บทที่ 84 ความรักสวยงามเสมอ
ข่าวการจับกุมกลุ่มลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ของลูกชายนักธุรกิจอย่างอาเธอร์ที่พ่วงตำแหน่งคนรักของเหมันต์แห่ง TIMEs Tula นั้นกลายเป็นข่าวร้อนแรงอย่างมากในช่วงนี้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ด่าทอคนวางแผนยิ่งเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนหนึ่งมาจากกำลังเงินของทั้งสองผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากการที่ผู้คนเหมือนได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง
นี่มาจากต้นเหตุของเรื่องกลับกลายเป็นคนที่พวกเขาไม่คาดคิดมากที่สุด
หนูกันต์หรือกันต์กวีกลับกลายเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ เขาได้ว่าจ้างพวกนักเลงกลุ่มหนึ่งให้ฉุด “วัสสา” ไปกระทำย่ำยี ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็กำลังรอการตอบกลับของอีกฝ่ายอยู่ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด แม้ว่าหลายๆคนจะพอคาดเดาได้บ้างบางส่วนแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากที่จะดูสีหน้าของผู้ชายใสซื่อคนนี้อยู่ดี
จากการออกรายการสดที่ผ่านมา กระแสการตีกลับของกันต์นั้นสูงมาก ทุกคนเรียกอีกฝ่ายว่า “ยอดคนตลบตะแลง” เป็นคำกล่าวที่ดูถูกถึงขีดสุด นอกจากนี้ยังมีฉายาอีกมากมายให้เจ้าตัวเลือกใช้
แม้ว่าตอนนี้ทางค่ายจะพยายามช่วยเหลืออยู่ ทว่าจะช่วยได้มากมายเท่าไรกัน? พวกเขาจะยอมเป็นศัตรูกับ TIMEs Tula ที่ได้ชื่อว่านักธุรกิจมือทองที่ใครๆก็อยากร่วมงานได้เพื่อผู้ชายตัวเล็กๆอย่างกันต์กวี
หากเป็นก่อนหน้านี้ ด้วยตำแหน่งลูกเลี้ยงของอธิบรักขณกุลก็ยังพอจะมีคนอยากหยิบยื่นโอกาสให้ ทว่าตอนนี้บิดาของอีกฝ่ายก็ถูกเจ้าตัวนี่แหละเล่นงานจนไม่สามารถมาเป็นกองหนุนให้แล้ว มารดาของเขาก็ได้รับบาดเจ็บในโรงพยาบาล แล้วแบบนี้กันต์กวีจะรอดพ้นจากเงื้อมือนี้ได้ยังไง
“เธอนี่มัน! ฉันไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนแบบนี้ แล้วตอนนี้จะให้ทำยังไง นายจะพาค่ายของพวกเราพังไปด้วยให้ได้เลยใช่ไหม” ผู้จัดการหัวเสียอย่างมาก ก่อนหน้านี้ที่เขาได้รับหน้าที่ให้ดูแลเด็กหนุ่มที่ชื่อกันต์กวี เขาย่อมมองเห็นโอกาสมากมายที่อีกฝ่ายจะมอบให้ ตัวเขานั้นวาดฝันว่าตนเองเป็นผู้จัดการมือทองไปแล้ว
เพียงแต่ใครเล่าจะรู้....
ยังไม่ทันที่จะโด่งดัง อีกฝ่ายก็ขุดหลุมฝังศพตนเองไปก่อนแล้ว
อยากได้งานจาก TIMEs Tula เพื่อยกระดับตนเอง แต่กลับคิดริษยาน้องชายของประธานบริษัทถึงกับจ้างคนมารุมโทรม นี่มันเป็นเรื่องที่คนฉลาดเขาทำกันงั้นหรอ?
“พี่ผู้จัดการครับ ไม่ใช่นะครับ พี่เข้าใจผิดแล้ว” กันต์รีบพูด น้ำตาของเขาคลอหน่วยเหมือนพร้อมที่จะไหลริน ทักษะการแสดงของเขาถูกนำมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วในตอนนี้ แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองนั้นได้พัฒนาไปมากขนาดไหน ถึงอย่างนั้น....การยกระดับทักษะการแสดงของเขาในตอนนี้มีประโยชน์อะไร?
อย่างมากก็คงเอาไปใช้ประจบประแจงผู้คุมขังในคุกเพื่อให้อ่อนโยนต่อตนเองนิดหน่อยเท่านั้นแหละ
ก็นะ...จดหมายฟ้องของ TIMEs Tula ไม่ได้ร่อนมาที่บริษัทเขาเพียงเท่านั้น แต่ยังร่อนจดหมายถึงกันต์กวีเป็นการส่วนตัวด้วย ข้อความระบุว่าจะฟ้องอีกฝ่ายเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย ชนิดที่ว่าต่อให้ใช้ทั้งชีวิตก็ไม่สามารถหามาคืนได้
จุดจบคงไม่พ้นคุกพ้นตะรางเป็นแน่
“เข้าใจผิด? เข้าใจผิดยังไง คลิปวิดีโอ คลิปเสียง ไหนจะมีรูปถ่าย สัญญาจ้าง ทั้งหมดยังบอกว่าเข้าใจผิดอีกหรอ?” ผู้จัดการปาเอกสารบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด กระดาษจำนวนหนึ่งปลิวว่อนไปทั่วห้อง อีกจำนวนหนึ่งก็กระเด็นเข้าหน้าของกันต์ด้วยเช่นกัน
กันต์กำหมัดแน่น เขามองไปยังรูปของปลายฝนที่ถูกจับมัดในโกดังซึ่งเป็นข่าวใหญ่โต แม้ว่าเขาจะเป็นคนจ้างวานให้มีการลักพาตัวอีกฝ่าย แต่ก็เพื่อทำให้ปลายฝนตกหลุมรักพีรพลเท่านั้น เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะให้มันถูกรุมข่มขืนเลยแม้แต่น้อย
เขาไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอย่างนั้นไปทำไม เพราะว่าถ้าเขายิ่งทำให้มันน่าสงสาร พี่ก็ยิ่งด่าว่าเขาใช่ไหม? ที่เขาอยากจะทำ จุดประสงค์จริงๆย่อมเป็นการแสดงให้พี่เห็นว่ามันเลวร้ายขนาดไหน เขาอยากให้พี่รู้ว่ามันก็สารเลวไม่ต่างกับเขา เช่นนั้นถ้าพี่จะรักมัน พี่ก็รักเขาได้เหมือนกัน
แต่ทำไมทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด
ไอ้คนพวกนี้เป็นใครเขายังไม่รู้เลย พวกมันดูน่ากลัวเกินกว่าที่เขาจะจ้างวานได้ไม่ใช่หรอ? อีกอย่าง...หลังจากที่เกิดเรื่อง เขายังไม่เจอไอ้พวกนักเลงที่ตัวเองจ้างมาเลย ไหนจะไอ้พีรพลนั่นอีก!
“ผมยอมรับว่าผมจ้างคนมาช่วยแสดงเป็นนักเลงจริง แต่ไม่ได้มีจุดประสงค์ให้เกิดเรื่องนี้เลย ผมสาบานได้! ผมแค่จะจ้างคนให้มาเล่นบทเป็นตัวร้าย แล้วให้พีรพลที่ชอบปลายฝนนั้นแสดงเป็นพระเอกเท่านั้น” เมื่อจวนตัว กันต์ก็ไม่คิดปิดบังเรื่องที่เขาร่วมมือกับพีรพลอีกต่อไป เขาเปิดเผยแผนของเขาไปทั้งหมด
อีกอย่าง บริษัทก็รู้ว่าพีรพลนั้นล้ำเส้นขนาดไหน อีกฝ่ายลงมือจีบปลายฝนจริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้กำกับในกองละครแจ้งมาที่ค่ายโดยตรง การที่เขาบอกความจริงไปนี้ อย่างไรก็ต้องมีคนเชื่ออย่างแน่นอน
ซึ่งมันก็จริงอย่างที่กันต์กวีคิดนั่นแหละ เพียงแต่...
“นี่เธอยังจะลากคนอื่นมาเกี่ยวข้องด้วยหรอ? พีรพลเขาเกี่ยวอะไรด้วย ขนาดตอนนี้พวกเรายังไม่รู้เลยว่าพีรพลอยู่ที่ไหน นายกำลังใช้สิ่งที่อีกฝ่ายประกาศชื่นชอบคุณวัสสามาเล่นงานเขาอีกคนหรอ?”
“พี่ไม่เชื่อผมหรอครับ ถ้าพี่ไม่เชื่อ ผมจะไปอธิบายให้ประธานฟังเองก็ได้” กันต์ขมวดคิ้ว มองผู้จัดการที่พูดจาเหมือนกับว่าเขาโกหกอยู่ฝ่ายเดียวด้วยความไม่ชอบใจ
ตั้งแต่ที่ทำงานร่วมกันมา กันต์รู้สึกขัดใจพี่ผู้จัดการวันนี้เป็นที่สุด อีกฝ่ายอยู่ในวงการมานาน รู้จักความเลวร้ายของพีรพลก็มาก แล้วทำไม...
“กันต์กวีเอ้ยกันต์กวี” ผู้จัดการทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ด้วยความอ่อนใจ เขามองกันต์กวีเหมือนมองคนโง่งม
“..........”
“เธอยังไม่รู้ฐานะของตนเองในตอนนี้อีกหรอ? ถ้าเทียบฐานะของเธอกับพีรพล คิดว่าบริษัทจะเก็บใครไว้”
“พี่!”
“ลองดูก็ได้ แต่ฉันบอกได้เลย ต่อให้นายพูดความจริงหรือหาหลักฐานมาสนับสนุนได้ นายก็จะเป็นคนที่รับทุกอย่างไปคนเดียวอยู่ดี นี่ก็เพราะว่าคุณค่าของนายนั้นไม่มากเท่ากับพีรพล และบริษัทก็คงไม่ยอมเสียตัวทำเงินไปทั้งคู่ ถ้าอย่างไรเธอก็โดนโจมตีอยู่แล้ว งั้นเธอก็รับทุกเรื่องไปเลยแล้วกัน”
คนอายุมากกว่า มองดูกันต์กวีที่ยังดื้อดึง เขาไม่ได้รู้สึกเห็นใจอะไรเพราะรู้ดีว่าในวงการ ถ้าก้าวผิดเพียงหนึ่งก้าว บางคนก็ต้องมีจุดจบแบบนี้
ต่อให้เคยเป็นเพื่อนรักกัน บางคนก็ต้องตกกระป๋องแล้วรับบาปแทนเพื่อนทั้งๆที่ไม่เต็มใจ เรื่องราวแบบนี้มีเยอะแยะไป แล้วทำไมกันต์กวีจึงคิดที่จะบอกคนอื่นว่าเขานั้นร่วมมือกับพีรพลกันล่ะ?
พูดออกไป มีแต่จะทำให้พวกผู้ใหญ่ไม่ต้องการยื่นมือเข้าช่วย
“พี่บอกว่าผมมีคุณค่าน้อยกว่าไอ้คนโง่นั่น....” กันต์กวีรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำไปซ้ำมา
ความทรงจำเมื่อครั้งยังเยาว์วัยนั้นถาโถมเข้ามาไม่หยุด
ก็เพราะเขาไม่มีค่า เขาถึงไม่ได้อยู่ในฐานะน้องชายของพี่อย่างภาคภูมิ
ก็เพราะเขาเกิดมาอย่างไร้ค่า เขาเลยไม่เคยได้รับความรักจากใครเลย
ตอนนี้เขาก็ยังถูกมองว่าไร้ค่าอยู่เหมือนเดิม ทั้งๆที่พยายามมามากมายขนาดนี้....ทำไมกันล่ะ?
“ทางออกของนายตอนนี้ก็คืออยู่เงียบๆ รอให้บริษัทหาทางออกให้ หรือไม่อย่างนั้น....ก็สู้กับบริษัทจนตายกันไปข้างหนึ่ง แล้วก็รับผลของการกระทำนั้นไป”
“นายรู้นี่ว่าบริษัททำอะไรได้บ้างเพื่อให้นายไม่อยากมีชีวิตต่อไป” ผู้จัดการหรี่ตามองกันต์กวีที่กำลังตัวสั่นเพราะความโกรธและกลัว
เด็กน้อยที่กำลังหลงทางคนนี้ จากที่เคยคิดว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือ เชื่อมั่นในมันสมองของตนเองเป็นที่สุด วางแผนใช้งานคนนั้นทีคนนี้ที สุดท้ายแล้วกลับถูกคนอื่นใช้เป็นหมากจนกระทั่งตัวตาย
ร่างกายที่สั่นเทาของกันต์กวีนั้นอยู่ในสายตาของผู้จัดการตลอด เขาเห็นหยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าของกันต์ เด็กในการดูแลของเขาที่เขาเคยฝากความหวังเอาไว้ให้
มือหนาของคนอายุมากกว่าตบไหล่อีกฝ่ายครั้งสองครั้งแล้วก็จากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มร้องไห้อยู่ตามลำพัง คิดทบทวนว่าเขาทำผิดพลาดไปตั้งแต่ตอนไหน
ทำไมตอนนี้ทุกคนถึงได้เกลียดเขามากกว่าเดิม ทั้งๆที่เขาอยากจะให้ทุกคนเกลียดไอ้ปลายฝนนั่นแท้ๆ
หรือว่าตั้งแต่แรก มันผิดตั้งแต่ที่เขาเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับอีกฝ่ายแล้วกัน...
ขณะที่ข่าวการถูกหักหลังความเชื่อใจของปลายฝนกำลังโด่งดัง มีคนมากมายต้องเจ็บปวดเพราะผิดหวังในตัวไอดอลของตนเอง ในขณะที่ใครหลายๆคนก็กำลังมีความสุข
ร่างกายใหญ่โตที่ไร้ตำหนิชนิดที่ว่าหากสาวๆมาเห็นคงไม่อาจจะอดใจไหวไม่ให้แตะต้องกล้ามเนื้อที่อกไปจนถึงหน้าท้องของอีกฝ่ายได้ แม้ว่าตอนนี้จะมีรอยแผลเป็นมากมาย แต่มันกลับทำให้อีกฝ่ายดูดุดันและร้อนแรงมากยิ่งขึ้น เจ้าของร่างกายเปลือยเปล่าคนนี้กำลังกอดรัดเด็กน้อยตัวเล็กที่เนื้อตัวนุ่มนิ่ม เขาฉกฉวยเอาความหอมหวานจากร่างกายของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
ใบหน้าบิดเบี้ยวของคนใต้ร่างนั้นเหมือนกับสารกระตุ้นที่ฉีดเข้าไปในร่างกายของเขา อารมณ์ที่มากเกินกว่าจะหยุดยั้งทำให้อดที่จะกัดเข้าไปที่ลำคอขาวนั่นไม่ได้
“อ๊ะ!” เสียงร้องเล็กๆที่มีเสน่ห์ถูกเปล่งออกมาให้คนเป็นพี่ได้อารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลายิ่งกว่าดาราฮอลลีวูดปรากฏรอยยิ้มขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ ทิ้งให้หนุ่มน้อยใต้ร่างขมวดคิ้วด้วยความเจ็บและเสพความสุขที่ได้รับอย่างทุกข์ทรมาน
กว่าที่จะได้รู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์ เขาก็ถูกคนอายุมากกว่าเคี่ยวกรำจนสุดแสนจะพรรณาได้
หลังจากที่พวกเขาสองคนทิ้งตัวลงนอนเมื่อกิจกรรมของคู่รักเสร็จสิ้น ใบหน้าที่มีเหงื่อโทรมกายนั้นก็หันหน้าหนีคนอายุมากกว่าที่ไม่ทะนุถนอมตนเองเลย ลำบากคนพี่ที่ต้องง้องอนเจ้าตัวน้อยของเขาอีกครั้ง กว่าที่เจ้าหนูน้อยจะยอมให้กอดดีๆ ก็ปาไปหลายนาทีแล้ว
“หมดเรื่องเล่นสนุกครั้งนี้ คงไม่มีเรื่องอื่นอีกแล้วใช่ไหม” ต้นหนาวเอ่ยถาม หลังจากที่เขานอนกอดน้องชายเงียบๆมาพักใหญ่ น้ำเสียงที่เรียบนิ่งเหมือนจะไม่ได้คิดอะไรมาก หากแต่ปลายฝนกลับรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังกลัว
คนกำลังกลัวว่าเขาจะหาเรื่องยุ่งๆมาให้ปวดหัวอีกเป็นแน่
เด็กน้อยแสร้งครุ่นคิดเล็กน้อย สีหน้าของต้นหนาวเปลี่ยนไปในทุกๆนาที ดูเหมือนเขากำลังจะเปลี่ยนใจ ไม่อยากฟังคำตอบที่อาจจะทำให้เขารู้สึกขัดใจ
ทว่าปลายฝนก็แค่แลบลิ้นให้อย่างทะเล้นเท่านั้น
“ไม่มีแล้วครับ อ่า....ผมหมายถึงว่าผมไม่ทำอะไรแล้วนะ หลังจากนี้จะอยู่กินกับแต่งนิยายเล่นไปวันๆ” เด็กน้อยพูดพึมพำออกมาในประโยคท้าย ดวงตาของเขาวิบวับเมื่อนึกถึงว่าเขาจะปล่อยงานที่รัดตัวมาหลายวันก่อนช่วงที่พี่ไม่อยู่กลับไปให้อีกฝ่าย
ถึงจะรู้ว่าพี่เป็นหนึ่งในผู้นำของโลกมืด แล้วไอ้ธุรกิจที่เขาทำนั้นมันดูไม่เข้ากับอีกฝ่ายเลยก็ตาม...
แต่แล้วยังไงล่ะ?
ก็เขาขี้เกียจแล้วนี่นา
“ดีแล้ว” ต้นหนาวที่ไม่รู้อะไร เขาได้แต่พยักหน้าเอออออย่างสบายอารมณ์
แค่งานของบริษัทก็ล้นมือแล้ว เขายังมีต้องดูแลตระกูลในโลกมืดเพื่อให้สมกับฐานะผู้นำตระกูลที่เขาได้รับมาอีก เพียงหลายสิ่งหลายอย่างนี้ก็ทำให้เขาเหนื่อยจะแย่แล้ว
ยังดีที่หลังจากที่เขาหายไปหนึ่งเดือน ปรากฏว่าคนของเขาก็ยังทำงานได้ดีอยู่ ดังนั้นช่วงนี้เขาคงง่วนกับการดูแลตระกูลให้เข้ารูปเข้าร่างมากขึ้น ส่วนเรื่องงานก็จะปล่อยให้คนอื่นได้รับไปดูแล
เป็นนายเขาทั้งทีก็ควรจะต้องใช้งานคนให้เป็น
เพียงแต่...
“อ๋า พี่ก็เห็นด้วยสินะครับ ผมก็คิดอยู่แล้วว่าพี่ต้องเห็นด้วยแน่” ปลายฝนแสร้งอุทานออมาเสียงดัง รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นในสายตาของต้นหนาว
แม้ว่ามันจะดูน่ารักน่าชังขนาดไหน แต่ไอ้ท่าทางเหมือนจอมมารน้อยนี่ก็ทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมาแล้วจริงๆ
“............” คนอายุมากกว่าไม่ได้ตอบ เขาเพียงหรี่ตามองอีกฝ่าย รอให้ทางนั้นพูดรายละเอียดออกมาเอง
ถึงแม้ว่าจะคาดเดาได้แล้วก็เถอะ...
“พี่ ตอนที่พี่ไม่อยู่ ผมไม่รู้ว่าพี่ไปไหนก็เลยหาทำอะไรเล่นๆ” หากคำพูดเหล่านี้ของเขาถึงหูเหล่านักประดิษฐ์เทคโนโลยีทั้งหลายล่ะก็ คาดการณ์ได้เลยว่าต้องมีคนเกลียดปลายฝนเพิ่มพอๆกับมีคนจากวงการลาออกเพราะความอับอายเป็นแน่
“แล้ว?”
“แล้วก็อย่างที่พี่รู้นั่นแหละ ผมสร้างบริษัท For Bro ขึ้นมา เป็นบริษัทข้ามชาติ มีพ่อกับพี่เป็นหุ้นส่วน แต่ตอนนี้ผมอยากยกบริษัทนี้ให้พี่แล้ว ได้ไหมครับ?” เด็กน้อยถามเสียงใส ท่าทางออดอ้อนจนทำให้คนที่เพิ่งกินอิ่มนั้นหิวกระหายขึ้นมาอีกครั้ง
“ฮึ่ม เด็กดื้อ ชอบซนนักนะ”
“ก็ใครใช้ให้พี่บอกว่า พี่จะกลับมาได้ไหมก็ไม่รู้ล่ะครับ ผมน่ะ...ถ้าไม่มีพี่แล้วจะเอาอะไรกิน ก็ต้องหาทำงานเพิ่มสิครับ พี่ก็รู้ว่าผมกินเยอะขนาดไหน ทั้งหมดเป็นความผิดของพี่นั่นแหละ ตอนนั้นผมต้องเหนื่อยขนาดไหนพี่รู้ไหม ถ้าเกิดว่าพี่รู้สึกผิดล่ะก็...พี่ต้อง....อื้อ!!” เด็กน้อยพูดไปพูดมาก็โยนความผิดให้พี่ชายหน้าตาเฉย
ท่าทางที่พยายามจะรู้สึกผิดนั่นทำให้ต้นหนาวอดไม่ได้ที่จะปิดปากนั่นด้วยปากของเขา
ปลายฝนตกใจเล็กน้อยก่อนจะยอมอ่อนโอนตามกระแสที่พี่ชายกำลังพาไป พายุลูกใหญ่ที่เพิ่งจบลงไปกำลังเริ่มต้นอีกครั้ง แม้ว่ามันจะทำให้เขาต้องเหน็ดเหนื่อยมากมายขนาดไหนก็ตาม ถึงอย่างนั้นพี่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกย่ำแย่อะไร
ถ้าเทียบกับที่เขาทำให้พี่แล้ว มันช่างน้อยนิดเสียจนน่าใจหาย
ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าตนเองนั่นแหละที่เป็นเหมือนภาระให้พี่ พี่ต้องทำงานหนักขึ้นก็เพราะเขา หลายๆครั้งพี่ก็ต้องอดทนกับความเอาแต่ใจของเขา
ไม่ว่าจะชีวิตนี้หรือชีวิตที่แล้ว....
ถึงอย่างนั้น ชีวิตรักของเขากับพี่ก็รักกันดีอยู่
ต่างคนต่างมีความสุขกับความรักของกันและกัน ไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับมัน ทั้งยังอยากจะได้รับความรักที่ล้นหลามนี้เพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ
ทั้งเขาและพี่ ทั้งสองคนรู้ดีว่าพวกเขาพร้อมที่จะรักกันให้มากขึ้น มากขึ้นไปอีกในทุกๆวัน อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า
“เด็กดื้อของพี่....แต่งงานกับพี่เถอะนะ” ต้นหนาวกระซิบถามน้องน้อย หลังจากที่ผ่านเรื่องราวมามากมาย ทั้งงานหมั้นของเขาก็ยังถูกเลื่อนไป ถึงอย่างนั้น....เขาก็ไม่อยากจะเสียเวลากับมันอีกแล้ว
แต่งงานกับน้องที่อายุ 18 แล้วยังไง
เขาอยากจะแสดงความเป็นเจ้าของให้ชาวโลกนี้รู้ตั้งแต่ที่เจอหน้าน้องแล้วด้วยซ้ำ
อันที่จริงทุกคนอยากให้เขาหมั้นกับน้องไว้ก่อน สำหรับเขามันก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ จะหมั้นหรือแต่ง จะยังไงก็ได้
เพียงแต่....หลังจากที่เขาคิดว่าเกือบจะตายไปแล้วหลายๆครั้งช่วงที่กำลังแย่งตำแหน่งผู้นำตระกูล เขากลับรู้สึกว่าเขาอยากจะทำมันแล้ว อยากแต่งกับน้อง ยกย่องน้องเป็นที่หนึ่งตลอดไป รวมถึงตัวเขาเองก็อยากเป็นสามีของน้องทั้งในทางพฤติกรรมและกฎหมาย
ความคิดเมื่อครั้งเจอหน้าปลายฝนครั้งแรกของเขากลับมีอีกครั้ง คำพูดที่เขาบอกพ่อแม่เมื่อครั้งที่ต้องการรับน้องมาก็ยังคงยืนยันว่ามันเป็นเหมือนเดิม
“อยากแต่งงานกับน้อง” นั่นคือความรู้สึกของเขาเรื่อยมา
ดวงตาคมเข้มของต้นหนาวจับจ้องไปยังคนตัวเล็กใต้ร่าง มือหนาลูบไปที่ไรผมของน้องน้อย สายตาของเขาแสดงความรักใคร่ออกมาจนหมดสิ้น
ปลายฝนรู้สึกเขินอายเล็กน้อยกับความจริงจังที่ลึกล้ำของอีกฝ่าย ถึงอย่างนั้น....ริมฝีปากบางก็เม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ก็ยังเป็นแค่การแสดง หยอกเย้าพี่ชายให้ตกใจเล่นๆไปอย่างนั้น
เขาคลี่ยิ้มออกมาหลังจากที่เห็นว่าพี่เกือบจะร้องไห้แล้วด้วยซ้ำ
“แน่นอนครับ พี่ได้ผมแล้ว จะไม่แต่งผมได้ที่ไหน” ปลายฝนหยอกเย้า เขาทำกระทั่งยื่นหน้าเข้าไปจูบที่คางของพี่ชายที่จับจ้องด้วยสายตาจริงจัง
ต้นหนาวหรี่ตาลงอย่างอันตราย รู้ตัวว่าน้องกำลังแกล้งเสียแล้ว...
“นั่นสินะ แถมวันนี้พี่ก็จะต้องได้เราอีก 100 กว่ารอบใช่ไหม” เสียงทุ้มของพี่ชายดังขึ้น ปลายฝนตาเหลือกขึ้นด้วยความตกใจ
ตัวเขานั้นเพียงพูดเล่น กลั่นแกล้งพี่ชายให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้นเท่านั้น ทว่าคำพูดของอีกฝ่าย....ปลายฝนอยากจะคิดว่ามันเป็นการพูดเล่นเหลือเกิน
เพียงแต่การกระทำของอีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้เขาคิดแบบนั้นเลย
เพลงรักที่พี่มอบให้นั้นหวานซึ้งแต่ก็กินเวลาตั้งแต่เช้าค่ำมืด ถ้าไม่ใช่เพราะพี่สงสารร่างอ่อนปวกเปียกของเขา ปลายฝนก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาจะได้นอนตอนไหน
ให้ตายเถอะ!!
เขามีความสุขจนมันแน่นอกไปหมดแล้ว!!
................................................................
จบบริบูรณ์
ไรท์ตัวน้อยคนนี้ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามและให้กำลังใจกันเรื่อยมานะคะ
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับนิยายเรื่องนี้
หากมีข้อผิดพลาดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ในอนาคตจะพยายามพัฒนาขึ้น พยายามให้มากขึ้นอีกค่ะ
กราบบบบบบบบบบบบ <3