ริงค์จากไปนานแล้ว เขาไม่เคยกลับมาอีกเลยทำไมตอนนั้นเธอจึงไม่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะกลับมา ซึ่งถ้าเขากลับมาจริงๆเธอจะรู้สึกอย่างไร...? เธอจะยังซื่อสัตย์ต่อตนเองเหมือนเดิมหรือเปล่า...?การที่เธอแต่งงานกับ
รอสโค มันไม่ได้เป็เพราะเธอ้าให้ความสุขแก่เขาช่วยเขาดูแลธุรกิจ...หรือเพื่อที่จะได้เป็เพื่อนกับลอร่า เจนเลยแต่เป็เพราะเธออยากจะให้ริงค์บังเกิดความหึงหวงและเสียใจกับการที่เขาทอดทิ้งเธอไปใช่หรือไม่...? ก็เธอไม่ได้แอบตั้งความหวังลึกๆว่าเขาจะล่วงรู้เื่การแต่งงานครั้งนี้ ้าให้มันเตือนความจำถึงฤดูร้อนเมื่อ12 ปีก่อน และะเิความโกรธ ความคั่งแค้นออกมาหรอกหรือ...?เธอยิ้มเศร้าให้กับภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก เงาบานนั้น
“เขาก็แค่นึกขันเท่านั้นล่ะแคโรไลน์ ทั้งขันทั้งหมั่นไส้นั่นแหละไม่ว่า...”
ฮาเน่ย์อยู่ในครัวแล้วตอนที่แคโรไลน์เดินเข้าไปรินกาแฟใส่ถ้วยให้ตนเอง
“กู๊ดมอร์นิ่งค่ะ
“วันนี้คุณตื่นแต่เช้าดูสดใสเชียวนะคะ”แม่บ้านทักทายอย่างตั้งข้อสังเกตไปด้วย
“วันนี้ต้องทำเงินเดือนก็เลยอยากจะทำเสียแต่เช้าๆเสร็จงานแล้วจะได้ว่าง” เธอยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ “รู้สึกว่าวันนี้คุณก็ตื่นเช้ากว่าทุกวันนี่คะ”
“อยากจะทำอาหารดีๆให้ริงค์กินสักหน่อยน่ะค่ะ”
“เขาออกจากบ้านไปั้แ่เช้าแล้วล่ะฮาเน่ย์”
คำพูดของเธอทำให้แม่บ้านหมุนตัวกลับมามองหน้า
“อะไรกันไปแล้วหรือคะ?”
“ค่ะ ไปสักชั่วโมงแล้วล่ะ”
ฮาเน่ย์ส่ายหน้า ทำปากจิ๊กจั๊กอย่างไม่พอใจ
“เขาน่ะไม่ได้กินอะไรดีๆมาตั้งนานแล้ว อิฉันเองก็เฝ้ารอเวลาที่จะได้ทำของโปรดให้เขาได้กินสักมื้อแต่ก็ดูเอาเถอะสะบัดก้นไปเสียเฉยๆ ... อิฉันยังไม่ทันทำอะไรให้กินสักอย่าง...!”
“ก็แล้วทำไมไม่ทำให้ลอร่าเจนแทนล่ะคะ...เรียกสตีฟมากินด้วยก็ยังได้ ฉันรับรองว่าสองคนนั้นต้องชอบแน่เลย”แคโรไลน์ว่า
“ก็ได้ค่ะ” ฮาเน่ย์รับคำเสียงเบา“แต่ไม่มีริงค์เสียคนอะไรๆ มันก็ไม่เหมือนเดิมหรอกค่ะจะว่าไปแล้ว ไม่มีอะไรในบ้านนี้มันเหมือนเดิมอีกเลยนับแต่วันที่เขาแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นแล้วก็ทิ้งบ้านไป”
ฮาเน่ย์พูดถูก...แคโรไลน์ครุ่นคิดขณะเดินออกไปยังห้องทำงานของรอสโคเธอรู้สึกเ็ปเมื่อนึกไปถึงวันที่ริงค์ไม่ได้มาพบตามที่นัดหมายกันไว้มันทำให้เธอเศร้าอย่างบอกไม่ถูก เมื่อไปถึงที่ทำงานก็ยังต้องได้ยินข่าวซุบซิบที่ว่าริงค์แลงคาสเตอร์กำลังจะแต่งงานกับมาริลี จอร์จซึ่งเป็สาวสังคมผู้มีชื่อเสียงโด่งดังของวินสตันวิลล์และนับแต่นั้นโลกของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เธอพลิกสมุดบัญชีผ่านๆไปแทบไม่ได้ให้ความสนใจกับมันเท่าไรนัก เมื่อโทรศัพท์ไปที่โรงงานปั่นฝ้าย...หัวหน้าคนงานรอบเช้าก็รายงานมาว่า
“เครื่องเสียไปเครื่องหนึ่งครับ...แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอกนะครับ โดยเฉพาะใน่เวลาอย่างนี้”
“ฉันเชื่อใจค่ะบาร์เนสว่าคุณจะสามารถทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติได้แน่ อีกประการหนึ่งตราบใดที่เขายังมีลมหายใจอยู่ รอสโคก็ยังต้องรับผิดชอบเื่นี้อยู่ดีและฉันก็ยังจะต้องรายงานตรงต่อเขาต่อไป”
“ครับผม” หัวหน้าคนงานรอบเช้ารับคำก่อนจะวางสายไป
เธอรู้ว่าผู้ชายบางคนไม่ชอบใจกับการที่จะต้องรับคำสั่งจากผู้หญิงโดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงคนนั้นเป็ลูกสาวของขี้เมาที่ชื่อพีท ดอว์สันแต่ถ้าพวกเขาจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งก็จะไม่แสดงความรู้สึกออกมาเป็คำพูดทุกคนล้วนกลัวรอสโคกันทั้งนั้น อะไรจะเกิดขึ้นถ้าเขาตายลง...?
“มีปัญหาอะไรหรือ...?”
เธอสะดุ้งสุดตัวเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นริงค์ที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูเพิ่งนึกรู้ตอนนั้นเองว่าเธอกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความกังวลใจแต่ในที่สุดเธอก็ปัดมันออกจากสมอง
“ไม่มีอะไรมากหรอกคุณก็รู้ว่าที่โรงงานเป็ยังไง”
“จริงๆ แล้วผมไม่รู้หรอก” เขาเดินเลยเข้ามาในห้องปลายนิ้วชี้เกี่ยวเสื้อแจ็กเกตห้อยอยู่กับบ่าข้างหนึ่งกระดุมเสื้อเชิ้ตสามเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็น่ลำคอสีน้ำตาลกับไรขนอ่อนเหนือแผงอก“ผมไปจากที่นี่ก่อนที่จะได้ลงมือทำอะไรเป็เื่เป็ราวกับโรงงาน...” เขาเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงานชะโงกหน้าเข้ามาจนอยู่ระดับเดียวกันกับเธอ“ก็แล้วทำไมคุณไม่เล่าให้ผมฟังสักหน่อยล่ะว่ามันเป็ยังไง...คุณนายเ้าของ...?”
เธอผุดลุกขึ้นยืนด้วยความขุ่นใจเก้าอี้เลื่อนกรูดไปข้างหลัง ต่างเผชิญหน้ากันราวศัตรูคู่อาฆาตหรือนักมวยที่จดจ้องเข้าใส่กัน...รอเวลาแต่เพียงว่าเมื่อไรกรรมการจะตีระฆังให้ลงมือชกได้เท่านั้น...!
“ริงค์...ฮาเน่ย์ให้หนูมาตามพี่แน่ะอาหารเช้าเพิ่งจะเสร็จเดี๋ยวนี้เอง แกอยากให้พี่ไปกินก่อน” ลอร่าเจนบอกขณะวิ่งเข้ามากอดพี่ชาย “กู๊ดมอร์นิ่งค่ะ แคโรไลน์ฮาเน่ย์ให้หนูมาตามตัวคุณด้วยนะคะ... แกบอกว่าห้ามไม่ให้ปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้นด้วยค่ะ”
ซึ่งก็หมายความว่าการเป็ปากเสียงต้องเลื่อนเวลาออกไปก่อนแต่ริงค์ใช่จะปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ง่ายๆ เขากลับยื่นมือมาตรงหน้า
“แคโรไลน์...” ซึ่งเธอไม่มีทางเลี่ยงเลย นอกจากจะวางมือของตนเองลงในมือของเขาปล่อยให้เขาจูงเธอเดินออกจากหลังโต๊ะทำงานและเขาก็ไม่ได้ปล่อยมือเลยจนกระทั่งถึงห้องรับประทานอาหาร การที่เขาจูงมือลอร่าเจนมาด้วยนั้นมันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย อุ้งมือของเขาที่กำมือเธอไว้ปลายนิ้วของเขาที่ััอยู่กับเนียนเนื้อนั่นต่างหากที่ทำให้จิตใจหวั่นไหว
แม้ฮาเน่ย์จะตั้งใจทำอาหารเช้าอย่างสุดฝีมือกระนั้นมันก็ไม่ใช่มื้อที่รับประทานกันอย่างมีความสุขแต่อย่างใดริงค์ไม่ใคร่พอใจที่เห็นสตีฟนั่งถัดจากลอร่า เจน สตีฟเองก็คอยแต่จะลอบชำเลืองมองไปรอบๆโต๊ะ ราวกับเขาอาจจะถูกขอให้ลุกขึ้นจากโต๊ะเมื่อไรก็ได้
ความขุ่นเคืองที่เกิดอยู่ระหว่างริงค์กับแคโรไลน์นั้นเป็สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนแม้ต่างฝ่ายต่างพยายามแสดงความสุภาพแก่กันฮาเน่ย์เดาไม่ออกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่มันทำให้นางไม่พอใจเพราะความตึงเครียดที่เกิดอยู่ระหว่างคนทั้งสองทำลายบรรยากาศและทำให้การแสดงความสามารถในการปรุงอาหารเพื่อต้อนรับการกลับมาของริงค์ซึ่งนางถือว่าเป็โอกาสพิเศษดูไร้ความหมายไปสิ้น
“ทำไมทุกคนต้องอารมณ์ไม่ดีด้วยล่ะคะ?”จู่ๆ ลอร่าเจนก็เอ่ยถามออกมา
ทุกคนต่างหันไปมองเธอเป็ตาเดียวต่างนิ่งอั้นพูดอะไรไม่ออก จะมีก็แต่ลอร่าเจนเท่านั้นที่ดูมีความสุขมากเมื่อได้นั่งอยู่ท่ามกลางบุคคลที่เธอรักแต่การััรู้ของเธอนั้นเฉียบแหลมมากเธอสามารถััถึงบรรยากาศตึงเครียดที่เกิดอยู่รอบโต๊ะอาหารได้เป็อย่างดี
“อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่เราทุกคนต่างกำลังเป็ห่วงรอสโคมากเท่านั้น”ในที่สุดแคโรไลน์ก็สามารถหาคำตอบได้ ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังเอื้อมไปตบหลังมือเด็กสาวเบาๆ อย่างปลอบใจด้วย
“แต่ตอนนี้ริงค์ก็กลับมาบ้านแล้วนี่คะ...แล้วก็ยังมีสตีฟ อีกคน” สายตาที่เธอมองไปยังชายหนุ่มยามนี้เปี่ยมด้วยความรัก“หนูว่าเรามาสนุกกันยังจะดีกว่า”
คำพูดของลอร่า เจน ทำให้ทุกคนนึกอายริงค์เลิกที่จะมองไปทางสตีฟด้วยสายตาหวาดระแวงทั้งเขาและแคโรไลน์เลิกตีหน้าั์เข้าใส่กันทั้งยังชวนพูดคุยถึงใครบางคนในเมืองที่ริงค์เคยรู้จักมานานปีอีกด้วยเธอเล่าให้เขาฟังว่าใครแต่งงานกับใครไปแล้วบ้าง หรือคู่ไหนที่หย่าร้างกันใครที่มีฐานะเจริญรุ่งเรืองขึ้นขณะที่ใครบางคนตกต่ำลง
เมื่อการรับประทานอาหารมื้อนั้นเสร็จสิ้นลงสตีฟก็ลุกขึ้นยืนกล่าวขอบคุณฮาเน่ย์และขยับจะเดินออกจากห้อง
“เดี๋ยวสิ สตีฟ” ลอร่า เจนร้อง “ฉันจะไปดูลูกม้ากับคุณด้วย”
“เรากำลังจะไปโรงพยาบาลกัน ลอร่าเจน” ริงค์บอกน้องสาวเสียงเข้ม
“แต่หนูอยากดูลูกม้านี่คะหนูสัญญากับสตีฟไว้ว่าจะลงไปที่คอกม้าเช้าวันนี้”
สตีฟขยับตัวอย่างขัดเขิน ก่อนจะพูดกับสาวน้อยว่า
“ลอร่า เจนคุณพ่อของคุณจะต้องผิดหวังมากทีเดียวนะครับถ้าคุณไม่ไปเยี่ยมท่านม้ามันไม่ไปไหนหรอกน่า” เขาทำเสียงล้อ “คุณจะเข้าไปดูมันวันไหนก็ย่อมได้อยู่แล้ว”
“ก็ได้ค่ะ สตีฟ” เด็กสาวตอบเสียงเบา “งั้นพอฉันกลับมาจะรีบไปหาคุณทันทีเลยนะ”
ซึ่งสตีฟก็พยักหน้ารับกล่าวขอบคุณฮาเน่ย์อีกครั้งและรีบเดินออกจากบ้านทันที ไม่ยอมมองไปทางริงค์อีกเลย
“ฉันขอเวลาเดี๋ยวเดียวเท่านั้นค่ะริงค์”แคโรไลน์หันมาบอกชายหนุ่ม “ลอร่า เจนหนูอยากล้างหน้าตาเสียก่อนไปสักหน่อยไหมคะ?”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ”
หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานทั้งสองก็ลงมาสมทบกับริงค์ที่รออยู่ตรงห้องโถงกลางโดยมีฮาเน่ย์ซึ่งถือแจกันกุหลาบสดที่เพิ่งตัดมาใหม่ๆ ยืนอยู่เคียงข้าง
“ฮาเน่ย์จะขับรถตามเราไปด้วยนะลอร่าเจน เขาอยากจะเอากุหลาบไปเยี่ยมพ่อ พี่ว่าเธอนั่งรถไปกับฮาเน่ย์จะ
ดีกว่านะ จะได้ช่วยถือแจกันดอกไม้ให้เขาด้วย”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันอาสาเอง” แคโรไลน์รีบเสนอตัวแต่สายตาของริงค์ที่มองมาบอกความไม่เห็นด้วย
“ผมมีเื่จะต้องคุยกับคุณ”พูดจบเขาก็รุนร่างเธอให้เข้าไปนั่งรถลินคอล์นขณะที่ฮาเน่ย์ขับรถสเตชั่น แวกอนซึ่งเป็รถประจำบ้านซึ่งทิ้งไว้ให้นางใช้
“เมื่อเช้าคุณพบหมอหรือเปล่าคะ?”แคโรไลน์เอ่ยถามทำลายความเงียบขึ้น
“พบกันแล้วเขาก็บอกผมอย่างที่บอกคุณกับแกรงเกอร์นั่นแหละ”
“แล้วเขาบอกหรือเปล่าคะว่า...ว่าเมื่อไหร่...”
“อาจจะเป็ตอนไหนก็ได้”