หนึ่งปรารถนา Desire of love

    ตอนที่49 ความรู้สึกที่คุ้นเคย


         หย่งซีเฉินรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก ปากเล็กๆช่างเจรจานั้น ทำให้เขาอยากนั่งฟังโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย

    “ผิงอันเจ้ากี่ขวบแล้วนะ ข้านี่แก่แล้วก็เริ่มเลอะเลือนแล้ว”

    ภายนอกทำเป็นไม่สนใจ แต่จริงๆแล้วหย่งซีเฉินกำลังตั้งใจฟังฮองเฮาพูดคุยกับผิงอันต่างหาก ฮองเฮาหมั่นไส้ ไม่รู้ว่าลูกชายที่เย็นชาของนาง ไปเรียนรู้ท่าทางเสแสร้งเช่นนี้มาจากไหนกัน

    “สามขวบกว่าๆขอรับ” ผิงอันตอบด้วยท่าทางภูมิใจ นางจับแขนผิงอันขึ้นมาคล้องประคำอันใหม่ให้

    “อ๋องเฉินก็มีกระพรวนเงินเหมือนกันกับเจ้า ไว้วันหน้าเจ้าค่อยเอามาด้วย ข้าจะดูว่าของใครจะงดงามกว่ากัน” ฮองเฮาหลอกล่อ

    “ไม่รู้ว่าท่านทวดจะยอมหรือไม่เพราะท่านทวดเคยบอกว่า นอกจากคนในจวนแล้วห้ามให้ผู้อื่นเห็นขอรับ” ผิงอันตอบความจริงตามประสาเด็ก

    หย่งซีเฉินที่นั่งฟังเงียบๆก็อดถามไม่ได้

    “ทำไมผู้อื่นเห็นไม่ได้หรือ”

    “ข้าก็ไม่ทราบขอรับ แต่ทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกท่านแม่จะถอดให้ทุกครั้งขอรับ”

    “ฉางหลิวหลีนางช่างอบรมคุณชายน้อยได้ดียิ่งนัก” ฮองเฮาตั้งใจเอ่ยชื่อฉางหลิวหลีแทนที่จะเป็นคุณหนูรองอย่างที่เคยเรียก นางอยากให้ลูกชายตัวดีของนางรู้ว่าผิงอันเป็นลูกใคร หย่งซีเฉินถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อรู้ว่าผิงอันเป็นลูกชายของฉางหลิวหลี นางแต่งงานมีความสุขซ้ำยังมีบุตรชายที่น่ารัก เหตุใดเขายังคิดถึงห่วงใยนางเพื่ออันใดกัน พอเห็นสีหน้าผิดหวังของบุตรชายผู้เป็นแม่ได้แต่สงสาร

    “คุณชายน้อยคงจะเหนื่อยแล้วจื่อซางพาคุณชายน้อยไปส่งคุณหนูฉางเถอะ”

    “ข้าพาคุณชายน้อยไปส่งเอง” แม้จะแปลกใจแต่ฮองเฮาก็แอบยิ้ม อย่างน้อยอ๋องเฉินจะได้รู้จักกับฉางหลิวหลีเอาไว้


         หย่งซีเฉินจูงแขนผิงอันเดินลัดไปยังอีกฟากหนึ่งของลานดอกเหมย ซึ่งมีกลุ่มขององค์ชายสามนั่งรวมกันอยู่ที่นั่น เหมยทุกต้นออกดอกบานสะพรั่ง บรรดาสาวงามล้วนจับกลุ่มกันอยู่ทุกที่ บ้างก็บรรเลงพิน บ้างก็ร่ายรำ หรือไม่ก็จับกลุ่มคุยกันอยู่บนศาลาท่าน้ำที่มีดอกบัวบานอยู่เต็มบึง ใกล้กับลานดอกเหมย


                 แต่ไม่ว่าอ๋องเฉินจะก้าวผ่านไปที่ใด ก็จะมีเสียงซุบซิบและท่าทางเขินอายของบรรดาคูณหนูสูงศักดิ์เหล่านั้น จนทั้งสองเดินมาใกล้ถึงจุดหมาย หย่งซีเฉินหยุดมองฉางหลิวหลีลอดผ่านช่อของดอกเหมย อยู่ๆก็มีสายลมพัดมาวูบหนึ่ง ทำให้กลีบดอกร่วงลงเต็มโต๊ะกลีบของดอกเหมยยังติดอยู่ที่ผมของฉางหลิวหลีอีกด้วย

    “พี่หญิงผมของท่าน” เยี่ยนหลีชี้มายังศรีษะของพี่สาว

            ก่อนที่นางจะรู้ตัว ก็มีมือใหญ่เอื้อมมาหยิบกลีบดอกนั่นออกจากผมของนาง

    ฉางหลิวหลีตกใจมาก นางทำอะไรไม่ถูกได้แต่ลุกจากเก้าอี้ ด้วยความที่นางลุกขึ้นกระทันหัน ทำให้เท้าของนางสดุดกับก้อนหินจนนางเซไปข้างหลัง ก่อนที่นางจะลงไปกองกับพี้น มือใหญ่แข็งแรงคู่นั้นก็วาดมาโอบที่เอวของนางไว้ ยิ่งทำให้นางตกใจมากกว่าเดิม ท่าทางตื่นตระหนกและหวาดกลัวของนาง ทำให้หย่งซีเฉินนึกถึงแม่นางน้อยในคืนนั้นสายตาของนางก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน ฉางหลิวหลีรีบดีดตัวออกจากอ้อมแขนของหย่งซีเฉิน

    “พี่ใหญ่ท่านมาได้อย่างไร ไหนว่าท่านจะอยู่เป็นเพื่อนเสด็จแม่” ฟ่านเสียนถามพี่ชาย

    “เสด็จแม่ให้ข้าเดินมาส่งคุณชายน้อยผิงอัน”

    แม้คำตอบจะมีความจริงแค่หนึ่งส่วนแต่ฟ่านเสียนก็เชื่อพี่ชาย

    “นี่คือท่านอ๋องหย่งซีเฉินพี่ชายคนโตของข้า วันไหว้พระจันทร์หลายปีก่อน พี่ใหญ่จำเป็นต้องปิดบังสถานะ ข้าขอโทษพวกเจ้าแทนพี่ใหญ่ก็แล้วกัน” 

    “ท่านคงจะจำพวกนางได้” ฟ่านเสียนหันมาพูดกับพี่ชาย

    “ข้าจำได้”

    “พี่ใหญ่ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกพวกเจ้าหรอกนะ”

    “ไม่เป็นไรเพคะ"ฉางเยี่ยนหลีตอบสองพี่น้องทำความเคารพหย่งซีเฉิน

    ส่วนฉางหลิวหลีไม่ได้พูดอะไร ถึงตอนนี้แก้มของนางก็ยังแดงระเรื่ออยู่

    “บรรยากาศช่างชวนอึดอัดนัก” ลั่วชิงหยางคิด นางจึงหาวิธีทำลายความอึดอัดนี้

    “ท่านอ๋องไปประจำที่หลินโจวเพิ่งกลับมาไม่นานนี้เอง”ลั่วชิงหยางพูด

    “ใช่ๆๆ พี่ใหญ่ไปประจำที่โน่นตั้งหลายปีข้านึกว่าจะมีสาวติดตามมาด้วยเสียอีก”

    นึกว่าจะผ่อนคลายลง ยิ่งอึดอัดหนักขึ้นอีก สายตาหย่งซีเฉินแทบจะสังหารฟ่านเสียนได้

    “ท่านแม่ข้าง่วงแล้วขอรับ” ผิงอันจับมือมารดา

    “เช่นนั้นเราก็กลับกันเถอะ พวกเราคงต้องขอตัวแล้วเพคะ” ฉางเยี่ยหลีบอก

    “ข้ากับฟ่านเสียนจะไปส่งเจ้าที่รถม้าก็แล้วกัน” ทั้งหมดออกจากลานดอกเหมยไปหย่งซีเฉินก็กลับมาหามารดา

    “เสด็จแม่ผิงอันเป็นลูกชายของฉางหลิวหลีจริงหรือพะยะค่ะ” หย่งซีเฉินถามมารดา

    “จริงสิทำไมหรือ”

    “แล้วทำไมถึงแซ่ฉาง ทำไมไม่ใช้แซ่เมิ่ง”

    “นั่นสินะทำไมไม่ใช้แซ่เมิ่ง” ฮองเฮากวนน้ำให้ขุ่น

    “แม่เหนื่อยแล้วไปจื่อซางพาข้าไปพักผ่อน ผิงอันกลับแล้วข้าไม่มีเพื่อนคุยแล้วปล่อยให้คนที่นี่กลับไปวางแผนรบที่ชายแดนจะเหมาะกว่า”

    จื่อซางยิ้มให้กับท่าทางเหนื่อยหน่ายของฮองเฮาที่มีต่อบุตรชายคนโต

    “ฉงหลิน เจ้าไปสืบชาติกำเนิดของคุณชายน้อยคนนั้นมาให้ข้า”

    “ขอรับท่านอ๋อง”

            เข่ออิงแยกจากสนมเกาและฉู่หลานนางไม่ได้ไปทักทายอ๋องเฉินตามที่เกากุ้ยเฟยบอก แต่นางกลับมานั่งอยู่ที่ศาลาเล็กริมน้ำลับตาผู้คน

    “ทำไมถึงมานั่งอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ”

    เสียงทักทายจากด้านหลังทำให้เข่ออิงหันไปมอง

    “แม่นางรู้จักข้าหรือ” เข่ออิงสงสัยนางไม่เคยเห็นหน้าสตรีผู้นี้

    “คุณหนูเข่ออิง บุตรสาวคนโตของเสนาบดีเกาหล่างมีใครบ้างไม่รู้จัก”

    “แล้วท่านคือ"เข่ออิงถามกลับ

    “ข้าแซ่ไป๋ ไป๋ถงลี่บุตรสาวเจ้ากรมโยธา”

    ทั้งสองพูดคุยกันถูกคอถงลี่จึงเป็นฝ่ายพูดขึ้น



    คล้ายกับเรื่องหนึ่งปรารถนา Desire of love ที่คุณอ่าน