ตอนที่ 3: เทียบเชิญจาก High-Precision Lab
ลิฟต์ไฮดรอลิกความเร็วสูงเลื่อนลงสู่ชั้นใต้ดินระดับ B3 ของอาคารวิจัยวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เสียงลมดูดจากระบบหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์ดังหึ่งๆ อยู่ตลอดเวลาเพื่อรักษาแรงดันดั่งห้องสะอาด (Clean Room) ประตูกระจกนิรภัยหนาพิเศษเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยจอแสดงผลดิจิทัล และเครื่องสแกนความละเอียดระดับอะตอมวางเรียงราย
"ยินดีต้อนรับครับ คุณเกริก" ชายวัยกลางคนในชุดกาวน์ขาวเนี๊ยบละสายตาจากจอภาพ เดินเข้ามาทักทาย "ผม ดร.พิชิต หัวหน้าทีมวิจัยระบบภูมิคุ้มกันวิทยา หมอกานต์เล่าเื่งานซ่อมระบบของคุณให้ผมฟังหมดแล้ว... แต่บอกตรงๆ ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อในตัวเลขทดลอง ผมยังคลางแคลงใจเื่ 'ฝ่ามือสนามแม่เหล็ก' ของคุณอยู่มาก"
เกริกยิ้มรับเบาๆ ไม่ได้มีท่าทีขุ่นเคือง เขาเดินกวาดสายตามองไปรอบห้องแล็บที่มีมูลค่าการก่อสร้างนับพันล้านบาท
"ไม่แปลกหรอกครับ ดร.พิชิต" เกริกตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเด็ดขาด "ถ้ามีใครเดินไปบอกผมเมื่อสิบปีก่อนว่า สามารถปรับจูนความต่างศักย์ของหลอดเืด้วยการแกว่งแขนและคุมลมหายใจ ในฐานะผู้จัดการโรงงานผลิตชิ้นส่วนความเที่ยงตรงสูง ผมก็คงคิดว่าคนๆ นั้นเลอะเทอะและงมงายเหมือนกัน"
"หัวหน้าครับ! ดูเครื่องสแกนตรงนั้นสิ!" พลกระซิบข้างหูเกริก สายตาตื่นเต้นกับเทคโนโลยีระดับสูง "นั่นมันเครื่องสแกนแรงดันของเหลวสามมิติแบบ Real-time รุ่นล่าสุดเลยไม่ใช่เหรอครับ? โรงงานเก่าเรายังไม่มีปัญญาซื้อเลย!"
"ใช่พี่พล นั่นคือ High-Precision Bio-Scanner" กานต์อธิบายเสริม "มันสามารถวัดอัตราการไหลของเืและน้ำเหลืองได้ละเอียดถึงระดับไมครอน"
"แต่มันกำลังอ่านค่าผิดพลาดอยู่..." เกริกพูดขึ้นมาลอยๆ สายตาจ้องไปที่จอภาพของเครื่องสแกนตัวนั้นอย่างจับผิด
ดร.พิชิต ชะงัก คิ้วขมวดทันทีด้วยความไม่พอใจ "ผิดพลาดเหรอครับ? คุณเกริก เครื่องนี้เพิ่งผ่านการ Calibration โดยวิศวกรเชี่ยวชาญจากเยอรมนีเมื่อสัปดาห์ก่อน ค่าความแม่นยำสูงถึง 99.99% คุณมองแค่แวบเดียวจะรู้ได้ยังไงว่ามันอ่านค่าผิด?"
"เพราะคุณตั้งค่าความหนืดของของเหลว (Viscosity Index) ในโปรแกรมประมวลผลเป็ค่าน้ำพลาสมามาตรฐานครับ ดร." เกริกชี้ไปที่มุมล่างของจอภาพ "แต่เืของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ในตอนนี้ ไม่ใช่น้ำพลาสมาปกติ มันมีค่าความหนืดเพิ่มขึ้น 3.4 เท่าจากภาวะเม็ดเืเกาะกลุ่ม และมีประจุไฟฟ้าบวกสะสมอยู่สูง ค่าที่เครื่องสแกนอ่านได้ตอนนี้จึงเป็เพียง 'ค่าแรงดันหลอก' (Apparent Pressure) ไม่ใช่แรงดันจริงที่เกิดขึ้นในท่อฝอย!"
ดร.พิชิต หน้าเปลี่ยนสี เขารีบหันไปกดแป้นพิมพ์เพื่อดึงข้อมูลเชิงลึกและสมการคำนวณขึ้นมาเช็กทันที นิ้วมือของเขาสั่นระริกเมื่อเห็นผลลัพธ์บนจอภาพ
"พระเ้า... ค่าความต้านทานในท่อฝอยมันสูงกว่าที่เครื่องรายงานจริงๆ ด้วย! มิน่าล่ะ พอเราจ่ายยาสลายลิ่มเืเข้าไป แรงดันดันไม่ไป แถมยังทำให้เส้นเืฝอยแตกเพราะแรงดันเกิน!" ดร.พิชิตอุทานออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะหันมามองเกริกด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง "คุณ... คุณคำนวณกลไกซับซ้อนแบบนี้ในหัวได้ยังไงภายในไม่กี่วินาที?"
"ผมไม่ได้คำนวณแค่ฟิสิกส์เคมีครับ" เกริกเดินเข้าไปใกล้เครื่องสแกน "ผมมองร่างกายมนุษย์เป็ 'โรงงานไฮดรอลิกที่มีชีวิต' ถ้าท่อประธานไม่มีแรงดันขากลับ ระบบคูลแลนท์ย่อมรวน และถ้าเซ็นเซอร์ของคุณวัดค่าพื้นฐานผิด การซ่อมบำรุงทั้งหมดก็คือการทำลายระบบจากภายใน"
"งั้นคุณเกริก..." ดร.พิชิต สูดหายใจลึก ปรับท่าทีอ่อนลงและแสดงความเคารพมากขึ้น "ในสถานการณ์วิกฤตที่เชื้อไวรัสกำลังทะลวงแนวกั้นสมองของผู้ป่วยนับพันคนแบบนี้ วิศวกรอย่างคุณจะเริ่ม 'ซ่อม' มันยังไง?"
เกริกหันไปมองพลและกานต์ แล้วหันกลับมามอง ดร.พิชิต ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเป้าหมายอันหนักแน่น
"ขั้นแรก..." เกริกยกฝ่ามือขึ้น "เราต้องทำการ Re-calibrate เซ็นเซอร์ในห้องแล็บนี้ใหม่ทั้งหมด ให้มันอ่านค่าสนามแม่เหล็กชีวภาพได้จริง จากนั้น... ผมจะใช้ห้องแล็บแห่งนี้ เป็กล้องขยายเพื่อนำทางพลังงานฝ่ามือของผม เข้าไป 'ทะลวงท่อระบายของเสียส่วนลึก' ในสมองของผู้ป่วยเคสแรกครับ!"