เช้าวันถัดมา จิตใจของเสี่ยวหรูยังคงวุ่นวายและไม่เป็สุข ความเงียบสงัดในห้องพักเมื่อคืนทำให้ความโหยหาในส่วนลึกของร่างกายนางทวีความรุนแรงขึ้น แม้จะพยายามบอกตัวเองว่า "นี่คือโอกาสที่จะกลับไปเป็คนเดิม" แต่ฝ่าเท้าของนางกลับพาร่างที่สั่นเทามุ่งหน้าไปยังเรือนพักท้ายป่าไผ่โดยอัตโนมัติ
ตลอดคืนที่ผ่านมา นางไม่สามารถหลับได้อย่างสนิท ทุกครั้งที่หลับตาลง ภาพเหตุการณ์ที่เร่าร้อนกับจางเหวินกลับมาหลอกหลอนจิตใจ นางจำได้ถึงััของมือใหญ่ที่เคยลูบไล้ทรวงอกอย่างเชี่ยวชาญ จำได้ถึงริมฝีปากที่ร้อนแรงที่เคยจูบจนนางแทบขาดใจ จำได้ถึงท่อนเนื้อที่แข็งแกร่งที่เคยเคลื่อนไหวข้างในร่องรักจนนางครางด้วยความเสียว
ความทรงจำเ่าั้ชัดเจนเหลือเกิน ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เอง กลิ่นอายผู้ชายที่เข้มข้นของเขายังคงติดอยู่ในจมูกนาง เสียงครางที่เขาเคยส่งออกมาขณะที่ปลดปล่อยความร้อนแรงข้างในนางยังก้องอยู่ในหู ความรู้สึกเต็มอิ่มและแ่าเมื่อเขาสอดท่อนเนื้อเข้าไปลึกที่สุดยังคงอยู่ในความทรงจำของร่องรัก
นางพยายามสลัดความคิดเหล่านี้ออกไป พยายามนึกถึงอาเฉิงแทน แต่ยิ่งพยายาม ความโหยหาในร่างกายก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ร่องรักของนางเริ่มรู้สึกชุ่มชื้นและวูบวาบ เหมือนกับว่าร่างกายจำรสชาติของความสุขที่จางเหวินเคยมอบให้ และกำลังร้องเรียกหาสิ่งนั้นอย่างหิวโหย
นางเดินไปตามทางเดินสายเก่าที่คุ้นเคย กลิ่นป่าไผ่และไอดินดูเหมือนจะปลุกเร้าความทรงจำที่เร่าร้อนให้หวนคืนมา ขณะเดินผ่านป่าไผ่ นางจำได้ถึงครั้งแรกที่เดินทางนี้เพื่อไปดูแลเขา ตอนนั้นนางยังเป็เพียงศิษย์น้องที่บริสุทธิ์ ที่คิดแค่จะช่วยเหลือศิษย์พี่ที่าเ็ด้วยใจที่ดี แต่ตอนนี้ นางกลายเป็ผู้หญิงที่รู้จักรสชาติของความหลงใหลและความปรารถนาแล้ว
ทุกก้าวที่เดิน นางรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง ร่างกายที่เคยบริสุทธิ์บัดนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความรู้สึกผิดปนกับความโหยหา ความละอายปนกับความตื่นเต้น ความกลัวปนกับความหวัง
ขณะเดิน นางเริ่มจินตนาการถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไปถึงเรือนพัก นางคิดถึงการที่จางเหวินจะต้อนรับนางด้วยรอยยิ้มที่เชิญชวนอย่างเคย คิดถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาเมื่อมองมาที่นาง คิดถึงการที่เขาจะเรียกนางเข้าไปใกล้ แล้วใช้มือใหญ่ดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดที่อบอุ่น
ความคิดเหล่านี้ทำให้หัวใจของนางเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าเริ่มแดงก่ำด้วยความละอาย นางจินตนาการถึงการที่เขาจะจูบนางอย่างหิวโหย เหมือนกับว่าเขาคิดถึงนางตลอดคืน จินตนาการถึงการที่เขาจะกระซิบข้างหูว่าเขารอนางมาตลอด จินตนาการถึงการที่พวกเขาจะกลับไปสู่่เวลาแห่งความเร่าร้อนอีกครั้ง
"อ๊าห์... ศิษย์พี่..." นางพึมพำเบาๆ ขณะที่จินตนาการถึงเสียงครางที่เคยเอ่ยออกมาเมื่อเขาััร่างกายนาง นางจำได้ว่าตนเคยครางเสียงหวานและเร่าร้อนแค่ไหนเมื่อเขาใช้มือลูบไล้ทรวงอก จำได้ว่าตนเคยส่งเสียงแสดงความเสียวอย่างไรเมื่อเขาจูบคอและไหล่
"อืมม์... ท่านทำให้ข้าเสียว..." นางจำได้ถึงคำพูดที่เคยเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ จำได้ถึงการที่ตนเคยขอร้องให้เขาทำมากกว่านี้ ขอร้องให้เขาััในจุดที่อ่อนไหว ขอร้องให้เขาทำให้นางรู้สึกดีขึ้น
ยิ่งคิด ใบหน้าของนางก็ยิ่งแดงก่ำขึ้น ร่างกายเริ่มรู้สึกร้อนผ่าว ร่องรักเริ่มชุ่มชื้นและเสียวซ่าน นางรู้ว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นผิด รู้ว่าไม่ควรปรารถนาสิ่งเหล่านี้ แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองอย่างไม่อาจควบคุมได้
"อ๊าห์... อ๊าห์... อ๊าห์..." นางจำได้ถึงเสียงครางที่เคยส่งออกมาอย่างต่อเนื่องเมื่อเขาเคลื่อนไหวข้างในร่องรัก จำได้ถึงจังหวะการครางที่เปลี่ยนไปตามการกระแทกของเขา จำได้ถึงการที่ตนเคยเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหล
"ศิษย์พี่... ท่านทำให้ข้าเสียวมาก..." นางจำได้ถึงคำพูดที่เคยเอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ จำได้ถึงการที่ตนเคยเปรียบเทียบเขากับอาเฉิง เอ่ยว่าเขาทำให้นางรู้สึกแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทำให้นางเสียวได้มากกว่าอาเฉิงมาก
ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกละอายอย่างมาก นางไม่เคยคิดว่าตนจะสามารถพูดคำพูดเ่าั้ออกมาได้ ไม่เคยคิดว่าตนจะกล้าเปรียบเทียบคนรักกับชายอื่น แม้แต่กับอาเฉิงที่นางรักมาตลอด นางก็ยังไม่เคยกล่าวคำหวานหรือเสียงครางแบบนั้นเลย
กับอาเฉิง นางเป็เพียงสาวน้อยที่ขี้อายและเรียบร้อย ที่แค่จูบกันเบาๆ ก็แดงหน้าแล้ว แต่กับจางเหวิน นางกลายเป็ผู้หญิงที่เร่าร้อนและกล้าแสดงออก กล้าครางเสียงหวาน กล้าขอร้องสิ่งที่้า กล้าเปรียบเทียบและชมเชยความสามารถของเขา
"ข้าเป็อะไรไป..." นางพึมพำด้วยความละอาย "ทำไมข้าถึงเป็แบบนั้นได้... ทำไมข้าถึงพูดได้... ทำไมข้าถึงครางได้..."
แต่ยิ่งคิดถึงความแตกต่างนี้ นางก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น ยิ่งรู้สึกว่าจางเหวินทำให้นางค้นพบตัวตนใหม่ของตนเอง ค้นพบความเป็ผู้หญิงที่แท้จริง ค้นพบความสามารถในการรู้สึกเสียวและแสดงออกอย่างเปิดเผย
นางคิดว่าวันนี้ศิษย์พี่จะทำอะไรกับนางบ้าง จะเป็การจูบที่ยาวนานและเร่าร้อนอย่างเมื่อคืนหรือไม่ จะเป็การลูบไล้ร่างกายที่ทำให้นางเสียวจนสั่นะเืหรือไม่ หรือจะเป็การผสานร่างกายที่ทำให้นางครางด้วยความสุขอีกครั้ง
นางจินตนาการถึงการที่เขาจะใช้มือใหญ่จับทรวงอกของนาง บีบคลึงอย่างเชี่ยวชาญจนนางครางเสียงหวาน จินตนาการถึงการที่เขาจะจูบคอและไหล่ของนาง ทำให้นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว จินตนาการถึงการที่เขาจะสอดท่อนเนื้อที่แข็งแกร่งเข้าไปในร่องรักของนาง ทำให้นางรู้สึกเต็มอิ่มและแ่า
"อ๊าห์... ข้าอยากให้ท่านทำ..." นางพึมพำเบาๆ ด้วยความปรารถนา "อยากให้ท่านััข้าอีก... อยากให้ท่านทำให้ข้าเสียวอีก..."
ความคิดเหล่านี้ทำให้น้ำรักของนางไหลซึมออกมา เปียกชุ่มผ้าใต้กระโปรง นางรู้สึกละอายกับตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถหยุดคิดได้ ร่างกายของนางเหมือนมีชีวิตของตัวเอง เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
นางคิดถึงเสียงครางที่ตนจะส่งออกมาวันนี้ คิดถึงคำพูดหวานๆ ที่จะกระซิบให้เขาฟัง คิดถึงการที่จะขอร้องให้เขาทำในสิ่งที่นาง้า นางรู้ว่าตนจะครางเสียงหวานอีกครั้ง จะเรียกชื่อเขาด้วยความหลงใหล จะบอกเขาว่าเขาทำให้นางเสียวแค่ไหน
นางจินตนาการถึงการที่เขาจะสอนท่าทางใหม่ๆ ให้นาง อาจจะเป็ท่าที่ทำให้นางรู้สึกเสียวมากกว่าเดิม หรืออาจจะเป็วิธีการใหม่ที่จะทำให้นางถึงจุดสุดยอดได้เร็วขึ้น นางตื่นเต้นกับความเป็ไปได้เหล่านี้
ขณะที่เดินใกล้เรือนพักมากขึ้น นางเริ่มรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเต้นเร็วขึ้น ลมหายใจเริ่มหอบ ร่องรักเริ่มเปียกชื้นมากขึ้น นางรู้ว่าตนพร้อมแล้วสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
นางคิดถึงการที่เขาจะมองนางด้วยแววตาที่เร่าร้อน คิดถึงรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่จะปรากฏบนใบหน้าของเขาเมื่อเห็นนาง คิดถึงการที่เขาจะรู้ทันทีว่านาง้าเขาแค่ไหน
"ศิษย์พี่คงรู้ว่าข้า้าท่าน..." นางคิดในใจ "เขาคงเห็นจากสีหน้าของข้า... จากการที่ข้าเดินมาหาเขาแบบนี้..."
นางเริ่มคิดถึงวิธีที่จะยั่วยวนเขา อาจจะแกล้งเล่นยากเล็กน้อยเพื่อให้เขาต้องพยายามมากขึ้น หรืออาจจะเป็ฝ่ายริเริ่มเองเหมือนเช้าที่แล้วที่นางขย่มเขาขณะที่เขายังหลับอยู่
ความคิดเหล่านี้ทำให้นางยิ้มเ้าเล่ห์ นางรู้สึกเหมือนได้เรียนรู้เกมแห่งการยั่วยวนจากจางเหวิน และตอนนี้นางอยากลองใช้กับเขาบ้าง
เมื่อมาถึงหน้าประตูเรือนพัก นางหยุดชั่วครู่เพื่อปรับลมหายใจ นางเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก จัดแต่งผมให้เรียบร้อย และปรับสีหน้าให้ดูเป็ธรรมชาติ แม้ว่าใจจะเต้นรัวเพราะความตื่นเต้น
เสี่ยวหรูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผลักประตูห้องยาเข้าไปด้วยใจที่เต้นรัว ในใจลึกๆ นางยังคงหวังว่าเขาจะต้อนรับนางด้วยรอยยิ้มที่เชิญชวนอย่างเคย หวังว่าจะเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาเมื่อมองมาที่นาง หวังว่าเขาจะเรียกนางเข้าไปใกล้ แล้วใช้มือใหญ่ดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดที่อบอุ่น
นางจินตนาการถึงการที่เขาจะจูบนางอย่างหิวโหย เหมือนกับว่าเขาคิดถึงนางตลอดคืน จินตนาการถึงการที่เขาจะกระซิบข้างหูว่าเขารอนางมาตลอด จินตนาการถึงการที่พวกเขาจะกลับไปสู่่เวลาแห่งความเร่าร้อนอีกครั้ง
แต่ความหวังเ่าั้กำลังจะถูกทำลายลงอย่างโหดร้าย
"ศิษย์พี่... ข้ามาช่วยดูแลท่านเ้าค่ะ" นางเอ่ยเสียงแ่ เตรียมตัวที่จะทำหน้าที่ "พิเศษ" อย่างที่เคยทำ
ทว่าภาพที่เห็นกลับไม่ใช่จางเหวินที่นั่งรอรับการปรนนิบัติอย่างทุกวัน เขาในยามนี้ยืนอยู่กลางห้อง สวมเสื้อผ้าชุดศิษย์พี่ใหญ่อย่างเรียบร้อยรัดกุม แผ่นหลังกว้างที่เคยเปลือยเปล่าดูเหินห่างและเ็าอย่างประหลาด เมื่อเขาหันกลับมา เสี่ยวหรูสังเกตเห็นว่าผ้าพันแผลที่ข้อมือของเขาถูกถอดออกไปหมดแล้ว เผยให้เห็นิัที่สมานตัวจนเกือบไร้รอยแผล
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้นางใ เขาดูแข็งแรงและสมบูรณ์เหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหรือความ้าความช่วยเหลือใดๆ เลย ท่าทางของเขาดูมั่นใจและเด็ดขาด ต่างจาก่ที่เขาต้องพึ่งพานางอย่างสิ้นเชิง
ที่สำคัญที่สุด เขาไม่ได้มองนางด้วยแววตาที่เร่าร้อนอย่างที่เคยเห็น ไม่ได้ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ลึกลับและเชิญชวน สายตาของเขาเรียบเฉยและเ็า เหมือนกับว่านางเป็เพียงคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามา
นางรู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งราดใส่ ความตื่นเต้นและความปรารถนาที่สะสมมาตลอดทางเดินค่อยๆ ดับลงอย่างช้าๆ แทนที่ด้วยความสับสนและความกลัวที่เริ่มคืบคลานเข้ามา
"เ้ามาก็ดีแล้วเสี่ยวหรู" จางเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเป็ปกติ ไร้ซึ่งแววตาเว้าวอนหรือตัณหาอย่างที่นางเคยเห็น "ข้ากำลังจะบอกเ้าพอดีว่า มือของข้าหายดีเป็ปกติแล้ว ลมปราณที่เคยขัดข้องก็ไหลเวียนคล่องตัวดี"
เขายกมือขึ้นขยับให้ดูคร่าวๆ ก่อนจะมองมาที่นางด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "ที่ผ่านมาขอบคุณเ้ามากที่สละเวลามาดูแลคนาเ็อย่างข้า แต่นับจากวันนี้ไป... เ้าไม่จำเป็ต้องมาที่นี่อีกแล้ว กลับไปทำหน้าที่ศิษย์น้องที่ดี และเตรียมตัวรอรับอาเฉิงเถอะ"
คำพูดแต่ละคำเหมือนเป็ใบมีดที่แทงเข้าไปในหัวใจของนาง นางไม่เคยคิดว่าการถูกปฏิเสธจะเ็ปขนาดนี้ ทั้งที่นี่ควรจะเป็สิ่งที่นางปรารถนา ควรจะเป็การหลุดพ้นจากบาปกรรม ควรจะเป็โอกาสที่จะกลับไปเป็คนดีอย่างเดิม
แต่ความจริงคือ นางรู้สึกเหมือนถูกทิ้ง เหมือนถูกใช้แล้วทิ้ง เหมือนกับว่าตัวตนของนางไม่มีค่าอะไรเลย เขาได้สิ่งที่้าจากนางแล้ว และตอนนี้เขาไม่้านางอีกต่อไป
คำพูดที่ดูหวังดีและสุภาพนั้นกลับเหมือนคมดาบที่กรีดลงบนกลางใจของเสี่ยวหรู นางยืนนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ความรู้สึก "โหวงเหวง" พุ่งเข้าปะทะหน้าอกจนหายใจติดขัด ทั้งที่นี่ควรจะเป็สิ่งที่นางปรารถนาที่สุด คือการหลุดพ้นจากพันธนาการบาปนี้ แต่นางกลับรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทาง
"ศิษย์พี่... แต่ว่า... ลมปราณหยางของท่าน?" นางพยายามจะเอ่ยถาม หาข้ออ้างให้ตนเองได้อยู่ต่อ
เสียงของนางสั่นเครือ เต็มไปด้วยความหวังที่ยังคงอยู่ นางหวังว่าเขาจะบอกว่ายัง้าความช่วยเหลือ หวังว่าจะมีเหตุผลให้นางได้อยู่ต่อ หวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาจะไม่จบลงแบบนี้
แต่ความหวังนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างไร้ความปรานี
"มันสงบลงแล้วล่ะ รวมถึงมือของข้าหายดีแล้ว ข้าสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว" จางเหวินตอบพลางจัดแต่งข้าวของบนโต๊ะยาโดยไม่หันมามองนางอีก "เ้าไปเถิด ข้ายังมีเื่ต้องจัดการอีกมาก"
คำตอบของเขาสั้นและเด็ดขาด ไม่มีช่องว่างให้นางต่อรอง ไม่มีความหวังให้นางยึดเหนี่ยว เขาหันหลังให้นางและเดินไปยังชั้นวางยาสมุนไพร เริ่มจัดเรียงขวดยาต่างๆ อย่างไม่สนใจนางเลย
นางยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ส่วนหนึ่งของนางรู้สึกโล่งใจที่ได้หลุดพ้นจากสถานการณ์ที่ผิดศีลธรรม แต่อีกส่วนหนึ่งกลับรู้สึกเหมือนถูกปฏิเสธอย่างโหดร้าย นางไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
นางจำได้ถึงคำพูดหวานๆ ที่เขาเคยกระซิบ จำได้ถึงการที่เขาบอกว่า้าให้นางอยู่กับเขาตลอดไป จำได้ถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาเมื่อมองมาที่นาง ทุกอย่างเ่าั้หายไปไหนแล้ว
นางเริ่มสงสัยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาเป็เพียงเกมของเขาหรือไม่ เป็เพียงวิธีการผ่อนคลายของชายหนุ่มที่เบื่อหน่ายหรือไม่ และเมื่อเขาหายดีแล้ว เขาก็ไม่้านางอีกต่อไป
ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกเ็ปมากกว่าที่คิด นางไม่เคยคิดว่าตนจะรู้สึกแบบนี้เมื่อถูกปฏิเสธ ไม่เคยคิดว่าการถูกทิ้งจะทำให้นางรู้สึกว่างเปล่าขนาดนี้
นางมองดูเขาที่กำลังจัดเรียงยาสมุนไพรอย่างไม่สนใจนาง ท่าทางของเขาดูเ็าและเฉยเมย เหมือนกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาไม่มีความหมายอะไรเลย
"แต่... แต่ข้าคิดว่า..." นางพยายามจะพูดอีกครั้ง แต่เสียงติดอยู่ในลำคอ
จางเหวินหยุดการเคลื่อนไหวและหันมามองนางด้วยสายตาที่เ็า "เ้าคิดอะไร เสี่ยวหรู? คิดว่าข้าจะ้าเ้าตลอดไปหรือ? คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรามีความหมายอะไรหรือ?"
คำพูดของเขาเหมือนเป็การตบหน้านางอย่างแรง นางรู้สึกเหมือนถูกเปิดเผยความโง่เขลาของตนเองต่อหน้าเขา นางไม่รู้ว่าจะตอบอะไร
"ข้า... ข้าแค่คิดว่า..." นางพยายามหาคำพูด แต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
"เ้าแค่คิดว่าอะไร?" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เ็า "คิดว่าข้าหลงรักเ้าหรือ? คิดว่าข้า้าเ้าเป็คู่ครองหรือ? เ้าคิดมากไปแล้ว เสี่ยวหรู"
นางรู้สึกเหมือนถูกทุบด้วยค้อนหนัก หัวใจของนางแทบจะหยุดเต้น นางไม่เคยคิดว่าเขาจะพูดกับนางด้วยน้ำเสียงแบบนี้
"สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา" เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก "มันเป็เพียงการผ่อนคลายใน่ที่ข้าป่วย ไม่มีความหมายอะไรมากกว่านั้น เ้าเป็ศิษย์น้องที่ดี ที่ช่วยเหลือศิษย์พี่ที่าเ็ แค่นั้นเอง"
คำพูดของเขาทำให้นางรู้สึกเหมือนโลกของนางพังทลายลง ทุกอย่างที่นางคิดว่ามีความหมาย ทุกความรู้สึกที่นางมีต่อเขา กลับกลายเป็เพียงภาพลวงตาของนางเอง
เสี่ยวหรูเดินถอยหลังออกมาจากห้องช้าๆ ความรู้สึกใจหายอย่างรุนแรงทำให้นางแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ความร้อนรุ่มที่เคยได้รับจากเขา ความตื่นเต้นที่เคยเสพติด บัดนี้มันถูกตัดขาดลงอย่างกะทันหัน นางเดินกลับไปยังลานฝึกด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าส่วนหนึ่งของร่างกายและจิติญญาได้ถูกเขากระชากติดมือไปด้วย และทิ้งไว้เพียงความเงียบเหงาที่กัดกินใจยิ่งกว่าเดิม
ขณะเดินกลับ นางไม่อาจหยุดคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ นางพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ทำไมเขาถึงปฏิเสธนางอย่างโหดร้าย
นางเริ่มสงสัยว่าตนเองเข้าใจผิดั้แ่แรกหรือไม่ เป็ไปได้ไหมที่สิ่งที่นางคิดว่าเป็ความหลงใหลและความปรารถนา กลับเป็เพียงการใช้ประโยชน์ของเขา
ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกเ็ปและอับอาย นางรู้สึกเหมือนตัวเองโง่เขลาที่เชื่อในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง เชื่อในความรู้สึกที่เขาแสดงออกมา
นางนึกถึงคำพูดหวานๆ ที่เขาเคยกระซิบ นึกถึงการที่เขาบอกว่า้าให้นางอยู่กับเขาตลอดไป นึกถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ทุกอย่างเ่าั้เป็เพียงการแสดงหรือไม่
นางเริ่มรู้สึกโกรธตัวเองที่หลงเชื่อ โกรธที่ปล่อยให้ตัวเองติดใจเขา โกรธที่ยอมให้เขาครอบงำร่างกายและจิตใจของนาง
แต่ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกเสียใจและเศร้าโศก นางรู้สึกเหมือนสูญเสียสิ่งสำคัญไป แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็เพียงภาพลวงตาก็ตาม
เมื่อมาถึงห้องของตนเอง นางล้มตัวลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งทางกายและทางใจ นางไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรโดยไม่มีสิ่งที่เคยทำให้นางรู้สึกมีชีวิตชีวา
นางนึกถึงอาเฉิงที่เพิ่งจากไป นึกถึงความรักที่บริสุทธิ์และจริงใจของเขา นางรู้สึกผิดที่ได้ทรยศต่อเขา รู้สึกผิดที่ได้ให้ร่างกายและจิตใจของตนเองกับชายอื่น
แต่ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกว่างเปล่าโดยไม่มีจางเหวิน นางรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาผิด แต่นางก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาทำให้นางรู้สึกมีชีวิตชีวาและตื่นเต้น
นางไม่รู้ว่าจะเลือกอะไร ไม่รู้ว่าจะกลับไปเป็คนเดิมได้หรือไม่ หรือว่านางได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างถาวร
ความสับสนและความเ็ปเหล่านี้จะติดตามนางไปอีกนานแค่ไหน นางไม่รู้ แต่นางรู้ว่าชีวิตของนางจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว