนี้ เ้าคงมิใช่ลูกเป็ดในคอกหงส์กระมัง”
“หม่อมฉันจะพยายามเพคะ”
หวังกุ้ยฮวาถือว่าผู้อื่นรับรู้แล้ว โดยเฉพาะรัชทายาทที่เป็คนลากนางขึ้นสู่เวที หญิงสาวมองสบตาเขาอย่างเคืองขุ่นจากนั้นจึงเลือนผ่านหลี่เยียนแล้วมาหยุดที่ผ้าผืนยาว
ลูกเป็ดในคอกหงส์หรือ...
หากนางคิดจะเป็ผู้อื่นจะว่ากระไรเล่า
หวังกุ้ยฮวากระตุกยิ้ม จับพู่กันขนาดเล็กขึ้นมาท่ามกลางความแปลกใจของผู้คน พู่กันนี้ส่วนใหญ่ใช้คัดอักษรตัวเล็กยามลงชื่อหรือแต่งเติมองค์ประกอบในภาพ มักใช้ในขั้นตอนสุดท้าย การเลือกของหวังกุ้ยฮวาทำให้ผู้คนแปลกตาแล้ว
หญิงสาวไม่สนใจสายตาของผู้ใด นางจุ่มพู่กันลงในน้ำ ปาดให้พอหมาด จากนั้นจึงทดสอบกับผืนผ้าที่อยู่ข้างๆ แล้วจึงจุ่มหมึกเตรียมลงมือ
ท่าทางคล่องแคล่วแช่มช้อย ประหนึ่งวิหคกำลังเหินขึ้นสู่นภา ผู้คนต่างก็เห็นชายแขนเสื้อของหวังกุ้ยฮวาสะบัดไปข้างหลัง แต่ยังไม่ทันโผบินทุกอย่างก็จบสิ้น
“เสร็จแล้วเพคะ”
นางล้างพู่กันกับถ้วยน้ำสะอาด จากนั้นจึงแขวนคืนสู่ชั้นไม้สลักลายวิหค ดวงตาหงส์ผินไปยังกุ้ยเฟยที่หรี่ตามองอย่างไม่ชอบใจ หลี่เยียนขมวดคิ้วไม่คลาย หลี่จงคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มแต่ดวงตากลับฉายรอยขออภัย
“นี่เ้า...”
เหอซูเมิ่งก้าวลงจากปะรำ นางรู้สึกคล้ายถูกสตรีรุ่นลูกเย้ยหยัน การวาดภาพโดยใช้เวลาแค่เพียงหนึ่งดีดนิ้วมือนี้จะกล่าวว่าใช้ได้ได้อย่างไร!
“หวังกุ้ยฮวา! เ้ากำลังท้าทายข้าอยู่หรือ”
หวังกุ้ยฮวาเงยหน้ามองสตรีที่สูงกว่าตนเกือบหนึ่งศอก ปิ่นทองระย้าบนมวยผมยิ่งทำให้เหอกุ้ยเฟยดูหรูหราฟุ้งเฟ้อกดข่มผู้คนอยู่อีก่หนึ่ง หากเป็คุณหนูทั่วไปคงจะประหวั่นพรั่นพรึงอยู่บ้าง แต่นางซึ่งเคยก้าวไปถึงตำแหน่งฮองเฮาย่อมไม่หวั่นไหว
“หม่อมฉันไม่กล้าเพคะ เพียงแต่อย่างที่หม่อมฉันได้เรียนให้กุ้ยเฟยทราบแล้ว มือของหม่อมฉันาเ็...ยามนี้ก็ยังไม่หายดี”
“นี่เ้า...”
รอยยิ้มของคุณหนูสกุลหวังหม่นลง นางก้มหน้ามองพื้นแต่กลับแบมือให้ผู้อื่นเห็นร่องรอยบนฝ่ามือ
นอกจากสายพิณที่บาดซ้ำแล้วซ้ำเล่ายามนี้ยังมีรอยเืซึมชื้น แม้เหอกุ้ยเฟยจะสั่งให้สาวใช้ฝนหมึกให้กับหวังกุ้ยฮวาแต่ด้ามพู่กันกลับบาดมือขาวเสียจนเป็รอยชัดเจน
เหอซูเมิ่งอยากจะหัวเราะ ด้ามพู่กันบาดมือได้ที่ใด! แต่ท่ามกลางผู้คนที่มองมาด้วยความคลางแคลงใจนางก็ยังต้องรักษาไว้ซึ่งภาพลักษณ์สูงส่งและงดงาม
“ช่างเถิด แต่เ้าก้าวขึ้นมาแล้วต่อให้จะวาดไม่เสร็จก็ต้องให้ผู้อื่นชมผลงาน”
“หม่อมฉันทราบดีเพคะ”
ปรารถนาของเหอกุ้ยเฟยเป็สิ่งที่หวังกุ้ยฮวา้าอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวจึงถอยไปด้านหลังแล้วปล่อยให้แม่งานวันนี้สั่งสาวใช้คลี่ผ้าซึ่ง้ามีกระดาษเซวียนจื่อสีนวลแปะติดอยู่ บนกระดาษราคาแพงนั้นมีแต้มหมึกเพียงหนึ่งราวกับอักษรตัวแรกที่เขียนไม่เสร็จกระนั้น
“น่าเสียดาย แม้คุณหนูหวังจะเป็คนที่วาดภาพเสร็จเร็วที่สุดแต่ข้ากลับไม่อาจหาความหมายใดจากภาพนี้ได้เลย”
เหอซูเมิ่งพรูลมหายใจราวกับเสียดายหนักหนา มือกระพือพัดแ่เบา ชี้นำให้ผู้คนเกิดความขบขันต่อความสามารถของหวังกุ้ยฮวา
ยามนี้พวกเขาต่างก็ลืมไปจนหมดสิ้นว่าหญิงสาวเจ็บมือจึงไม่สามารถวาดภาพต่อได้จนเสร็จ ผู้คนล้วนแต่ยินดีในความทุกข์ตรมและความพลั้งพลาดของผู้อื่น
“ขายหน้าทุกท่านแล้ว”
ถึงอย่างนั้นหวังกุ้ยฮวากลับก้าวมารับราวกับไม่รู้ถึงกระแสเย้ยหยันนั้น อาภรณ์สีขาวบดบังร่างสีแดงที่องค์ชายสิบกำลังจับจ้อง หลี่เยียนจึงผินหน้ามาหา คลี่ยิ้มเย้ยหยันให้กับสตรีที่มีดีเพียงเปลือกนอกและความโง่งม
“เสด็จพี่... ท่าทางท่านจะจำผิดคนแล้วกระมัง คุณหนูหวังคนที่มากด้วยความสามารถ...ดูท่าน่าจะเป็คนพี่เสียมากกว่า”
หลี่จงไม่หวั่นไหว แต่ก็ย้อมคล้อยไปตามน้องชาย “ดูเหมือนจะเป็เช่นนั้น ไม่ได้พบนางนาน ข้าคงเลอะเลือนเสียแล้ว”
รัชทายาทยกจอกสุราขึ้นบังรอยยิ้ม ผู้อื่นไม่้าเปิดเผยตัวตนแต่เขากลับดึงนางออกมากลางแสงสว่าง ดูเหมือนจะต้องหาของขวัญไปไถ่โทษเสียแล้ว
“น่าเสียดาย... ข้านึกว่าจะได้เห็นฝีมือของคุณหนูอันดับหนึ่งที่ร่ำลือเสียอีก”
“นั่นสิ เช่นนี้นับว่าดีเลวยังยาก แค่จุดเตี่ยนเท่านั้น ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถวาดได้”
เสียงวิจารณ์ของผู้คนทำให้รอยยิ้มของบางคนผลิแย้ม หวังกุ้ยฮวาก้มหน้าต่ำราวกับไม่้ารับรู้ ทำให้ผู้อื่นพากันคิดว่านางอับอาย แต่แท้จริงแล้วหญิงสาวกำลังหัวเราะอยู่ในใจที่ทุกอย่างเป็ไปตามคาดการณ์
ดียิ่ง! เร่งกดข่มข้าเร็ว หลี่เยียนผู้โง่งมจะได้ไม่หันมามอง
“หากกุ้ยเฟยไม่้าภาพวาดผืนนี้ ไม่ทราบว่าพระองค์พอจะมอบให้กระหม่อมได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
บุรุษผู้หนึ่งก้าวยืนท่ามกลางเสียงหัวเราะเย้ยหยัน คุณหนูบางผู้ปัดผ้าเช็ดหน้าหล่นเพราะเผลอมองเขาตาค้าง ยังมีใครไม่รู้จักเจียงหลินผู้เป็คุณชายอันดับหนึ่งของเมืองหลวงด้วยหรือ
หวังกุ้ยฮวาเองเมื่อได้ยินเสียงของเขาก็บดปลายเท้าอย่างโกรธเกรี้ยว เจียงหลินผู้นี้กับนางประหนึ่งน้ำไฟ ผลัดกันต่อสู้บนเวทีของหญิงชาย อดีตนางไม่เคยยอมพ่ายแต่เวลานี้นาง้าสละตัวเองเขากลับพาตัวเข้ามาขวางกระแสธารเชี่ยว
ไม่ว่าชาติไหนคนผู้นี้ก็ดูจะตามจองล้างจองผลาญนางเรื่อยไป!
“คุณชายเจียง้าภาพวาดหรือ เพราะเหตุใดเล่า”
“กระหม่อมรู้สึกว่าภาพนี้ของคุณหนูหวังเปี่ยมไปด้วยปรัชญา มากด้วยความคิดเลยตั้งใจจะนำไปแขวนไว้เตือนตนพ่ะย่ะค่ะ”