เกมรักอันตรายเดิมพันหัวใจนายหน้าหวาน [Yaoi]

    14 | ชั่วขณะ


     ใบหน้าของผมเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่เอาแต่ไหล ถ้าเกิดว่า เหลือเวลาชีวิตอยู่แค่เพียงวันเดียวและถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปได้คุณรู้ไหม...  ผมจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณผมจะเป็นเสียงของคุณ และคุณก็คือเหตุผลที่ทำให้ผมยังอยากหายใจมีชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆ เพราะคุณเป็นที่รักของผมเป็นหัวใจของผม และแค่เพียงชั่วครู่ในยามนี้ ผมจะสรรหาคำมาพูดกับคุณ ก่อนที่วันนี้คุณจะจากผมไป...!!


     HELL PART                ผมไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยมาเท่าไหร่แล้วตอนนี้ผมได้แต่นั่งกุมมือคิสอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของไอ้ตัวเล็กซีดเซียวเรียวปากเล็กที่เคยเป็นสีแดงน่าจูบนั่นก็ซีดซะจนผมใจหาย                แกร๊ก!                เสียงเปิดประตูเข้ามาไม่ได้ทำให้ผมล่ะสายตาไปจากคนตรงหน้าที่นอนอยู่บนเตียงได้เลย ผมไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครจะเข้ามาในห้องนี้ ผมสนแค่ว่า..                เมื่อไหร่คนตรงหน้าผมจะฟื้นสักที..!!                สามวันแล้วนะ! ไอ้ตัวเล็กมันหลับไปสามวันแล้ว!!                “ตัวเล็กครับ เมื่อไหร่จะฟื้นขึ้นมาสักที..” ผมก้มลงไปกระซิบข้างหูพูดอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่มีความหวังอย่างมากว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะลืมตาขึ้นมา แต่ก็เปล่าประโยชน์ร่างเล็กตรงหน้ายังคงนอนแน่นิ่งหายใจอย่างสม่ำเสมออยู่บนเตียง                หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงบ่งบอกไว้ว่าคนบนเตียงยังคงมีลมหายใจอยู่มันทำให้ใจของผมชื่นขึ้นมาได้บ้างเมื่อคิดว่าคนตัวเล็กยังคงมีชีวิตอยู่                ตอนที่ผมเห็นไอ้ตัวเล็กสลบไปต่อหน้าต่อตาผมนั้นหัวใจของผมเหมือนถูกบีบรัดจนหายใจแทบไม่ออก ผมช็อกมากไม่รู้ว่าคนตรงหน้าผมเป็นอะไร จู่ๆ น้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหนก็เอ่อล้นรินไหลออกมาอย่างกับเขื่อนแตก ทันทีที่ผมพาไอ้ตัวเล็กมาถึงโรงพยาบาลผมก็ตะโกนเรียกหมออย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ                ให้ตายเถอะ!! ผมไม่อยากจะยอมรับเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้มันจะเป็นเรื่องจริง                มันตั้งตัวไม่ทันจริงๆ                “เฮลกูว่ามึงไปหาอะไรกินบ้างดีกว่านะ” ไอ้อิลวางมือลงบนบ่าผมแล้วบีบเล็กน้อยราวกับให้กำลังใจกัน เมื่อกี้คนที่เปิดประตูเข้ามาคงไม่เป็นมันสินะ                “กูซื้อโจ๊กมาให้มึงไปกินหน่อยเหอะ สามวันมานี่มึงไม่ค่อยได้กินอะไรเลยนะเว้ย” มันพูดอีกครั้ง                “กูไม่หิว” ผมบอกมันไปอย่างนั้น แล้วยังคงนั่งมองหน้าไอ้ตัวเล็กของผมต่อไปเรื่อยๆ                “แต่ว่า..” ไอ้อิลมันจะพูดต่อแต่ผมก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อน                “เมียกูยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย มึงยังจะให้กูกินอะไรลงได้หรอวะไอ้อิล!!” ผมหันไปมองหน้าไอ้อิลที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างเตียงรู้สึกเหมือนขอบตามันร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงมาสามวันแล้ว                จะต้องทำยังไงให้ไอ้ตัวเล็กของผมตื่นขึ้นมาสักที..                ผมจะต้องทำยังไง..!!!                “เฮล.. มึงร้องไห้...” ไอ้อิลครางเสียงเบาที่เห็นผมร้องไห้                ใช่!! ตอนนี้ผมกำลังร้องไห้                น้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากขอบตาเรื่อยๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ผมไม่เคยรู้สึกอึดอัดและบีบรัดหัวใจมากขนาดนี้มาก่อนเลยถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะร้องไห้ต่อหน้าไอ้อิลผมก็ไม่อาย                มันเกินจะทนไหวแล้วจริงๆ มันเจ็บปวดและทรมานมากที่เห็นคนที่เรารักได้แต่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงนั่นไปเรื่อยๆ เหมือนกับว่าจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกต่อไปผมได้แต่กระชับมือที่กอบกุมมือเล็กไว้แน่นแล้วยกขึ้นมาแนบแก้มที่เปียกปอนไปด้วยคราบน้ำตาของผม                “ตัวเล็ก.. ตื่นขึ้นมาได้แล้วนะครับ ได้โปรดเถอะ..” ผมได้แต่อ้อนวอนทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าไม่มีทางที่คนตรงหน้าผมจะได้ยิน KISS PART                ที่นี่ที่ไหน..?                ทำไมมันถึงเป็นสีขาวไปหมดแบบนี้ ผมพยายามมองออกไปแต่มันก็เหมือนกับว่าจะไกลแสนไกลเหมือนกับว่ามันจะไม่มีจุดสิ้นสุด                “มีใครอยู่ไหม?” ผมตะโกนออกไปแต่ก็ได้ยินเสียงตัวเองสะท้อนกลับมาให้ได้ยินอีกครั้ง                ‘ตัวเล็ก..’                หืม..? เสียงใคร ทำไมน้ำเสียงมันช่างดูเศร้าแบบนั้นล่ะ                “ใครน่ะ?” ผมตะโกนออกไปหันไปมองหาที่มาของเสียงแต่ก็เปล่าประโยชน์ ผมไม่เห็นใครเลยสักคน                ‘ได้โปรดเถอะ..’                เสียงนี่อีกแล้ว.. จู่ๆ ก็มีแสงสีขาวที่สาดส่องอยู่บนหัวผมจนแสบตาไปหมด แต่ผมกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับว่ามีใครสักคนกำลังโอบกอดผมเอาไว้                ทำไมมันถึงรู้สึกอบอุ่นที่หัวใจแบบนี้นะ..                เหมือนกับว่ามีคนกำลังกุมมือผมไว้ทำให้ผมต้องขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นช้าๆ ทันทีที่ผมลืมตาขึ้นมาก็ต้องรีบหลับลงไปอีกครั้ง เพราะอาการแสบตาแล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ตาของผมปรับสภาพได้แล้ว                ทันทีที่ผมลืมตาขึ้นมาก็เจอเข้ากับเพดานสีขาวมองดูข้าวของภายในห้องอีกทีผมก็พอจะรู้ได้ว่าตอนนี้ผมอยู่ที่โรงพยาบาล พอหันมามองข้างๆ เตียงก็เจอกับเฮล                ให้ตายเถอะ!! มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?                ตอนนี้มันกำลังนอนกุมมือของผมอยู่ พอสังเกตดูหน้ามันดีๆ ผมว่ามันดูไม่ค่อยดีเลย ใบหน้าซูบผอมเหมือนกับคนไม่ได้กินข้าวอย่างนั้นแหละ แถมหนวดเคราก็ไม่ได้โกนอีกอย่างกับโจรเลย                จะร้องไห้..                ผมรู้สึกเหมือนกับว่าจะร้องไห้รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา ผมค่อยๆ ยกมืออีกข้างที่มีสายน้ำเกลือจะไปแตะหัวมันแต่ก็ต้องหดมือกลับมาเมื่อภาพเรื่องราววันนั้นมันย้อนกลับเข้ามาในหัวของผมอีกครั้ง                เหตุการณ์ข้างหลังตึกนั่นผมยังจำมันได้ดี                พอเหอะคิส!! เลิกอ่อนไหวสักที                สุดท้ายคนที่เจ็บก็คือตัวเราเองถ้าผมไม่รักมันผมคงไม่ต้องเจ็บแบบนี้..                ใช่! ผมรักมัน!!                มันจะไปมีประโยชน์อะไรเมื่อคนที่เรารักเขาไม่ได้รักเราเราควรจะถอยห่างออกมาจากมันนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด                สุดท้ายผมก็ผละมือออกมาวางไว้ข้างลำตัวเหมือนเดิม แต่ผมก็ไม่เข้าใจมันอยู่ดีว่ามันทำแบบนี้ทำไม ยิ่งมันทำแบบนี้ผมยิ่งจะตัดใจจากมันไม่ได้                เจ็บ!            ทำไมผมถึงเจ็บหัวใจแบบนี้!!!                ก๊อกๆ                เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ผมต้องรีบหลับตาลงไปอีกครั้ง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมต้องแกล้งหลับตาด้วยทั้งๆ ที่ผมก็ตื่นตั้งนานแล้ว ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา                “ไอ้เฮลเอ้ย! เมื่อไหร่มึงจะเลิกทำตัวแบบนี้วะ” เสียงผู้ชายพูดบ่นขึ้นไม่ดังมากเท่าไหร่หนัก                “เฮล! เฮลๆ ไอ้เฮล!! ตื่นเว้ย!!” เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้งเรียกปลุกให้เฮลตื่น                “อืมมม เบาๆ หน่อยสิวะไอ้อิลตัวเล็กนอนอยู่นะเว้ย!” เฮลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงงัวเงีย                “ห่วงแต่เมียนะมึงอ่ะ กูว่ามึงห่วงตัวเองมั้งเหอะข้าวปลาไม่แดกจะตายวันตายพรุ่งเอา -_-” เสียงผู้ชายคนเดิมพูดขึ้นมาอีกครั้งทำให้ผมต้องนึกแปลกใจขึ้นมาทันที นี่อย่าบอกนะว่าเฮลมันไม่ได้กินข้าวเลยถึงว่าหน้าตามันดูซูบผอมไปมาก                “กูไม่หิว”                “แต่มึงควรจะกินอะไรบ้างนะเว้ยไม่ใช่ว่าไม่แดกอะไรเลย ไอ้ห่า!!”                “กูไม่เป็นไรหรอกน่า” เฮลพูดพร้อมกับจับมือผมขึ้นมาแล้วเอาไปแนบแก้มมันเอาไว้                “เฮ้อ..งั้นก็แล้วแต่มึงล่ะกัน มึงนี่มันหัวแข็งชิบหายเลยไอ้ห่า!!”                “ตัวเล็กครับ” เสียงเฮลพูดขึ้นมาแผ่วเบาราวกับว่าต้องการให้ได้ยินกันสองคน                “หลายวันแล้วนะครับที่ตัวเล็กหลับไป เมื่อไหร่จะตื่นขึ้นมาหาพี่สักทีล่ะครับ พี่คิดถึงตัวเล็กจะแย่แล้วนะ อย่าทำแบบนี้กับพี่เลยนะครับ รีบตื่นขึ้นมาเถอะนะ พี่ขอร้อง...” น้ำเสียงแสนเศร้านั่นทำให้ผมรู้สึกหน่วงที่หัวใจ                แต่ที่ทำให้ผมใจหายก็คือ..หยดน้ำที่หยดลงมาบนมือผม                มันร้องไห้..!!                “ไอ้เฮลกูว่ามึงไปกินข้าวเหอะ ทำแบบนี้ไปมันจะได้ประโยชน์อะไรล่ะวะ ถือว่ากูขอเหอะมึงอย่าทรมานตัวเองแบบนี้เลย”                “แต่ว่า..” เฮลเหมือนจะค้านเพื่อนมันแต่ก็โดนเพื่อนมันว่ากลับทันที                “มึงไม่ต้องมาแต่อะไรทั้งนั้นเดี๋ยวกูนั่งเฝ้าน้องมันให้มึงเองมึงไปจัดการธุระของตัวเองให้เรียบร้อยเหอะ”                “แต่...”                “มึงไม่เชื่อใจกูหรือไงไอ้เฮล! กูบอกว่าจะดูก็ดูให้ดิวะถือว่ากูขอร้องมึงเหอะเฮล มึงลองคิดดูถ้าเกิดว่าน้องมันฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นมึงในสภาพนี้แล้วมันจะทำหน้ายังไงวะ”                “...” เหมือนว่าเฮลจะเงียบไปอีกครั้ง                “รักตัวเองบ้างเหอะมึง มึงรักมันมามากพอแล้ว”                หมายความว่ายังไง? รัก?                เฮลมันรักผมงั้นหรอ?                !!!!!                เหมือนกับว่าหัวใจกระตุกวูบแล้วเต้นรัวจนแทบจะระเบิด ไม่มีทาง!!!                ผมไม่เชื่อหรอก ไม่มีทางที่คนอย่างมันจะรักผมได้ มันก็แค่ต้องการเอาชนะผมก็เท่านั้น..                แค่คิดน้ำตามันก็พาลจะไหลลงมา..                “เฮ้อ!! ไอ้ตัวเล็กรีบๆ ฟื้นขึ้นมาเหอะเพื่อนกูจะตายห่าอยู่แล้ว” หลังจากที่สิ้นเสียงประตูห้องปิดลงเพื่อนไอ้เฮลมันก็พูดขึ้นมาทันที                ไม่ไหวแล้วจริงๆ จู่ๆ น้ำตาของผมมันก็ไหลลงมาทั้งๆ ที่ผมยังคงหลับตาอยู่ หึ!! คนอย่างไอ้เฮลเนี่ยนะจะเป็นจะตายเพราะผมไม่มีทางเด็ดขาด!!                ที่น้ำตาผมมันไหลออกมาเป็นเพราะผมสมเพศตัวเองต่างหาก!!                “เห้ย!! ทำไมน้ำตามันไหลวะ มึงฟื้นแล้วหรอ ไอ้ตัวเล็ก!!!” เสียงพี่มันพูดตะโกนอย่างคนตื่นเต้น ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ไม่มีอะไรที่ผมจะต้องหลบซ่อนอีกแล้วผมค่อยๆ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลให้แห้งแล้วมองเพื่อนไอ้เฮลที่ตอนนี้ทำหน้าอย่างกับเห็นผี                “พี่..?” ผมเรียกพี่มันเสียงแหบ พี่มันก็คงจะรู้ว่าผมหมายความว่าไงพี่มันเลยบอกชื่อตัวเองทันที                “พี่ชื่ออิล คิสฟื้นแล้วพี่ต้องโทรบอกไอ้เฮล ใช่ๆ ต้องโทรบอกมัน” พี่มันพูดพึมพำแล้วหยิบไอโฟนขึ้นมา                “อย่านะ!!!” ผมรีบตะโกนออกไปทันที                “ทำไมล่ะก็คิสฟื้นแล้วพี่ก็ต้องโทรบอกมันดิ คิสรู้ไหมว่ามันจะเป็นจะตายแค่ไหนตอนที่เรายังไม่ฟื้นน่ะ” พี่มันทำหน้างงใส่ผมทันทีที่ผมห้ามไม่ให้มันโทรหาเฮล                “ไม่รู้.. และผมก็ไม่อยากรู้ด้วย ขอร้องล่ะอย่าบอกมันได้ไหม ผมยังไม่อยากเจอหน้ามัน..” ผมพูดพร้อมกับก้มหน้าลงทันที ผมยังไม่อยากเจอหน้ามันตอนนี้เพราะผมไม่รู้ว่าผมจะต้องทำยังไงเมื่อเจอหน้ามัน                “แล้วจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปหรือไง?” พี่มันถามขึ้นอีกครั้ง                “ผมไม่รู้..” ผมได้แต่ตอบออกไปเสียงเบา                “เฮ้อ..!! พี่ไม่รู้นะว่าพวกนายสองคนมีเรื่องอะไรกัน แต่พี่ว่ามันก็ต้องเคลียร์ให้จบใช่ป่ะวะ ไม่ใช่มาคาราคาซังแบบนี้”                “...” ผมยังคงเงียบไร้คำตอบให้พี่มัน ส่วนพี่มันก็บ่นอะไรของมันก็ไม่รู้แล้วไปนั่งลงตรงโซฟา                ผมถอนหายใจแล้วเบือนหน้าไปมองข้างนอกหน้าต่างอย่างเงียบๆ ไม่นานไอโฟนพี่มันก็มีสายเข้าพี่อิลเลยบอกกับผมว่าจะออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก ผมไม่ตอบอะไรแต่ยังคงมองวิวข้างนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย                ผมไม่รู้ว่าผมมองวิวข้างนอกหน้าต่างนั้นมานานเท่าไหร่แล้ว ผมหันกลับมามองในห้องที่ตอนนี้มีแค่ผมอยู่เพียงคนเดียวสงสัยพี่อิลยังคุยธุระไม่เสร็จ                ผมก้มลงมามองสายน้ำเกลือที่ยังคงฝังอยู่บนหลังมือแล้วเอื้อมมือมาถอนมันออก อ่า..เจ็บจี๊ดเลยครับ ทันทีที่ถอนสายน้ำเกลือออกเลือดผมก็ไหลออกมาทันที ผมหยิบกระดาษทิชชู่ที่อยู่ตรงตรงข้างๆ เตียงมาซับมันไว้ไม่ให้ไหลมากไปกว่านี้ หลังจากที่หาอะไรมาห้ามเลือดไม่ให้มันไหลไปมากกว่านี้ได้แล้วผมก็รีบลงจากเตียงทันที                บางทีสิ่งที่ผมทำอยู่มันอาจจะดูงี่เง่าเกินไปแต่สำหรับผมตอนนี้ผมว่ามันน่าจะดีที่สุดสำหรับผมแล้ว ผมยังไม่อยากเจอหน้าเฮลตอนนี้ ผมยังไม่พร้อมจะเจอหน้ามันตอนนี้จริงๆ และผมก็ไม่รู้ว่าพี่อิลมันจะฟังคำขอที่ผมขอร้องพี่มันไปหรือเปล่า                มีเพียงสิ่งเดียวที่ผมทำให้ตัวของผมได้ในตอนนี้คือการไปจากที่นี่..!!