บทที่ 4 คงจะดีไม่น้อยหากได้กินทั้งมหาสมุทรจนอิ่ม
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นอิงอิงตัวน้อยแตะใบหน้าเล็กอวบอ้วนของตนด้วยความกังวลจึงถามขึ้น
“อิงอิงตัวน้อย เป็อะไรรึเปล่า?”
ฉินอิงอิงรีบร้อนอ้าปาก เผยให้เห็นฟันน้ำนมซี่เล็กที่ส่องประกายวิบวับ
“อืออ”
ฟันจะไม่แตกหักหมดเหรอ?
ต่อไปถ้าโตขึ้นแล้วจะกินเนื้อได้ยังไงล่ะเนี่ย?
เยี่ยนลี่เฉิงนิ่งไป รู้สึกเหมือนว่าจะเข้าใจความหมายของเ้าตัวเล็ก
“อิงอิงตัวน้อยกลัวฟันหักเหรอ?”
“อื้อ!”
ฉินอิงอิงพยักหน้าอย่างแรง ลูกตาองุ่นเปล่งประกาย
พี่ชายคนให้อาหารฉลาดจริง ๆ เลย
เยี่ยนลี่เฉิงขำอย่างอดไม่ได้ “ไม่หรอก อิงอิงตัวน้อยเพิ่งอายุสามขวบครึ่ง ไม่มีฟันผุด้วย ไม่แตกหักหรอก”
เมื่อฉินอี้หานรู้ว่าเด็กน้อยกลัวฟันแตกหักถึงได้ไม่กล้าเคี้ยวอาหารแต่กลืนลงคอไปโดยตรง เขาก็ทั้งกลัวทั้งขำ
เขาลูบหัวของเด็กน้อยเบา ๆ
“อิงอิงตัวน้อย ฟันจะไม่หักง่าย ๆ หรอก ฟันมีไว้เคี้ยวอาหาร ไม่อย่างนั้นหากอาหารใหญ่เกินไปและไม่เคี้ยวให้ละเอียดก็จะทำให้รู้สึกไม่สบายคอเหมือนกับเมื่อครู่นี้”
ฉินอิงอิงพยักหน้าอย่างหนักแน่นอีกครั้ง
รู้แล้ว ๆ!
มนุษย์ไม่เหมือนกับเหล่าวาฬเพชฌฆาตอ้วนเลยสินะ
ไม่งั้นผอ.จางคงไม่ทำท่าทางการกินอาหารแปลก ๆ ให้เธอได้เรียนรู้หรอก
เธอเคี้ยวเป็ เพียงแต่กลัวทำให้ฟันเสียหายก็เลยกลืนลงคอไปเลยเท่านั้น
ในฐานะลูกวาฬเพชฌฆาตอายุสามขวบครึ่ง เธอค่อนข้างเชื่อฟังมาโดยตลอด
เพราะกลัวว่าอิงอิงตัวน้อยจะกลืนลงคอไปเลยอีก ต่อมาตอนที่กินข้าว ฉินอี้หานกับเยี่ยนลี่เฉิงจึงแทบจะมองอิงอิงตัวน้อยกินทีละคำ
กินไป… ก็มองไป
มองไป… ก็กินไป
สามคนหกตา ดวงตาทั้งสี่ดวงมองไปที่เด็กน้อยอย่างไม่ลดละ ลูกตาองุ่นของเด็กน้อยเองก็มองพ่อผู้ให้อาหารไปพลาง มองพี่ชายผู้ให้อาหารไปพลางเช่นกัน
เธอใช้ไอคิวที่สูงกว่าวาฬตัวอื่นหลายพันเท่าและค้นพบปัญหาหนึ่งอย่าง คือเหมือนว่าพ่อผู้ให้อาหารกับพี่ชายผู้ให้อาหารจะกลัวเธอกลืนข้าวลงคอไปอีกครั้ง
ฉินอิงอิงได้แต่มองอย่างเหนื่อยหน่าย “...”
เธอบอกว่าไม่กลืนก็คือไม่กลืนสิ!
ทำไมถึงไม่เชื่อ?
ดังนั้นฉินอิงอิงจึงได้แต่ต้องเรียนรู้ท่าทีการเคี้ยวอาหารแล้วค่อย ๆ กลืนอย่างที่พ่อผู้ให้อาหารสอนก่อนหน้านี้
เมื่อทำเสร็จแล้ว เธอถึงได้กะพริบตาและใช้ดวงตาที่เหมือนกับองุ่นมองพ่อกับพี่ชาย
“อื้อ?”
เห็นหรือยัง?
วาฬอ้วนอย่างหนูทำได้ทุกอย่างเลยนะ!
ฉินอี้หานยิ้มและปรบมือ “อิงอิงตัวน้อยเก่งจริง ๆ เลย!”
เยี่ยนลี่เฉิงก็พยักหน้าเหมือนกัน “อิงอิงตัวน้อยเก่งมาก!”
ฉินอิงอิงเงยหน้าอย่างภาคภูมิใจและร้อง ‘เหอะ’ ออกมาหนึ่งทีอย่างอดไม่ได้
จากนั้นก็จับช้อนที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วแสดงให้พ่อกับพี่ชายดูว่าเธอสามารถทำทุกอย่างได้
ก็แค่กินข้าวเอง…
เธอเกิดมาก็รู้เองโดยธรรมชาติแล้วว่ามนุษย์ควรกินอาหารอย่างไร
เมื่อครู่ก็แค่เป็เพราะเห็นเนื้อแล้วรู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปหน่อยเท่านั้น
เมื่อเห็นมือเล็กหนั่นแน่นของเด็กน้อยจับช้อน จากนั้นก็ตักไข่ตุ๋นเนื้อสับเข้าปากให้พ่อซื่อบื้อและพี่ชายสมองตื้อ ชายหล่อเหลาทั้งสองถึงได้รู้สึกสบายใจขึ้น
พวกเขาชื่นชมอย่างไม่หวงคำพูดเลยแม้แต่น้อย
“อิงอิงตัวน้อยฉลาดจริง ๆ ทำได้ทุกอย่างเลย!”
“อิงอิงตัวน้อยเก่งมากเลย อายุแค่สามขวบครึ่งก็กินข้าวเองได้แล้ว”
ฉินอิงอิงเชิดหน้ารับคำชม “...”
รู้ั้แ่เกิดแล้วว่าต้องกินข้าวยังไง!
เธอเป็วาฬเพชฌฆาตตัวน้อยที่เก่งและฉลาดมากที่สุดมาโดยตลอดอยู่แล้ว
เหอะ!
ฉินอิงอิงมองพวกเขาด้วยสายตาที่สื่อว่า ‘มนุษย์โตเต็มวัยอย่างพวกนายสองคนโลกแคบซะจริง’ และก้มหน้าตั้งใจกินข้าว
ฉินอี้หานและเยี่ยนลี่เฉิงหรี่ตา
ทั้งสองคนรู้สึกเหมือนกับว่าถูกอิงอิงตัวน้อยมองเหยียดอย่างไรอย่างนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะขำออกมาพร้อมกัน
ร่างเล็กน่ารักมากเกินไปแล้วจริง ๆ
เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอทำได้ทุกอย่าง ฉินอิงอิงจึงตักไข่ตุ๋นเนื้อสับหนึ่งช้อนเต็ม ๆ แล้วนำเข้าปากผู้เป็พ่อ
“อื้อ!”
กินซะสิพ่อผู้ให้อาหาร
ฉินอี้หานนิ่งไป ั้แ่จำความได้ ชายหนุ่มก็ไม่ชอบให้ใครสนิทสนมกับตัวเองมากเกินไปนัก ตอนเขายังเด็กแม้ว่าแม่อยากจะกอดและหอม เขาก็จะอยู่ถอยห่างและวิ่งหนีทุกครั้งที่ทำได้
หลังจากที่โตแล้ว ขอแค่ชายหนุ่มไม่้า ไม่ว่าใครก็เข้าใกล้เขาไม่ได้ทั้งนั้น
แต่เื่ป้อนข้าวนี่… ไม่เคยมีมาก่อน
เยี่ยนลี่เฉิงอิจฉาคุณอาฉินอยู่นิดหน่อย เพราะเขาก็อยากให้อิงอิงตัวน้อยสุดน่ารักป้อนเขาบ้างเหมือนกัน
“อาฉิน รีบกินสิครับ อิงอิงตัวน้อยรอนานแล้วนะ”
ฉินอิงอิงผงกหัวเล็ก ๆ และส่งเสียงแหลมเพื่อเร่งเร้า
แผ่นอกของฉินอี้หานสั่นไปหมด เขานั่งตัวแข็งทื่อและอ้าปาก
พอฉินอิงอิงเห็นพ่อผู้ให้อาหารกินไข่ตุ๋นเนื้อสับที่เธอป้อน ดวงตาองุ่นก็ยิ้มแป้นจนกลายเป็จันทร์เสี้ยว
และเพราะเห็นว่าพี่ชายผู้ให้อาหารกำลังมองเธอด้วยสีหน้าคาดหวัง ฉินอิงอิงจึงรีบร้อนใช้ตักไข่ตุ๋นเนื้อสับขึ้นมาหนึ่งช้อน
“อื้อ!”
ต้องกินด้วยกันทุกคน ๆ
วาฬเพชฌฆาตอย่างเราไม่เคยหวงอาหาร!
แม้จะเป็วาฬน้อยที่ทั้งฝูงเอ็นดูแต่ก็ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ เช่นทำตามสิ่งที่ผู้ปกครองบอก เคารพผู้าุโ มีความรักความเมตตา
เมื่อไข่ตุ๋นเนื้อสับเข้าไปในปาก เยี่ยนลี่เฉิงรู้สึกว่าหัวใจซึ่งเงียบงันมาเป็เวลานานของเขาถูกจิ้มเบา ๆ จนแตกเป็ชิ้น ๆ
เขาใช้แววตาที่อ่อนโยนอย่างถึงที่สุดมองอิงอิงตัวน้อย มันเป็เื่ยากที่จะเข้าใกล้เด็กน้อยก่อน
“อิงอิงตัวน้อย พี่ลี่เฉิงจะป้อนเธอบ้างนะ”
ฉินอี้หานอุ้มเด็กน้อยเอาไว้อยู่ จำเป็ต้องให้เด็กอายุสิบขวบอย่างเยี่ยนลี่เฉิงมาป้อนซะที่ไหนกัน
เขาอุ้มร่างเล็กไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง “ลี่เฉิง นายกินไปเถอะ ฉันป้อนเอง”
ฉินอิงอิงส่ายหน้าและส่งเสียงร้องเล็กแหลมของเด็กออกมาอีกครั้ง
“แงงงง!!!”
วาฬอ้วนตัวน้อยอย่างฉันกินข้าวเองได้ ไม่ต้องมาป้อน
เื่ของตัวเอง จัดการเองได้
ผอ.จางเน้นย้ำกับเธอซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าถ้าใคร้ารับเลี้ยงเธอ อย่าลืมเชื่อฟังและพยายามจัดการเื่ส่วนตัวด้วยตัวเอง
ตอนที่ผอ.จางพูดประโยคนี้น้ำเสียงของเขาอัดแน่นไปด้วยความจริงใจและแฝงไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสารเวทนา
วาฬตัวน้อยแสดงออกมาว่า แม้ผอ.จางจะเลี้ยงดูเธอไม่ไหว แต่เขาก็เป็คนให้อาหารที่ดีมาก ๆ คนหนึ่งจริง ๆ
แถมเขายังแอบป้อนขนมเธอด้วย
เอาหม้อไฟถ้วยให้เธอกินบ่อย ๆ
มักถามเธอด้วยว่าหิวรึเปล่า
…
ฉินอิงอิงคิดไปกินไป
ตอนที่กินอยู่ก็พบว่าพ่อผู้ให้อาหารกับพี่ชายผู้ให้อาหารใช้สี่ตาจ้องมองเธออยู่ตลอด
“หืม?”
อะไรอีกน่ะ?
ฉินอี้หานถามเด็กหนุ่ม “ลี่เฉิง นายว่าเด็กอายุสามขวบครึ่งกินเท่านี้จะเยอะเกินไปรึเปล่า?”
เยี่ยนลี่เฉิงพยักหน้า “ครับ”
ตอนนี้น้องสาวแท้ ๆ ของเขาอายุห้าขวบ ก่อนออกจากบ้านตระกูลเยี่ยน เขาจำได้ว่าน้องสาวของเขาเองก็กินไม่น้อยเลย เธอจ้ำม่ำอยู่เหมือนกัน แต่ปริมาณอาหารของอิงอิงตัวน้อยในวันนี้เยอะกว่าเยี่ยนเสียวจื่อของเขาสามเท่า
อิงอิงตัวน้อยดูยังอยากกินอยู่เลย
ป้าแม่บ้านพูดติดอ่าง “ท่านคะ อาหารทำเสร็จหมดแล้ว ข้าวก็เติมสามรอบแล้ว จะเติมอีกมั้ยคะ?”
ป้าแม่บ้านรู้ปริมาณอาหารที่คุณท่านกับคุณชายลี่เฉิงกินเป็อย่างดี แม้ว่าวันนี้คุณชายลี่เฉิงจะสั่งเพิ่มปริมาณอาหารไปแล้ว แต่ดูเหมือนจะยัง้าเพิ่มอีก ตัวเธอเองคิดว่าการเพิ่มปริมาณอาหารวันนี้ให้เท่ากับผู้ใหญ่สามคนกินก็น่าจะเพียงพอ
แต่คุณหนูอิงอิงกลับปากยื่นจ้องมองพวกเธอไม่ละสายตา ป้าแม่บ้านต่างพากันสงสัยว่าตัวเองทำอาหารจำนวนน้อยไปรึเปล่า
ฉินอี้หานพูดเตือนอย่างอ่อนโยน
“อิงอิงตัวน้อย กินอิ่มรึยัง?”
ฉินอิงอิงที่เพิ่งรู้สึกว่ายังไม่อิ่ม “...”
“แงงง”
บอกว่าจะเลี้ยงให้อิ่มไม่ใช่เหรอ?
นี่หลอกกันหรอ?
มนุษย์มีคนโกหกเยอะจริงด้วย
คนดีมีน้อยเกินไปแล้ว
เป็คนนี่มันเหนื่อยจริง ๆ อยากกลับไปอยู่ในทะเลแล้ว!
ในฐานะวาฬอ้วนตัวหนึ่ง คงจะดีไม่น้อยหากได้กินทั้งมหาสมุทรจนอิ่ม ไม่ถูกเหรอ?