Episode
| 1 |
แรกพบที่อยากสบตา
ในจังหวะที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนั้นเอง เสียงทุ้มพร้อมกับร่างสูงโปร่งของไอ้เ้าน้องชายก็โผล่พรวดออกมาจากมุมกำแพง ใบหน้าหล่อทะเล้นฉีกยิ้มกว้างในทันทีเมื่อเห็นว่าพี่สาวคนสวยใ พอได้แกล้งพี่ตัวเองแบบนี้แล้วมันก็สบายอารมณ์หน่อย
“ภูมิ!! พี่ใหมด! เฮ้อออ ไอ้น้องบ้านี่..”
“ฮ่าๆๆๆ อะไรล่ะค้าบบบบบ ก็เห็นพี่ผิงทำหน้าเหมือนคนอกหักมาอะ ผมก็เลยอยากจะแกล้ง”
“ต่อให้พี่ไม่ทำหน้าเหมือนคนอกหัก แกก็ชอบแกล้งพี่อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง ชิ..”
ขนมผิงกลอกตามองบนกับการกระทำที่ชินชาของน้องชาย เธอเอามือทาบหน้าอกที่เต้นระรัว โชคดีแค่ไหนแล้วที่หัวใจไม่วายตาย ไอ้น้องชายบ้านี่มันเป็โรคจิตจริงๆด้วย
“ฮะฮ่าๆๆ แล้วนี่ยังไงเนี่ย พี่ทะเลาะกับแฟนมาเหรอ”
น้องชายสุดหล่อนามว่า ภาคภูมิ เขาเอ่ยถามพลางก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ในห้องครัว หนุ่มหล่อมอปลายจ้องมองแผ่นหลังเล็กของพี่สาวที่เดินไปเปิดตู้เย็นหาอะไรกิน
“เปล่าหรอก พี่กับเขาเลิกกันแล้วน่ะ”
“ห๊ะ!!”
คงมีแค่ภูมิเท่านั้นที่รู้ความลับทุกอย่างของพี่สาว เขาไม่เคยปริปากบอกพ่อกับแม่ไม่ว่าจะเื่อะไรก็ตาม ภาคภูมิรู้ดีว่าพี่ผิงของเขาจะต้องเดือดร้อน หากพ่อแม่รู้เื่ที่พี่สาวมีคนรัก
“ไม่ต้องใหรอก วาโยเขานอกใจพี่น่ะ พี่จับได้เพราะว่าขอโทรศัพท์เขามาเล่น แล้วก็..เลื่อนไปเจอรูปในอัลบั้ม มันเป็รูปที่วาโยนอนกับผู้หญิงคนนั้น”
“โอ้โห เชี้ยยยยย แม่งเอ๊ย.. ไอ้นั่นแม่งโคตรเลว!! ให้ผมไปจัดการมันเลยไหมพี่ผิง! ผมมีเพื่อนเยอะนะ! ให้ผมไปรุม”
ป๊าบ!!!
แต่ยังไม่ทันที่อารมณ์ของน้องชายจะพุ่งทะยานขึ้นด้วยความโมโห ฝ่ามืออรหันต์ของพี่สาวก็ได้โถมเข้าใส่เขาอย่างจัง นั่นจึงทำให้น้องชายที่ลุกขึ้นยืนผงาดถึงกับร้องลั่น
“อะโอ๊ยยยย ซี๊ดดดด พี่ผิงตบหัวผมทำไมเนี่ย!?”
“เฮ้อ ก็ตบเรียกสติไง”
“ซี๊ดดดดด เจ็บสัด..”
“การใช้ความรุนแรงมันแก้ปัญหาไม่ได้หรอกนะ เด็กวัยรุ่นนี่เืร้อนหมดทุกคนเลยหรือไง” ขนมผิงพูดพลางก็แอบอมยิ้มเพราะคิดถึงใบหน้าของนักศึกษาหนุ่มคนนั้น
“พี่พูดเหมือนตัวเองแก่เลยอะ เออว่ะ แต่พี่ผิงก็แก่จริงอะ”
กึก
ภาคภูมิที่เอามือถูไถหัวตัวเองเอ่ยพลางก็จ้องมองหน้าพี่สาวคนสวย ก่อนที่จะเห็นสายตาพิฆาตของเธอส่งกลับมา จริงๆแล้วขนมผิงไม่ได้แก่ขนาดนั้น ก็แค่อายุสามสิบสองเอง..
“เฮ้อ พี่ไม่อยากทะเลาะกับแกแล้ว ขึ้นไปนอนพักดีกว่า”
“เอ้าๆๆ ทำไมรีบไปล่ะพี่ ยังไม่ได้เล่ารายละเอียดที่เหลือเลยอะ พี่ผิงงงงงงงงง รอผมก่อนนนนนน!!”
หลายวันต่อมา..
(ร้านดอกไม้ผีเสื้อจิบิ)
“นี่ค่ะ ช่อดอกไม้ที่คุณขนมผิงสั่งเอาไว้ ทางร้านตั้งใจทำเป็พิเศษเลยนะคะ หากไม่ชอบตรงไหนสามารถสั่งแก้ใหม่ได้เลยค่ะ”
เ้าของร้านที่ค่อนข้างสนิทกับลูกค้าประจำเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน เธอรู้ว่าขนมผิงชอบดอกไม้สดมากแค่ไหน เพราะนี่เป็ร้านประจำที่ขนมผิงมาอุดหนุนอยู่เป็ประจำ เธอชอบซื้อดอกไม้ให้ตัวเองอยู่เสมอ
“ขอบคุณนะคะ ไม่ต้องแก้แล้วค่ะ ฉันชอบมากเลย”
“ได้ยินแบบนี้คนทำก็ชื่นใจค่ะ คิกๆ นี่แปลว่าคุณขนมผิงมีโอกาสพิเศษหรือว่าอะไรสำคัญใช่ไหมคะ ถึงได้สั่งดอกไม้หลายสีแบบนี้” เ้าของร้านพูดพลางก็เลื่อนสายตามองไปทางช่อดอกไม้
“เอ่อ ค่ะ.. คือว่าฉันจะไปเป็อาจารย์ประจำสถาบันพีเอสพรุ่งนี้แล้วค่ะ”
“ว๊ายยยย! จริงเหรอคะเนี่ย”
“จริงค่ะ”
เธอตอบรับพลางเลื่อนแววตาเศร้ามองไปทางเหล่าดอกไม้ สิ่งที่ทำให้ขนมผิงอยากจ้องมองนานๆก็คือเหล่าดอกไม้พวกนี้ เพราะความฝันของเธอคือการเปิดร้านดอกไม้ ไม่ใช่.. การเป็อาจารย์
“ได้เป็ถึงอาจารย์ที่สถาบันดังแล้วทำไมทำหน้าเศร้าขนาดนี้คะคุณขนมผิง ไม่ดีใจเหรอคะ?” เ้าของร้านที่สังเกตถึงอาการของลูกค้าประจำเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“เอ่อ.. มันดูออกขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ยิ่งกว่าดูออกอีกค่ะ คุณขนมผิงทำหน้าเหมือนถูกพ่อแม่บังคับให้เป็อาจารย์เลย โฮะๆๆ แต่คงไม่ใช่แบบนั้นหรอกมั้งคะ ฉันคงเดาไปเรื่อยเปื่อย”
คำอธิบายนั้นกลับทำให้ขนมผิงลอบยิ้มบางออกมา เพราะการคาดเดานั้นเป็ไปได้อย่างถูกต้องเหลือเกิน แต่พูดคุยกับเ้าของร้านดอกไม้ได้เพียงไม่นาน เธอก็จำเป็จะต้องบอกลาเสียแล้ว
กิ๊งๆ ๆ ๆ ๆ
“แล้วมาอุดหนุนดอกไม้ที่ร้านใหม่นะคะคุณขนมผิง ฉันจะเตรียมดอกไม้สวยๆไว้ให้คุณค่ะ ขอบคุณที่แวะเข้ามานะคะ~”
เสียงหวานของหญิงสาวดังขึ้นสลับไปมากับเสียงกริ่งหน้าร้าน ขนมผิงหันไปส่งยิ้มหวานให้กับเธอพลางผลักประตูกระจกออกไป เดินเพียงไม่กี่ก้าวใบหน้าหวานก็ก้มลงสูดดมกลิ่นอายจากดอกไม้
“ฮื้มมม.. หอมจังเลย”
เธอบ่นพึมพำด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี ก่อนที่ดวงตากลมโตจะจ้องมองไปยังรถคันหรูที่จอดเทียบท่ากับร้านดอกไม้ ห่างไปไม่ไกลเท่าไหร่เธอก็จะได้ปลดล็อกรถและเข้าไปข้างในนั้น
ตึกๆๆๆ!!!
พึ่บ!!
“ว..ว๊าย!!!”
แต่ยังไม่ทันที่ขนมผิงจะหยิบกุญแจขึ้นมาปลดล็อกรถ กลุ่มชายฉกรรจ์จากไหนก็ไม่รู้ พวกเขาได้พุ่งตัวเข้ามาล็อกแขนขาของหญิงสาวไว้อย่างรวดเร็ว โดยมีผ้าปิดปากผืนหนามัดบริเวณปากกับหลังหัวจนแน่น พวกเขาทำทุกอย่างช่ำชองราวกับเป็งานอดิเรก
ปึก!
ดอกไม้ช่อใหญ่ที่เคยอยู่ในมือหล่นลงสู่พื้น มันถูกเหยียบย่ำโดยแก๊งชายฉกรรจ์พวกนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ จุดมุ่งหมายเดียวของพวกเขาก็คือการพาตัวขนมผิงไปให้เ้านายเท่านั้น
“อื๊ออออออ”
เธอได้แต่ร้องท้วงอยู่ในใจอย่างทำอะไรไม่ถูก ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามากระชั้นชิด ด้วยเรี่ยวแรงน้อยๆจึงไม่สามารถดิ้นหนีให้หลุดออกจากอ้อมอก บวกกับรถตู้ขนาดใหญ่คันสีดำก็จอดรอรับตัวของขนมผิงไว้อยู่แล้ว
“รีบเอาตัวขึ้นรถเร็ว!”
“อ่อยอั้นอ๊ะ!! (ปล่อยฉันนะ!!)”
“ไปกับเราดีๆเถอะครับคุณ ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน!”
“ฮะฮึก..”
รู้ตัวอีกทีแขนทั้งสองข้างของเธอก็ถูกพันธนาการไว้ด้านหลัง ปากของเธอถูกปิดเอาไว้ด้วยผ้าผืนหนา เหล่าผู้ชายแปลกหน้าที่มีแต่กลิ่นบุหรี่คลุ้งไปทั่วรถเริ่มทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมา ดวงตาแดงก่ำเหลือบมองใบหน้าเหี้ยมโหดของพวกเขาด้วยความกลัว
นี่คงจะเป็ฝีมือของแก๊งลักพาตัวใช่ไหม..
“ออกรถเลยมึง เร็ว! นายรอเราอยู่ที่คฤหาสน์”
ชายฉกรรจ์ที่นั่งอยู่ข้างกายขนมผิงะโสั่งเสียงดัง ก่อนประโยคนั้นจะทำให้เธอนั่งแน่นิ่งไป นายรอเราอยู่.. งั้นก็แปลว่ามีคนสั่งการให้มาจับตัวเธองั้นสิ!
“ฮะฮึกๆๆๆ”
“เฮ้อ.. หยุดร้องไห้เถอะครับคุณ พวกผมไม่ทำอะไรคุณหรอก คุณสบายใจได้เลยครับ ถึงแม้หน้าพวกผมมันจะดูเหี้ย เอ้ย.. ดูโหดไปหน่อย แต่พวกผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิงไร้ทางสู้ครับ”
“อึ่ก..”
คำอธิบายของชายที่นั่งเบาะด้านหลังเอ่ยขึ้น ก่อนมันจะทำให้ขนมผิงเริ่มตั้งสติ เธอพยายามเก็บกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองเอาไว้ แม้น้ำตามันจะไม่ยอมหยุดไหลรินก็ตาม
“แต่เ้านายของพวกผมเขาไม่ใช่คนแบบนั้นน่ะสิ”
“…..” ว่าไงนะ
“อย่ายั่วโมโหคุณันะครับคุณคนสวย ผมขอเตือนคุณไว้ก่อนเลย พยายามทำดีกับเขาไว้ให้เยอะๆนะครับ บางทีเ้านายผมอาจจะใจดีกว่าที่คุณคิดก็ได้..”