บทที่ 28 ลู่ชิงเหยี่ยร้อนรน (รีไรต์)
ลู่ชิงเหยี่ยรีบพลิกตัวอย่างว่าง่าย
เขากังวลจริง ๆ ว่าผู้หญิงตรงหน้าจะลงมือทันที
“ดูจากท่าทางแล้ว คงไม่เป็อะไรแล้ว” ถึงเมิ่งว่านถังจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ตอนที่ตรวจร่างกายให้เขากลับยังจริงจังไม่เปลี่ยน “สหายลู่ชิงเหยี่ย ถ้าคุณไม่อยากหายดี คุณก็ทำแบบนี้ต่อไปเถอะ การยอมอ่อนข้อให้คนอื่นมันไม่น่าอายหรอ แต่ถ้าคุณคิดว่าการยอมอ่อนข้อแบบนี้เป็เื่ที่น่าอาย ต่อไปเวลาที่ทรมาณตรงเอวมาก ๆ ก็อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”
ปลายหูของลู่ชิงเหยี่ยร้อนผ่าวขึ้นมาฉับพลัน
เขาไม่ได้สนใจฟังว่าหญิงสาวข้างกายจะพูดอะไร ตอนนี้รับรู้ได้แต่เพียงนิ้วเรียวบางที่เลื่อนไล่ไปตามเอวของตัวเองเท่านั้น
แม้แต่ความเ็ปก็ดูเหมือนจะมลายหายไป
ความรู้สึกทั้งสองอย่างผสมปนเปกัน แปรเปลี่ยนเป็ความวาบหวามเข้าแทนที่
“จะนอนคว่ำแบบนี้ไปก่อน หรือจะพลิกตัว?” เมิ่งว่านถังถามอีกครั้ง
ลู่ชิงเหยี่ยอยากจะนอนหงายทันที แต่แขนเพิ่งจะยันตัวขึ้น ก็ถูกเมิ่งว่านถังกดไว้
“จะทำอะไร? สิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อกี้คุณไม่ได้ฟังเลยใช่ไหม? ลู่ชิงเหยี่ย ช่วยเคารพหมอของคุณหน่อยสิ สภาพของคุณก็เป็แบบนี้แล้ว ต่อให้เป็เทวดาก็รักษาเอวของคุณให้หายไม่ได้หรอกนะ”
เมิ่งว่านถังตำหนิลู่ชิงเหยี่ยเป็ชุด
แม้จะถูกดุเหมือนกัน แต่ความรู้สึกครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง ลู่ชิงเหยี่ยััได้อย่างชัดเจนว่าเมิ่งว่านถังเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
“ฉันต้องค่อย ๆ ลุกใช่ไหม?”
ท่าทีของเขาก็ไม่แข็งกร้าวเหมือนก่อนหน้านี้
เมิ่งว่านถังทำหน้าบึ้งตึง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่งั้นจะให้ทำยังไง? พลิกตัวเลยเหรอ? เอวไม่เจ็บเลยสักนิดใช่ไหม?”
“เจ็บทีเดียว ดีกว่าเจ็บแบบเรื้อรัง”
“เหอะ”
ลู่ชิงเหยี่ยไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย
ไม่รู้ทำไม… เขาถึงรู้สึกว่าเมิ่งว่านถังที่ไม่โวยวาย และไม่ด่าทออย่างหยาบคายในตอนนี้ น่ากลัวกว่าเมิ่งว่านถังคนเดิมเสียอีก
“ค่อย ๆ ขยับ เอาขายกขึ้นมาก่อน ค่อย ๆ ยันตัว โอเค ค่อย ๆ เอนตัวลงไป อย่าเพิ่งขยับ ถ้า้าอะไรก็บอก ฉันจะได้ไปหยิบกระโถนมาให้”
เมิ่งว่านถังเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีกระโถนอยู่ในบ้าน ตอนที่เห็นโกวต้านพาเสี่ยวพ่างไปฉี่
พอดีเลย เอามาให้ลู่ชิงเหยี่ยใช้ได้
ร่างกายของลู่ชิงเหยี่ยแข็งทื่อ เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ไม่ต้อง ฉันไปห้องน้ำเองได้”
“งั้นก็ตามใจ”
น้ำเสียงของเมิ่งว่านถังไม่ค่อยดีนัก
ในตอนนี้ลู่ชิงเหยี่ยกำลังฝืนตัวเอง ถ้าเขาบอกว่าทำได้ ก็ต้องทำได้แน่นอน
ไม่ใช่ว่าตัวเองเป็อัมพาตไปทั้งตัวเสียหน่อย
แค่ต้องดื่มน้ำให้น้อยลง เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ
มื้อเที่ยง เมิ่งว่านถังทำกับข้าวหลายอย่าง
เธอหั่นเนื้อหมูสามชั้น 1 จิน*[1] เจียวเอาน้ำมันออกมาก่อน จากนั้นก็เทซีอิ๊วและใส่เครื่องปรุงลงไป จากนั้นใส่ถั่วฝักยาวที่ล้างสะอาดแล้วลงไปผัดจากนั้นก็ใส่ถั่วฝักยาวที่ล้างสะอาดแล้วลงไปผัด พอผัดจนเกือบสุกได้ที่ ก็เติมน้ำซุปลงไป แล้วเคี่ยวไฟอ่อน
จากนั้นก็วางตะแกรงไม้ลงไป แล้วนำชามข้าวมาวางบนตะแกรงเพื่อนึ่ง
ข้าวที่หุงก็เป็ข้าวเ้าผสมกับข้าวเหนียว
เธอคิดสักครู่ ก็ตักน้ำมันหมูใส่ไปสองทัพพี ต่อมาก็ใส่ซีอิ๊วลงไปเล็กน้อย โรยกุยช่าย แล้วนำไปวางในหม้อ ข้าวคลุกน้ำมันหมูต้องกินกับข้าวเหนียวถึงจะอร่อย
ที่บ้านยังมีกุยช่ายเหลืออยู่อีกมาก
ระหว่างนึ่งข้าว เธอตัดกุยช่ายมาหนึ่งกำ ล้างให้สะอาดแล้วเตรียมผัดกับกุ้งแห้ง
กุ้งแห้งราคาถูก สาหร่ายและปลาดาบก็ราคาถูกเช่นกัน
แต่ปลาดาบต้องทอดในน้ำมัน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวของพวกเขาจะสามารถจ่ายได้ในตอนนี้ อีกอย่าง ถ้าจะกินแบบสู้ซื้อสาหร่ายและกุ้งแห้งมากินยังดีกว่า ของสองอย่างนี้เก็บได้นานกว่า
เมิ่งว่านถังเห็นว่าข้าวใกล้สุกแล้ว เธอผัดกุยช่ายกับกุ้งแห้งเสร็จ แล้วใช้หม้อใบเดิมต้มซุปมะเขือเทศ
“โกวต้าน จัดโต๊ะแล้วหยิบชามมากินข้าวได้แล้ว”
พอทำกับข้าวเสร็จแล้ว เมิ่งว่านถังก็ะโเสียงดัง เ้าตัวน้อยทั้งสามวิ่งกรูเข้ามาพร้อมกัน
โกวเซิงยกโต๊ะ โกวต้านหยิบชาม เสี่ยวพ่างช่วยหยิบตะเกียบ จากนั้นก็ถูกพี่ชายกดให้นั่งบนเตียง ให้เขารออยู่ตรงนั้นเพื่อกินข้าว
เมิ่งว่านถังยกชามข้าวเข้ามาในบ้าน เมื่อเห็นลู่ชิงเหยี่ยกำลังพยายามลุกขึ้นนั่ง เธอก็รีบพูดขึ้นว่า “คุณไม่ต้องลุกหรอก กินบนเตียงนี่แหละ หมอนสองใบนั่นทำจากข้าวบัควีท เอนหลังพิงแบบน้ันดีกว่าน่าจะสบายกว่าเยอะ”
เมิ่งว่านถังสั่งโกวต้าน “ไปเอาหมอนอีกสองใบมาให้พ่อหน่อย”
ลู่ชิงเหยี่ยมองหน้าภรรยาอย่างเหม่อลอย เห็นชัดว่ายังคงเป็คนเดิม นิสัยก็ยังไม่ดีเหมือนเดิม แต่เขากลับไม่เกลียดคนคนนี้เลย
เธอทำได้ยังไง?
เมิ่งว่านถังคุกเข่านั่งข้าง ๆ พยุงหลังของเขา วางหมอนลงไป แล้วหันมาถามเขาว่า “แบบนี้สบายไหม?”
ขณะพูด ลมหายใจของเธอก็รินรดข้างหูของเขาพอดี ลู่ชิงเหยี่ยจึงอยากหลบเลี่ยงไปโดยไม่รู้ตัว
“สบายดี”
“งั้นก็ดี คุณก็กินข้าวแบบนี้แหละ ฉันจะเอากะละมังของคุณมาให้ คุณก็กินจากกะละลังนั่นนะ” เมิ่งว่านถังพูดพลางลงไปยกข้าว
ลู่ชิงเหยี่ยชะงักงันทันที
เขาก็กินได้ แต่ไม่จำเป็ต้องเน้นย้ำขนาดนั้นก็ได้
ลู่ชิงเหยี่ยสบตากับเสี่ยวพ่างที่มองมาด้วยความใ เขากระแอมเบา ๆ แล้วพูดหลอกล่อว่า “กินข้าวเยอะ ๆ จะได้ตัวสุงเหมือนพ่อไง”
แม้เสี่ยวพ่างจะไม่พูดอะไร แต่เขาก็เข้าใจ
ตอนกินข้าว เกือบจะทำให้เมิ่งว่านถังใ
“เสี่ยวพ่าง ถ้าลูกกินอิ่มแล้วก็ไม่ต้องกินต่อแล้วนะ ถ้ากินเยอะไปเดี๋ยวท้องอืดจะลำบากเอาได้” เมิ่งว่านถังเอื้อมมือไปลูบท้องของลูกชาย พอเสี่ยวพ่างจะตักข้าวคำที่สาม เธอก็ห้ามไม่ให้ลูกชายกินต่อ
“กินแบบนี้ไม่ได้ เดี่ยวตอนกลางคืนลูกจะปวดท้อง”
เมิ่งว่านถังอุ้มลูกไปไว้ข้าง ๆ ปล่อยให้เขาเล่นคนเดียว
หมูสามชั้นตุ๋นถั่วฝักยาว มีน้ำมันเยอะ รสชาติอร่อย พวกเด็ก ๆ กินจนน้ำมันเยิ้มเต็มปาก ส่วนเมิ่งว่านถังกินแค่ถั่วฝักยาวนิดหน่อย เธอติดใจในรสชาติข้าวผัดน้ำมันหมูเป้นพิเศษ
เวลาเธอกินข้าวฟ่างเธอมักจะรู้สึกว่าปากอ้าไม่ค่อยได้ เพราะเหมือนว่าถ้าอ้าปากข้าวจะร่วงลงมา
พอกินแล้วก็รู้สึกว่าคอแห้งผาก พลางคิดถึงข้าวสวยที่สุด
หลังจากที่เมิ่งว่านถังกินจนอิ่มท้องแล้ว เธอก็หันมาดูแลสามี
เมื่อหันกลับมาก็พบว่าลู่ชิงเหยี่ยแทบจะไม่ได้ดื่มน้ำเลย
อากาศร้อนอบอ้าวขนาดนี้ เขาไม่ดื่มน้ำแบบนี้ ถ้าขาดน้ำขึ้นมาจะทำยังไง
“วันนี้คุณไม่ค่อยได้ดื่มน้ำเลย ดื่มน้ำซุปเพิ่มหน่อยสิ”
เมิ่งว่านถังเทน้ำซุปที่เหลือทั้งหมดลงในชามของลู่ชิงเหยี่ย
ลู่ชิงเหยี่ย “...”
เขาไม่อยากลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ เพราะลุกขึ้นแต่ละทีเอวก็เหมือนจะหัก ความรู้สึกนั้นถงจะทนไม่ได้ แต่มันทรมานเกินไป
“น้ำลดลงหรือยัง?”
ลู่ชิงเหยี่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา พลางแบ่งซุปในชามของตัวเองให้ลูกชายทั้งสองอย่างแเี
“ยังไม่ลดเลย ได้ยินว่าต้องใช้เวลาอีกสองสามวันกว่าจะลด ทาง้าฝนยังตกอยู่เลย”
พูดยังไม่ทันขาดคำ โก่วเชิงก็ร้องขึ้นมาว่า “พ่อ ผมไม่อยากกินน้ำซุป ผมอยากกินข้าวคลุกน้ำมันหมู!”
เมิ่งว่านถังมองลู่ชิงเหยี่ยอย่างมีนัยแฝง
“...”
เ้าเด็กโชคร้ายคนนี้นี่
ลู่ชิงเหยี่ยขมวดคิ้ว พลางทำหน้าเคร่งขรึม “ลูกกินหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ใครบอกว่าผมกินหมด ผมยังกินได้อีกครึ่งชามเลยนะ” โกวเซิงไม่อยากกินน้ำซุป ไม่อยากกินแม้แต่หยดเดียว
เมิ่งว่านถังไม่อยากให้เด็ก ๆ กินข้าวมากเกินไป แต่อยากให้พวกเขากินผักมากขึ้น เพราะการกินผักก็ทำให้อิ่มได้เช่นกัน
อีกอย่าง อาหารที่เธอทำก็ไม่ได้เค็มมากนัก
“กับข้าวพวกนี้ ลูกสองคนแบ่งกันกินให้หมด ห้ามเหลือเด็ดขาด กุยช่ายทิ้งไว้นานจะไม่อร่อยแล้ว” พูดจบ เมิ่งว่านถังก็แบ่งอาหารให้โกวต้านและโกวเซิง เมื่อเห็นเสี่ยวพ่างมองตาปริบ ๆ เธอก็แบ่งให้ลูกชายคนเล็กด้วยด้วย “รีบกินเร็ว กินน้ำซุปหมดแล้วก็เก็บโต๊ะได้แล้ว”
อันที่จริง ลู่ชิงเหยี่ยก็อยากดื่มน้ำเหมือนกัน
เขาดื่มซุปจนหมดไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว เพิ่งจะวางชามลง ก็ได้ยินเมิ่งว่านถังถามเขาว่า “จริงสิ คุณได้รับาเ็แบบนี้ คงไปทำงานที่สถานีรถแทรคเตอร์ไม่ได้แล้ว อยากให้ฉันไปคุยกับหัวหน้าของให้ไหม บอกว่า่นี้คุณต้องพักรักษาตัว?”
[1] 1 จิน เป็หน่วยวัดของจีน เท่ากับครึ่งกิโลกรัม