หนิงผิงมองหน้าลูกสาวคนโตอย่างโกรธเคือง ความรู้สึกผิดอันน้อยนิดในใจกระเด็นหายไปพร้อมกับคำพูดของหนิงลี่ที่นางไม่ยอมเรียกตนว่าบิดา “นางเด็กไร้ยางอาย เ้าอย่ามาทำเป็อวดดีกับข้านักเลย เ้าคิดหรือว่าเมื่อเ้าพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาแล้วข้าจะรู้สึกสงสารเ้า ตัวเ้าทำให้ครอบครัวข้าเสียชื่อเสียงมากขนาดนั้น ข้าก็ไม่อยากเก็บตัวปัญหาอย่างเ้าไว้อีกแล้ว แต่ก็เอาเถอะ ถึงยังไงข้าก็เป็ผู้ให้กำเนิดพวกเ้ามา ข้าก็จะเหลือทางรอดไว้ให้พวกเ้าบ้าง นับจากวันนี้ข้าไม่ใช่บิดาของพวกเ้า และพวกเ้าทั้งสี่คนก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวของพวกเราอีกต่อไป”
หัวหน้าหมู่บ้านกับหัวสกุลต่างก็ผิดหวังกับการตัดสินใจของหนิงผิง พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดหนิงผิงถึงไม่คิดเผื่ออนาคตข้างหน้าของตนเองไว้บ้าง หากหนิงลี่ หนิงหลัน หรือหนิงเจี๋ยประสบความสำเร็จในชีวิตขึ้นมา หนิงผิงจะไม่นึกเสียใจกับการตัดสินใจของตนเองในวันนี้หรอกหรือ หัวหน้าหมู่บ้านได้แต่ถอนหายใจและเขียนหนังสือหย่าและหนังสือตัดสัมพันธ์ทางเครือญาติมอบให้พวกเขาอย่างจนใจ
“หนังสือสำคัญพวกนี้ข้าจะมอบให้พวกเ้าคนละหนึ่งชุด ข้าเก็บไว้หนึ่งชุด และจะส่งไปเก็บไว้ที่ทางการอีกหนึ่งชุด” หัวหน้าหมู่บ้านบอกกับทุกคน โดยเฉพาะหนิงผิง “ข้าหวังว่าเ้าจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจของเ้าในวันนี้”
“ไม่เสียใจ พวกเราไม่เสียใจเลย ในอนาคตลูกชายของข้าจะต้องแต่งภรรยาที่ดีกว่าหวังซื่ออีกหลายเท่า และจะมีลูกหลานที่เชิดหน้าชูตากว่าไอ้พวกเด็กไร้ประโยชน์สามคนนี้อย่างแน่นอน” แม่เฒ่าหนิงรีบพูดขึ้น “พวกเ้าทั้งสี่คนจำไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าใครจะป่วยหรือใครจะตาย พวกเราก็จะไม่ข้องเกี่ยวกันอีกต่อไปแล้ว”
“ท่านแม่” หนิงหย่งสะกิดแม่เฒ่าหนิงให้หันไปมองเซียวหยางฟาง “เงินค่าสินสอดของบ้านพรานเฒ่าล่ะขอรับ”
“เดี๋ยวก่อนท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ก่อนหน้านี้พรานเฒ่าแซ่เซียวได้ขอหมั้นหนิงลี่กับหลานชายของพวกเขาเอาไว้ ข้าจะต้องเอาค่าสินสอดสิบตำลึงกลับไปด้วย เพราะเื่นี้ได้ตกลงกันไว้ก่อนที่จะทำหนังสือตัดความสัมพันธ์ ฉะนั้นเงินสิบตำลึงนี้จะต้องเป็ข้า” แม่เฒ่าหนิงพูดขึ้นอย่างเห็นแก่ตัว
หัวหน้าหมู่บ้านได้ฟังแล้วก็แทบลมจับ มันยังมีอีกหรือคนที่หน้าด้านและเห็นแก่ตัวอย่างนี้ เงินค่าแยกบ้านก็ไม่ให้หลานๆ ไว้ติดตัว แม้แต่เงินสินสอดก็ยังอยากจะได้ “แม่เฒ่าหนิง เื่นี้...”
“เงินสิบตำลึงอยู่นี่แล้วขอรับ” เซียวหยางฟางไม่รอให้หัวหน้าหมู่บ้านพูดจบ เขาก็เดินเอาเงินไปมอบให้หัวหน้าหมู่บ้านทันที และพูดขึ้นเสียงดัง “เป็อย่างที่แม่เฒ่าหนิงพูดทุกประการขอรับท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน เื่งานหมั้นของข้ากับหนิงลี่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นเงินสิบตำลึงนี้เป็เงินที่แม่เฒ่าหนิงควรได้รับ แต่ข้าหวังว่าหลังจากนี้แม่เฒ่าหนิงและครอบครัวของพวกเขาจะไม่มารังควานครอบครัวของข้าอีกนะขอรับ หากไม่แล้วล่ะก็ ข้าจะจัดการกับพวกเขาทุกคนอย่างไม่ออมมืออย่างแน่นอน”
“ใครมันจะอยากไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเ้ากัน” แม่เฒ่าหนิงใกับเสียงเข้มดุของชายหนุ่ม นางรีบคว้าเงินในมือของหัวหน้าหมู่บ้านมาถือไว้ ก่อนที่จะรีบเดินกลับบ้านไป
“ท่านแม่ พวกเราเข้าบ้านก่อนเถอะเ้าค่ะ” หนิงลี่ประคองมารดาอย่างห่วงใย ถึงจะเตรียมใจกันเอาไว้แล้ว แต่เื่นี้คงทำให้มารดาเสียใจอยู่ไม่น้อย
“แม่เตรียมใจไว้อยู่แล้ว แต่มันก็อดที่จะเสียใจไม่ได้ แต่พวกเ้าไม่ต้องเป็ห่วงแม่หรอก แค่รู้ว่าในอนาคตคนพวกนั้นจะไม่มาเอารัดเอาเปรียบพวกเ้าได้อีก เท่านี้แม่ก็พอใจแล้ว” หวังซื่อยิ้มให้กับบุตรทั้งสาม
“ต่อไปข้าจะปกป้องท่านแม่เองขอรับ” หนิงเจี๋ยกอดมารดาไว้แน่น
“ท่านแม่กับเจี๋ยเอ๋อพักอยู่ในบ้านก่อนนะเ้าคะ หลันเอ๋อเ้าไปตักน้ำที่ลำธารมาไว้ใช้ พี่กับพี่หยางฟางจะขึ้นเขาไปเก็บผักป่าลงมาสักหน่อย” หนิงลี่บอกกับทุกคน
“ลี่เอ๋อ ลี่เอ๋อ” เซียวหยางฟางเรียกหนิงลี่อย่างร้อนใจ
“มีอะไรทำไมเ้าถึงหน้าตาตื่นอย่างนั้น” หนิงลี่ถามอย่างแปลกใจ เธอไม่เคยเห็นเขาทำหน้าใอย่างนี้มาก่อน
“เ้ารีบกลับบ้านไปกับข้า ท่านปู่...ท่านปู่...”
หนิงลี่รีบวิ่งตามแรงฉุดของเซียวหยางฟางไปอย่างทุลักทุเล “หยางฟาง เ้าวิ่งช้าๆ หน่อย ข้าวิ่งตามเ้าไม่ทัน”
“ท่านปู่มีเื่สำคัญต้องพูดกับเ้า”
หนิงลี่นึกเื่สำคัญขึ้นมาได้ นางรีบสะบัดมือเซียวหยางฟางออก ก่อนที่จะยกชายกระโปรงวิ่งตามเขาไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานทั้งคู่ก็ถึงบ้านของพรานเฒ่า
“ท่านปู่ ข้าพาลี่เอ๋อมาพบท่านแล้วขอรับ” เซียวหยางฟางรีบคุกเข่าลงข้างเตียงชายชรา
“ท่านปู่ ลี่เอ๋อมาแล้วเ้าค่ะ” หนิงลี่คุกเข่าลงข้างเตียงชายชราเหมือนกัน
“ฟางเอ๋อ ลี่เอ๋อ ปู่คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ปู่ไม่อยากรออีกแล้ว วันนี้พวกเ้าจะแต่งงานตามความ้าของปู่ได้หรือไม่” พรานเฒ่าเซียวถามอย่างอ่อนแรง
“ได้ขอรับ” เซียวหยางฟางตอบรับในทันที
“ได้เ้าค่ะ” หนิงลี่ก็รีบตอบรับอย่างไม่ลังเล พร้อมกับจับมือพรานเฒ่าเอาไว้อย่างใส่ใจ “แต่ท่านปู่รออีกสักหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ ข้ายังไม่ได้เตรียมน้ำชากับสุรามงคลมาเลย”
“ได้สิ ปู่จะรอ” พรานเฒ่ายิ้มอย่างยินดี
เซียวหยางฟางรีบไปเชิญหัวหน้าหมู่บ้านและภรรยามาเป็สักขีพยานในงานแต่งของเขาทันที อีกทั้งเขายังขอยืมเหล้าที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านมาด้วย
ส่วนหนิงลี่ก็รีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็เสื้อผ้าที่สะอาดที่สุด จากนั้นก็รีบพามารดากับน้องสาวและน้องชายมาที่บ้านของพรานเฒ่าเซียวด้วยกัน
เซี่ยวหยางฟางและหนิงลี่ทำพิธีไหว้ฟ้าดินและยกน้ำชาให้พรานเฒ่าเซียวอย่างเร่งรีบ อีกทั้งยังได้ดื่มสุรามงคลต่อหน้าพรานเฒ่าพร้อมกับให้สัญญาว่าพวกเขาจะดูแลกันและกันไปจนแก่เฒ่า หัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาต่างก็รับสุรามงคลมาดื่มและอวยพรให้คู่บ่าวสาวด้วยความเห็นใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะขอตัวกลับ หวังซื่อห่อข้าวและเนื้อแห้งที่เตรียมไว้ให้หัวหน้าหมู่บ้านไปอย่างเกรงใจ ซึ่งเขาก็รับไว้ด้วยรอยยิ้ม
“เ้านอนบนเตียงของข้าก็ได้ เดี๋ยวข้าจะนอนบนพื้นเอง” เซียวหยางฟางพูดอย่างเกรงใจ เพราะวันนี้พิธีแต่งงานจัดขึ้นอย่างฉุกละหุก และเขาคิดว่าเ้าสาวของเขาก็คงยังไม่ได้เผื่อใจไว้เื่การเข้าหอ
หนิงลี่ไม่รู้ความคิดของฝ่ายชาย เพียงแต่เธออยากจะพูดความคิดของตนเองให้เขาฟัง หนิงลี่จับมือเซียวหยางฟางไว้แน่นและพาเขามานั่งที่เตียงด้วยกัน “หยางฟาง ตอนนี้เราเป็สามีภรรยากันแล้ว แต่เรายังมีเื่ที่ต้องพูดกันให้เข้าใจ”
“ข้าเข้าใจ การแต่งงานของเราวันนี้มันเร็วมาก แต่ท่านปู่ของข้ารอไว้ไหวแล้ว” เซียวหยางฟางพูดอย่างรู้สึกผิด
“ไม่ใช่เื่นั้นหรอก” หนิงลี่จับมือเขามาแกว่งเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้เขาอย่างรู้สึกดี “ตอนนี้เราแต่งงานกันแล้ว จะนอนบนเตียงเดียวกันก็ไม่ใช่เื่แปลก เพียงแต่เื่เข้าหอ ข้าอยากให้เ้ารอจนกว่าข้าจะอายุครบสิบแปดปีเสียก่อน ข้ารู้ว่าสามปีนี้มันอาจจะนานไป แต่เพื่อให้ร่างกายข้าเติบโตเต็มที่และพร้อมที่จะมีบุตรที่แข็งแรง เ้าจะรอไปจนถึงวันนั้นได้หรือไม่”
“เพราะเหตุใด เ้าไม่เต็มใจหรือ” เซียวหยางฟางมองหน้าหญิงสาวอย่างค้นหาคำตอบ แต่เขากลับเห็นแต่รอยยิ้มที่สวยงามบนหน้าของนาง “หากเ้าไม่เต็มใจ...”
หนิงลี่กลัวเขาจะคิดมาก เธอโน้มตัวไปกอดเขาไว้ และอธิบายอย่างใจเย็น “หยางฟาง ข้าตัดสินใจแต่งงานกับเ้า ข้าก็ต้องอยากมีลูกกับเ้า แต่ผู้หญิงหากมีลูกั้แ่อายุยังน้อย ต่อไปร่างกายก็จะไม่แข็งแรง และจะมีโรคตามมา ข้ายังอยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเ้าไปอีกนานๆ”
“หากว่าข้าทนไม่ได้ล่ะ” เซียวหยางฟางถาม
หนิงลี่ลุกขึ้นมองหน้าเขาแล้วยิ้มกว้างขึ้นอีก “หากเป็เช่นนั้นเราก็ต้องแยกกันนอน แต่ถ้าเ้าสัญญาว่าจะหักห้ามใจตัวเองได้ เขาก็สามารถนอนบนเตียงเดียวกันได้”
“แต่สามปีมันนานเกินไป” เซียวหยางฟางไม่ยินยอม
“ถ้าเช่นนั้นเราก็แยกกันนอนก็แล้วกัน” หนิงลี่ส่งยิ้มให้เขาจนปากจะฉีกถึงหูแล้ว
“ก็ได้ๆ ขอแค่ข้าได้นอนกอดเ้า สามปีจะเป็อะไรไป” เซียวหยางฟางรับปากอย่างไม่รับรู้ถึงความทรมานในอนาคตเลย