ทว่าอวี่ฟู่ชิงกลับทำเหมือนเสิ่นซินลั่วเป็อากาศ เขาก้าวขายาวๆ เดินผ่านหน้าเธอไปดื้อๆ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง มุ่งตรงไปยังทางหนีไฟราวกับรังเกียจที่จะหายใจร่วมกัน
"คุณลุงเสิ่นครับ"
เสิ่นหยางหงที่กำลังนั่งอู้งานสูบบุหรี่และไถโทรศัพท์เล่นอยู่ตรงบันไดหนีไฟ พอเห็นว่าใครเดินมาก็รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนหลังตรง ขยี้บุหรี่ทิ้งแทบไม่ทัน
"นายน้อยอวี่ จะกลับแล้วเหรอครับ? ให้ผมเดินไปส่งที่ลานสกีไหมครับ?"
อวี่ฟู่ชิงยกมือห้ามวางมาดนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล
"ไม่ต้องหรอกครับ พอดีผมมีเื่อยากจะคุยกับคุณลุงเสิ่น... เื่สัญญาของเสี่ยวลู่ที่จะเข้าสังกัดอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ระหว่างเดินออกไปเราคุยรายละเอียดกันหน่อยดีไหมครับ?"
"ได้ครับ! ได้สิครับ! ดีเลยครับ!"
ดวงตาของเสิ่นหยางหงลุกวาวเป็ประกายระยิบระยับราวกับเห็นตู้เอทีเอ็มเดินได้ เขากำลังกลุ้มใจเื่หนี้สินอยู่พอดี ์โปรดแท้ๆ... บ่อเงินบ่อทองลอยมาเสิร์ฟถึงที่แล้ว!
เสิ่นซินลั่วที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมาทันเห็นภาพบาดตาพอดี เธอได้แต่มองแผ่นหลังของชายในดวงใจเดินเคียงคู่ไปกับพ่อแท้ๆ โดยไม่ไยดีเธอเลยสักนิด
ความน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเื
ยังไงแม่ก็ดีที่สุด...
ถ้าแม่อยู่ตรงนี้ แม่ต้องหาทางจัดการให้เธอได้เซ็นสัญญากับอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ได้แน่ๆ แต่พ่อ... พ่อไม่เคยแคร์เธอเลย พ่อสนแค่ไป๋ลู่ที่เป็ 'ตัวเงินตัวทอง' หาเงินเข้าบ้านได้เท่านั้น!
ไม่ได้การ... ต้องฟ้องแม่!
เสิ่นซินลั่ววิ่งกลับเข้าห้องผู้ป่วยของตัวเอง ปิดประตูดังปัง! แล้วรีบกดโทรศัพท์หาอู๋ลี่ผิง มือไม้สั่นเทาด้วยความริษยา
"แม่คะ! พี่ฟู่ชิงจะเซ็นสัญญากับไป๋ลู่คนเดียว หนูไม่ยอมนะ! หนูเองก็อยากเป็ดาราเหมือนกัน แม่รีบคิดหาวิธีช่วยหนูหน่อยสิคะ!"
ห้องพักผู้ป่วยวีไอพีแม้จะหรูหรา แต่ผนังกั้นห้องก็ไม่ได้เก็บเสียงขนาดนั้น โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายแผดเสียงแหลมปรี๊ดขนาดนี้
ไป๋ลู่ที่ยืนพิงประตูห้องของตัวเองอยู่ ได้ยินบทสนทนาของพวกขี้แพ้ชวนตีชัดเจนทุกถ้อยคำ มุมปากสวยได้รูปยกยิ้มขึ้นอย่างสมเพช
หึ... ดิ้นพล่านกันเข้าไป
แค่ได้ยินเท่านี้ก็รู้ไส้รู้พุงหมดแล้ว เธออ้าปากหาวหวอดอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะลงกลอนประตูห้องแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอน
จนถึงตอนนี้... หมากทุกตัวยังเดินไปตามเกมที่เธอวางไว้
ไม่มีอะไรผิดเพี้ยน
ไป๋ลู่สอดสมุดบันทึกเล่มสำคัญไว้ใต้หมอน ขยับตัวจัดท่านอนให้สบายแล้วหลับตาลงด้วยรอยยิ้มจางๆ
แต่ทว่า... ผ่านไปไม่นาน รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยเหงื่อเม็ดโตที่ผุดพรายเต็มหน้าผาก คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความทรมาน เธอตกอยู่ในฝันร้าย... ฝันร้ายที่น่ากลัวและสมจริงที่สุดในชีวิต
กลิ่น... กลิ่นน้ำมันเบนซินฉุนกึก...
และกลิ่นไหม้ของเนื้อหนังมนุษย์...
ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งด้วยความเ็ปรวดร้าว เืสดๆ ไหลทะลักออกจากาแฉกรรจ์ทั่วร่างราวกับเขื่อนแตก
ใครบางคนกระชากผมเธออย่างแรงจนหนังศีรษะแทบหลุดติดมือ เธออยากจะกรีดร้องขอชีวิต แต่ลำคอตีบตันจนไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
"ลูกพี่ นังไป๋ลู่นี่มันดวงแข็งชะมัดยาด สภาพเละเป็โจ๊กขนาดนี้ยังไม่รีบตายห่าไปอีก!"
เสียงหยาบกระด้างของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหู
"ไม่ใช่นังนี่ดวงแข็ง แต่รถมันดีต่างหากโว้ย เมอร์เซเดส-มายบัค ราคาตั้งสองล้านกว่า ระบบความปลอดภัยมันแ่า แต่เสียดาย... รถหรูแค่ไหนก็ยื้อชีวิตมันไว้ไม่ได้หรอก" เสียงผู้ชายอีกคนตอบกลับมา น้ำเสียงเยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมกว่า
"ที่น่าเสียดายคือหน้าสวยๆ นี่ต่างหาก 'ลูกสาวแห่งชาติ' ไป๋ลู่เชียวนะเว้ย! จุ๊ๆๆ! ดูหน้าตานี่สิ ดูหุ่นนี่สิ! ถ้าก่อนตายให้พวกเราพี่น้องได้หาความสุขกับมันสักหน่อย ก็คงจะดีไม่น้อ—"
เพี้ยะ!
เสียงตบหัวดังลั่น
"หุบปากเน่าๆ ของแกไปซะ! 'คุณหนูตระกูลลู่' คนนั้นไม่ใช่แม่พระใจบุญนะโว้ย เธอ้าแค่ชีวิตของนังไป๋ลู่ ถ้าแกกล้าทำอะไรบ้าๆ นอกเหนือคำสั่ง รับรองพวกเราสองพี่น้องได้ตายโหงสภาพดูไม่ได้ยิ่งกว่านังนี่แน่!"
"โธ่ลูกพี่ อย่าเพิ่งโมโหสิ ผมก็แค่พูดเล่นแก้เครียด ดูสภาพไป๋ลู่ถูกชนเละเป็ผักขนาดนี้ ให้ตายผมก็ไม่มีอารมณ์ทำอะไรหรอก"
"เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว ศพไอ้คนขับรถบรรทุกนั่นลากเอาไปวางไว้ตรงที่นั่งคนขับหรือยัง? มือไม้ให้มันไวๆ หน่อย จัดฉากวางศพเสร็จแล้วรีบจุดไฟเผาทำลายหลักฐานซะ พอเสร็จเื่ เราได้รีบชิ่ง ถนนหลวงเส้นนี้เปลี่ยวก็จริง แต่ถ้ามีคนผ่านมาเห็น พวกเราจบเห่แน่!"
"แต่ไป๋ลู่มันยังไม่ขาดใจตายเลยนะลูกพี่ ถ้าเกิดมีพลเมืองดีมาช่วยมันไว้ได้... ไม่ได้การๆ เดี๋ยวผมจัดการอุดจมูกสงเคราะห์ให้มันรีบๆ ไปลงนรกซะดีกว่า"
"ไอ้ควาย! นังไป๋ลู่มันไม่รอดแล้ว มันทำได้แค่รอความตาย! ขืนแกไปบีบจมูกหรืออุดปากมันให้ตายตอนนี้ ก็เท่ากับทิ้งร่องรอยไว้ให้ตำรวจรู้สิวะ ว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ! แค่เื่การตายของ 'ลู่อี้ถิง' ท่านประธานลู่ก็เริ่มสงสัยตะหงิดๆ แล้ว แกอยากให้คนตระกูลลู่สาวไส้มาถึงหัวพวกเราหรือไง? ขัดแข้งขัดขาคุณหนูตระกูลลู่ แกมีกี่ชีวิตให้เขาฆ่าวะ?!"
สมองที่พร่ามัวและใกล้ดับวูบของไป๋ลู่พยายามประมวลผลคำพูดเ่าั้อย่างยากลำบาก
ลู่อี้ถิง... พ่อ?
"ลูกพี่ ไม่มีใครรู้สักหน่อยว่าไป๋ลู่เป็ลูกสาวแท้ๆ ของลู่อี้ถิง พี่อย่าปอดแหกไปหน่อยเลยน่า ไม่มีใครเดาออกหรอกว่าเป็ฝีมือเราสองพี่น้องที่รับงานเก็บทั้งพ่อทั้งลูก... ฆ่าลู่อี้ถิงแล้วจัดฉากให้เป็การฆ่าตัวตาย แล้วก็มาตามเก็บนังลูกสาวต่อ"
"ไปตายซะไอ้โง่! ี้เีจะอธิบายให้ควายอย่างแกฟังแล้ว รีบไสหัวไปขนศพแล้วจุดไฟเผาเดี๋ยวนี้!"
ไป๋ลู่พยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายฝืนลืมตาขึ้น ท่ามกลางภาพสีแดงฉานของเืและเปลวเพลิงที่เริ่มลุกไหม้ สิ่งเดียวที่เธอเห็นชัดเจนคือ... ฟันทองซี่ใหญ่สองซี่ในปากของมัน
พ่อ...
พ่อคะ!
"พ่อ! พ่อคะ!"
ไป๋ลู่กรีดร้องสุดเสียง ร่างกายสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย ลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความตื่นตระหนก
"เสี่ยวลู่? ไป๋เสี่ยวลู่?"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเรียกสติเธอ ไป๋ลู่หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อท่วมตัวราวกับเพิ่งขึ้นจากน้ำ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ผ่านไปครู่ใหญ่ กว่าภาพตรงหน้าจะชัดเจนว่าเป็ใบหน้าอันหล่อเหลาของหมอเ้าของไข้
"หมอเย่..."
พอเอ่ยปากเรียก น้ำเสียงของเธอก็สั่นเครือปนสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้
ก่อนตาย... มันเจ็บมากจริงๆ เ็ปทรมานเหมือนร่างจะแตกเป็เสี่ยงๆ
พ่อเอง... ตอนที่โดนพวกมันฆ่า ก็คงเ็ปและโดดเดี่ยวแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม?
เย่จิ่งเหยียนยื่นมือมาแตะหน้าผากเธอเบาๆ เพื่อเช็กอุณหภูมิ น้ำเสียงอ่อนโยนลงเล็กน้อย
"ไม่เป็ไร ไม่เป็ไรนะ... ก็แค่ฝันร้าย"
ไป๋ลู่หลับตาลงแน่น มือจิกผ้าปูที่นอนจนยับย่น
ไม่!
ไม่ใช่ฝันร้าย...
แต่มันคือความจริงที่เกิดขึ้นแล้วในชาติก่อน!
พ่อไม่ได้ป่วยซึมเศร้าจนฆ่าตัวตาย และเธอ... ก็ไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุรถชนธรรมดา
พวกมันฆ่าเธอ... เพื่อปิดปากไม่ให้มีใครมาแฉตัวตนของ 'คุณหนูตัวปลอม' เสิ่นซินลั่ว เพื่อให้ยัยนั่นได้เสวยสุขเป็คุณหนูเล็กตระกูลลู่ไปตลอดชีวิต
พวกมันฆ่าพ่อ... เพื่อปกปิดความลับที่เสิ่นซินลั่วทำไว้ ไม่ให้มีวันถูกเปิดเผย ความผิดบาปเ่าั้ จะได้ถูกยัดเยียดไว้บนหัวพ่อของเธอ ให้พ่อตายไปพร้อมกับมลทินตลอดกาล
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยตื่นตระหนกของไป๋ลู่ก็แปรเปลี่ยนเป็สงบนิ่ง... จนน่ากลัว
ความจริงเป็แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
ยังไงเธอก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ว่าจะลากคอเสิ่นซินลั่วกับอวี่ฟู่ชิงลงไปฝังร่วมหลุมกับพ่อของเธอให้ได้
ยังไงพวกมันก็ต้องตาย... แต่เธอเปลี่ยนใจแล้ว เธอจะไม่ยอมให้พวกมันตายสบายๆ ง่ายดายเหมือนที่พวกมันทำกับพ่อเด็ดขาด
เธอจะแล่เนื้อ ฉีกหนังพวกมันเป็พันชิ้น ให้พวกมันได้ลิ้มรสความเ็ปเจียนตายแต่ไม่ยอมให้ตาย แล้วค่อยบดกระดูกพวกมันให้เป็ผุยผง
ไม่ต้องรีบ... เธอไม่รีบร้อนเลยสักนิด
ถ้าให้ตายง่ายๆ... มันจะไปสาสมกับความแค้นสองชาติภพได้ยังไง
ค่อยๆ ทรมาน... ค่อยๆ ทำลายชีวิตและความหวังของพวกมันให้ย่อยยับไปทีละนิด... แบบนี้สิถึงจะสนุก
พรึ่บ!
จู่ๆ เย่จิ่งเหยียนก็ดึงผ้าห่มออก แล้วฉุดตัวเธอลุกขึ้นมาดื้อๆ ขัดจังหวะความแค้นระดับมหากาพย์ของเธอจนหมดสิ้น
"ไป๋เสี่ยวลู่ เลิกเหม่อได้แล้ว กินยา กินข้าว"
"..." ไป๋ลู่กัดฟันแน่น หันไปแยกเขี้ยวใส่เขา "หมอเย่! ฉันเป็คนป่วยนะ!"
"ก็เพราะรู้ว่าเป็คนป่วย ถึงได้บังคับให้กินยากินข้าวไง" เย่จิ่งเหยียนตอบกลับหน้าตาย ไม่สะทกสะท้าน
"กินข้าวเสร็จ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปแช่ออนเซ็น ในยาจีนของคุณมีส่วนผสมของสมุนไพรช่วยให้นอนหลับและผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วย พอดีเลย แช่ออนเซ็นกลับมา จะได้นอนงีบอีกรอบยาวๆ ไม่ต้องฝันร้ายอีก"
ไป๋ลู่เลิกคิ้วสูง ลืมความโกรธเมื่อครู่ไปจนหมด
"ออนเซ็น? ที่นี่มีออนเซ็นด้วยเหรอคะ?"
ชาติที่แล้วตอนมาพักฟื้น หมอไม่เห็นเคยบอกเลยว่ามีออนเซ็น
เย่จิ่งเหยียนยักไหล่ มุมปากยกยิ้มกวนประสาทเล็กน้อย
"ถ้าจะบอกว่าที่นี่เป็โรงพยาบาลส่วนตัว... ก็สู้นิยามว่าเป็สถานพักฟื้นระดับ VVIP ที่มีบริการครบวงจรจะถูกต้องกว่า
เหตุผลที่มาสร้างสถานพักฟื้นตรงนี้ ก็เพราะคุณฮั่ว... เ้าของโรงพยาบาลชอบความเงียบสงบ แล้วก็บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติในหุบเขานี้ เขาลงทุนมหาศาลเพื่อชักน้ำแร่เข้ามาในโรงพยาบาล มีบ่อออนเซ็นทั้งเล็กใหญ่เป็สิบๆ บ่อ สรรพคุณร้อยแปด ดีต่อสุขภาพมากๆ นะ"
"หมอเย่ ไม่ต้องมา 'เ้าของโรงพยาบาล' อะไรหรอก ฉันรู้น่าว่าที่นี่คือวังส่วนตัวของท่านมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง ฮั่วเหยี่ยนฟ่าง" ไป๋ลู่หรี่ตามองอย่างจับผิด
"ในเมื่อเป็ออนเซ็นที่ท่านเศรษฐีทุ่มเงินสร้างไว้ใช้เอง คุณแน่ใจเหรอว่าฉันเข้าไปใช้ได้?"
"วันนี้ใครหน้าไหนก็ห้ามผมไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ผมจะทำให้เมนที่ผมติ่งแฮปปี้ที่สุด ใครจะทำไม" เย่จิ่งเหยียนตอบอย่างภาคภูมิใจ
"อีกอย่าง ถ้าเธอไม่พูด ฉันไม่พูด ฮั่วเหยี่ยนฟ่างก็ไม่มีวันรู้ไม่ใช่เหรอ?"
ไป๋ลู่ยกนิ้วโป้งให้เขาเงียบๆ
เื่ความใจกล้าบ้าบิ่น ต้องยกให้คุณเย่จิ่งเหยียนเขาจริงๆ
ถึงแม้แววตาที่แทบจะกลืนกินทุกอย่างคู่นั้นจะทำให้ไป๋ลู่กลัวจนตัวสั่น เธอก็รู้ว่าถึงเย่จิ่งเหยียนจะดูติงต๊องไปบ้าง แต่เขารู้จักกาละเทศะดี
แล้วตัวตนกับภูมิหลังของคนคนนี้ก็ไม่ธรรมดา ั้แ่ชาติที่แล้วตอนคุยกับเขา เธอก็พอจะเดาได้รางๆ แล้ว
ไป๋ลู่พยักหน้า "แช่ออนเซ็นตอนเช้าเนี่ยนะ จะดีเหรอ?"
เย่จิ่งเหยียนสวนกลับ "สงสัยในความเป็มืออาชีพของผมหรือไง?"
ไป๋ลู่ไม่พูดอะไรอีก หยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวยัดเข้าปาก
"กินช้าๆ หน่อย" เย่จิ่งเหยียนหรี่ตาลง "จริงสิ ผมได้ยินพยาบาลบอกว่า เมื่อวาน 'พี่ฟู่ชิง' ของคุณมาเยี่ยมเหรอ? ไป๋เสี่ยวลู่ ห้ามมีความรักก่อนวัยอันควรนะ คุณยังไม่บรรลุนิติภาวะ"
ไป๋ลู่เกือบสำลักข้าวตาย
เย่จิ่งเหยียนเป็พ่อบังเกิดเกล้าของฉันั้แ่เมื่อไหร่กัน?
ชิ ความรักบ้าบออะไร
เธอต้องรีบแก้แค้น ต้องรีบไต่เต้าขึ้นไปเป็จักรพรรดินีแห่งวงการบันเทิง จะเอาเวลาว่างที่ไหนไปมีความรัก?
ถึงจะมี ก็ไม่คบกับอวี่ฟู่ชิงหรอก
อี๋…แหวะ!
เธอไม่คิดจะมีความรักบ้าบออะไรนั่นหรอก ผู้ชาย... มีแต่จะถ่วงความเร็วในการชักดาบของเธอ!