รออยู่บริเวณนั้นประมาณสิบนาที เพื่อนอีกสองคนของคุณอาธีระก็มาถึง ทั้งสองจอดรถกระบะอีซูซุดีแมกส์สีน้ำเงินแล้วลงมาทักทายอย่างกระตือรือร้นและเป็กันเอง ธันยายกและธารายกมือไหว้สวัสดีทั้งคู่อย่างนอบน้อม ตอนนี้ทุกคนสวมเสื้อทีมลูกหมูกลิ้งกันหมด
“แหม หลานธาราคนนี้” น้าทอฝันเดินเขามากอดธาราหลักจากกอดธันยาแล้ว “เห็นั้แ่ตีนเท่าฝาหอย ร้องไห้โยเย ตอนนี้ตัวสูงหล่อขนาดนี้แล้ว โถๆๆๆ ฝึกเต้นแล้วไปเดบิวท์ที่เกาหลีบ้างสิ น้าจะตามไปกรี๊ดทุกที่เลย”
การทักทายคล้ายคนไม่ได้เจอกันนานปี แต่อันที่จริงทุกคนรวมกลุ่มกันเดินเขาเฉลี่ยเดือนละสองครั้ง น้าทอฝันเรียนคณะเทคโนโลยีสารสนเทศรุ่นเดียวกับธีระอายุเท่ากันและเป็เพื่อนร่วมงานกันมาอย่างเหนียวแน่น ดูจากลักษณะแล้วคงจะครองโสดทั้งคู่ มีหลายส่วนคล้ายกันเช่น ใส่แว่นเหมือนกัน หน่วยก้านคล้ายหนอนหนังสือหรือนักวิเคราะห์เหมือนกัน (หนอนหนังสือนั่นถูกต้องสำหรับคุณอาธีระ แต่คุณน้าทอฝันนั้นเป็ติ่งซีรี่ย์และบอยแบนด์เกาหลีตัวยง) เพียงแต่ส่วนที่ต่างกันคือน้าทอฝันร่างกายผอมเกร็ง ไว้ผมบ๊อบสั้นๆสีทองเสมอติ่งหู ดัดฟันเพื่อลดความยื่นของฟันหน้าที่มากกว่าปรกติ
ส่วนอีกคนคือพี่วิวัฒน์ชายร่างท้วมใหญ่ผิวคล้ำ อายุราวๆสามสิบกลาง ยามทำหน้านิ่งคล้ายเป็คนดุถมึงทึงแต่เวลาฟังเขาพูดจะััได้ถึงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ พี่วิวัฒน์หลงใหลในเื่ของประวัติศาสตร์ซึ่งจะสะท้อนออกมาแจ่มชัดเวลาที่ได้พูดถึง เรียกได้ว่าพอเข้าเื่นี้ที้เมื่อไหร่เป็ต้องเลคเชอร์ต่อเนื่องอย่างที่ยากจะหาใครหยุด ถึงคนอื่นๆในกลุ่มจะได้เกร็ดความรู้ไปประดับสมองแต่ก็ต้องแลกมาด้วยการไม่อาจพูดเื่อื่นกันไปพักใหญ่ๆ (พักหลังพี่วิวัฒน์ก็เริ่มรู้ตัวเองและพยายามไม่พูดเข้าเื่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์เช่นกัน)
“ระยะทางจะประมาณเก้ากิโลเมตรนะทุกคน”ธีระอธิบาย หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเปิดนาวิเกเตอร์ ท่าทางสดใสกระตือรือร้นปิดรอยยิ้มไม่มิด “คราวแล้วผมมากับเพื่อนอีกกลุ่ม ไปอีกเส้นทางหนึ่ง คราวนี้วัฒน์มาด้วยเลยเลือกเส้นทางที่น่าจะชันน้อยลง คิดว่าชันน้อยลงนะครับ แต่ไม่กล้ารับประกัน”
“่นี้ฉันไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไหร่เลย โดดคลาสโยคะด้วย แต่น่าจะไหวอยู่แหละ” น้าทอฝันว่า พลางบิดเอวยกเท้าไปมา
“น้องวัฒน์ ถ้าไม่ไหวก็บอกนะครับ พี่วางแผนว่าเส้นทางจะเดินเป็วงกลมกลับมาที่เดิม แต่ถ้าไม่ไหวเราจะย้อนกลับลงมาทางเดิมก็ได้ ถ้าทางมันไม่ยากเกินไป”
“น่าจะไหวครับพี่” วิวัฒน์ตอบ ไม้โพลยังเสียบไว้ที่ข้างเอว “น้ำหนักผมลงมายี่สิบกิโลแล้ว กินคีโตได้ผลจริงๆครับ”
ทุกคนเริ่มออกเดินทางโดยมีธีระเป็คนนำ การเดินป่าขึ้นเขาคือโลกที่เขารู้สึกดีต่อหัวใจ เป็ที่ชาร์จพลังงานตนเองให้กลับมาหลังจากต้องทำงานที่เผชิญหน้ากับผู้คนร้อยพ่อพันแม่ ร่างท้วมหน่อยๆของเขากลับเคลื่อนที่ได้คล่องแคล่วอย่างนักกีฬา คล้ายขับเคลื่อนแต่ละย่างก้าวด้วยพลังงานแห่งความกระตือรือร้น คุณน้าทอฝันเป็ผู้ตามที่ดีอีกทอดหนึ่ง พี่วิวัฒน์คล้ายมาเพื่อลองท้าทายและเอาชนะภาวะน้ำหนักเกินของตนเองด้วยใจที่มุ่งมั่น ธันยาสืบทอดความชื่นชอบเดินขึ้นเขามาจากคุณอาเช่นกัน อาจะเป็เพราะคุณอาชอบพามาเดินด้วยั้แ่เด็กจนเรื่อยมา ยามที่มองธรรมชาติป่ารอบๆตัวแล้วเผลอยิ้มออกมา ลักยิ้มที่แก้มซ้ายระหว่างน้าหลานสองคนนี้ราวกับถอดแบบมาจากกัน คนที่เดินปิดท้ายกลุ่มคือธาราผู้ที่ร่างกายแข็งแรงที่สุด แต่ก็ใจลอยซุ่มซ่ามบ่อยที่สุดเช่นกัน
่แรกทางเขายังไม่ชัน โชคดีที่เส้นทางนี้มีคนแผ้วถางเส้นทางไว้ชัดเจน ต้นไม้เรียงรายสองข้างทาง มีการผูกริบบิ้นสีจีวรพระสงฆ์ไว้บอกเส้นทางกันหลงเป็ระยะ ณ ระดับนี้ความสูงตอนนี้ลมยังไม่โกรกพัดทำให้อึดอัดผิวกายเล็กน้อย เสียงจิ้งหรีดร้องคลอเป็พื้นหลังอยู่เรื่อยๆ เสียงนกบางชนิดร้องซึ่งไม่สามารถหาฟังได้จากแถบในเมือง
ธีระมีทักษะการวางเท้าขณะเดินขึ้นเขาดีเยี่ยม ในบางจังหวะที่ต้องเลือกว่าจะเหยียบแง่งหินใดต่อไป คุณอาธีระจะเป็คนชี้ตำแหน่งวางเท้าให้เสมอ ทั้งคณะเดินผ่านสายธารน้ำตกเล็กๆที่ตอนนี้ยังแห้งผาก ทางลาดชันขึ้นเรื่อยๆ สลับกับทางระดับราบ และทางบาง่ที่เป็การเดินบนทางเดินแคบๆ ซึ่งข้างหนึ่งเป็หินเขาส่วนอีกข้างหนึ่งคือเหวๆต่ำๆที่มองลงเห็นเบื้องล่าง ธันยาที่เดินเป็คนรองสุดท้ายหันมาตำหนิธาราด้วยความเป็ห่วง เมื่ออีกฝ่ายเดินเตะก้อนหินสะดุดเสียจังหวะ
“อย่าใจลอยสิ เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก”
“ที่ผ่านมาก็ไม่เคยตกนี่” ธาราตอบยิ้มๆ
แม้ธีระจะสนุกกับการเดินขึ้นทุกสภาวะของเขา แต่ก็เริ่มอดมาแสดงความเป็ห่วงเพื่อนร่วมคณะอย่างร้อนรนไม่ได้ เมื่อพบว่าเส้นทางที่เขาเลือกนี้ยากกว่าที่คิดไว้ เหมือนตนเป็มัคคุเทศน์ที่ต้องรับผิดชอบอีกสี่ชีวิตที่เหลือ
“วัฒน์ไหวอยู่มั้ย” ธีระหันกลับมาถามพี่วิวัฒน์ที่น่าเป็ห่วงเื่สมรรถภาพร่างกายที่สุดในกลุ่ม
“ขอพักก่อนครับ” อีกฝ่ายตอบพร้อมกับเสียงหอบ ดับกระหายด้วยน้ำจากสายยางที่ต่อเชื่อมกับกระเป๋าสะพายหลัง เหงื่อไหลเป็สายลงมาชะลอตัวที่ส่วนนูนต่างๆบนใบหน้า ก่อหยดก่อนจะร่วงลงมาตามลำคอ หรือไม่ก็ทิ้งหยดลงสู่พื้นดิน เขาหยิบเอากล้วยน้ำว้าออกจากเป้มากินเพื่อเติมพลังงาน
กลุ่มลูกหมูกลิ้งพักตามพี่วิวัฒน์เป็ระยะๆ แม้เส้นทางจะชันโหดแต่ก็แลกมาด้วยทัศนียภาพที่สวยเหลือร้าย จากทางเดินดินฝุ่นที่ปรกด้วยใบไม้แห้งเริ่มกลายเป็ทางหินตะปุ่มตะป่ำ สันผาทอดตัวยาวขึ้นไปโดยสองข้างทางเป็เหวที่ทอดสายตาลงมามองเห็นอ่างเก็บน้ำเบื้องล่าง ทอดสายตาไกลออกไปอีกจะเห็นผืนที่ป่าบางส่วนถูกถางเป็สนามหญ้าเขียวชอุ่ม มีอาคารสิ่งก่อสร้างแทรกอยู่บ้างประปราย ลมเริ่มพัดโกรกใส่ผิวกายให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมา
“อีกนิดเดียวนะทุกคน” ธีระหันมาให้กำลังใจ “เดี๋ยวจะถึงจุดที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก แต่จะแวะถ่ายกันตรงนี้สักหน่อยก่อนได้นะ”
“เอาจุดที่ถ่ายสวยๆทีเดียวเลยดีกว่าเนาะ” น้าทอฝันออกความเห็น
ธาราเดินปิดท้ายตามกลุ่มไปแบบยังไงก็ได้ แม้จะปล่อยใจชื่นชมดื่มด่ำทัศนียภาพแต่ก็มิวายหวนคิดถึงเกมออนไลน์ สะท้านภพ อยู่ร่ำไป วางแผนการเก็บเลเวลและการหาไอเทมในเกมอย่างเป็ระบบราวกับผู้บริหารกองทุนออกแบบพอร์ตของตัวเอง ขณะที่ธันยาไม่วายเหลียวมามองธาราอย่างเป็ห่วงตลอด
“สูงนะเนี่ย ก้าวพลาดตกลงไปไม่รอดแน่เลย”ธันยาพูดเสียงสั่นๆ ปากเริ่มแห้งผาก จากนั้นหันไปเตือนแฟนหนุ่ม “เดินจากนี้ไปห้ามใจลอยนะ”
“เธอจะโยนโรคกลัวความสูงมาให้ฉันไม่ได้นะ” ธาราแซว หัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดู
“ก็ฉันไม่พลาดอยู่แล้วไง ฉันกลัวแทนเธอนี่แหละ พ่อคนซุ่มซ่าม จำที่เอาหัวโขกทีวีวันก่อนได้มั้ย เดี๋ยวจะได้เอาหัวไปโหม่งพื้นข้างล่างอ่ะนะ”ธันยาแย้งตามด้วยเหน็บแนม
“คิดสั้นๆ มองสั้นๆ ลดความกลัวได้ดีเลยนะ” ธาราแนะนำ ทำท่ายื่นเท้าข้างหนึ่งออกไปแกว่งริมเหวเล่น
“ยะ...อย่า..ทำแบบนั้น”ธันยาว่า สูดปากดังซี้ด เอามือทาบอกตัวเอง จะเดินเข้าไปตีเขาแต่ขาแข็งตรึงนิ่งอยู่กับที่จนสังเกตุได้ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากธาราได้ดีทีเดียว
แม้ว่าธันยาจะชอบเดินป่าเดินเขากับคุณอาเป็ประจำ(ธาราพ่วงติดมาด้วยเป็ประจำเช่นกัน) แต่ธันยาก็ยังไม่ค่อยถูกกับความสูงเท่าไหร่ ถึงจะสามารถประคองตัวเองให้เดินต่อได้แต่ความสามารถในการตัดสินใจก็ลดลงพอสมควร ร่างกายคล้ายไม่ใช่ของตัวเองควบคุมได้ไม่เต็มที่ แต่ละก้าวของเธอที่เดินต่อหนักหน่วงและต้องคอยสู้กับปฏิกิริยาทางกายที่ต่อต้านแข็งขืนมาจากข้างใน ซึ่งธีระก็เข้าใจจุดนี้ในตัวหลานดี ที่ผ่านมาก็พยายามเลือกเส้นทางที่ไม่ล้อเล่นกับปากทางความสูงมากเท่าใดนัก เป็การเน้นออกกำลังเดินชมทัศนียภาพเสียมากกว่า แม้บางครั้งจะต้องผ่านทางเดินแคบริมเหวแบบครั้งนี้บ้างแต่ธันยาก็พอแข็งใจเดินผ่านไปได้อย่างไม่ปริปากบ่น (ในขณะที่ธาราเดินตามอย่างร่างไร้ิญญา)
แต่ครั้งนี้เส้นทางใหม่ที่ธีระลองเลือกมาถือว่าเหนือกว่าที่คาดหมายทั้งเื่ความชันและความหวาดเสียวจากความสูง เส้นทางต่อจากจุดชมทิวทัศน์เมื่อครู่คือเส้นทางหินตะปุ่มตะป่ำก้อนใหญ่เรียงตัวซึ่งดูไม่คล้ายจะเป็ทางเดิน สองข้างคือเหวสูงตีขนาบที่หยั่งเหยียบเท้าให้แคบเข้ามา ลมเริ่มพัดโกรกแรงกว่าเก่า หากไม่มีคนบุกเบิกเส้นทางและบอกเล่าเส้นทางกับธีระมาก่อนแล้ว เขาคงไม่นำคนอื่นๆมาเส้นทางนี้ อาจจะเนื่องด้วยความคลาดเคลื่อนของการสื่อสาร เนื่องจากอีกฝ่ายที่แนะนำเส้นทางธีระเป็นักเดินเขามือฉมังที่ความเสี่ยงแค่นี้เป็เื่เด็กๆสำหรับเขา จึงให้ความสำคัญกับความสวยของทิวทัศน์มากกว่า หารู้ไม่ว่าธีระจะพาคนน้ำหนักมากกับหลานผู้กลัวความสูงร่วมกลุ่มเข้ามาด้วย
เนื่องจากทางเริ่มอันตราย การเคลื่อนไปข้างหน้าของกลุ่มจึงช้าลง ความเหนื่อยของพี่วิวัฒน์ไม่เป็ปัญหาแล้ว แต่ทุกคนกลับมาห่วงธันยาแทน
“ธันยาไหวมั้ย ค่อยๆไปกัน เราไม่รีบ” ธีระร้องถามจากหัวแถวอย่างเป็ห่วง “แต่ยังไงก็ต้องขึ้นต่อไปนะ ลงกลับทางเดิมอันตรายกว่า”
“หนูไหวค่ะ”ธันยาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ท่วงทาการหาตำแหน่งวางเท้าวางมือต่อดูเงอะงะและทื่อเกร็ง ธาราต้องคอยแนะนำอีกฝ่ายว่าเหยียบต่อตรงนั้น เอามือจับตรงนี้ นั้นขณะที่ตัวเขาเองก็เหยียบพลาดส่งเสียงรองเท้าครูดไถลกับหินอยู่บ่อยครั้ง
“ให้ตายสิธารา”ธันยาบ่น “ที่ฉันกลัวคือกลัวแทนเธอนี่แหละ กลัวกว่าตัวฉันเองอีก พูดจริงๆนะ”
ธาราหัวเราะแก้เขิน พยายามดึงสติตัวเองกลับมาจากเกมออนไลน์ สะท้านภพ หากเป็คนอื่นลื่นไถลแบบเขาคงทำเอาหัวใจหล่นวาบไปยังตาตุ่ม ทว่าสำหรับเขาเป็เพียงแค่การเรียกสติกลับมาสู่ปัจจุบันเท่านั้น การจะกดดันจิตใจเด็กหนุ่มคนนี้จนสลัดความเฉื่อยได้อาจจะต้องใช้แรงเค้นจากสถานการณ์ภายนอกมากกว่าคนปรกติหลายเท่า
เนื่องจากเป็ห่วงความรู้สึกของธันยาทุกคนจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อผ่านเส้นทางปีนขึ้นก้อนหินที่หวาดเสียวอันตรายมาได้ ทางต่อไปเป็ทางเดินแต่ก็ยังขนาบข้างด้วยขอบเหวอยู่ดี แม้ธันยาจะเบาใจลงบ้างแต่ก็ไม่วายเดินต่อด้วยฝีเท้ากระย่องกระแย่งคล้ายในหัวคิดระวังการพลัดตกล่วงหน้าเกินคนอื่นในกลุ่มไปหลายขั้น คุณน้าทอฝันเริ่มหยิบเอามือถือมาถ่ายเซลฟี่ตัวเองเป็ระยะ โพสต์ท่าว่องไวด้วยความชำนาญ จัดองศาหน้าและมุมถ่ายได้อย่างดีโดยไม่เสียเวลาให้พี่วิวัฒน์ที่เดินตามหลังต้องชะงักเท้ารอ ด้วยแขนที่ยาวอาจทำให้การเซลฟี่ได้เปรียบคนธรรมทั่วไป คนอื่นในกลุ่มรู้จักนิสัยเื่นี้ของน้าทอฝันดี เห็นเป็เื่ปกติ แต่ธันยาอดรู้สึกกลัวมือถือร่วงลงไปแทนเ้าของไม่ได้
ในที่สุดทีมลูกหมูกลิ้งก็พากันเดินขึ้นมาถึงจุดชมวิวที่ถือเป็ศูนย์กลางของเขาลูกนี้ได้สำเร็จ กล่าวคือสามารถเลือกเส้นทางขึ้นหรือลงได้หลายทาง แต่สุดท้ายจะมาผ่านจุดชมวิวนี้ลักษณะเหมือนไล่ไปตามใยแมงมุมหรือแฉกของดาว มีป้ายไม้ลงตอกตั้งเสาลงตัวหนังสือสีทองไว้ว่า “ผู้พิชิตผาเมาะ” แต่รอบข้างยังเป็ลานขนาดกว้างไม่ถึงสิบกว่าคนยืน รายล้อมด้วยแง่งหินธรรมชาติเล็กๆกั้นขอบเหวตรงบางจุด มีคนนำพระพุทธรูปและของกินเล่นสำหรับเส้นไหว้บูชามาวางไว้ด้วย ถึงจุดนี้พี่วิวัฒน์เป็คนบอกมุมและการโพสต์ท่าให้คนที่้าถ่ายรูป เก็บภาพฉากหลังเบื้องล่างที่เป็ผืนอ่างเก็บน้ำแทรกระหว่างเขาลูกเล็กๆที่ปกคลุมด้วยต้นไม้จนเขียวชอุ่ม ปรกติแกเล่นกล้องเป็งานอดิเรก แต่เนื่องจากงานนี้เตรียมขึ้นเขาเต็มที่จึงไม่กล้าแบกกล้องใส่กระเป๋าสะพายมา ถึงกระนั้นการใช้มือถือถ่ายเหมือนกันก็ยังสะท้อนความแตกต่างระหว่างฝีมือคนถ่ายได้ ริมผาแห่งนี้เป็รับลมเต็มที่ ยกเว้นธันยาคนเดียวที่ไม่ยอมไปโพสต์รูปนั่งริมเหวกับเขาด้วย
“เรายืนด้านหลังกันแล้ว น้องธันยานั่งด้านหน้ามั้ย” ทอฝันเสนอ คนอื่นทำท่าเออออเห็นด้วย แต่ธันยายังคงส่ายศีรษะรัวๆ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นไม่กลัวว่าตัวเองจะพลัดตกลงไปเหมือนกับเธอ
“ถ่ายกันเต็มที่เลยค่ะ หนูไม่เป็ไร หนูกลัวมือไม้ไปพลาดฟาดโดนคนอื่นตกลงไป” เธอตอบ
“ไม่โดนหรอกน่า” คุณอาธีระเกลี้ยกล่อม “ละก็ไม่ใช่จะตกง่ายๆหรอก ข้างหลังน่ะจริงๆไม่มีอะไรเลย”
“ไม่มีอะไรจริงๆ เหวล้วนๆโล่งๆเลย” ธารายืนยันขำๆ
ทุกคนตัดสินใจเซลฟี่ร่วมกันหนึ่งรูป น้าทอฝันที่แขนยาวที่สุดรับหน้าที่อยู่ด้านหน้าเป็คนถือกล้อง (เื่เซลฟี่ดูเธอจะชำนาญที่สุด) ธันยาประกบด้านข้างด้วยสีหน้ายิ้มฝืนๆ ธีระยิ้มอบอุ่นเป็ธรรมชาติที่สุด พี่วิวัฒน์มีสีหน้าอ่อนระโหยอยู่บ้าง ส่วนธาราดูเลื่อนลอยคิดถึงเกม
ขณะนั้นเองทุกคนรู้สึกได้ว่ามีคนเดินลงมาจากทางอีกฝั่งหนึ่งซึ่งทางทอดตัวสูงชันขึ้นไป ธาราคิดว่ากำลังจะได้คนช่วยถ่ายรูปหมู่ให้ แต่แล้วเขาพลันรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกประหลาดจากในกลุ่มตัวเอง ความสนุกสนานรื่นเริงเช่นเมื่อครู่หายวับไปเป็ปลิดทิ้ง