ตอนที่19:ความ้าที่แท้จริง
ร่างกายที่สั่นไหวไม่หยุดจิตใจที่ไร้ความกล้าความคิดที่สวนทาง ไคน์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคาเรนแสดงท่าทีหวั่นเกรงออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ถึงความสามารถของเธอเป็อย่างดีและรวมถึงตัวของเขาเองเช่นกัน ในหัวเขาอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล แต่ด้วยการตัดสินใจที่อยากจะช่วยเมืองนี้เอาไว้ เขามีแต่ต้องสู้เท้านั้น
“หิหิ นายนี่ตลกจังนะ?” คาเรนหัวเราะออกมาพร้อมพูดเยาะเย้ยไคน์อย่างมีความสุข “ฉันรู้น่า…” ไคน์ตอบกลับไปด้วยเสียงที่สั่นเขายอมรับความน่าสมเพสของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
“ก็ไม่เห็นต้องอยู่ที่นี้เลยก็ได้แท้ๆ” คาเรนแสดงสีหน้าสงสัยก่อนพูดออกไป ไคน์ที่ได้แต่จ้องมองเธอก็ได้แต่เงียบไม่พูดไม่จาใดๆ “ทุกคนก็ต่างรู้ดีว่านายมันไม่มีประโยชน์หนะ หิหิ” คาเรนเธอยังคงพูดกดดันไคน์อย่างไม่หยุดพัก
ฉันรู้ดีน่าั้แ่ที่ฉันเกิดมาคนรอบตัวฉันก็หวังแต่จะใช้ประโยชน์จากตัวฉัน แต่เพราะฉันมันไร้ประโยชน์ไปทุกอย่างจนถึงขั้นที่ไม่มีใคร้าเลยด้วยซ้ำ ถึงไม่ต้องให้ใครบอกฉันก็รู้ดีอยู่แล้ว… ไคน์ได้แต่คิดอยู่ในใจอย่างเงียบๆก่อนที่จะแสดงสีหน้าจริงจังเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับคาเรน แต่ฉันก็ไม่ได้อยากให้ใครต้องมาเสียใจเพราะฉันหรอกนะ….
คาเรนที่เห็นสีหน้าท่าทางจองไคน์ก็รู้สึกไม่พอใจก่อนจะเดินตรงไปหาเขา ไคน์ที่ตื่นตระหนกก็แกว่งดาบตั้งใจฟันไปที่คาเรนอย่างแรง แต่ความสามารถที่ต่างกันเกินไปคาเรนเธอใช้เพียงแค่มือเปล่าหยุดมือของไคน์อย่างง่ายดาย เธอจ้องมองไคน์ดั่งเศษขยะที่ไร้ความสามารถแต่อวดดี
ไคน์ที่ประหม่าก็ดิ้นเพื่อหวังว่าจะหลุดพ้นได้แต่นั้นก็ไม่สามาถทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อย “โถ่เว้ย!!!” ไคน์พูดออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวก่อนที่คาเรนจะบิดแขนเขาจนไม่สามารถถือดาบได้อย่างมั่นคง“การเตรียมใจของแกมันมีได้แค่นี่หรอ?” คาเรนพูดพร้อมกับยืนหน้าจ้องมองตาไคน์ใกล้แววตาของเธอทำให้ไคน์รู้สึกกลัวขึ้นมา“แล้วมันจะทำไมห้ะ?!!!” ไคน์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว
คาเรนเธอแสดงสีหน้ารำคาญออกมาอย่างชัดเจนก่อนที่จะหักแขนของไคน์ด้วยความโกรธ “อ๊าก!!!!!” ไคน์กรีดร้องออกมาดั่งลั่นอย่างเ็ปก่อนที่จะหมดแรงเข่าทรุดลงไปกับพื้น “แกคิดว่ามันป็นเื่เล่นๆหรือไง?” คาเรนพูดออกมาด้วยความโกรธ
“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนๆนั้นถึงหวาดกลัวแกด้วยซ้ำ?!!!”
“ทั้งไร้ความสามารถ อ่อนแอ มีดีแต่ปากไปวันๆ” คาเรนพูดแท่งใจดำไคน์อย่างแรง “อึก…..” ไคน์ได้แต่ก้มหน้ายอมรับความจริงต่อหน้าคาเรน แต่มันกลับยิ่งทำให้คาเรนรู้สึกโกรธยิ่งกว่าเดิมที่เห็นท่าทางน่าสมเพสที่ไคน์แสดงออกมาให้เห็น เธอจับแขนที่หักของไคน์ขึ้นมาก่อนที่จะหักมันซ้ำอีกครั้ง
“อ้าก!!!!!” ไคน์ะโลั่นด้วยความเ็ปที่โทมเขามาไม่หยุด “ไอ้ที่พูดหน้าลานประกาศในตอนนั้นมันมีแค่ลมปากหรือไงห้ะ?!!!” คาเรนะโใส่หน้าไคน์อย่างดุดันก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปเล็กน้อยและใข้เท้าเตะดาบที่ตกอยู่ของเขาไปใกล้ๆ “หยิบขึ้นมา…” คาเรนกัดฟันก่อนที่จะพูดให้โอกาสไคน์อีกครั้ง
“อึก…..” ไคน์ที่ได้แต่นั้งตั่วสั่นก็ลังเลที่จะหยิบมันขึ้นมาความเ็ปทั้งในกายและในใจส่งผลให้เขาไม่สามารถกั้นน้ำตาเอาไว้ได้ น้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความน่าสมเพสคาเรนรู้สึกรังเกียจในตัวของเขาเป็อย่างมาก
“แกนี่มัน… ขยะดีๆนี่เอง” คาเรนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองก่อนที่จะเตะไคน์อย่างไม่หยุดพัก จนถึงทำให้ไคน์กะอักเลทอดออกมาท่วมพื้นไปหมด
อุส่าคิดว่ามีพวกนั้นอยู่ด้วยฉันก็จะสามารถทำอะไรได้แท้ๆ แต่มันก็คงเป็ผลของการที่ฉันทำเป็เก่งจริงๆนั้นแหละ ั้แ่ที่ฉันมาอยู่ที่นี่ฉันก็เอาแต่ใช้ชีวิตทิ้งไปวันๆ… ไม่สิั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วต่างหาก ฉันนี่โคตรพขยะของจริงเลยนี่หว่า ฮ่าฮ่า….
ไคน์ที่สะบัดสะบอมาแทั่วร่างกายสายตาที่ค่อยๆขาดสติ ต้องมองไปที่คาเรนที่ยื่นมองอยู่สีหน้าเธอเหมือนกำลังโกรธแค่ก็ดูเศร้ารังเกียจแต่ก็ให้ความสำคัญ ไคน์ที่ค่อยๆหมดสติไปและเข้าไปในความมืดที่เขาคุ้นเคย
ร่างสีทองที่กำลังยืนมองเขาอยู่อย่างเงียบๆ ก้มลงและเหมือนกำลังพยายามพูดอะไรสักอย่างกับเขาอยู่ “&฿?@!&฿@” อะไรหนะ? ได้ยินไม่ชัดเลย “&฿&?!” นายอยากจะพูดอะไรกันแน่?…. ไคน์ที่กำลังร่องรอยไปกับความมืดกำลังพยายามฟังคำพูดที่ไม่ชัดเจนนั้น
“นี่-………”
“……ลุก…..”
“…..ลืม…..”
“พลังในตัวของนายหนะ ใข้มันสิ!!!!” เสียงสุดท้ายที่เงาสีทองปริศนาะโออกมาอย่างสุดเสียงไคน์ลืมตาขึ้นมาทร่ามกลางสายฝนที่กำลังล่วงหล่นลงมาอย่างไม่หยุดสาย จ้องมองท้องฟ้าที่มืดครืมดั่งจิตใจที่ถดถอยของเขา เสียงเท้าที่เหยียบย้ำบนพื้นน้ำกำลังห่างออกไป
ไคน์เห็นแผ่นหลังคาเรนที่กำลังเดินห่างออกไปทำให้นึกถึง่เวลาอันสั่นแต่มีความหมาย คาเรนเธอคาดหวังในตัวฉันอยู่ใช่ไหม? สีหน้านั่นหนะ… ทุกคนรู้ดีว่าฉันไม่มีความสามารถอะไรเลยแท้ๆแต่ก็ยังฝากฟังชีวิตไว้กับคนแบบฉัน… คาเรนเธอเองก็ด้วยใช่ไหม? ในตอนนั้นที่เธอพูดว่า“ฆ่าฉัน”หนะ
ไคน์ค่อยๆรวบรวมพลังเวทย์รอบๆ เหล่าผู้คนต้องรู้สึกประหลาดใจกับความรู้สึกผิดแปลกนี้ “นี่มัน….อะไรหนะ?” ดีอาน่าพูดออกมาหลังจากที่เธอไม่สามารถควบคุทพลังให้คงสภาพเอาไว้ได้ “หึ…..” เซียร์จ้องมองไปทางกลุ่มควันก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ “พวกแกทำอะไร?!!!” ดีอาน่าที่เห็นท่าทีของเซียร์ก็ตื่นตระหนกขึ้นมา “เปล่านี่…”
พลังเวทย์มากมายมหาศาลกำลังรวมตัวในตัวไคน์ “เอาไปให้พอใจเลยเ้าหนู!!!” เซียร์ะโออกมาพร้อมกับร่างทีสั้นหมดเรียวแรง “นี่แกก็โดนดูดพลังไปเหมือนกันงั้นหรอ?!!!” ดีอาน่าที่ตกตะลึงไม่คาดคิดว่าแม้แต่ศัตรูก็ยังโดนไปด้วยแต่ทำไมเซียร์ถึงยังยิ้มออกมาอย่างพอใจเหมือนกับได้รับชัยชนะแล้ว
“พูดอะไรหนะในที่นี่ใครที่มีพลังเวทย์ เ้าหนูมันก็ไม่เลทอกหน้าหรอกนะ” เซียร์ยิ้มออกมาพร้อมพูดอย่งภูมิใจ ทุกคนก็ต่างตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต่างก็พากันจ้องมองไปทางไคน์ “แบบนี้เดียวพวกฉันก็ซวยกันพอดีสิ!!!!” สถานการณ์ของทุกคนที่กำลังเหน็ดเหนื่อยกับการต่อสู้ต่างคิดพร้อมกันและยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่ปลื้มปลิ่ม
โทษทีนะทุกคนแต่ขอยืมสักเดี๋ยวนะ มันอาจจะทำให้ทุกคนเสี่ยงเพราะมันแต่ว่า ทุกคนที่เก่งกาจสะขนาดนั้นฉันขอทำตัวนิสัยเสียสักหน่อยก็คงไม่เป็อะไรสินะ ฮ่าฮ่าๆ คาเรน… ฉันจะ… ตอบสนองความ้าของเธอให้เอง!!!!!
ไคน์ค่อยลุกขึ้นพร้อมกับร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังที่ห่อหุ่มร่างเอาไว้ รอยที่แขนด้วงตาและเส้นผมค่อยๆเปลี่ยนไปเส้นแวงสีทองที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของทุกคน ไคน์หยิบดาบขึ้นและปล่อยให้ดาบดูดกลืนพลังเวทย์ของตัวเองเข้าไป ดาบเล่มนั้นเริ่มส่องแสงเป็ประกายสีทองตามพลังในตัวของเขา
“คาเรน!!!!” ไคน์ะโเรียกคาเรนออกมาดังลั่นแต่เขาไม่ได้แสดงท่าทีโกรธแค้นอะไรแม้แต่น้อยกลับกันเขากำลังยิ้มออกมาอย่งภาคภูมิใจแทน
คาเรนที่เห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของไคน์มันทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างภูมิใจก่อนที่จะดึงดาบข้างกายออกมาแบบไม่ต้องคิด “ต้องแบบนี้สิ…. หิหิ” คาเรนหลับตาลงพร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุขก่อนที่จะค่อยๆร้องไห้ออกมา
รอบๆตัวไคน์มีแต่พลังอันมหาศาลอยู่เต็มไปหมดทำให้กลุ่มของศัตรูต้องรู้สึกหวั่นเกรงกับพลังนั้นอย่างมาก ทุกคนรู้ดีว่าถ้าฝืนสู้ต่อไปมีหวังได้ตายกันทุกคนแน่ๆ “ตอนนี้ต้องรีบหนี?!!!” ดีอาน่าค่อยๆเปลี่ยนร่งกายตัวเองกลายเป็ร่างของเหลวสีแดงก่อนที่จะหายลงไปกับพื้น เซาร์ มอร์แกน อัลม่า และ ซินวา ก็ต่างหยุดต่อสู้และเลือกที่จะถอยดีกว่า แต่คาเรนกลับยื่นพร้อมสู้ไม่ถอยกลับอย่างเด็ดขาดคาเรนเธอปาดน้ำตาก่อนที่จะตั้งท่าจริงจัง
ฉันไม่เคยเห็นเธอตั่งท่าจริงจังแบบนั้นมาก่อนเลยเธอเอาจริงแล้วสินะ… ได้เลยคาเรนมาจบมันแบบที่เธอ้าเถอะ!!! ไคน์และคาเรนต่างก็พุ่งตรงไปพร้อมฟันอีกฝ่ายโดยหวังเอาชีวิตอย่างจริงจัง ทักษะดาบของเธอเหนือกว่าฉันอยู่มาก ถ้าสู้ระยะยาวฉันต้องแพ้แน่ๆอีกอย่างทุกคนจะตกอยู่ในอันตรายเพราะฉันอีกแน่นอนเพราะงั้น…. มาตัดสินในดาบเดียวเลยคาเรน!!!!
คาเรนรวบรวมพลังทั้งหมดลงไปที่คมดาบเพราะรู้ความ้าของไคน์เป็อย่างดี เธอเอาสองมือจับดาบไว้แน่นก่อนที่ะโพร้อมยกดาบขึ้นเหนือศรีษะ ไคน์ก็จับดาบอย่างมั่นคงที่สุดพร้อมกับง้างดาบไปข้างลำตัวพร้อมฟันเช่นกัน
แสงสีทองและสีฟ้าครามประทะกันอย่างจังสั่นะเืไปทั่วทั้งคู่ทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มีเพื่อตัดสินแพ้ชนะโดยไม่ใช่ผลของานี้ แต่เป็เพียงผลแพ้ชนะของคนสองคนที่ฝากฝั่งทุกอย่างไว้ในการต่อสู้นี้
สายฝนที่สาดกระทบแผ่นหลังก่อนหน้านี้ ถูดซัดออกไปจากแรงกระแทกของพลังก่อนที่จะค่อยๆซาดเม็ดฝนลงมาอีกครั้ง การสิ้นนี้จบลงเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวก่อนที่จะรู้ผล และ ผู้ที่สามารถชนะในการต่อสู้นี้ได้แก่(คาเรน)
ไคน์ล้มลงนอนราบไปกับพื้นที่เต็มไปด้วยเืพร้อมกับรอยแผลขนาดใหญ่กลางหน้าอก คาเรนเธอค่อยเก็บดาบลงฟักก่อนที่จะเงยมองหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครืมพร้อมกับััเม็ดฝนที่กระทบลงมาบนใบหน้าก่อนที่จะหันหลังไปมองดูไคน์ที่กำลังหมดสติอยู่
“นายนี่มัน…” คาเรนพูดก่อนที่จะถูกทุกคนล้อมเอาไว้ “เธอหนีไม่พ้นแล้วคาเรน” อีริน่าพูดพร้อมกับดาบที่กำลังจี้คอของคาเรนเอาไว้ “ต่อให้อยากหนีฉันก็ไม่มีแรงที่จะหนีอยู่แล้วละน่า….” คาเรนหลับตาลงและยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา
นายหวังแบบนี้ไว้จริงๆงั้นสินะ……