หย่งซีเฉินรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก ปากเล็กๆช่างเจรจานั้น ทำให้เขาอยากนั่งฟังโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
“ผิงอันเจ้ากี่ขวบแล้วนะ ข้านี่แก่แล้วก็เริ่มเลอะเลือนแล้ว”
ภายนอกทำเป็นไม่สนใจ แต่จริงๆแล้วหย่งซีเฉินกำลังตั้งใจฟังฮองเฮาพูดคุยกับผิงอันต่างหาก ฮองเฮาหมั่นไส้ ไม่รู้ว่าลูกชายที่เย็นชาของนาง ไปเรียนรู้ท่าทางเสแสร้งเช่นนี้มาจากไหนกัน
“สามขวบกว่าๆขอรับ” ผิงอันตอบด้วยท่าทางภูมิใจ นางจับแขนผิงอันขึ้นมาคล้องประคำอันใหม่ให้
“อ๋องเฉินก็มีกระพรวนเงินเหมือนกันกับเจ้า ไว้วันหน้าเจ้าค่อยเอามาด้วย ข้าจะดูว่าของใครจะงดงามกว่ากัน” ฮองเฮาหลอกล่อ
“ไม่รู้ว่าท่านทวดจะยอมหรือไม่เพราะท่านทวดเคยบอกว่า นอกจากคนในจวนแล้วห้ามให้ผู้อื่นเห็นขอรับ” ผิงอันตอบความจริงตามประสาเด็ก
หย่งซีเฉินที่นั่งฟังเงียบๆก็อดถามไม่ได้
“ทำไมผู้อื่นเห็นไม่ได้หรือ”
“ข้าก็ไม่ทราบขอรับ แต่ทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกท่านแม่จะถอดให้ทุกครั้งขอรับ”
“ฉางหลิวหลีนางช่างอบรมคุณชายน้อยได้ดียิ่งนัก” ฮองเฮาตั้งใจเอ่ยชื่อฉางหลิวหลีแทนที่จะเป็นคุณหนูรองอย่างที่เคยเรียก นางอยากให้ลูกชายตัวดีของนางรู้ว่าผิงอันเป็นลูกใคร หย่งซีเฉินถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อรู้ว่าผิงอันเป็นลูกชายของฉางหลิวหลี นางแต่งงานมีความสุขซ้ำยังมีบุตรชายที่น่ารัก เหตุใดเขายังคิดถึงห่วงใยนางเพื่ออันใดกัน พอเห็นสีหน้าผิดหวังของบุตรชายผู้เป็นแม่ได้แต่สงสาร
“คุณชายน้อยคงจะเหนื่อยแล้วจื่อซางพาคุณชายน้อยไปส่งคุณหนูฉางเถอะ”
“ข้าพาคุณชายน้อยไปส่งเอง” แม้จะแปลกใจแต่ฮองเฮาก็แอบยิ้ม อย่างน้อยอ๋องเฉินจะได้รู้จักกับฉางหลิวหลีเอาไว้
หย่งซีเฉินจูงแขนผิงอันเดินลัดไปยังอีกฟากหนึ่งของลานดอกเหมย ซึ่งมีกลุ่มขององค์ชายสามนั่งรวมกันอยู่ที่นั่น เหมยทุกต้นออกดอกบานสะพรั่ง บรรดาสาวงามล้วนจับกลุ่มกันอยู่ทุกที่ บ้างก็บรรเลงพิน บ้างก็ร่ายรำ หรือไม่ก็จับกลุ่มคุยกันอยู่บนศาลาท่าน้ำที่มีดอกบัวบานอยู่เต็มบึง ใกล้กับลานดอกเหมย
แต่ไม่ว่าอ๋องเฉินจะก้าวผ่านไปที่ใด ก็จะมีเสียงซุบซิบและท่าทางเขินอายของบรรดาคูณหนูสูงศักดิ์เหล่านั้น จนทั้งสองเดินมาใกล้ถึงจุดหมาย หย่งซีเฉินหยุดมองฉางหลิวหลีลอดผ่านช่อของดอกเหมย อยู่ๆก็มีสายลมพัดมาวูบหนึ่ง ทำให้กลีบดอกร่วงลงเต็มโต๊ะกลีบของดอกเหมยยังติดอยู่ที่ผมของฉางหลิวหลีอีกด้วย
“พี่หญิงผมของท่าน” เยี่ยนหลีชี้มายังศรีษะของพี่สาว
ก่อนที่นางจะรู้ตัว ก็มีมือใหญ่เอื้อมมาหยิบกลีบดอกนั่นออกจากผมของนาง
ฉางหลิวหลีตกใจมาก นางทำอะไรไม่ถูกได้แต่ลุกจากเก้าอี้ ด้วยความที่นางลุกขึ้นกระทันหัน ทำให้เท้าของนางสดุดกับก้อนหินจนนางเซไปข้างหลัง ก่อนที่นางจะลงไปกองกับพี้น มือใหญ่แข็งแรงคู่นั้นก็วาดมาโอบที่เอวของนางไว้ ยิ่งทำให้นางตกใจมากกว่าเดิม ท่าทางตื่นตระหนกและหวาดกลัวของนาง ทำให้หย่งซีเฉินนึกถึงแม่นางน้อยในคืนนั้นสายตาของนางก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน ฉางหลิวหลีรีบดีดตัวออกจากอ้อมแขนของหย่งซีเฉิน
“พี่ใหญ่ท่านมาได้อย่างไร ไหนว่าท่านจะอยู่เป็นเพื่อนเสด็จแม่” ฟ่านเสียนถามพี่ชาย
“เสด็จแม่ให้ข้าเดินมาส่งคุณชายน้อยผิงอัน”
แม้คำตอบจะมีความจริงแค่หนึ่งส่วนแต่ฟ่านเสียนก็เชื่อพี่ชาย
“นี่คือท่านอ๋องหย่งซีเฉินพี่ชายคนโตของข้า วันไหว้พระจันทร์หลายปีก่อน พี่ใหญ่จำเป็นต้องปิดบังสถานะ ข้าขอโทษพวกเจ้าแทนพี่ใหญ่ก็แล้วกัน”
“ท่านคงจะจำพวกนางได้” ฟ่านเสียนหันมาพูดกับพี่ชาย
“ข้าจำได้”
“พี่ใหญ่ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกพวกเจ้าหรอกนะ”
“ไม่เป็นไรเพคะ"ฉางเยี่ยนหลีตอบสองพี่น้องทำความเคารพหย่งซีเฉิน
ส่วนฉางหลิวหลีไม่ได้พูดอะไร ถึงตอนนี้แก้มของนางก็ยังแดงระเรื่ออยู่
“บรรยากาศช่างชวนอึดอัดนัก” ลั่วชิงหยางคิด นางจึงหาวิธีทำลายความอึดอัดนี้
“ท่านอ๋องไปประจำที่หลินโจวเพิ่งกลับมาไม่นานนี้เอง”ลั่วชิงหยางพูด
“ใช่ๆๆ พี่ใหญ่ไปประจำที่โน่นตั้งหลายปีข้านึกว่าจะมีสาวติดตามมาด้วยเสียอีก”
นึกว่าจะผ่อนคลายลง ยิ่งอึดอัดหนักขึ้นอีก สายตาหย่งซีเฉินแทบจะสังหารฟ่านเสียนได้
“ท่านแม่ข้าง่วงแล้วขอรับ” ผิงอันจับมือมารดา
“เช่นนั้นเราก็กลับกันเถอะ พวกเราคงต้องขอตัวแล้วเพคะ” ฉางเยี่ยหลีบอก
“ข้ากับฟ่านเสียนจะไปส่งเจ้าที่รถม้าก็แล้วกัน” ทั้งหมดออกจากลานดอกเหมยไปหย่งซีเฉินก็กลับมาหามารดา
“เสด็จแม่ผิงอันเป็นลูกชายของฉางหลิวหลีจริงหรือพะยะค่ะ” หย่งซีเฉินถามมารดา
“จริงสิทำไมหรือ”
“แล้วทำไมถึงแซ่ฉาง ทำไมไม่ใช้แซ่เมิ่ง”
“นั่นสินะทำไมไม่ใช้แซ่เมิ่ง” ฮองเฮากวนน้ำให้ขุ่น
“แม่เหนื่อยแล้วไปจื่อซางพาข้าไปพักผ่อน ผิงอันกลับแล้วข้าไม่มีเพื่อนคุยแล้วปล่อยให้คนที่นี่กลับไปวางแผนรบที่ชายแดนจะเหมาะกว่า”
จื่อซางยิ้มให้กับท่าทางเหนื่อยหน่ายของฮองเฮาที่มีต่อบุตรชายคนโต
“ฉงหลิน เจ้าไปสืบชาติกำเนิดของคุณชายน้อยคนนั้นมาให้ข้า”
“ขอรับท่านอ๋อง”
เข่ออิงแยกจากสนมเกาและฉู่หลานนางไม่ได้ไปทักทายอ๋องเฉินตามที่เกากุ้ยเฟยบอก แต่นางกลับมานั่งอยู่ที่ศาลาเล็กริมน้ำลับตาผู้คน
“ทำไมถึงมานั่งอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ”
เสียงทักทายจากด้านหลังทำให้เข่ออิงหันไปมอง
“แม่นางรู้จักข้าหรือ” เข่ออิงสงสัยนางไม่เคยเห็นหน้าสตรีผู้นี้
“คุณหนูเข่ออิง บุตรสาวคนโตของเสนาบดีเกาหล่างมีใครบ้างไม่รู้จัก”
“แล้วท่านคือ"เข่ออิงถามกลับ
“ข้าแซ่ไป๋ ไป๋ถงลี่บุตรสาวเจ้ากรมโยธา”
ทั้งสองพูดคุยกันถูกคอถงลี่จึงเป็นฝ่ายพูดขึ้น