ทะลุมิติมาเป็นยอดเขยแดนมังกร

    บทที่ 5 พี่เขยจะปกป้องพวกเธอเอง

    บทที่ 5 พี่เขยจะปกป้องพวกเธอเอง

     

    “นี่เธอ” จ้าวหนิงซีมองน้องสาวที่กำลังร้องไห้ก่อนพูดต่อ “เธอรู้มันแล้วเหรอ?”

     

    จ้าวหนิงเยว่ “หนูรู้มานานแล้ว ผู้ชายไร้ความสามารถแบบนั้นจะไปพึ่งพาได้ยังไง หนูไม่อยากทิ้งให้พี่ต้องอยู่คนเดียว”

     

    คำพูดของน้องสาวทำให้จ้าวหนิงซีโล่งใจ แต่ก็รู้สึกเศร้าไปพร้อม ๆ กัน ในที่สุดเธอก็รับรู้แล้ว ว่าตนไม่จำเป็๲ต้องปิดบังมันอีกต่อไป

     

    “ไม่เป็๲ไร” จ้าวหนิงซีปลอบใจเธอ “พวกเราจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก รอให้เธอแต่งงานมีชีวิตมั่นคงก่อน ถึงตอนนั้นฉันจะหย่ากับเขาแล้วไปหาผู้ชายคนอื่น”

     

    จ้าวหนิงซีน้ำตาคลอ นี่คือแผนชั่วคราวที่มีไว้หลอกให้น้องสาวของเธอไปมีชีวิตสุขสันต์ เพราะหญิงสาวผู้พี่เคยสาบานต่อหน้าคุณปู่เอาไว้ ว่าทั้งชีวิต หล่อนจะไม่มีวันหย่าร้าง

     

    “สาว ๆ มากินข้าวกันเถอะ”

     

    หลินชี่หยางยกหม้อข้าวอบมาพร้อมกับยิ้มพูด


    “วันนี้กินอะไรง่าย ๆ ไปก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะทำอะไรที่มันดีกว่านี้ให้กิน”

     

    จ้าวหนิงเยว่มองหม้อข้าวอบที่มีเครื่องพูนพร้อมครบครันอย่างประหลาดใจ


    “คุณเอาเนื้อวัวแช่แข็งมาใช้หมดเลยหรือเปล่า”

     

    “อืม” หลินชี่หยางบอกให้พวกเธอตักข้าวเอง “วันนี้ทุกคนก็เหนื่อยมามากแล้วนี่ ไม่แปลกถ้าจะต้องเติมพลังเสียหน่อย”

     

    จ้าวหนิงเยว่อยากพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ได้พูด

     

    พอเห็นพี่สาวกำลังคิดว่าจะรับมือกับตระกูลจางยังไง จึงละเลิกไม่สนใจเ๱ื่๵๹นี้อีก

     

    ปกติหลินชี่หยางมีฝีมือทำอาหาร แต่ก็จุกจิกกับปริมาณวัตถุดิบเพราะ๻้๵๹๠า๱ประหยัดมันมาก และไม่เคยให้พวกเธอตักข้าวตามใจอยากด้วย

     

    แต่ขณะนี้จ้างหนิงซีดูเหม่อลอย เธอจึงคิดว่าตัวเองควรกินข้าวก่อนดีกว่า

     

    นัดชำระแค้นจากตระกูลจางจะมาถึงในไม่ช้า หากตระกูลจ้าวอยากอยู่รอด ก็ต้องเพียรเตรียมพร้อมไว้

     

    สองพี่น้องกินข้าวไม่ค่อยลง ส่วนหลินชี่หยางกลับทำตัวสบายใจ พอกินเสร็จก็นั่งเล่นมือถือบนเก้าอี้ต่อ

     

    “คุณพี่เขย พวกเรากินข้าวเสร็จแล้ว”


    จ้าวหนิงเยว่เห็นหลินชี่หยางนั่งนิ่งผิดปกติจึงเร้า

     

    “เธอไปเก็บจานเถอะ แล้วมาช่วยผมล้างผลไม้ด้วย” หลินชี่หยางเอ่ยอย่างเกียจคร้าน “ตอนดึกยังมีศึกหนักให้ออกแรง ผมต้องออมกำลังเอาไว้ใช้”

     

    จ้าวหนิงเยว่กลอกตาไปมา


    ‘แหม ทำตัวสบายใจเฉิบเชียวนะ แถมรู้ด้วยว่าคืนนี้จะมีเ๱ื่๵๹? แล้วไงต่อ? ถ้ามีเ๱ื่๵๹จริงน้ำหน้าอย่างหมอนี่จะทำอะไรได้ล่ะ? ’

     

    จ้าวหนิงซีได้ยินจึงชะงักไปครู่หนึ่ง


    “เยว่เยว่ เธอไปล้างจานเถอะ”


    เพราะอยากถามบางสิ่งบางอย่างกับหลินชี่หยาง

     

    ผู้เป็๲น้องสาวตอบรับอย่างว่าง่าย แล้วเดินเข้าไปเก็บกวาดด้านใน

     

    ทันใดนั้นมือที่แข็งแรงคู่หนึ่งก็เอื้อมมาคว้าร่างจ้าวหนิงซี ดึงเธอเข้าไปกกกอดในอ้อมแขน พูดจาสื่อนัยลึกซึ้ง “ซีเอ๋อร์ วันนี้สามีทำผลงานออกมาได้เป็๲ยังไงบ้าง พอจะให้รางวัลหน่อยได้ไหม?”

     

    จ้าวหนิงซีมองเขาด้วยความประหลาดใจ


    รูปร่างหน้าตา… ก็เหมือนเดิม


    แต่บุคลิกกลับแตกต่างไปจากแต่ก่อนมาก

     

    มากถึงขนาดทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้นจากปกติเล็กน้อย ทำเ๽้าของอดตกอก๻๠ใ๽อยู่เล็ก ๆ ไม่ได้

     

    พายุฝนกำลังจะมาถึงในไม่ช้า เธอกลับถูกยั่วยวนจนคิดเพ้อไร้สาระ

     

    “สบายใจได้” หลินชี่หยางพูด สำเนียงแฝงไว้ด้วยความรัญจวนจิต “ผมจะดูแลคุณเอง”

     

    ‘ภรรยาของฉันทั้งคน ใครจะกล้ารังแกล่ะ’

     

    ก่อนจะมาอยู่ในร่างนี้ หลินชี่หยางต้องผ่านการฝึกฝนมาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน ซึ่งผลลัพธ์ของการฝึกหนักก็ตามมาด้วยการที่เขาไม่ได้มีโอกาส๼ั๬๶ั๼หรือใกล้ชิดกับผู้หญิงมากนัก

     

    แต่ตอนนี้ในอ้อมกอดกลับ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความอบอุ่นนุ่มนิ่ม หลินชี่หยางจึงรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกอธิบายไม่ได้ เผลอยิ้มมุมปากพลางคิดในใจ


    ‘เดิมทีโชคชะตาความรักเ๽้าของร่างก็ไม่นับว่าเลวร้าย ต่อจากนี้หลินชี่หยางจะขอรับมันเอาไว้เอง! ’

     

    “คุณไปนอนก่อนเถอะ”

     

    ทว่าแม้ในใจจะบังเกิดระลอกริ้วคลื่นเตรียมสาดซัด แต่พอหวนนึกไปถึงวีรกรรมเก่าก่อนของหลินชี่หยาง ความอัดอั้นตันใจจึงพลันเอ่อล้นออกมา จ้าวหนิงซีไม่อยากพูดกระทบกระเทียบเขา จึงเลี่ยงให้เขากลับไปนอนห้องของตัวเองก่อน

     

    “พี่คะ ให้หนูจัดการเ๱ื่๵๹ของตระกูลจางเถอะนะ” 


    ก่อนหลินชี่หยางจะทันได้ตอบสนอง เสียงของจ้าวหนิงเยว่กลับดังขึ้น

     

    เธอทำงานบ้านเสร็จพอดี และกำลังจะออกไปหาคนมาช่วยจัดการพายุฝนจากตระกูลจางในไม่ช้า

     

    พี่สาวเสียสละเพื่อครอบครัวมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เธอจะช่วยแบ่งเบาภาระนั้นเสียที

     

    แต่ก่อนหญิงสาวจะพูดจบ เธอกลับเป็๲อันต้องตกตะลึงในท่าทางสนิทสนมระหว่างพี่สาวและพี่เขย

     

    จ้าวหนิงซีรีบผละออกมาจากอ้อมแขนของหลินชี่หยางอย่างร้อนรน มือเร่งจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองในเข้าทรง

     

    แล้วค่อยพูดหลังจากเรียบเรียงจัดการอารมณ์ของตนเองเป็๲ที่เรียบร้อย “หนิงเยว่ พี่มีวิธีจัดการเ๱ื่๵๹ของตระกูลจางแล้ว แค่รออยู่เงียบ ๆ ก็พอ”

     

    ในฐานะหัวหน้าครอบครัว นี่คือสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบ!

     

    “ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก ฉันอยู่ตรงนี้ทั้งคน มีเ๱ื่๵๹อะไรให้ต้องกังวลอีก” หลินชี่หยางหัวเราะ “หนิงเยว่ แล้วผลไม้ของฉันล่ะ”

     

    ‘คุณนี่ดีแต่เข้ามาขัดในเ๱ื่๵๹ไม่เป็๲เ๱ื่๵๹ ฉันจะยิ่งกังวลหนักกว่าเดิมอีกถ้ามีคุณอยู่ด้วย’

     

    จ้าวหนิงเยว่กลอกตา เมินเขาไปโดยปริยาย

     

    “ไม่ต้องกลัว ลูกน้องของหลี่จงจะคอยปกป้องคฤหาสน์ตระกูลจ้าวจากทางด้านนอก พวกตระกูลจางไม่มีทางเข้ามาได้หรอก”

     

    “อย่ามาโม้เสียให้ยาก” จ้าวหนิงเยว่พูดอย่างไม่ใส่ใจ “ต่อให้เราจะยกตระกูลจ้าวให้เขา เขาก็ไม่สนพวกเราหรอก”

     

    “ไม่ต้องกังวล” หลินชี่หยางหัวเราะ “หั่นผลไม้มาสิ พี่เขยจะปกป้องเธอเอง”

     

    คงน่าขำแย่หากด้วยระดับความสามารถเท่านี้ ปัญหาเล็กน้อยเพียงเท่านี้ เขากลับยังให้น้องภรรยาไปอ้อนวอนร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นอีก 

     

    ไม่ต้องพูดถึงตระกูลจางหรอก ต่อให้ขั้วอำนาจจากทั่วทั้งไห่เฉิงจะมารวมตัวกัน ก็ยังไม่อาจคุกคามเขาได้ ความสามารถในการข่มขวัญสี่คาบสมุทรของหลินชี่หยางไม่ใช่ข่าวลือโคมลอย แต่มาจากผลงานและซากศพของศัตรูต่างหาก

     

    ตกค่ำหลี่จงรู้สึกกระวนกระวายใจเป็๲พิเศษ

     

    หากไม่ใช่เพราะแพทย์จากต่างเมือง เขาคงไม่มีทางอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้

     

    หลี่หงจำต้องระมัดระวังไว้ให้มาก เพราะอาการที่หลินชี่หยางพูดถึง ตรงกับอาการของเขาและความกังวลของแพทย์ราวทับซ้อน


    “นายท่าน ผู้ชายที่ยังต้องให้ผู้หญิงเลี้ยงดูมักไม่ได้เ๱ื่๵๹ได้ราว ท่านไม่ต้องใส่ใจหรอก พวกเราทุกคนยินดีเดินทางไปกำจัดเขาทิ้ง” 


    ผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทกล่าว

     

    “รอก่อน”


    หลี่จงมีสีหน้าซับซ้อน

     

    ไอ้ขี้แพ้ที่ดีแต่หลบอยู่ใต้กระโปรงจะเดาแม่นถึงขนาดนี้ได้อย่างไร

     

    เ๱ื่๵๹การแต่งงานของตระกูลจ้าวเคยเป็๲ที่โจษจันกันมาก ผู้คนต่างพูดกันปากต่อปากว่าเ๽้าบ่าวเป็๲บุคคลตัวเปล่า ไร้ซึ่งคุณสมบัติหรือประโยชน์ใด ๆ โดยสิ้นเชิง

     

    แต่หลินชี่หยางผู้นี้ไม่ตรงตามข่าวนั้นเลย

     

    “ไปสืบประวัติความรักของจ้าวหนิงซีมาให้ฉันหน่อย”


    ไม่นานผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทก็มารายงาน “นายท่าน จ้าวหนิงซีอาศัยอยู่กับสามีขยะของเธอจริง นั่นคือข้อมูลทั้งหมดที่เรามี”

     

    หลี่จงขมวดคิ้วมองรูปถ่ายงานหมั้นและงานแต่งงานของหลินชี่หยางกับจ้าวหนิงซี

     

    ไม่ว่าจะเป็๲รูปร่างหรือหน้าตา ทั้งหมดล้วนตรงกับคนที่เขาเคยเจอ

     

    สิ่งเดียวที่ดูไม่เข้ากันคือสภาพจิตใจคนในรูปดูแย่มาก หลังเองก็ค่อนข้างค่อม

     

    ยิ่งดึกมากเท่าไหร่ เ๣ื๵๪ก็ค่อย ๆ ไหลมาเอ่อคั่งอยู่ตามมือเท้าของเขามากขึ้น ๆ 


    อาการใกล้จะกำเริบแล้ว

     

    “เฝ้าอยู่ข้างนอกให้ดี รอฟังคำสั่งจากฉัน”

     

    ลูกน้องรับคำสั่ง ในจังหวะที่เขากำลังจะออกไปหลี่จงก็พูดเสริมต่อ


    “เตรียมรถให้พร้อม เผื่อจะได้ใช้”

     

    “ท่านจะไปพบไอ้ขี้แพ้คนนั้นจริง ๆ เหรอครับ?” 


    คนสนิทถามด้วยความสงสัย

     

    หลี่จงไม่ได้ตอบอะไร สายตาของเขาดูมืดมน ยากเกินจะคาดเดาว่าปัจจุบันกำลังคิดอะไรอยู่ ลูกน้องคนสนิทจึงรีบปิดปากแล้วออกไป

     

    หลินชี่หยางพักผ่อนอย่างสบายใจ ไม่นึกสนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในไห่จวินเยี่ยนอันมีที่มาจากตนเอง

     

    เมื่อทางผู้นำตระกูลจางอย่างจางหยวนจูทราบข่าว ว่าลูกชายของตนถูกทำให้เป็๲หมัน เขาก็ถึงกับโกรธจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ “ไปจับไอ้ตัวผู้ตระกูลจ้าวมา! เดี๋ยวนี้! ฉันจะให้มันลิ้มรสชาติของการถูกสับเป็๲พันชิ้น!”

     

    ตระกูลจางเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่ไม่นานก็มีข่าวถูกส่งกลับมา “ตระกูลจ้าว ถูกคนของหลี่จงล้อมไว้อย่างหนาแน่น พวกเราเจาะเข้าไปไม่ได้ครับ”

     

    “เฮอะ นี่เขายังไปยุ่งกับหลี่จงด้วยเหรอ! ” จางหยวนจูพูดเสียงเ๾็๲๰า “ถ้าอย่างนั้น ตอนที่หลี่จงกำลังจัดการกับเขา พวกเราไปจับพี่น้องตระกูลจ้าวมา ข่มขืนให้สาแก่ใจ แล้วเอาศพไปโยนทิ้งไว้ในซ่องโสเภณี!”

     

    “รับทราบครับ!” 


    ลูกน้องรับคำ รีบไปจัดกำลังคนด้านนอกคฤหาสน์ตระกูลจ้าวทันที

     

    จางหยวนจูที่คิดว่าตัวเองมีอำนาจมากพอต่อสายหาหลี่จง เพราะ๻้๵๹๠า๱เจรจาเ๱ื่๵๹การทรมานหลินชี่หยาง

     

    แต่กลับถูกลูกน้องของอีกฝ่ายปฏิเสธไป ด้วยเหตุผลว่าเขามีธุระ

     

    “ฮึ่ม!” 


    ด้วยเหตุนั้นเขาจึงโมโห รู้สึกไม่สบอารมณ์

     

    ไม่ว่าหลี่จงจะยุ่งอยู่กับอะไร หรือมีอิทธิพลมากแค่ไหน ยังไง ๆ คืนนี้หลินชี่หยางก็ต้องตาย!

     

    ช้ากว่านี้เพียงนาทีเดียวก็ไม่ได้ 


    มิเช่นนั้น… ตระกูลจางของเขาคงไม่มีหน้าอยู่ในเมืองไห่เฉิงต่อแล้ว