บทที่33 วัตถุต้องสาป
บทที่33 วัตถุต้องสาป เมื่อเฉินหนานได้เข้าไปในห้องเขาก็พบว่ามีพลังของความชั่วร้ายอยู่ทั่วร่างของหญิงชรา มันเป็นอำนาจบางอย่างที่ดูดพลังชีวิตอย่างช้าๆ เฉินหนานรับรู้ทันทีว่านี่เป็นอะไรที่ตรึงมือเขามากๆ คนที่ทำเช่นนี้คงหวังให้หญิงชรานี้ตายอย่างทรมานทีสุด ในยุกต์โบราณจะมีสำนักและอาจารย์ปราบผีใหญ่ๆนิกายและวิชาพวกนี้ใช้มันสามารถนำเอาคำสาปจากศพมาลงในเครื่องร่างหรือยันต์ มาใช้ทำร้ายคนได้อีกด้วยนี่ยังไม่รวมถึงการใช้ซากศพมาเป็นทาสที่คนสมัยก่อนเรียกว่าผีดิบอีก กระบี่ปราบมารที่เฉินหนานสร้างขึ้นก็คือหนึ่งในวิชาปราบผีนั่นเอง อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับเขาที่จะทำการจะช่วยเธอได้ เนี่ยจากในแดนเซียนเขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการปราบผีเลยมันแทบจะไม่มีคนได้ศึกษาวิชาพวกนี้ด้วยซ้ำ เฉินหนานเคยได้รับตำราโบราณมาเหมือนกันเพียงแต่เมื่อเขาอ่านไปก็รู้สึกไร้สาระในโลกเซียนหรือโลกนี้มันไม่ต่างกันนักทุกคนมองว่านี่เป็นเรื่องงมงายมากๆ อย่างไรก็ตามเขาได้เห็นถึงความร้ายกาจของมันวันนี้เอง“ไม่ทราบว่าพวกคุณมีความแค้นกับใครที่ถึงขั้นเอาชีวิตบ้างไหมครับ”เฉินหนานถามออกมาอย่างระวัง“นี่”มู่หวานลังเลเล็กน้อยตอบว่า“มีอยู่สองตระกูล”เฉินหนานขมวดคิ้ว“เรื่องค่อนข้างใหญ่มากแล้วล่ะครับ”“อะไรนะ”มู่หวานหน้าถอดสี“ผมไม่คิดเลยว่าปัจจุบันนี้ยังมีคนพวกนี้หลงเหลืออยู่บนโลกนี้อีก”“เธอหมายความว่ายังไง”เฉินหนานมองไปทางเหลียนชิง มู่หวานเห็นจึงบอกให้เฉินหนานตามไปในห้องทำงานเธอ“ว่าต่อได้เลย”มู่หวานสีหน้าดูจริงจัง“เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ คุณย่านั้นได้ถูกวัตถุต้องสาปอย่างรุนแรงและมันมีผลถึงคนทั้งตระกูล”สีหน้าเธอเปลี่ยนสีแล้วรีบพูดอย่างร้อนใจ“มันมีผลอย่างไร”เฉินหนานถอนใจอย่างช่วยไม่ได้“ผมสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณชั่วร้ายรอบตัวคุณย่าและหากท่านตายไปพลังนั้นจะกระจายไปสู่คนในตระกูลทุกคน ผลก็คือทุกคนจะตายอย่างช้าๆ”เธอทรุดตัวลงทันที“ฉันขอเวลาสักครู่นะ”เธอเกิดออกไปโทรศัพท์ไม่นานเธอก็กลับเขามา“แล้วมีทางช่วยคุณแม่ได้ไหม”เฉินหนานขมวดคิ้ว เหตุใดเขาต้องช่วยกันเล่าพวกเขาแทบไม่รู้จักกันเลยเหลียนชิงก็ไม่นับเป็นเพื่อนด้วยซ้ำ“เอ่อเรื่องนี้” กริ๊งๆๆๆ เสียงโทรศัพท์เฉินหนานดังขึ้นจากนั้นเฉินหนานก็ยิ้มแห้งๆออกมา“งั้นผมจะรองดูครับ”เฉินหนานรู้สึกจนใจวันนี้เขาเหนื่อยมากๆแล้วจริงๆแต่หากไม่ทำตอนนี้ก็คงไม่ทันวันจันทร์เขามีสอบเสียด้วย“ให้ตายเถอะเอาก็เอา”เขาคิดในใจ“ขอบคุณเธอมากๆเลยฉันไม่รู้จะตอบแทนเธอยังไง”เฉินหนานไม่ได้สนใจเธอเขานั่งลง เขาไปในสมองเขาค้นหาความทรงจำแล้วหาตำราเล่มนั้น วิชาปราบมาร ผ่านไปสองชั่วโมงเขาก็พบมัน จากนั้นเขาก็หาวิธีล้างคำสาปรูปแบบต่างๆ“ไม่ได้ นี่ก็ไม่ใช่ ไม่ตรงกัน ไม่ ไม่”เขาหาเท่าไรก็ไม่เจอวิธีขับไล่วิญญาณชั่วร้ายเสียที เมื่อเหลียนซูมาถึงเขาก็หาเฉินหนานทันทีทว่าเห็นสีหน้าสองแม่ลูกตรึงเครียดจึงเอ่ยถามอย่างร้อนใจ เขาจำได้ว่าพวกเขายิ้มแย้มมากตอนจะกลับมาบ้านแล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มีสีหน้าแบบนั้น“เกิดอะไรขึ้น”มู่หวานที่เข้มแข็งก็มีน้ำตาไหลออกมา นี่เป็นเรื่องของทั้งตระกูลและเกี่ยวกับความเป็นความตายต่อให้หนักแน่นแค่ไหนยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง เธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้เหลียนซูฟัง“ไอ้พวกสารเลว”เหลียนซูโกรธมาก“โทรบอกเธอหรือยัง”“ค่ะฉันบอกเธอแล้วเธอจะถึงพรุ่งนี้เช้า”เหลียนซูพยักหน้า“ส่งคนไปสืบมาว่าระหว่างตระกูล อู๋หรือตระกูล ซางใครเป็นคนลงมือฉันจะฆ่ามัน”“ค่ะฉันส่งไปแล้วไม่นานคงได้เรื่อง”“แล้วเฉินหนานล่ะ”เธอทำหน้ารู้สึกผิด“ฉันขอให้เขาช่วยค่ะต้อนนี้เขาคงหาวิธีอยู่”เหลียนซูโกรธขึ้นมาทันที“เธอทำอย่างนั้นได้ยังไงเขาเป็นคนรู้จักของน้องสาวฉันนะ”“ฉันรู้ค่ะแต่ฉันไม่มีทางเลือก”เธอร้องไห้ออกมาส่วนเหลียนชิงไม่รู้อะไรมากได้แต่ปลอบใจแม่เธอ เหลียนซูแม้ว่าจะไม่ได้ชอบการต่อสู้แต่ว่าเขากับน้องสาวก็ได้รับหารฝึกตั้งแต่เด็กๆโดยพ่อของเขาแม้ว่าจะโดนบังคับแต่พลังเขามีพลังถึงระดับสาม ส่วนน้อยสาวเขาไปถึงขึ้นสี่ก่อนที่พ่อเขาจะเสียไป“ไอ้พวกระยำเอ้ยสู้ที่แจ้งไม่ได้ใช้วิธีสกปรกสินะถ้าฉันรู้ว่าแกเป็นใครล่ะก็”เหลียนซูเดือดดาล อีกด้านหนึ่งที่สำนักกิเลนขาวหลังจบการประลอง นักข่าวสัมภาษณ์เว่ยโม่ถงเป็นการใหญ่ว่าเฉินหนานเป็นใคร เขาก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง จากนั้นทั้งหมดก็จากไปรวมถึงพาคนเจ็บไปที่โรงพยาบาล มีคนบาดเจ็บจำนวนยี่สบคน ที่หนักสุดคงเป็นชงอวิ๋นและจูเทียนกังที่ตอนนี้นอนอยู่ไอซียู พวกเขาได้รับพลังความเย็นเขาไปในร่างกายมากเกินไป อย่างไรก็ตามตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วไม่นานข่าวตอนห้าทุ่มก็ออกมา ถึงผลการประลองและเด็กหนุ่มลึกลับจากวันเดอร์เล่ล์ ที่จัดการสำนักกิเลนขาวทั้งสำนัก และคำที่เขาได้ประกาศว่าจะสั่งสอนสำนักกิเลนขาวว่ามีความสำเร็จเล็กน้อยก็คิดว่าตัวเองใหญ่จนสามารถข่มเหงสำนักอื่นเสียแล้ว ข่าวถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงคลิปการต่อสู้ของเฉินหนานแต่มีการเซ็นเซอร์หน้าเขาไว้ ทำให้ไม่มีใครทราบว่าเขาเป็นใคร เฉินหนานอ่านตำราจนครบทุกหน้าแต่เขาก็ไม่พบวิธีช่วยเลย เขาจึงใช้สมองแยกความคิดของแต่ละวิธีแล้วนำมันมาแยกส่วนกันจากนั้นเขาก็ค่อยๆรวบรวมจากวิธีอื่นๆ เพื่อสร้างเทคนิคใหม่ขึ้นมา เขาทำการคิดและทดลองอยู่ในห้วงความคิดของเขา“ใกล้แล้วฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ”เฉินหนานพัฒนามันไปทีละนิดนี่ถึอเป็รการท้าทายเขามากๆหลังจาเขาไม่รู้สึกถึงมันมานาน เขามีสีหน้าตื่นเต้นมากๆ“ฮ่าคิดหรือว่าของแค่นี้ปู่คนนี้จะเอาชนะไม่ได้”เหงื่อของเฉินหนานท่วมกายของเขา เนื่องจากมันทำเขาให้ต้องใช้พลังกายอย่างยิ่งการทดลองการสลายวิญญาณชั่วร้ายนั้น มันไม่ใช่อะไรที่จะเรียนรู้ภายในวันเดียวแต่เฉินหนานต้องทำมันให้สำเร็จก่อนรุ่งสาง“เห้อ…น่าจะได้แล้วมั้ง”เฉินหนานยังคงทดลองมันต่อไปเรื่อยๆเพื่อความสมบูรณ์แบบ เวลาผ่านไปถึงเที่ยงคืน เหลียนชิงแอบมาดูเขาก็เห็นเฉินหนานมีใบหน้าซีดเซียวนั่งหลับตาอยู่ เธอก็ตกใจมากเธอไม่เคยเห็นใบหน้าตอนเฉินหนานมุ่งมั่นขนาดนี้มันทำให้เขามาเสน่ห์มาก อย่างไรก็ตามตอนนี้เธออยากรู้ว่าเขากำลังทำอะไรเธอกำลังจะเรียกเขา ทว่าก่อนที่เธอจะทำอะไร“ถอยออกมาอย่ากวนเขา”แม่เธอดึงแขนเธอออกอย่างรวดเร็วเธอตกใจมาก“ลูกเกือบทำเขาบาดเจ็บแล้วรู้ไหม”“หนูไม่ได้ทำอะไรเลยแค่อยากถามเขาว่าเป็นอะไรหรือเปล่าเท่านั้น”มู่หวานส่ายหน้าอย่างผิดหวังกับลูกตัวเอง เมื่อเธอเห็นก็รู้สึกไม่ดีมากๆ“แม่ค่ะหนูผิดมากหรือคะ”มู่หวานสีหน้าเรียบเฉย“ใช่แล้ว”เธอน้ำตาไหลออกมาทันทีแล้ววิ่งไปที่ห้องเธอทันที“ฉันผิดตรงไหนกันฉันก็แค่ ฉันก็แค่ ฮือๆ”เธอถูกเลี้ยงอย่างตามใจและไม่เคยเห็นสายตาผิดหวังจากแม้เธอมาก่อนเธอรู้ว่าจะต้องสืบทอดตระกูล เธอพยายามอย่างมากทั้งเรียนทั้งเล่นกีฬา เธอทำมันได้ดีรวมถึงเรียนรู้การบริหารธุรกิจจากพ่อและแม่เธอไม่รู้ว่าเธอผิดอะไร ไม่นานเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น พ่อของเธอเดินเข้ามาแล้วนั่งลงที่ข้างๆเธอ“ลูกอาจคิดว่าลูกไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ลูกควรถามพ่อกับแม่ก่อนใช่หรือไม่ว่าควรเข้าไปในห้องที่เฉินหนานอยู่หรือไม่”“หนู หนู”“ลูกรู้ไหมว่าหากตอนนั้นแม่ไม่เห็นผลของมันจะเป็นอย่างไร”“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือคะแค่เรียกเขา”เธอไม่ยอมแพ้“เขาเข้าฌานใช้ความคิดอยู่รู้ไหมว่าหากจิตใจวอกแวกอย่างต่ำสุดเขาจะต้องนอนรักษาตัวเป็นปี”เหลียนชิงถึงกับตกตะลึง“อะไรนะคะเป็นปี”“ถูกแล้วถ้าโชคดีก็ไม่พิการแต่เลวร้ายสุดคือเขาอาจตายได้”เธอตระหนักทันทีว่าได้ทำเรื่องโง่เขลาเข้าให้แล้ว เธอคิดมาตลอดว่าเธอเป็นผู้ใหญ่ แท้จริงแล้วเธอไม่รู้อะไรเลย ไม่มีใครรู้ว่านี่คือจุดหักเหของเหลียนชิงที่ทำให้เธอเปลี่ยนไปในอนาคต เวลาตีสองใครหลายคนกำลังนอนหลับฝันดี ทว่ามีหญิงสาวสวมชุดนอนได้แอบมองไปยังห้องที่เฉินหนานนั่งเข้าฌานอยู่อย่างไม่กะพริบตา เธอนั่งรออยู่หน้าห้องทำงานแม่ของเธอ ด้วยความรู้สึกผิดที่เกือบทำร้ายเฉินหนาน ภายในห้องเฉินหนานลืมตาขึ้นมาแล้วยิ้มอย่างอ่อนแรง“โอ้ยโคตรหิวเลย”เฉินหนานเปิดประตูออกมา เหลียนชิงรีบวิ่งไปหยิบนมที่เธออุ่นไว้เพื่อให้มันร้อนตลอดเวลา แล้วนำมาให้เฉินหนาน“นายหิวไหม”เธอส่งนมให้เขาเฉินหนานในตอนนี้ไม่ได้สนใจอะไรเขาหิวมากรีบหยิบนมมาดื่มอย่างไม่ลังเล อึกๆ เขาดื่มมันรวดเดียวหมด“ใช่ฉันหิวมากๆเลยฉันกินช้างได้ทั้งตัวแล้วเนี่ย”ใครบอกกันว่าผู้บ่มเพาะสามารถอดอาหารได้เป็นเดือนๆ เฉินหนานคนหนึ่งแหละที่ไม่ใช่ เธอยิ้ม“เดี๋ยวฉันไปเอามาให้”เธอทำบะหมี่จีนและเนื้อย่างให้เขา เฉินหนานกินอย่างไม่เกรงใจไม่นานมันก็หมดลง“ฉันยังไม่อิ่มเลยมีอีกไหม”เหลียนชิงเบิกตากว้าง แล้วไปตักบะหมี่มาให้เขาอีกชาม“ค่อยยังชั่วหน่อย”“นายไม่กลัวอ้วนหรือ”เฉินหนานหัวเราะ“ฉันเป็นจอมยุทธ์นะฉันไม่อ้วนหรอก”เหลียนชิงก็หัวเราะเช่นกันเธอลืมไปได้ยังไง“แล้วเธอมาทำดีกับฉันทำไมเนี่ย”เฉินหนานแปลกใจมาก“เรื่องของฉัน นายล่ะเป็นอย่างไรนั่งนิ่งๆนานขนาดนั้น”เฉินหนานไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี“ฉันนั่งนิ่งๆตรงไหนที่ทำทั้งหมดเนี่ยเพราะตระกูลเธอนะเห้ย”เหลียนชิงยิ้มเอาล่ะตามพ่อกับแม่เธอมาฉันต้องรีบจักการในคืนนี้เลย แล้วนำกระดาษและปากกามาดวย”“เรื่องอะไรงั้นหรอ”เฉินหนานทำหน้าป่วยๆ“ไปตามมาเถอะน่า”เธอกอดอกไม่พอใจ แล้วไปตามพ่อและแม่ออกมา เมื่อทั้งสองรีบออกมาจากนั้นทั้งสองก็มาถึง“เฉินหนานเธอมีวิธีแล้วงั้นหรือ”เหลียนซูพูดออกมา“ผมไม่แน่ใจนักแต่น่าจะได้ผลนะครับ”เฉินหนานยิ้ม“งั้นเธอว่ามาเลย”เฉินหนานจดราการทั้งหมดลงไป หยกสีดำสิบแปดชิ้นขนาดเท่ากำปั้นเด็ก ใบอ่อนต้นท้อสิบแปดต้นน้ำในบ่อที่มีแสงจันทร์ส่อง ที่สำคัญเขี้ยวหมูป่าข้างซ้ายสิบแปดอัน และเขี้ยวสัตว์ร้าย เก้าชนิด เลือดสัตว์สีดำสามชนิดต้องหาให้ได้ก่อนฟ้าสาง เหลียนซูสั่งคนในตระกูลไปตรียมมาทันที จากนั้นเขาก็เรียกประชุมคนในตระกูลอาวุโสระดับสูงหลายคน“คุณป้าครับช่วยจัดจุดทำพิธีตามผมบอกด้วย”ไม่นายตระกูลเหลียนก็วุ่นวายทันที หลังจากนั้นมู่หวานก็ให้คนงานนำร่างของย่าเหลียนชิงออกไปลานกว้างที่แสงจันทร์ส่อง ตอนนี้พลังวิญญาณชั้วร้ายใกล้จะเอาชีวิตเธอแล้ว“ให้ตายเถอะฉันต้องมาเป็นอาจารย์ปราบผีเนี่ยนะ”เฉินหนานรู้สึกหดหู่ อย่างไรก็ตามเขาถอยไม่ได้แล้ว เฉินหนานวางค่ายกลกักขังทันที เขานำก้อนหยกของมู่หวานออกมาลงอักขระลงไปห้าสิบชิ้น แล้วใช้พลังวิญญาณกำกับมันอีกทีแล้วว่างไปตามจุดต่างๆรอบร่างของย่าเหลียนชิง ตูม!!!จากนั้นแสงสีทองจางๆก็ปรากฎขึ้นไม่นานมันก็จากหายไป“เห้อเสร็จไปอีกขั้น”ผ่านไปไม่นานของทุกอย่างก็ถูกนำเขามาทั้งหมด เฉินหนานตอนนี้มีเหงื่อท่วมร่างอีกครั้ง เขานำใบท้อทั้งหมดมาเขียนยันต์ขับไล่แล้วนำลงไปต้มลงในน้ำมี่มีแสงจันทร์ส่อง จากนั้นเขาเอาเลือดของสัตว์สามชนิดมาผสมผสานกัน แล้วนำเขี้ยวสัตว์ร้ายเก้าขนิดมาทำให้มันเป็นผงแล้วผสมลงไปในเลือดสัตว์สีดำ จากนั้นเขานำเขี้ยวหมูป่าจุ่มลงไปในเลือดทั้งหมดแล้วนำมาปักไว้รอบร่างของหญิงชราเธอชื่อ เจียวเชิน จากนั้นเขาใช้เลือดเขียนอักขระปราบมารลงไปที่หยกสีดำทั้งสิบแปดอัน“ทุกคนระวังตัวผมจะเริ่มพิธีแล้ว”…