แพรววนิตกับธาวินขึ้นรถตู้เดินทางไปยังสาขาใหม่ที่ราชบุรีใน่เช้าของวัน ร่างบางกอดแขนแกร่งเอนซบไหล่หนาแล้วมองวิวนอกหน้าต่าง
ผ่านไปสักพักเธอก็เริ่มง่วงจนตาปิด ศีรษะเล็กค่อย ๆ โน้มลงจนร่วงจากบ่าแกร่ง มือหนารับไว้ได้ทันแล้ววางให้เธอนอนหนุนตักเขา
ธาวินลูบผมเรียบลื่นแ่เบาเพื่อกล่อมเธอโดยไม่รู้ตัวว่าเผลอมองเสี้ยวหน้าสวยหวานแล้วเผลอยิ้มตามไปกี่รอบ เขามักจะตื่นมาแอบมองหน้าคนขี้เซาข้างตัวในตอนเช้าเป็ประจำไม่ให้เธอรู้ตัว ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอสวยขึ้นทุกวันจนละสายตาได้ยากมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาหยิบไอแพดข้างตัวมากดถ่ายรูปเธอเก็บไว้หลายรูปจนพอใจแล้วลูบศีรษะเล็กต่อไม่มีเบื่อ สงสัยว่าตัวเองคงบ้าไปแล้วที่ออกมาต่างจังหวัดแค่แป๊บเดียวยังต้องพาเธอมาด้วย เขาคิดว่าแค่เธอมานั่ง ๆ นอน ๆ ให้ได้มองก็ทำให้เขามีความสุขกับการเดินทางที่แสนน่าเบื่อนี้แล้ว
ใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมงทั้งคู่ก็มาถึงที่หมาย รถตู้แล่นเข้ามาจอดหน้าอาคารสูงสี่ชั้นสไตล์โมเดิร์น
“แพรว ถึงแล้วนะ” ธาวินก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงอบอุ่นที่ข้างใบหูเล็กเพื่อปลุกเธอ
“อือ ถึงแล้วเหรอ” หญิงสาวงัวเงียลุกขึ้นนั่ง
“ผมยุ่งหมดแล้ว” มือหนาจัดผมเธอให้เรียบร้อย
“ขอบคุณค่ะ”
“เราลงไปกันเถอะ คนอื่นคงมาถึงกันแล้ว” ร่างสูงเปิดประตูลงไปแล้วยื่นมือส่งให้เธอ
แพรววนิตจับมือนั้นแล้วเดินเคียงข้างเขาเข้าไปในตัวอาคาร ทั้งคู่เดินเข้าไปในโถงทางเดินแล้วเจอกับคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งรออยู่บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับ
ที่นี่ยังไม่เปิดให้บริการเพราะยังเหลือตกแต่งภายในเพื่อเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย ทำให้ธาวินต้องมาตรวจเช็กด้วยตัวเองว่าตรงตามที่้าหรือเปล่า
“สวัสดีครับ ขอโทษที่ให้รอนะครับ” ธาวินเอ่ยทักทั้งสามคน
“กำลังรออยู่เลยค่ะ” รุ้งลาวัณย์หันมามองก่อนจะหุบยิ้มเมื่อเห็นแพรววนิต
“นึกว่ามาคนเดียวซะอีก มาต่างจังหวัดใกล้ ๆ แค่นี้ยังต้องหนีบเมียมาด้วยเหรอ” จิรายุเอ่ยแซว
“แพรว นี่ยุเพื่อนพี่ ส่วนทางนี้คือคุณฝ้ายฝ่ายอินทีเรีย” ธาวินแนะนำเพื่อนร่วมงานให้เธอได้รู้จัก
“สวัสดีค่ะ คุณยุ คุณฝ้าย” แพรววนิตจำจิรายุได้ เขาคือหนึ่งในเพื่อนเ้าบ่าว เธอจึงยิ้มกว้างให้เขาเพราะทำงานที่เดียวกันอาจจะมีโอกาสเจอกันอีกในอนาคต
“ส่วนนี่แพรววนิต ภรรยาผมครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาเริ่มงานกันเลยดีกว่าครับ” ธาวินเห็นคนข้างตัวยิ้มให้เพื่อนเขาก็เริ่มไม่พอใจนิด ๆ จึงเดินนำทุกคนไปสำรวจอาคาร
ทั้งห้าคนเดินเข้าห้องนั้นออกห้องนี้จนครบทั้งสี่ชั้น แพรววนิตที่เดินตามหลังทุกคนได้แต่ฟังคนอื่นคุยงานเงียบ ๆ เธอเพิ่งรู้ว่าจิรายุเองก็เป็หุ้นส่วนและเป็หนึ่งในฝ่ายบริหารด้วยเหมือนกัน ส่วนตัวเธอไม่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการตกแต่งอาคารนี้
หญิงสาวมองตามสามีที่ตั้งใจทำงานจนลืมเธอ เขาใส่ใจกับทุกรายละเอียดจนน่าประทับใจ ไม่แปลกที่ทำไมเพิ่งเข้ามาทำงานในระดับสูงแต่ก็ได้รับการยอมรับจากคนอื่นอย่างรวดเร็ว เธอคิดว่าเขามีเสน่ห์มากตอนทำงาน แต่ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวที่คิดแบบนี้ เลขาสาวอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็แอบมองสามีเธอไม่วางตาเหมือนกัน
“งั้นถ้ามีอะไรเพิ่มเติมส่งอีเมลมาหาฝ้ายได้ตลอดเลยนะคะ ฝ้ายคงต้องขอตัวกลับก่อนค่ะ” เมื่อพูดคุยกันเสร็จ อินทีเรียก็บอกลาทุกคนก่อนจะขึ้นรถกลับ
“เที่ยงแล้ว กินข้าวกันมั้ยคะคุณวิน” รุ้งลาวัณย์เอ่ยชวนเมื่อสบโอกาส
“ไปครับ” จิรายุรีบเสนอตัว
“รุ้งชวนคุณธาวินค่ะ”
“วินก็ต้องไปกินกับเมียเขาสิ คุณจะไปเป็ก้างทำไม เขาไม่ได้โสดเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ”
“งั้นเดี๋ยวไปด้วยกันทั้งสี่คนเลยมั้ยครับ” ธาวินห้ามทัพ
“ก็ได้ค่ะ” รุ้งลาวัณย์ไม่อยากปฏิเสธธาวินเลยได้แต่เออออตามทั้งที่ไม่ชอบหน้าจิรายุเท่าไหร่
เมื่อมาถึงร้านอาหารญี่ปุ่นธาวินเลือกนั่งข้างแพรววนิต รุ้งลาวัณย์จึงไปนั่งฝั่งตรงข้ามชายหนุ่ม แต่สงสัยเธอจะคิดผิด ตลอดเวลาั้แ่เข้ามานั่งในร้านจนอาหารมาเสิร์ฟเขาแทบไม่มองเธอเลย ความสนใจทั้งหมดพุ่งไปที่คนข้างตัวตลอดเวลา
เธอคอยตามเฝ้ามองธาวินมาั้แ่เด็ก เห็นเขามีผู้หญิงรายล้อมตลอดจนทำให้เธอไม่กล้าเข้าหาสักที จนกระทั่งเขาไปเรียนต่อเมืองนอกนานหลายปี
ตอนแรกเธอคิดว่าคงจะตัดใจได้แล้ว แต่พอรู้ข่าวว่าเขากลับมาเธอถึงขั้นไปขอให้คุณพ่อของเขาช่วยรับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งเลขาเขาด้วยซ้ำ เธอตั้งใจว่าคราวนี้จะลองลุยดูสักตั้งเพราะแอบรักเขามาสิบปีแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรเลยคงเสียดายทีหลัง
วันแรกที่เข้าทำงานเขาจำเธอไม่ได้แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ พยายามตั้งใจทำงานเผื่อเ้านายจะหันมามองบ้าง แต่แล้วจู่ ๆ เขาก็ลาพักร้อนยาวจนน่าสงสัย พอแอบสืบจึงได้รู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว ตอนนั้นเธอแทบกินอะไรไม่ลงจนกระทั่งเห็นภรรยาของเขาครั้งแรก ดูทั้งคู่ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีสักเท่าไหร่ เธอคิดว่าอีกไม่นานคงหย่ากันเองจึงตัดสินใจเข้าหาเขาอีกครั้ง ไม่คิดว่าผ่านไปไม่นานทั้งคู่จะดูรักกันจนเธอไม่มีช่องว่างให้แทรกเข้าไปขนาดนี้
พอเห็นธาวินดูมีความสุขแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน วันนี้เธอจึงตัดสินใจยอมแพ้ คงต้องปิดฉากรักแรกที่แสนยาวนานของตัวเองให้เป็ความลับต่อไป
แพรววนิตนั่งพูดคุยกับธาวินและจิรายุอย่างสนุกสนาน
เพื่อนธาวินคนนี้เป็คนตลก เขาเล่าวีรกรรมต่าง ๆ ของสามีให้เธอฟังไม่หยุด ร่างบางหัวเราะจนบางทีธาวินทำหน้าบึ้งใส่ ไม่รู้ว่าเขาหึงหรืออายกันแน่
เมื่อกินเสร็จแล้วธาวินจึงลุกขึ้นฉุดมือเธอให้เดินตามออกไป จนแพรววนิตหันมาลาทั้งสองคนแทบไม่ทัน
“พี่วินรีบไปไหนเหรอคะ กำลังคุยกันสนุกเลย” ทั้งคู่ขึ้นมานั่งบนรถตู้
“กลับบ้าน พี่เบื่อน่ะ” เขาหันไปบอกคนขับรถให้มุ่งหน้ากลับทันที
“พี่วินโกรธเหรอคะที่แพรวหัวเราะพี่น่ะ”
“เปล่า แต่ไม่ชอบที่เห็นเธอเอาแต่สนใจยุมากกว่าพี่ต่างหาก ก็พี่ไม่ใช่คนตลกแบบนั้นนี่” เขาเริ่มยอมรับความรู้สึกตัวเอง
“แพรวไม่ได้สนใจคุณยุ แต่สนใจเื่ของพี่วินต่างหาก”
“จริงเหรอ” หัวใจเขาพองโตที่ได้ยิน
“จริงสิคะ ไม่เชื่อลองจับดู” เธอดึงมือหนาให้ััตรงตำแหน่งหัวใจเธอ
“พอเลย รู้ว่าพี่ทำอะไรไม่ได้นี่ใจกล้าจังเลยนะ” เขารีบชักมือกลับ
แพรววนิตยิ้มให้พลางกระเถิบเข้าไปชิดแล้วนั่งซบไหล่แกร่ง ธาวินจึงยกแขนขึ้นโอบร่างบางแล้วขโมยจูบกระหม่อมเธอแทบจะทุกห้านาทีตลอดทางกลับบ้าน