นาฟที่เคยพยายาม หาช่องทางในการติดต่อกับสถานแสงสว่าง แต่เป็นเรื่องที่ยากมากที่คนจากอาณานิคมเขตนอกจะเข้าถึงสถานศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เขตในได้ นอกเสียจากจะเดินทางเข้าไปเอง ไม่นานนาฟก็ล้มเลิกความตั้งใจและพยายามทำหน้าที่ของตนเองก่อน
ผ่านมาเกือบ 5 เดือนแล้วที่นาฟได้ใช้ชีวิตนักศึกษาอยู่ที่สถาบันแห่งนี้ ที่ผ่านมา เกิดภัยพิบัติขึ้น 2 ครั้ง ทางฝั่งเหนือและตะวันออก เห็นว่ามีแผ่นดินไหวเบาๆ เกิดขึ้นในเขตนั้นแต่ก็ไม่มีผลกระทบใดๆ มาถึงฝั่งนี้
นาฟได้เริ่มคุ้นเคยกับชีวิตในสถานที่แห่งนี้ มีหน้าที่และการทำกิจกรรมหลายอย่างที่ต้องทำหลายครั้งที่ผู้ใช้พลังในสถานศึกษาทุกคน ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้คนเพื่อสร้างคุณประโยชน์ และเป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของผู้ใช้พลังทุกคนหลังจากได้รับการสั่งสอนเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับพลังของตน
ส่วนแผนกของนาฟก็ได้ออกไปทำภารกิจที่สถานศึกษาจัดไว้ให้ โดยแผนกการสรรค์สร้าง มีหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาพื้นที่รกร้างต่างๆ ของอาณานิคม ให้เกิดประโยชน์เพื่อรองรับการขยายตัวของประชากร
นาฟมีส่วนช่วยเหลือเป็นอย่างมากจนถือเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ในแต่ละที่ จนเจ้าหน้าที่ของอาณานิคมที่รับผิดชอบงานด้านนี้โดยตรง พากันยกย่องให้นาฟเป็น “นายช่างใหญ่”
เป็นชื่อที่เรียกขานกันในหมู่คนที่ทำงานส่วนนี้กัน
ทั้งแผนก และครูดอนก็พลอยได้รับเสียงชื่นชม ไปด้วยกันทั้งหมด
ณ แผนกการสรรค์สร้าง ครูดอนที่ยืนถือเอกสารอยู่เต็มสองมือและชางที่ยืนอยู่ข้างๆ ช่วยครูเปิดเอกสารมากมายนี้อยู่หน้าห้องเรียน
“นี่เป็นจดหมายขอบคุณอีกแล้วนะครู มันเยอะจนไม่มีที่จะเก็บแล้ว
“เราต้องเก็บให้ดีนะชาง สิ่งเหล่านี้เป็นคำขอบคุณจากใจของผู้คน
“ก็ใช่นะครู แต่ระบุส่งถึง”นายช่างใหญ่”ทั้งนั้นเลย
ครูดอนที่อารมณ์ดีเบิกบานเป็นพิเศษในช่วงนี้ ยิ้มหัวเราะทั้งวัน ชางหันไปมองในห้องเรียน มีชายหนุ่มและหญิงสาวกำลังขะมักขะเม้นตั้งใจขีดเขียนอยู่ที่โต๊ะเขียนแบบ
“พวกเจ้าทั้งคู่เนี่ย เมื่อไหร่จะผ่านขั้นตอนการเขียนแบบพื้นฐาน สักทีนะ! ดูเพื่อนพวกเจ้าสิไปเป็นนายช่างใหญ่แล้ว
ทั้งคู่ต่างไม่ส่งเสียงตอบโต้รุ่นพี่ตัวอ้วนคนนี้ ต่างตั้งใจฝึกฝนขีดเขียนกันอย่างมีสมาธิ
ไม่นาน นิคก็เปิดประตูเข้ามา “แหม รุ่นพี่ชางได้ยินว่าตอนรุ่นพี่เข้ามาใหม่ๆก็นั่งอยู่โต๊ะเขียนแบบพื้นฐานอยู่เกือบเจ็ดเดือนเลยไม่ใช่เหรอ
“หนอย! เจ้านิคนายกลายเป็นคนพูดมากไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย
ครูดอนหันมากล่าวกับนิค“เป็นยังไงบ้าง แบบพัฒนาชุดใหม่ส่งให้นาฟแล้วนะนิค
ณ สถานที่แห่งหนึ่งห่างจากเมืองเขตตะวันตกราวๆ 1000กิโลเมตร เป็นสถานที่รกร้างเดิม ที่หน่วยสำรวจอาณานิคมมาบุกเบิกไว้และส่งมอบการทำงานให้เจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบในการพัฒนาพื้นที่
นาฟยืนถือแบบ โดยมีเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ยืนล้อมรอบ นาฟชี้ไปยังตำแหน่งในแบบพร้อมอธิบายขั้นตอนการทำงานเจ้าหน้าที่แต่ละคนล้วนทำความเข้าใจในงานรับผิดชอบของตน
เบื้องหน้าที่ทุกคนยืนอยู่มีการก่อสร้างชุมชนขนาดใหญ่ มีการทำงานของเครื่องมือเครื่องจักรขนาดใหญ่มีคนร่วมทำงานประมาณพันคนแต่ละคนทำหน้าที่แตกต่างกันเพื่อช่วยกันก่อสร้างที่พักอาศัย ไว้รองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต
งานเป็นไปอย่างราบรื่นสวยงามและรวดเร็ว ตั้งแต่นาฟเข้ามาช่วยดำเนินงานเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมใจกันให้นาฟเป็นหัวหน้าใหญ่ในการดำเนินงานครั้งนี้
นาฟเร่งชี้แจงการทำงานในแต่ส่วนไว้ล่วงหน้าโดยนาฟแจ้งว่าตนต้องกลับไปที่สถานศึกษาก่อนในช่วงนี้
วันต่อมานาฟเดินทางกลับมาโดยเกทมิติ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
การออกช่วยเหลือผู้คนของสถานศึกษาถือเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้กับเมือง ซึ่งอาณานิคมมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้
นาฟตรงไปที่หน่วยย่อยขององค์กรเนื่องจากมีข้อความด่วนส่งตรงถึงนาฟ เกี่ยวกับภารกิจระดับสูงไม่สามารถให้ข้อมูลผ่านสร้อยจันทร์เสี้ยวได้
ข้อมูลได้แจ้งว่า “อาณานิคมเขตในแจ้งว่ามีพื้นที่อยู่ตำแหน่งหนึ่ง เกิดการกระชากของมิติอย่างรุนแรง สันนิษฐานว่าเป็นโลกขนาดเล็ก ที่ผู้ใช้พลังระดับปราชญ์มิติสร้างทิ้งไว้เพื่อกักเก็บอะไรบางอย่าง คาดว่าไม่เกิน 3 วันมิติพื้นที่ดังกล่าวจะกระชากอีกครั้ง”
จึงขออาสาสมัครสมาชิกที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงระดับ 2 ดาวขึ้นไป เข้าไปสำรวจเก็บข้อมูลพื้นที่ดังกล่าวเป็นภารกิจเดี่ยว ระดับ 3 ความเสี่ยงสูง
นาฟดูพื้นที่ ตามพิกัดดังกล่าวนี่มัน! อยู่ห่างจากพื้นที่
ที่นาฟพัฒนาอยู่เพียง 300 กิโลเมตร
นาฟลังเลอยู่นาน แต่ทุกๆปรากฏการณ์ของโลกนี้อาจมีเบาะแสของความทรงจำของตนอยู่ จึงตกลงรับงานนี้
นาฟเลือกยุทโธปกรณ์เสริม จากหน่วยย่อยเพิ่มเติมเข้าไปในบัตรมิติ
ข่าวเรื่องโลกใบใหม่ของปราชญ์มิติกระจายไปสู่ทุกๆ กลุ่มทั่วอาณานิคม ทุกกลุ่มสมาคม ตระกูล ล้วนให้ความสนใจกับปรากฎการณ์นี้
แม้แต่คนในสถานศึกษาเวสเทิร์นก็ให้ความสนใจเรื่องนี้ กลุ่มผู้ใช้พลังที่รักการต่อสู้และการผจญภัย ต่างตั้งกลุ่มออกทำภารกิจสำรวจพื้นที่ดังกล่าว
ทางสถานศึกษาไม่ขัดข้องที่นักศึกษาจะเข้าสำรวจพื้นที่ดังกล่าวแต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขดังนี้คือต้องรวมกลุ่มให้ 4 คน ต้องมีพลังระดับ3 ขึ้นไป ในกลุ่มนั้นต้องมีผู้ใช้พลังมิติระดับสูงที่สามารถพาคนทั้งกลุ่มหลบหนีได้ และที่สำคัญที่สุด ทั้งกลุ่มต้องผ่านการทดสอบจากคณาจารย์ของสถานศึกษา
“โธ่ โว้ย! ใครเป็นคนออกกฎนี้กันนะอดไปดูเลย
เจ้าอ้วนคิมที่เดินอยู่ข้างเอน่าเดินบ่นไปตลอดทาง
“อยากรู้จริงๆ เหรอว่าใครออกกฏ!
“ก็ใช่อ่ะสิ
“รองผู้อำนวยการ!
“หา รองผู้อำนวยการสุดโหดคนนั้นเหรอ
“ก็ใช่สิ เจ้าอ้วน คราวนี้จะบ่นอีกมั๊ย
คิมก้มหน้าเดินอย่างไม่มีปากเสียงทั้งสองเดินไปทางแผนกการสรรค์สร้าง