บทที่ 6 เงินก้อนแรก
ตอนนั้นเอง ชายสวมฮู้ดคนหนึ่งก็หยุดอยู่ที่แผงขายของของจิ่งเหมียน “ขายยังไงเหรอ” เขาชี้ไปที่ขวดน้ำ
“น้ำแร่ขวดละ 200 แต้มหรือเงินเครดิต รับประกันคุณภาพค่ะ” จิ่งเหมียนอดกลั้นความโมโหตอบลูกค้าใหม่
คะแนนสะสมและเงินเครดิตสามารถแลกเปลี่ยนในราคาที่เท่ากันได้ในทุกฐาน
‘เครดิต’ คือสกุลเงินที่ใช้ได้ทั่วไปในฐานใหญ่ ๆ
แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยใช้สกุลเงินนี้ พวกเขาแทบจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ในฐานโดยไม่ออกไปไหน ส่วนคะแนนสะสมก็เหมือนสกุลเงินภายในของฐาน การใช้คะแนนสะสมย่อมสะดวกกว่า
“ได้ ราคาสมน้ำสมเนื้อดี”
คำพูดนี้ทำเอาลูกค้าอีกคนหน้าหงายไปเลย เขาไม่สามารถต่อรองราคากับจิ่งเหมียนได้อีก
“คุณ้ากี่ขวดคะ”
“คุณมีกี่ขวด”
จิ่งเหมียนชะงักไปครู่หนึ่ง อย่าบอกนะว่าเธอเจอเศรษฐีเข้าแล้ว?
“ของวันนี้มีแค่นี้แหละ ถ้าคุณลูกค้า้ามากกว่านี้ก็สั่งจองกับฉันได้นะคะ”
ชายหนุ่มสวมฮู้ดเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็คว้าขวดน้ำสิบขวดมากอดไว้แล้วพูดว่า “ผมจะโอนเงิน 2,000 เครดิตให้คุณ ส่วนพรุ่งนี้คุณเอาสินค้ามาได้มากที่สุดเท่าไหร่ ผมจะรับไว้ทั้งหมด มาส่งของที่จุดนี้เวลานี้เหมือนเดิมนะ”
จิ่งเหมียนยกข้อมือที่มีสมาร์ตวอทช์ขึ้นมาแตะกับสมาร์ตวอทช์ของชายหนุ่ม แล้วก็ได้รับเงิน 2,000 เครดิต!
ชายหนุ่มสวมฮู้ดหมุนตัวจากไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่กังวลว่าจิ่งเหมียนจะเอาสินค้ามามากเกินไปจนเขารับไม่ไหว
จิ่งเหมียนข่มความดีใจเอาไว้ ไม่คิดว่าจะขายได้เร็วขนาดนี้!
ในเขตปลอดภัยไม่มีทางเจอแน่นอน! แถมยังจะทำให้ถูกตรวจสอบจากเบื้องบนอีก!
“คุณก็เห็นแล้ว ราคาของฉันมันเหมาะสมมาก ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจจะซื้อจริง ๆ ก็ช่วยหลีกทางหน่อย” จิ่งเหมียนพูดกับชายวัยกลางคนด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโส
ชายวัยกลางคนทำหน้าไม่พอใจที่ต้องคุยกับจิ่งเหมียน แล้วก็กลับไปที่แผงของตัวเองอีกครั้ง
เหลือข้าวสารกับผ้าอนามัยอีกสิบห่อ จิ่งเหมียนไม่กังวลเื่ขายของอีกต่อไป
พูดถึงผ้าอนามัย จิ่งเหมียนขาดสารอาหาร จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่มีประจำเดือน
แต่เคยเห็นเจียงปี้ฉุนกับจางเพ่ยหรงใช้ผ้าอนามัยกันอยู่
ในยุคที่เสื้อผ้ายังไม่พอใส่ การเอาผ้าฝ้ายดี ๆ มาทำเป็แผ่นใช้แล้วทิ้ง สิ่งนี้ในโลกหลังวันโลกาวินาศถือเป็ของฟุ่มเฟือยชัด ๆ
ไม่นานผู้ชายท้องป่องคนหนึ่งก็มาหยุดอยู่ที่แผงลอยของเธอ ก่อนจะนั่งยองลง ปากก็ดูดอมยิ้มอยู่ก้านหนึ่ง หยิบห่อผ้าอนามัยขึ้นมาพูดกับสาวสวยข้าง ๆ ว่า “นี่! อย่าโกรธสิ มาดูอันนี้เถอะ ถ้ามีนี่แล้ว พวกเพื่อนผู้หญิงของเธอต้องอิจฉาเธอแน่ ๆ”
สาวสวยรับห่อผ้าอนามัยมาพลิกซ้ายพลิกขวาดู แล้วก็นั่งยองเปิดดูห่ออื่น ๆ อีก ดวงตาพลันเปล่งประกายด้วยความดีใจออกมา
“เธอมีของดีขนาดนี้ ทำไมไม่ไปขายตรงกลางล่ะ” สาวสวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อย “วันนี้ถ้าพวกฉันสายตาไม่ดีละก็ อาจจะพลาดไปแล้วนะ!”
เห็นจิ่งเหมียนใส่เสื้อเก่า ๆ กับกางเกงขาสั้นตัวหลวมโคร่ง เลยพูดอย่างหยิ่งผยองว่า “นี่คงไม่ใช่ของคุณภาพต่ำหรอกใช่ไหม ถ้าใช้แล้วเป็อะไรขึ้นมา ฉันจะมาเอาชีวิตเธอเลยนะ!”
จิ่งเหมียนรู้อยู่แล้วว่าการขายของที่กวานตงจะต้องไม่ราบรื่น เธอไม่สนใจและพูดว่า “ถ้าไม่สบายใจก็ไม่ต้องซื้อค่ะ แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ฉันมาตั้งแผงที่กวานตง คงไม่ดีถ้าจะไปขัดแข้งขัดขาพ่อค้ารายอื่น ๆ”
เมื่อได้ยินดังนั้น สาวสวยที่ดูเซ็กซี่ก็กะพริบตาปริบ ๆ ชายร่างท้วมถึงกับพิจารณาอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าใครคือเ้าถิ่นของย่านการค้ากวานตง ด้วยสินค้าที่ดีขนาดนี้ แทนที่จะไปตั้งแผงขายของตรงใจกลาง กลับไปนั่งอยู่ที่มุมเงียบ ๆ ของตลาด แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เธอ้ารักษาความสัมพันธ์อันดีกับเ้าถิ่นเ่าั้
ชายร่างท้วมยิ้มแล้วพูดว่า “น้องสาวนี่มีน้ำใจจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงถูกส่งตัวมาดูแลในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ทราบว่าน้องสาวเป็คนเก่งจากตระกูลไหนงั้นเหรอ”
จิ่งเหมียนรู้ว่าประโยคที่พูดไปเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้ชายร่างท้วมกลัว จึงพูดอย่างคลุมเครือว่า “เบื้องบนเพิ่งตัดสินใจมาพัฒนาที่เขตควานเฉิงนี่แหละค่ะ”
ยิ่งพูดกำกวมก็ยิ่งทำให้คนจินตนาการ จิ่งเหมียนเชื่อว่าชายร่างท้วมและสาวสวยจะเติมเต็มความหมายของประโยคนั้นด้วยตัวเอง
พูดมากยิ่งผิดมาก จิ่งเหมียนจึงไม่พูดอะไรอีก แต่กลับมองพวกเขาด้วยสายตาเรียบเฉยดูเป็ธรรมชาติ
ชายร่างท้วมก็หัวเราะ “ฮ่า ๆ ๆ” ด้วยท่าทางเหมือนรู้ทัน
“ก็ได้ เพื่อให้น้องสาวมีการเริ่มต้นที่ดี ผ้าอนามัยพวกนี้ฉันเหมาเอง จะคิดเงินเท่าไหร่ก็ว่ามา!”
จิ่งเหมียนไม่โง่ถึงขั้นอ้าปากกว้างเหมือนสิงโต เพราะชายร่างท้วมกำลังทดสอบเธออยู่
“หนึ่งห่อ 1,000 คะแนนสะสมหรือเครดิตค่ะ”
สาวสวยเย้ายวนมีสีหน้าประหลาดใจเป็อย่างมาก แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา ครั้งก่อนเพื่อนสาวของเธอคุยโวไว้ ยังต้องจ่ายไปถึง 3,000 เลย! เมื่อมองจากบรรจุภัณฑ์ก็ยังไม่ดีเท่าอันนี้ด้วยซ้ำ
ชายร่างท้วมจึงพูดว่า “น้องสาวเป็คนตรงไปตรงมา ทำการค้าเก่งจริง ๆ ฉันจะโอน 10,000 คะแนนสะสมให้ ฉันเชื่อว่าอีกไม่กี่วันเราจะได้เจอกันที่ใจกลางแน่ ๆ!”
จิ่งเหมียนพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ
หลังจากทั้งสองคนเดินจากไป เธอถึงได้ถอนหายใจออกมา จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้เลยว่าไปแอบอ้างบารมีของใครมากันแน่
ปล่อยให้พวกเขาเดาไปเถอะ ระหว่างที่น้ำขุ่นเธอจะขายของให้ได้มากที่สุด นั่นแหละคือสิ่งสำคัญ
ข้าว 10 กิโลกรัมก็ถูกขายหมดอย่างรวดเร็ว ในบัญชีบนสมาร์ตวอทช์ของจิ่งเหมียนมีทรัพย์สินแล้ว 22,000 เครดิต
หลังออกจากเขตควานเฉิง เธอก็เลี้ยวไปสำรวจรอบ ๆ สองสามตรอก จากนั้นก็มุ่งหน้าตรงไปยังประตูทิศใต้ของฐานอู่อัน!
พื้นที่ของฐานอู่อันได้ถูกใช้งานจนไม่มีที่ว่างแล้ว หาก้าสร้างฐานใหม่เพื่อตอบสนองความ้าในการพัฒนาต่อไป จำเป็ต้องหาพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ในชนบท
ทางใต้ของฐานอู่อันเป็ที่ราบกว้างใหญ่ เหมาะสำหรับการสร้างฐานใหม่พอดี!
ทหารประจำการที่ประตูทิศใต้ของฐานเห็นว่าพระอาทิตย์ตกดินแล้ว และจิ่งเหมียนก็เดินทางมาตามลำพัง จึงได้ถามกับเธอหลายครั้งเพื่อยืนยันว่าจะออกจากฐานหรือไม่ จิ่งเหมียนก็ยืนยันว่าจะออกไป
จิ่งเหมียนจดจำใบหน้าของทหารที่ห่วงใยความปลอดภัยของเธอไว้อย่างดี ฐานทั้งหมดมักจะดูแลตอนเข้า ไม่ดูแลตอนออก แต่เขายังคอยห้ามปรามเธออยู่หลายครั้ง แสดงให้เห็นว่าเป็คนจิตใจดี
จิ่งเหมียนเดินทางคนเดียวในป่าเปลี่ยว ที่นี่ยังห่างจากฐานอู่อันไม่ไกลนัก อยู่ในขอบเขตที่ทีมสำรวจของฐานอู่อันกวาดล้างซอมบี้
หากเดินไปไกลกว่านี้อีกหน่อยก็จะหลุดจากการดูแลของฐานอู่อันแล้ว ถึงตอนนั้นเธอก็เสี่ยงที่จะเจอกับซอมบี้
มาถึงชายแดนที่ถูกกวาดล้าง จิ่งเหมียนได้ตัดสินใจที่จะสร้างฐานใหม่ที่นี่ แม้จะอยู่ใกล้ฐานอู่อันเกินไป แต่ก็ไม่มีทางเลือก นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง
จิ่งเหมียนเปิดหน้าระบบเพื่อเลือกสร้างฐาน
อาคารรูปสี่เหลี่ยมสีเงินวาววับปรากฏขึ้นตรงหน้าในพริบตา
จิ่งเหมียนไม่ทันจะตื่นตะลึงกับปาฏิหาริย์ตรงหน้า ก็ได้ยินเสียงคำรามที่คุ้นเคยและน่าขนลุกดังขึ้น!
เสียงสิ่งก่อสร้างดังเกินไปจนดึงดูดซอมบี้เข้ามา!
เธอรีบวิ่งไปในประตูและดันปิดไว้ด้วยมือของตนเอง เหงื่อเย็นผุดซึมทั่วใบหน้าขณะพยายามล็อกประตูที่เต็มไปด้วยกลไก
โชคดีที่ไม่ซับซ้อนเกินไป จิ่งเหมียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ประตูเหล็กหนาที่มีความมันวาวให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่เธอ และยังกั้นเสียงคำรามของซอมบี้ได้อีกด้วย
ข้างประตูยังมีหน้าจอเล็ก ๆ ที่ส่องแสงสว่าง ในจอภาพมีซอมบี้สองตัวใบหน้าเน่าเปื่อยกำลังแยกเขี้ยว และพยายามจะทุบประตูอยู่!