เหอเจียอีอาบน้ำชำระกายอยู่ในเรือนเล็กใกล้ครัวที่ท่านอ๋องทรงจัดไว้ให้นางเสร็จภารกิจแล้ว หญิงสาวจึงเดินออกไปหน้าประตูใหญ่เพื่อกลับบ้าน
“แม่นางเหอหยุดก่อน!”พ่อบ้านเกาเดินตามหลังมา รีบร้องเรียก
“มีอันใดหรือท่านพ่อบ้าน”
“ท่านอ๋องให้ท่านไปเข้าเฝ้าที่ห้องทรงพระอักษร”
“อืม” นางคิดอยู่ครู่หนึ่งพ่อบ้านเกาทำทีจะเกลี้ยกล่อมนางต่อเพราะรู้ว่าท่านอ๋องมีท่าทีชมชอบนางอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าเช่นนั้น นำทางข้าไปเถิด”
พ่อบ้านเกานึกแปลกใจที่นางไม่มีท่าทางประหม่าหรือตื่นเต้นกับการเข้ามาในจวนแม่ทัพครั้งแรกนางเพียงพยักหน้ารับทราบในสิ่งที่พ่อบ้านเกาบอกถึงการปฏิบัติตัวต่อท่านอ๋องในจวนแห่งนี้ทั้งการใช้คำราชาศัพท์ และการไม่เดินเพ่นพ่านไปในเรือนต่างๆโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเฉพาะเรือนบรรทมและเรือนทรงพระอักษรของท่านอ๋อง
รูปร่างหน้าตาของนางดูราวกับไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปพ่อบ้านเกาอยู่รับใช้ท่านอ๋องมาแต่เล็ก ได้แต่คิดว่าหากบอกว่านางเป็นองค์หญิงหรือคุณหนูสูงศักดิ์สักตระกูลเขาก็พร้อมจะเชื่อ สมควรแล้วที่ท่านอ๋องจะมีท่าทีเฉกเช่นชายหนุ่มยามพบหญิงพึงใจเมื่อมาบอกเขาว่าต่อไปแม่นางเหอจะเข้ามาทำอาหารที่จวนทุกเย็น
พ่อบ้านเกาเดินนำนางไปยังเรือนทรงพระอักษรที่อยู่ถัดจากโถงใหญ่ด้านหน้า ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอ่านเอกสารมากมายบนโต๊ะเงยขึ้นมาดูนาง
“ดึกดื่นป่านนี้แล้วเจ้ายังคิดจะกลับเรือนอีกหรือ?”
“ข้าน้อยเสร็จงานตามที่รับปากท่านอ๋องแล้วนี่เพคะ” เขาเลิกคิ้ว เมื่อเห็นนางใช้คำราชาศัพท์ ‘ดูท่า พ่อบ้านเกาคงอบรมนางแล้ว’
“ข้าต้องการให้เจ้าค้างที่นี่”
เหอเจียอีทำตัวเกร็งแข็งทื่อจนจวิ้นอ๋องอมยิ้ม“เปิ่นหวางหมายถึง ให้เจ้านอนพักที่เรือนเล็ก พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ ค่ำมืดเช่นนี้ข้าไม่อยากให้เจ้าออกไปเขตชายแดนไม่รู้จะมีเหตุอันตรายใด”
หญิงสาวค่อยผ่อนลมหายใจในอกคล้ายมีกวางน้อยวิ่งพล่านไปทั่ว ‘ท่านเป็นห่วงข้าหรอกหรือนี่?’
“เผื่อเปิ่นหวางหิวตอนดึกเจ้าจะได้มาทำอาหารให้กิน” ประโยคต่อมา ทำเอาเหอเจียอีหน้าบึ้งขึ้นทันใดที่แท้เขาก็หวังให้นางทำอาหารในยามดึก
“ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยไปพักผ่อนได้ใช่ไหมเพคะ?”
“ไม่ เจ้าต้องเฝ้าเปิ่นหวางอยู่ที่นี่จนกว่าจะเข้านอน หากเปิ่นหวางหิวเจ้าก็ต้องไปทำอาหาร หากเปิ่นหวางไม่หิวเจ้าก็นั่งเฝ้าเฉยๆ”หน้าตาเคร่งขรึมเป็นนิจดูจริงจัง น้ำเสียงราบเรียบที่เปล่งออกมาทำเอาคุณหนูฟ่านแทบจะเอาศีรษะโขกพื้น ‘ท่านอ๋องจอมหื่น ยังจะให้ข้ามานั่งเฝ้าท่านอีกเกินไปแล้วนะ’ นางต้องไปเตรียมตัวทำอาหารที่ร้านแต่เช้าตกบ่ายก็กลับมางีบหลับเล็กน้อยแล้วเตรียมทำอาหารรอบเย็นนี่ค่ำมาต้องมานั่งเฝ้าท่านอ๋องอีกหรือ?
“หรือว่าเจ้าจะเปลี่ยนใจชดใช้เรื่องนั้นให้เปิ่นหวาง” เห็นนางเงียบไป แถมยังแอบทำหน้าบึ้ง จวิ้นอ๋องจึงต้องทบทวนความจำให้นางสักหน่อย
เหอเจียอีสะดุ้ง “มะ ไม่ เพคะเฝ้าก็เฝ้า” นางไปหยิบเอาพรมมานั่งอยู่ไกลออกไป พิงหลังกับเสาคอยเฝ้าเขาอ่านหนังสือราชการกองใหญ่
“เปิ่นหวางอยากได้ชาร้อนๆ”เขาเสียงดังกว่าปกติ เมื่อเห็นนางนั่งพิงเสาสัปหงกหญิงสาวรีบลุกออกไปหาชาร้อนมายื่นให้ถึงมือ คล้อยหลังนางเขานั่งอมยิ้ม พออกพอใจ ความรู้สึกอิ่มเอมที่มีนางมาเฝ้าอยู่ใกล้ๆ
“ท่านอ๋องทรงหิวไหมเพคะ?”
“ไม่เจ้าไปนั่งรอก่อน”
“เพคะ”นางเดินกลับไปนั่งรอที่มุมเดิม หากแต่คราวนี้กลับง่วงจนทนไม่ไหวล้มตัวลงนอนตัวงอที่พื้นพรม
อ๋องหมิงจิ้นเหอมองดูนางด้วยสายตาเอ็นดู ‘เจ้าคงเหนื่อยมากล่ะสิท่าแต่ข้าก็ไม่ปล่อยเจ้าไปง่ายๆ หรอกนะ’ ท่านอ๋องเดินไปช้อนร่างของนางมานอนที่พรมหนานุ่มใกล้ๆหยิบหมอนอิงมาสอดรองศีรษะและผ้าห่มมาคลุมร่าง ฤดูนี้อากาศกำลังเย็นสบาย นางพลิกตัวใบหน้าหันมาทางจวิ้นอ๋องชายหนุ่มเผลอไผลมองดูใบหน้าของนาง แล้วยื่นใบหน้าไปใกล้ๆแสงเทียนสะท้อนใบหน้าอ่อนเยาว์งดงาม ท่านอ๋องลืมตัวไปชั่วครู่ โน้มใบหน้าประทับจุมพิตที่แก้มของนาง
‘นุ่มและหอมเหลือเกิน’ พลันนึกขึ้นได้ว่า หากนางตื่นขึ้นแล้วมองว่าเขาเป็นโจรหื่นกามเล่า?จวิ้นอ๋องแข็งใจถอยห่างออกมานั่งมองนางเงียบๆ เขาอยากให้นางเต็มใจมีความสุขด้วยกัน
เหอเจียอีนอนตัวแข็ง เมื่อรับรู้ว่าจมูกโด่งของท่านอ๋องฝังลงบนแก้มของนางลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ตอนที่เขาอุ้มนางมานอนตรงนี้ นางก็ระทึกใจไม่รู้เขาคิดจะทำอันใด แม่บ้านเหอสอนนางเรื่องความสัมพันธ์ชายหญิงตั้งแต่นางเข้าพิธีปักปิ่นเรื่องอารมณ์รักใคร่ ไปจนถึงเรื่องบนเตียง กระทั่งแอบเอาหนังสือภาพวังวสันต์ให้นางดูเพื่อนางรู้จักระมัดระวังและหลบหลีกเรื่องเหล่านี้อย่างเหมาะสมเหอจางลี่สอนนางเสมอว่า เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมชาติของชายหญิงแต่ต้องอยู่บนกรอบขนบธรรมเนียมด้วย
หากท่านอ๋องอยากมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับนางนางคงต้องดิ้นรนปฏิเสธก่อน นางรู้ว่า การมาที่นี่ต้องใช้เรื่องนี้เป็นเดิมพัน
‘ข้าขอเตรียมตัวเตรียมใจก่อนเถอะนะหมิงจิ้นเหอ’
จวนจะรุ่งสาง จวิ้นอ๋องเพิ่งออกจากห้องทรงพระอักษรกลับเรือนบรรทมพ่อบ้านเกายิ้มกริ่มเมื่อเดินเข้าไปเห็นแม่นางเหอยังนอนหลับอยู่ในผ้าห่มบนพรมผืนใหญ่ที่ใกล้โต๊ะทำงานเมื่อคืนท่านอ๋องสั่งให้เขาและบ่าวทั้งหลายไม่ต้องรอรับใช้ ‘อีก ไม่นานคงจะมีชายาในจวนเป็นแน่’ นางช่างโชคดีนักเขาที่รับใช้พระองค์มาแต่เล็กแต่น้อยไม่เคยเห็นจะทรงสนพระทัยหญิงใดเป็นพิเศษ
“แม่นางเหอ ท่านตื่นแล้วหรือ?”
นางงัวเงียลุกขึ้น มองซ้ายมองขวา ขมวดคิ้ว
“ท่านอ๋องเพิ่งเสด็จกลับห้องบรรทมไปเมื่อหนึ่งเค่อนี่เอง”
“อืม...ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะล้างหน้าตาล้างกลับบ้านก่อนนะท่านพ่อบ้าน”
พ่อบ้านเกาค้อมศีรษะ“เชิญแม่นางตามสบาย” รอยยิ้มที่พ่อบ้านส่งให้นางดูมีเลศนัยจนผิดสังเกต
‘ดูท่าท่านพ่อบ้านคงรู้เรื่องดีๆเยอะเชียวล่ะ ตอนนี้ขอข้ากลับไปจัดการธุระก่อน’
นางรีบออกไปอาบน้ำที่เรือนเล็กดีที่ท่านอ๋องสั่งให้นางกำนัลนางหนึ่งคอยปรนนิบัตินางในฐานะแม่ครัวคนสำคัญจึงไม่ต้องเตรียมน้ำอาบเอง หญิงสาวได้แช่น้ำอุ่นสบายตัวก่อนออกไปทำงานที่ร้าน
พ่อบ้านเกาเดินมากำชับนางกำนัล“เจ้าดูแลว่าที่ชายารองให้ดี” ได้ยินเช่นนั้นนางกำนัลถึงกับยิ้มกว้างการได้ติดตามชายารองย่อมมีโอกาสจะได้รางวัลมากกว่าการดูแลอยู่หลังครัวเช่นนี้เพราะท่านอ๋องไม่ทรงโปรดให้มีนางกำนัลรับใช้หญิงสาวที่ทำงานในจวนจึงมีเพียงส่วนที่ดูแลครัวเท่านั้น ที่เหลือล้วนเป็นบ่าวผู้ชายเมื่อท่านพ่อบ้านรับรองเช่นนี้ โอกาสที่แม่นางเหอจะกลายเป็นชายารองของท่านอ๋องย่อมอยู่ไม่ไกล
------------------------