ตอนที่ 7ออกเดินทาง
“ท่านแม่!” เสียงดุจดั่งระฆัง์ดังขึ้นร่างเล็กของเสี่ยวไป๋วิ่งเข้าไปกอดร่างเซียนหญิงตรงหน้าอย่างแแ่พลางร้องไห้โฮเซียนหญิงกอดเด็กสาวด้วยความเป็ห่วง
“เสี่ยวไป๋แม่ผิดเองที่ปล่อยทิ้งเ้าไว้ที่หมู่บ้านคนเดียว”นางแสดงแววตาเ็ปเพราะนางเกือบสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตนางไปตลอดการแล้วถ้านางมาไม่ทันละก็ นางคง...
หวู่เฉินน้อยมองภาพตรงหน้าด้วยความสุขคุ้มแล้วที่มันเสี่ยงชีวิตช่วยเด็กหญิงน้อยเอาไว้ได้ ‘เอ๊ะ ท่านแม่?พี่สาวเซียนหญิงที่งดงามนางนี้เป็แม่ของเสี่ยวไป๋จริงๆเหรอ? ดูแล้วน่าจะเป็พี่สาวมากกว่ากระมัง?’
“ท่านแม่เกอเกอท่านนี้ช่วยเสี่ยวไป๋เอาไว้”ฟังดังนั้นแม่เสียวไป๋ก็พาเสี่ยวไป๋เดินเข้ามาหาหวู่เฉินน้อย พรางยิ้มอ่อนโยน“ขอบคุณจอมยุทธ์น้อยผู้นี้ที่ช่วยชีวิตบุตรีของข้า รั่วซานซึ้งใจยิ่งนัก ไม่ทราบนามของจอมยุทธ์น้อยคือ?” ยังไม่ทันที่เจียงหวู่เฉินจะตอบแม่งูั์ก็ส่งเสียงสั่นเครือเล็กน้อยใกล้สิ้นใจ
“ท่านเซียนหญิงช่วยชีวิตมันได้หรือไม่มันก็ช่วยข้าและเสี่ยวไป๋ไว้ด้วยเหมือนกัน ข้าขอร้องท่าน”
“ท่านแม่เสี่ยวไป๋ก็ขอร้อง”
เซียนหญิงรั่วซานใช้พลังปรานตรวจสอบเข้าไปในร่างงูั์ก่อนจะถอนหายใจออกมา”เห้อ ไม่ทันการแล้วาแหนักหนาเกินไปแก่นชีวิตถูกตัดขาด คงยื้อไว้ได้อีกไม่นาน” แม่งูเหลือบตามองไปที่หวู่เฉินไม่ใช่สิน่าจะเป็ไข่สีดำที่หวู่เฉินถืออยู่มากกว่าสายตาของมันแฝงไว้ด้วยแววตาอาวรณ์เ็ปแทบขาดใจ
“ผู้าุโงูบุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืม ข้าเจียงหวู่เฉินขอสาบานว่าข้าจะดูแลเ้างูตัวนี้ด้วยชีวิตของข้าผู้าุโโปรดวางใจ”ถึงอสูรงูตนนี้จะไม่ได้ตั้งใจปกป้องเด็กน้อยทั้งสองเพียง แค่เพื่อปกป้องไข่ของมันแต่ไม่อาจะปฏิเสธความจริงได้ว่า มันเป็ส่วนช่วยให้เด็กทั้งสองรอดมาได้จริงๆยังไม่นับเป็เพราะเจียงหวู่เฉินหนีเข้าไปในถ้ำของมันนั้นเป็จุดเริ่มต้นทำให้ครอบครัวของเ้างูนั้นพังทลายลูกของมันตายทั้งหมดจนเหลืออยู่แค่ฟองเดียว ส่วนตัวมันก็กำลังจะตาย
แม่งูได้ยินดังนั้นก็มองจ้องเข้าไปในดวงตาเด็กหนุ่มััเข้ากับแววตาที่มุ่งมั่นจริงใจของเด็กน้อย มันก็ผละสายตามามองลูกน้อยของมันอย่างอาวรณ์เป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นใจไป
เสี่ยวไป๋เห็นภาพนั้นก็น้ำตาคลอสะอึกสะอื้นในอ้อมกอดมารดา
“จอมยุทธ์น้อยปล่อยร่างงูทมิฬนี้ไว้อย่างนี้คงไม่ดีดังนั้น...”พูดจบนางก็สะบัดมือออกอย่างแ่เบา ร่างของอสูรงูทมิฬขนาดร้อยจั้งก็สลายกลายเป็ละอองน้ำแข็งกระจายไปบนท้องฟ้าอย่างสวยงามเป็เหมือนดั่งพิธีส่งิญญามันไปสู่สุขคติ
ไม่นานหวู่เฉินน้อยก็ลุกขึ้นวิ่งไปที่เ้าเฮยก่อนจะรีบควบม้าออกไปทางหมู่บ้าน
“จอมยุทธ์น้อยเ้าจะไปไหน” นางเซียนเอ่ยถามแต่ไม่มีการตอบรับจากเด็กน้อยที่ควบม้าหายไปในความมืด
.......................
เจียงหวู่เฉินควบม้าเข้ามาในหมู่บ้านเปลวไฟยังคงแผดเผาแม้จะมอดดับลงไปบ้างแล้วภายในหมู่บ้านเล็กๆที่มันอาศัยอยู่เมื่อ1ปีที่ผ่านมานี้เต็มไปด้วยซากศพของคนที่มันคุ้นเคยไม่ว่าจะเป็ท่านลุงหมานคนตัดไม้ ท่านป้าฉีคนขายเต้าหู้ พี่สาวจูที่เคยเล่นกับมันทุกคนล้วนตกตายหมดสิ้นไร้วี่แววผู้รอดชีวิต
มันวิ่งไปทีบ้านหลังหนึ่งทันทีที่ได้เห็นร่างหญิงชรานางนึงนอนสิ้นใจอยู่หน้าประตูบ้านมันก็ได้แต่คุกเข่าร้องไห้ออกมาแม้หญิงชราตรงหน้าจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเืกับตน แต่หลังจากที่มันแยกจากมารดาบุญธรรมก็ได้ท่านย่าหวังคอยดูแลมันมาตลอดแม้แต่จะเป็เวลาแค่ปีเดียวแต่ก็สร้างความผูกพันไว้ในใจเด็กน้อยอย่างมาก
“ท่านย่าหวังหวู่เฉินขอโทษ หวู่เฉินมาช่วยท่านช้าไป หวู่เฉิน..อึ๊ก..อีก…มิอาจ...ตอบแทนท่าน” เด็กน้อยร้องไห้ ด้านหลังของมันปรากฏด้วยแม่ลูกผู้นึงเดินตามมานางเซียนอุ้มเสี่ยวไป๋ พลางมองมาที่หวู่เฉินด้วยความสงสารเสี่ยวไป๋น้อยที่พึ่งหยุดร้องไห้ไปแล้วกลายเป็ร้องไห้ขึ้นมาอีก
.........
ยามนี้แสงของรุ่งอรุณได้ย่างกลายมาที่หมู่บ้าน ที่สภาพตอนนี้มีแต่ตอตะโกที่เนินเขาแห่งนึงมีร่างอยู่3ร่าง เจียงหวู่เฉินคุกเข่าก้มหัวไปที่ป้ายหลุมศพท่านย่าหวัง 3ครั้งก่อนจะลุกขึ้นมามองไปที่แม่เสียวไป๋ที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วยสายตาแน่วแน่มันคุกเข่าพร้อมพูดด้วยสายตาแน่วแน่
“ท่านอาจารย์โปรดรับข้าเป็ศิษย์หวู่เฉินอยากสามารถปกป้องคนสำคัญของตัวเองได้” เด็กน้อยส่งสายตาแน่วแน่ผสานกับเซียนหญิงตรงหน้า
“...ข้าเป็อาจารย์เ้าไม่ได้หรอก” เซียนหญิงพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบานุ่มนวลเหมือนดังสายน้ำ แต่มันดันเหมือนคลื่นั์กระแทกใส่หน้าเด็กน้อยมากกว่า!
“ท่านอาจารย์โปรดพิจารณาใหม่ด้วยหวู่เฉินสัญญาว่าจะตั้งใจฝึกฝน ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงไหนก็จะไม่บ่น ไม่ย่อท้อหวู่เฉินข้อร้อง”เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงแววตาที่แน่วแน่เผยรัศมียอดคนที่เด็กไม่สมควรมีได้ออกมาจนนางเซียนสะท้อนใจ
“ท่านแม่เสี่ยวไป๋ก็ขอร้องท่าน”เด็กน้อยส่งสายตาออดอ้อนมารดา เซียนหญิงได้ฟังก็พูดออกมาว่า “มิใช่ข้าไม่อยากรับเ้าเป็ศิษย์เพียงแต่วิชาฝึกปรือของข้าไม่อาจถ่ายทอดให้คนนอกสำนักอีกทั้งสำนักข้าก็เป็สำนักที่รับเฉพาะอิสตรีไม่อาจรับศิษย์บุรุษได้อีกทั้งวิชานั้นมีความแปลกประหลาดเฉพาะตัว ต่อให้บุรุษฝึกก็ไม่มีทางสำเร็จ”
ได้ยินดังนั้นเด็กหนุ่มก็นิ่งเงียบกัดริมฝีปากแน่นเซียนหญิงถามเสียงอ่อนโยนว่า ”หวู่เฉินน้อยหลังจากนี่เ้ามีที่ไปหรือไม่?”
“ข้าไม่มีข้าเป็เด็กกำพร้าไม่รู้ว่าบิดามารดาแท้จริงเป็ใครเป็มารดาบุญธรรมเก็บข้ามาจากชายป่า เลี้ยงดูข้ามา6ปีก่อน จะต้องพลัดพลาดจากกันข้าร่อนเร่มาจนถึงหมู่บ้านนี้ก็ได้ท่านย่าหวังดูแลคนในหมู่บ้านก็ดีต่อข้าพเ้าไม่น้อย แต่ตอนนี้...”
“แล้วมารดาบุญธรรมเ้าเป็ใครอยู่ที่ไหน”
“ข้ารู้แค่มารดาข้าชื่อไป๋ติงฮัวข้าอาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆ ภายในหุบเขาแห่งนึงกับท่านแม่ ตอนข้าแยกจากจากท่านข้านั้นหลับไป รู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาที่ไหนก็ไม่รู้แต่ข้าจำได้ว่าที่หุบเขาสวยมากมีดอกไม้ พืชพันธ์มากมาย แถมมีงูเต็มไปหมดท้องฟ้าเป็กลางคืนตลอดเวลา”
ได้ฟังดังนั้นนางเซียนก็นึกไปถึงหุบเขาหมื่นอสรพิษทางตะวันออกเฉียงใต้ของแคว้นลิขิตฟ้าแต่เมืองซีเป่ยอันเป็ที่ตั้งของหุบเขานั้น ห่างจากหมู่บ้านนี้เกินแสนลี้ เป็ไปได้หรือที่เด็กน้อยจะพลัดหลงมาไกลถึงค่อนแผ่นดิน?อีกทั้งเป็กลางคืนตลอดเวลาหรือว่า...ไม่เป็ไปไม่ได้
“อย่างนั้น...เ้าอยากตามข้ากับเสียวไป๋ ไปสำนักไผ่เขียวหรือไม่ มันเป็สำนักของท่านพ่อข้าเอง”
“ที่นั้นรับศิษย์บุรุษเ้าสามารถฝึกฝนได้เพียงแต่...มันเป็สำนักเล็กๆไม่มีชื่อเสียงมากนัก กลัวว่าเ้าจะดูแคลน” นางพูดออกมาอย่างใจดี
“หวู่เฉินเกอเกอท่านมาด้วยกันเถอะ”เด็กหญิงน้อยส่งสายตาคาดหวัง
“ดูแคลนอันใด? ข้าเจียงหวูเฉิน้าเข้มแข็งปกป้องคนสำคัญไม่เกี่ยงงอนความยากเข็ญ แถมสำนักไผ่เขียวเป็ถึงสำนักของท่านพ่อของนางเซียนจะไม่ดีได้อย่างไร”
“หวู่เฉินจะไปกับพวกท่าน” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
“เย้ เย้ เย้หวู่เฉินเกอเกอ จะไปกับเรา เย้เย้” “เกอเกอจะเล่นกับเสี่ยวไป๋ใช่มั้ย?” เด็กน้อยดีใจจนออกนอกหน้า จนมารดาของนางหัวเราะ
“นางเซียนอันใดเรียกท่านน้าซูเถอะ” ซูรั่วซานพูดด้วยเสียงอ่อนโยน
“คับ ท่านน้าซู” เด็กชายขานรับมันกำลังจะออกจากหมู่บ้านแห่งนี้เดินทางไปสำนักไผ่เขียวเพื่อก้าวสู้เส้นทางยุทธ์บางทีวันนี้จะเป็จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของมันหรืออาจจะกระทั่งโชคชะตาของทั่วทั้งแผ่นดินไปตลอดกาล