“ได้ไงล่ะ มิตาทำอาหารตั้งหลายอย่าง ก็เหนื่อยเหมือนกันนั่นแหละ ไปอาบน้ำเถอะ ทางนี้พี่จัดการเอง” หญิงสาวมองการกระทำของเขาเงียบ ๆ
“ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะ” เขาถามพลางขมวดคิ้ว ก่อนที่หญิงสาวจะได้สติ แล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหาชายหนุ่มช้า ๆ พร้อมความคิดมากมายที่กำลังหลั่งไหลออกมา
“ขอบคุณนะคะ” นคินทร์ยิ้มตอบ แล้วดึงมือเธอเข้าจับไว้แน่น
“เื่อะไร”
“สำหรับทุกเื่ค่ะ พี่คินทร์รู้ไหมคะ ว่าพี่เป็แฟนคนแรกที่ดีกับมิตามากเหลือเกิน มากจนมิตาไม่คิดว่าชาตินี้จะมีใครดีกับมิตาเท่านี้อีกหรือเปล่า”
“ก็พี่รักมิตานี่นะ” คำบอกรักของเขาทำให้หญิงสาวชะงัก พลันสบตาเขาอย่างจริงจัง ก่อนจะปล่อยยิ้มหวานออกมาพร้อมหัวใจเบาหวิวคล้ายกับปุยนุ่น ก่อนจะหันตัวเดินไปยังชั้นบนเพื่ออาบน้ำและเข้านอนตามคำสั่งของเขา
นคินทร์จับกิริยาอ่อนหวานของเธอพร้อมรอยยิ้ม เมื่อหญิงสาวเดินลับสายตาไปแล้ว เขาจึงหันมาเปิดน้ำล้างจานทุกใบที่กองอยู่ด้วยความเต็มใจ เพื่อตอบแทนอาหารมื้ออร่อยที่รมิตาตั้งใจทำให้
หลังจากรมิตาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เธอจึงเตรียมปิดไฟเข้านอน เพื่อที่วันรุ่งขึ้นจะได้ติดตามเขาไปพบลูกค้าอีก ทว่ายังไม่ทันได้เอนตัวถึงหมอน เสียงเคาะประตูดังขึ้น หญิงสาวจึงเดินไปเปิดไฟ แล้วตัดสินใจเปิดประตูออกไปพบกับชายหนุ่มยืนยิ้ม
“มีอะไรเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม ก่อนที่อีกฝ่ายจะจับมือเธอ แล้วดันกายเล็กเข้ามาในห้องทั้งที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว
“พี่คินทร์คะ จะทำอะไรคะ” ดวงตากลมแป๋วเอ่ยถาม ทั้งที่กายของเขาแนบชิด จนเธอต้องยกมือทั้งสองข้างดันหน้าอกเขาไว้ ทว่ารอยยิ้มเ้าเล่ห์ของนคินทร์ทำให้รมิตาเอ่ยถามเขาอีกครั้ง พลางดิ้นไปมาเพื่อให้อีกฝ่ายปล่อยตัว
“อย่าดิ้นสิ” เขากระซิบ
“งั้นก็ปล่อยมิตาสิคะ”
“ไม่อยากปล่อย” เขาตอบพลางทำหน้ายียวน ก่อนที่หญิงสาวจะแสดงสีหน้ารู้ทันออกมา
“แกล้งมิตาอยู่ใช่ไหมคะ” เขาทำหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วยิ้มกว้าง พลันพยักหน้าขึ้นลงยอมรับแต่โดยดี
“ก็ไม่ทั้งหมด” นคินทร์พูดพร้อมกับรั้งร่างเล็กเข้าหาตัว เขายื่นหน้ามาใกล้ แนบชิดกับพวงแก้มขาวละเอียดนั้น พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายของรมิตาจะทำให้ชายหนุ่มไม่อาจอดใจได้
“พี่คินทร์” เธอเบิกตากว้างเมื่อเขาหอมแก้มนั้นแล้วยกยิ้มอย่างพอใจ
“ฝันดีนะครับ” เขาพูดพร้อมกับเลื่อนสายตามองใบหน้าแดงก่ำของเธอที่เขินอายอย่างถึงที่สุด
“ใจจริงพี่อยากนอนในห้องนี้” เขาพูดหยั่งเชิงก่อนที่รมิตาจะรีบดันตัวเขาออกจากกายของเธออย่างรวดเร็ว
“ไม่ได้นะคะ” เธอปฏิเสธอย่างรวดเร็ว พร้อมกับอาการประหม่าและใบหน้ายังคงแดงระเรื่อ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงก้าวเท้าเข้ามาแล้วดึงร่างเล็กเข้าไปแนบชิดกับกายเขาอีกครั้ง พร้อมกับจับจ้องมองตรงมายังใบหน้าสวยของหญิงสาว
“วันนี้พี่ไม่นอนหรอก พี่แค่จะมาบอกฝันดีกับมิตาเท่านั้น” เขาพูดพร้อมกับกระชับร่างเล็กแน่น แล้วโน้มกายลงมาบรรจงจูบเรียกปากเล็กของอีกฝ่าย อย่างที่เธอไม่ทันตั้งตัว แม้เธอจะพยายามขัดขืน แต่ด้วยแรงของอีกฝ่าย รั้งตัวไว้แน่นพลันดูดดื่มตามอารมณ์พลุ่งพล่าน ไม่นานนักหญิงสาวได้ตอบรับจูบหวานจากเขาโดยดี ก่อนที่นคินทร์จะเลื่อนจูบนั้นลงมายังลำคอของหญิงสาว และเตรียมปลดเสื้อเธอออกเพราะไม่อาจต้านความ้าในความเป็ชายได้
“พี่คินทร์คะ อย่าค่ะ” รมิตารีบเอ่ยเตือนก่อนที่เสื้อของเธอจะถูกเขาปลดออก นคินทร์ได้สติ จึงหยุดการกระทำ แล้วเลื่อนสายตามองอีกฝ่ายที่ตัวสั่นระริก ก่อนเขาจะยิ้มแล้วก้มหอมแก้มเธอครั้งสุดท้าย
“ถ้าครั้งหน้า พี่ไม่หยุดแล้วนะ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนจะเบี่ยงตัวเดินจากห้องไป รมิตารีบวิ่งไปปิดประตูพร้อมกับหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมากอง
“เกือบไปแล้ว” เธอเผลออุทานออกมา แล้วหันไปล็อกประตูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ว่าเขาจะไม่บุกรุกเข้ามาอีกครั้งในตอนดึก รมิตาค่อย ๆ เดินกลับมายังเตียงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย แล้วเผลอยิ้มให้กับความเ้าเล่ห์ของเขา
“คอยดูนะ พรุ่งนี้จะไม่ยอมให้เข้าห้องเลย” เธอเตรียมรับมือกับคนเ้าเล่ห์อย่างเขา ก่อนจะหาวหวอดออกมาแล้วหลับตาลงเพื่อพักผ่อน
ค่ำคืนแสนยาวนานผ่านพ้นไป เสียงนาฬิกาปลุกของรมิตาดังขึ้น ทำให้เธอรีบอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปเตรียมอาหารเช้าอย่างง่าย ๆ ให้นคินทร์ทานรองท้องก่อนไปคุยงาน ไม่นานนักร่างของชายหนุ่มก็เดินลงมาจากชั้นบน พร้อมกับชุดทำงานและกระเป๋าเอกสารใบเล็ก สายตาคมทอดมองอาหารเช้า พลางเลื่อนสายตาไปยังรมิตาแล้วส่งยิ้มหวานให้เธอ
“ทำไมตื่นเช้าจัง”
“พี่คินทร์จะได้มีอาหารเช้าไว้ทานก่อนไปคุยงานไงคะ” เขาสังเกตเห็นเธอแต่งตัวอย่างเรียบร้อยเพื่อเตรียมไปทำงาน ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมา
“วันนี้จะไปกับพี่ด้วยเหรอ”
“ไปสิคะ มิตาเป็เลขาพี่นะคะ ยังไงก็ต้องไปค่ะ” เธอพูดพร้อมกับตักไข่ดาววางไว้บนจาน แล้วรินน้ำก่อนจะย่อตัวลงนั่ง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อเห็นนคินทร์ยืนนิ่งคล้ายกับมีบางอย่างในใจ
“มิตาทำให้พี่แบบนี้ พี่ก็เคยตัวแย่เลย”
“ยังไงคะ” รมิตาไม่เข้าใจความหมายของเขามากนัก
“ถ้ากลับกรุงเทพฯ ไปแล้วไม่มีใครทำอาหารอร่อย ๆ แบบนี้ให้ทาน แล้วพี่จะทำยังไง” รมิตายิ้มอ่อน ให้กับคำออดอ้อนของเขา