“ถ้ายังอยากเรียกแม่ว่าแม่อยู่อีกละก็เตรียมตัวแต่งงานตามที่แม่้าซะ”
กล่าวจบคุณนายลดาก็ลุกขึ้นเดินจากไปทิ้งให้ลลิตนารีได้แต่มองตามอย่างอึ้งๆไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมารดาจะต้องทำถึงขนาดนี้ ทำไมท่านจะต้องถึงขั้นยื่นคำขาดตัดแม่ตัดลูกกับเธอ ซึ่งท่านคงไม่ใช่แค่แกล้งพูด เพราะปกติท่านก็ไม่เคยออกปากบังคับอะไรเธอเลย แล้วนี่มันเื่อะไรกันและเธอควรที่จะทำอย่างไรดี
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“เป็อะไรไปหรือคุณ ท่าทางเครียดเชียว”
คุณนฤเบศซึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เก้าอี้นวมริมหน้าต่างภายในห้องส่วนตัวเอ่ยถามขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นภรรยาเดินเข้ามากระแทกตัวนั่งลงบนเตียงแล้วตามด้วยการถอนหายใจแรงๆอีกหลายเฮือก
“ฉันพึ่งไปยื่นคำขาดกับลูกเื่แต่งงานมาค่ะ”
คุณนายลดาตอบด้วยท่าทางที่ไม่สบายใจเอาเสียเลย
“แล้วลูกว่าไงบ้าง”
คุณนฤเบศถามต่ออย่างสนใจ
“ก็นี่แหละที่ทำให้ฉันกลุ้มใจ ไม่รู้ว่าลูกจะว่ายังไงบ้างความจริงเราก็ไม่เคยบังคับลูกอย่างนี้เลยน่ะ”
“แล้วคุณคิดดีแล้วเหรอ ที่ทำอย่างนี้”
คุณนฤเบศวางหนังสือลงบนตักแล้วหันมาคุยกับภรรยาอย่างจริงจัง
“คิดดีแล้วค่ะ ฉันคิดว่าลูกชายคนเดียวของท่านพิพัฒน์กับคุณหญิงเกศกนกเหมาะสมกับลูกสาวของเรามากที่สุด”
“แต่ผมก็สงสารลูก”
“เอาเถอะค่ะ มันก็ไม่ใช่เื่ที่เลวร้ายอะไรหรอก ฉันมั่นใจว่าฉันเลือกทางเดินของอนาคตให้ลูกไม่ผิด”
คุณนายลดากล่าวอย่างมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำและคุณนฤเบศก็ไม่มีอะไรที่จะโต้แย้งอีก เพราะความจริงเขาก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ของภรรยามาั้แ่ต้นแล้ว
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เพียงรถที่บิดาสั่งให้ไปรับมาจากสนามบินจอดลงที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว้างขวางซึ่งเคยอาศัยอยู่เมื่อวัยเด็กร่างสูงสง่างามของชายหนุ่มวัยสามสิบปีก็รีบเปิดประตูออกแล้วก้าวลงไปทันที จากนั้นเขาก็สาวเท้าก้าวยาวๆตรงเข้าไปภายในตัวของคฤหาสน์หลังนั้นด้วยความร้อนใจเกี่ยวกับเื่ที่ถูกเรียกตัวให้กลับมาจากอเมริกาด่วนจี๋อย่างนี้
“อุ้ย นั้นคุณกฤติหรือเปล่าคะ”
เสียงป้าแม้น คนใช้เก่าแก่ที่อยู่มานานั้แ่ก่อนเขาจะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศออกมาเห็นเข้าก็เอ่ยทักขึ้นด้วยความดีใจ
“ใช่ครับป้าแม้น สบายดีหรือเปล่าครับ”
ภัทรกฤติทักทายแม่บ้านวัยชราอย่างมีน้ำใจ
“คะ ป้าสบายดี”
ป้าแม้นตอบอย่างปลาบปลื้มที่นายน้อยของตนยังมีแก่ใจถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ
“คุณพ่อกับคุณแม่ของผมอยู่ไหมครับ”
ชายหนุ่มถามต่อ
“อยู่ค่ะ ท่านทั้งสองรออยู่ในห้องรับแขก”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
กล่าวอย่างนั้นแล้วชายหนุ่มก็เดินเลี้ยวไปทางด้านขวามือของห้องโถงกว้างเพื่อที่จะเข้าไปในห้องรับแขกหรูหราที่เขายังจำได้ดีนั้นทันที
“ตากฤติ มาเร็วจังลูก พ่อกับแม่กำลังรออยู่พอดีเลย”
คุณหญิงเกศกนกเอ่ยขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นร่างสูงของบุตรชายที่เดินเข้ามา
“เพราะผมอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเื่ที่คุณพ่อกับคุณแม่ได้โทรไปบอกผมเร็วๆไงครับ”
ภัทรกฤติโพล่งออกไปทันทีตามความร้อนรุ่มที่อยู่ในใจ