“อื้ม~” เสียงซ่านกระสันดังขึ้นอีกครั้ง
“ท่านแม่ทัพเ้าขา เจินจือจะปรนนิบัติท่านเองเ้าค่ะ”ลู่เจินจือขึ้นคล่อมร่างใหญ่ก่อนจะก้มลงจุมพิตริมฝีปากหนาที่นอนครวญครางอยู่อย่างดูดดื่มนางขยับบั้นท้ายบดเบียดถูไถไปกับแท่งร้อนที่นางนั่งทับมันอยู่
“อ่า~ ท่านแม่ทัพรู้สึกดีหรือไม่เ้าคะ?”ลู่เจินจือถอนริมฝีปากออกนางใช้มือทาบหน้าอกยันกายขึ้นค่อยๆปลดเปลื้องเสื้อผ้าออก หูก็ได้ยินเสียงครางกระเส่าจากอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“เจินจือจะมอบความสุขให้ท่านเองต่อไปข้าก็จะเป็ของท่านแล้วเ้าค่ะ”ลู่เจินจือถอดเสื้อผ้าออกจนหมดเหลือเพียงร่างขาวอวบอิ่มนางไม่ลืมที่จะสอดเสื้อผ้าให้อีกฝ่ายด้วยเช่นกันแต่หากว่าเขาร่างใหญ่ตัวหนักจึงทำได้เพียงกระตุกปมเชือกที่รัดไว้เท่านั้นนางลูบไล้กล้ามเนื้อแน่นหนันอย่างยั่วยวน
ยามนี้สองร่างเปลือยเปล่ากำลังกอดรัดนัวเนียเสียงหอบหายใจดังขึ้นเมื่อพวกเขาถอนริมฝีปากออกจากกันลู่เจินจือจับแท่งร้อนจดจ่อที่ปากถ้ำก่อนจะกดตัวลงช้าๆ นางไม่ได้รู้สึกเจ็บอย่างหญิงสาวบริสุทธิ์ทั่วไปเป็เพราะนางเองก็เคยลอบมีสัมพันธ์ลับๆกับบุรุษอื่นมาก่อนแต่ท่านแม่ทัพจะรู้ได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่มีสติเช่นนี้นางเตรียมเืไก่เอาไว้แล้วใช้เพียงหยดสองหยดก็แก้ปัญหานี้ได้
“อื้ม~ท่านแม่ทัพ อ่า~” ลู่เจินจือครางครวญเสียงหวานออกมานางรู้สึกคับแน่นและเสียดเสียวยามที่ขยับโยกเื่เช่นนี้นางถือว่ามีประสบการณ์มาแล้วหากจะนำมาปรนนิบัติท่านแม่ทัพให้ติดใจในตัวนางก็ไม่ใช่เื่ยาก
ลู่เจินจือใช้ประสบการณ์ที่นางมีปรนนิบัติท่านแม่ทัพที่นางคิดว่ากำลังนอนครวญครางอยู่ใต้ร่างของนางอยู่อย่างถึงอกถึงใจหากเป็บุรุษผู้อื่นคงจะต้องชมชอบในรสรักของนางเป็แน่แต่น่าเสียที่บุรุษผู้นี้ไม่ได้สติแล้วก็...ไม่ใช่คนที่นางคิดด้วย
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามเสียงครวญครางและเสียงเนื้อกระทบเนื้อก็หยุดลง ลู่เจินจือหมดเรี่ยวแรงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงส่วนร่างใหญ่ของท่านแม่ทัพ(เสียที่ไหน) ก็นอนแผ่หลาอยู่ข้างๆนางเช่นกันเสียงหอบหายใจสองร่างยังคงดังฟังชัดพวกเขาเพิ่งจะผ่านอารมณ์วาบหวามรอบสุดท้ายกันไปหมาดๆก่อนที่ร่างใหญ่ข้างๆ จะขยับลุกขึ้นจับเรียวขาของลู่เจินจือแยกออกสอดตัวเข้าไประหว่างกลางก่อนจะดันแท่งร้อนเข้าไปอีกครั้งทั้งที่ยังมีของเหลวไหลออกจากปากถ้ำอยู่เลย
“อ๊า~ ท่านแม่ทัพ เจินจือ อื้อ~เจินจือไม่ไหวแล้วเ้าค่ะ พวกเราพักกันก่อนเถิดนะเ้าคะ”นางไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแล้วจริงๆ หากท่านแม่ทัพยัง
จะทำต่อนางต้องขาดใจตายก่อนแน่แต่อีกใจก็รู้สึกยินดีที่ท่านแม่ทัพโปรดปรานนางเสียแล้วนี่เพิ่งจะวันแรกก็กินมูมมามเสียขนาดนี้
“...” ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างหนาที่กำลังขยับเอวสอบอย่างรวดเร็วและรุนแรงมีเสียงเสียงครางกระเส่าเท่านั้นที่ได้ยินร่างหนาขยับแทงสวนแท่งร้อนไม่หยุดลู่เจินจือไม่รู้ว่าเป็เพราะว่านางใส่ยาให้เขากินมากเกินไปหรือไม่ความกระสันจึงไม่เบาบางเลยสักนิดราวกับเขายังไม่ได้รับการปลดปล่อยทั้งๆที่ก็ผ่านมาหลายรอบแล้ว
“ทะ ท่านแม่ทัพ อ๊ะๆ ช้าๆ หน่อยเ้าค่ะ”ลู่เจินจือเริ่มรู้สึกเจ็บตรงส่วนนั้นมันเจ็บแสบยามที่เขาขยับโยกรูดเข้ารูดออกอย่างถี่เร็ว“อ๊า! ท่านแม่ทัพ เจินจือเจ็บเ้าค่ะ โปรดหยุดก่อน”ลู่เจินจือเอ่ยเสียงอ้อนวอนหวังให้คนที่อยู่เหนือร่างหยุดการกระทำนี้เสียที
“...” ยังคงไร้การตอบสนองจากอีกฝ่าย
“หยุดนะ! ข้าบอกให้หยุดไง!”ลู่เจินจือทนไม่ไหวนางเ็ปตรงนั้นราวกับว่ามันกำลังฉีกขาดนางใช้มือฟาดลงไปที่ไหล่หนาอย่างแรงเพื่อให้เขาหยุดขยับตัวแต่ก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์น้ำตาจากความเ็ปรินไหลจากดวงตาคู่งามนางกัดปากเพื่ออดทนต่อความเ็ปะโเรียกชุนอี้ที่อยู่ด้านนอกเท่าไรก็ไม่มีเสียงตอบรับพลันความโกรธก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วนางพยายามจะผลักร่างหนาให้พ้นตัวแต่ก็ไม่เป็ผล
ลู่เจินจือทนให้อีกฝ่ายกระทำจนปลดปล่อยทุกหยาดหยดใส่เข้ามาในตัวนางเขาโถมร่างลงมาทับนางไว้ลู่เจินจือได้โอกาสจึงผลักร่างอันใหญ่โตออกไปนางรีบก้าวขาลงจากเตียงด้วยความเ็ปฝืนทนความเจ็บเอาไว้ก่อนจะทำตามแผนที่วางไว้นางหยิบเสื้อผ้าใส่ไว้บางส่วนปล่อยให้เห็นร่อยรอยทำรักที่ท่านแม่ทัพทำไว้ก่อนส่งเสียงกรีดร้องออกมา
“กรี๊ด!!! ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าที”นางทำท่าทางใวิ่งออกจากห้องที่มีร่างใหญ่นอนอยู่ลี่ม่อมอพร้อมกับสาวใช้ได้ยินจึงรีบวิ่งเข้ามาดูก็เห็นว่าอีกฝ่ายเป็ลู่เจินจือที่อยู่ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อผ้าหลุดลุ่ยดูอย่างไรก็รู้ว่าเพิ่งจะผ่านสนามรักมา
“ลี่ม่อมอช่วยข้าด้วย ท่าน ฮึก ท่านแม่ทัพ...ข่มเหงข้า”ลู่เจินจือรีบแสดงบทบาททันที นางต้องแสดงให้ผู้คนคิดว่าท่านแม่ทัพขืนใจนาง
“ท่านว่าอะไรนะ?!” ลี่ม่อมอใกับสิ่งที่ได้ยินนางไม่คิดว่าสิ่งที่ลู่เจินจือพูดออกมาจะเป็ความจริงจึงเอ่ยขึ้นว่า“ท่านไม่ได้เข้าใจอะไรผิดไปใช่หรือไม่?”
“ฮึก ลี่ม่อมอท่านจะไม่เชื่อข้าก็ได้แต่ว่าท่านแม่ทัพฮึก ท่านแม่ทัพยังนอนอยู่ในห้องนั้นอยู่เลย ท่านเข้าไปดูให้เห็นกับตาได้เลย”ลู่เจินจือร้องไห้จนตัวโยนราวกับตนเองนั้นไม่ได้รับความยุติธรรมลี่ม่อมออย่างไรนางก็ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าท่านแม่ทัพจะสามารถทำเช่นนี้ได้นางดูแลเขามาแต่เล็กจะไม่รู้จักนิสัยใจคอของเขาได้อย่างไร
“เ้าว่าใครนอนอยู่ในห้องนั้นหรือ?” เสียงที่ลู่เจินจือคุ้นเคยดังขึ้นแต่ว่ามันควรจะดังขึ้นที่ข้างหลังนางไม่ใช่ข้างหลังลี่ม่อมอสินางเงยหน้าขึ้นช้าๆ เพื่อดูให้แน่ชัดว่านางไม่ได้ยินผิดไป
ท่านแม่ทัพยืนอยู่ที่หน้าประตูเขายืนอยู่ข้างนอกยังไม่ได้ก้าวเข้ามาภายในห้องเสียด้วยซ้ำเช่นนั้น...ใครกันที่นอนอยู่ในห้องนั้น ลู่เจินจือสติหลุดนิ่งค้างไปแล้วลี่ม่อมอก็หันไปดูด้วยเช่นกันเมื่อเห็นว่าเป็ท่านแม่ทัพนางก็รู้สึกโล่งอก
“ทะ ท่านแม่ทัพ ท่านอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ละแล้วคนที่อยู่ในห้องเป็ใครกัน?” ลู่เจินจือตัวสั่นเทิ้มนางเริ่มควบคุมสติไม่ได้เริ่มมองหาชุนอี้แต่ก็ไม่พบสาวใช้ตัวดี
“ใครอยู่ในห้องนั้นหรือ? ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามีคนแอบเข้ามาในห้องของข้าด้วยเช่นนั้นพวกเราก็มาดูหน้าของมันพร้อมๆ กันเลยดีหรือไม่?” ต้าเหอสั่งให้บ่าวชายเข้าไปในห้องลากร่างใหญ่ที่นอนอยู่บนเตียงหิ้วมาอย่างไร้ความปราณีลู่เจินจือก้มหน้าเงียบนางไม่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็ใครเพราะต่อให้ไม่ใช่บ่าวรับใช้นางก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเพราะว่าอย่างไรคนผู้นั้นไม่ใช่ท่านแม่ทัพอยู่ดี
“นายท่านคนผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นักโทษที่หลบหนีอยู่ขอรับ มีการติดป้ายประกาศตามจับตัวต้องโทษปะาชีวิตขอรับ” ลู่เจินจือได้ยินก็แทบจะเป็ลมราวกับนางหยุดหายใจไป่จังหวะหนึ่ง นักโทษหลบหนีหรือทั้งยังเป็โทษปะาชีวิตด้วย
“โชคดีเสียจริงที่พวกเราจับคนร้ายส่งทางการได้ต้องขอบใจเ้ามาก...ลู่เจินจือ”โม่อี้เฟิงเอ่ยเสียงเรียบไม่ได้มีความยินดีในน้ำเสียงช่างแตกต่างกับประโยคที่เขาเอ่ยอย่างสิ้นเชิง
“ทะ ท่านแม่ทัพ ข้าไม่รู้เื่นะเ้าคะ ข้าไม่รู้”ลู่เจินจือกอดขาโม่อี้เฟิงแน่นเงยหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาอย่างวิงวอน
โม่อี้เฟิงเพียงหลุบตาลงต่ำมองมือของลู่เจินจือที่พยายามกอดขาของเขาไว้แน่นก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบอีกครั้งว่า“เอาออกไป”ต้าเหอที่ได้ยินรีบเข้ามาดึงตัวลู่เจินจือให้ออกหากจากนายท่านให้เร็วที่สุดกลัวว่าหากชักช้ามือคู่นี้ของนางจะหายไป
“ท่านแม่ทัพ ข้าไม่รู้เื่จริงๆ นะเ้าคะเป็...เป็ชุนอี้สาวใช้ของข้า นางหลอกให้ข้าเข้ามาในห้องนี้เ้าค่ะ”ลู่เจินจือผลักความผิดไปให้ชุนอี้ฝ่ายเดียวตอนนี้นางต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้เสียก่อนชีวิตสาวใช้ผู้เดียวนางไม่เสียดายสักนิด
“....” โม่อี้เฟิงไม่เอ่ยสิ่งใดก่อนที่จะมีคนนำตัวชุนอี้เข้ามาชุนอี้ที่ถูกคุมตัวอยู่ด้านนอกได้ยินหมดทุกอย่างที่ลู่เจินจือกล่าวโทษนางนางโกรธแค้นที่อีกฝ่ายผลักความผิดให้นางอยู่ฝ่ายเดียวจึงบอกเล่าเื่ราวทั้งหมดออกมาโดยที่ไม่ต้องเค้นให้เปลืองแรง
“นังบ่าวชั่ว!ไม่จริงนะเ้าคะท่านแม่ทัพอย่าไปฟังบ่าวชั่วผู้นี้มันใส่ร้ายข้า”ลู่เจินจือกรีดร้องเสียงดังนางไม่คิดว่าชุนอี้จะบอกเล่าเื่ราวออกมาทั้งหมดเช่นนี้