“ ท่านครับ มีรายงานส่งมาจากแนวหลัง ในฝั่งของกลุ่มฮันเตอร์อิสระมีการจัดขบวนกองทัพไล่กวาดล้างมอนสเตอร์จนพวกมันเหลือจำนวนราว 40 % เท่านั้นครับ ”
พันโทหงซวนหันมองทหารที่กลับมารายงานข่าวสลับกับมองไปยังพันโทอีก 6 คนที่กำลังช่วยกันโจมตีเต่ายักษ์โดยมีเลเวลร้อยช่วยกันโจมตีจากรอบตัว
แม้มังกรจะทิ้งบาดแผลขนาดใหญ่ให้กับเต่าตัวนี้ พลังป้องกันของมันยังคงสูงเท่าเดิม พลังชีวิตที่เหลืออยู่เพียงพอจะสร้างความเสียหายได้อีกหลายวัน ถึงอย่างนั้นพวกเขาสามารถสร้างบาดแผลให้มันได้เรื่อยๆ ต่อให้จะยากเย็นก็ตาม คงไม่พ้นคืนนี้มันจะถูกสังหารตาย
“ ใครเป็นคนจัดรูปแบบ ”
“ เจ้าของร้านหลงเฉียงฟิตเนสครับ เขาวิ่งอยู่หน้าขบวนไปพร้อมๆกับชักจูงให้ฮันเตอร์อิสระลุกขึ้นมาช่วยกัน เจ้าหน้าที่ที่ดูแลทางฝั่งนี้ร่วมกับฮันเตอร์อิสระต่างก็เข้าไปร่วมขบวนด้วยจนรูปแบบแนวรบเปลี่ยนไป ”
“ มันไม่ได้มีผลกระทบใช่ไหม ”
หวงซวนอยากรู้ผลกระทบที่เกิดจากรูปแบบขบวนที่เปลี่ยนไป เขากลัวว่ามอนสเตอร์จะหลุดเข้าไปในเมืองมากยิ่งขึ้นจากการเปลี่ยนแผนของฮันเตอร์อิสระ พวกเขาอยู่ตรงกลางของแนวรบด้านหลัง โดยมีตระกูลและขุมอำนาจภายในเมืองแยกกันดูแลซ้ายและขวา ถ้าตรงกลางเปิดโล่งเขากลัวว่ามอนสเตอร์จะทะลักเข้าสู่เมือง
“ ไม่มีปัญหาเลยครับ มอนสเตอร์ทั้งหมดในจุดที่ฮันเตอร์อิสระดูแลดูเหมือนจะถูกบางอย่างกระตุ้น แทนที่พวกมันจะวิ่งเข้าตัวเมืองกลับวิ่งเข้าหาขบวนของฮันเตอร์อิสระ ”
หงซวนลูบคางพลางคิดจนคาดการณ์ได้ว่าอาจจะมีคนใช้สกิลยั่วยุมอนสเตอร์ให้ตามไป ทันใดนั้นทหารอีกคนก็เข้ามารายงานเกี่ยวกับแนวรบทางด้านหลังที่เปลี่ยนไป มันได้สร้างความตกใจให้เขาไม่น้อยเพราะนี่พึ่งเที่ยงวัน
“ ว่ายังไงนะ ฉันฟังไม่ชัด ”
“ แนวรบที่รวมเหล่าฮันเตอร์อิสระเอาไว้ด้วยกันกำจัดมอนสเตอร์ไปทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ขบวนของพวกเขากำลังวิ่งไปทางขวามือครับ ”
หงซวนจำได้ว่าแนวรบทางฝั่งขวามือมีตระกูลซูและตระกูลเหยาปักหลักพร้อมกับเจ้าหน้าที่และกิลด์ของเขต X
หลังจากที่เขารับแผนที่จากมุมสูงมาดู ปรากฎว่ากองกำลังของฮันเตอร์อิสระที่มุ่งหน้าไปถึงแนวรบทางขวามือ กำลังเข้าสังหารมอนสเตอร์อย่างบ้าคลั่งโดยไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนต้านเอาไว้ได้แม้แต่มอนสเตอร์เลเวล 70 ก็ตาม
จากการคาดการณ์เขาคิดว่าสงครามคงจะจบลงในวันนี้แน่ หากขบวนฮันเตอร์ยังมีแรงพอให้เคลื่อนไหว
ขณะที่กำลังฉีกยิ้มดีใจ สัญชาตญาณกลับเตือนให้เขามองขึ้นไปบนฟ้าสูง หมู่มวลก้อนเมฆสีขาวเริ่มเปลี่ยนสีจนหมองหม่น จากขาวสว่างเริ่มกลายเป็นเทาเข้มราวกับว่ากำลังจะมีพายุฝนร่วงกระหน่ำลงมา
ทันใดนั้น
บนท้องฟ้าเริ่มปรากฎสายฟ้าฟาดโหมกระหน่ำ ปรากฎการณ์นี้มักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีบางอย่างที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่บริเวณนั้น
หงซวนที่คอยสำรวจเหตุการณ์ประหลาดรีบเตือนให้ทุกคนระวัง อีกไม่นานจะต้องมีมอนสเตอร์สุดอันตรายโผล่มาอีกแน่
กรี๊ด!!!
เสียงร้องเล็กแหลมเสียดแทงแก้วหูดังก้องลงมาจากก้อนเมฆ เหล่าฮันเตอร์ล้วนแล้วยกมือป้องหูด้วยท่าทางเจ็บปวดเพราะเสียงทะลวงผ่านทุกๆอย่าง
มอนสเตอร์ที่กำลังต่อสู้ล้วนตัวสั่นเมื่อได้ยินเสียงร้องจากสิ่งที่อยู่เหนือก้อนเมฆ
ในขณะที่การต่อสู้หยุดลงกระทันหันเพราะทุกสิ่งหวาดกลัวต่อเสียงกรีดร้องนี้เอง ท้องฟ้าเหนือตำแหน่งที่เต่ายักษ์กำลังต่อสู้ด้วยสภาพปางตายก็เริ่มเปิดอ้าออกเป็นรูขนาดใหญ่
ใจกลางรูที่มองขึ้นไปปรากฎร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์กำลังกางปีกบินอยู่เหนือรูของก้อนเมฆ
เมื่อมันหุบปีกร่างๆนั้นก็บินโฉบผ่านรูลงสู่พื้นดินด้วยความเร็ว สร้างความกลัวให้กับผู้พบเห็นมันอย่างมาก
นกยักษ์ไม่ได้บินโฉบลงมาตัวเดียวเท่านั้น ด้านหลังของมันมีมอนสเตอร์มากมายหลายหมื่นบินโฉบตามลงมาอย่างรวดเร็ว แม้ฝูงนกด้านหลังจะมีขนาดเล็ก มันกลับตัวโตเท่ารถเก๋ง
กรี๊ด!
ราชาตัวใหม่ปรากฎกาย ลักษณะของมันเหมือนเป็ดที่มีปีกเป็นค้างคาว จะงอยปากของมันเต็มไปด้วยฟันที่งอกเพิ่มเข้ามาจนทำให้ดูน่าขนลุก
ดวงตาสีแดงทั้ง 10 คู่ที่กรอกไปมาทำให้มองเห็นทั่วทุกมุมของสนามรบ ทันทีที่เห็นเต่ายักษ์มันจึงบินโฉบลงไปจิกศีรษะด้วยกรงเล็บต่อหน้าฮันเตอร์ที่พยายามสังหารมัน
กรงเล็บอันแหลมคมราวกับเหยี่ยวจ้วงแทงผ่านเนื้อหนังทะลุกะโหลกลึกไปถึงสมอง ปลิดฉากเต่าที่บาดเจ็บหนักในการโจมตีเดียว
กรี๊ด!
นกฝูงใหญ่ได้ยินเสียงราชา แต่ละตัวรีบบินไปยังตำแหน่งอื่นๆจนทำให้ทั่วสนามรบถูกปกคลุมไปด้วยฝูงนกจำนวนมหาศาล
ทันใดนั้น
ฝูงนกจำนวนมากก็ได้หุบปีกเก็บคอแล้วพุ่งลงมาจากบนฟ้าสูงราวกับหอก เหล่าฮันเตอร์ที่เห็นวิธีโจมตีล้วนแล้วกรีดร้องพยายามออกคำสั่งให้ช่วยกันโจมตีบนฟ้า หากพวกเขาไม่สามารถป้องกันการโจมตีในครั้งนี้เอาไว้ได้ คงมีคนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากอย่างแน่นอน
“ อ้ายเสิน บอกให้คนของแกตั้งโล่ซะ ”
“ เถ้าแก่ เราจะรับไหวเหรอ ขนาดตัวของมันไม่ต่างจากรถเก๋งเลยนะ ”
“ เชื่อในความแข็งแกร่งของแขนพวกแกซะ ”
อ้ายเสินบอกให้กลุ่มของเขาเข้ามารวมตัวกันแล้วตั้งโล่ ฮันเตอร์ในขบวนล้วนแล้วหาที่หลบไม่ต่างกัน ใครที่มีโล่ล้วนแล้วยกขึ้นมากำบังการโจมตีที่กำลังใกล้เข้ามา
ในระหว่างนี้เหล่านักเวทและอาชีพที่มีการโจมตีระยะไกลไม่รอช้าโจมตีสิ่งที่ร่วงตกลงมาบนท้องฟ้าหวังจะลดจำนวนพวกมันก่อนจะถึงพื้นดิน
“ เถ้าแก่! ทำไมไม่เข้ามาหลบหลังโล่ ”
อ้ายเสินกวักมือเรียกเถ้าแก่ให้หลบเข้ามาในโล่ของพวกเขา ต่อให้จะแข็งแกร่งแต่ถ้าถูกนกพวกนี้กระแทกร่างเข้าไปคงจะบาดเจ็บไม่น้อย
เฉินห่าวกลับบอกให้อ้ายเสินหลบเข้าไปอย่าได้ออกมา ก่อนที่เขาจะชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้าท่ามกลางนกมากมายที่ตกลงมา
ตู้มตู้มตู้มตู้มตู้มตู้มตู้มตู้มตู้มตู้ม !
เสียงตกกระแทกราวกับเครื่องบินรบทิ้งระเบิดปูพรมดังขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงกระแทกดังมีเสียงร้องโหยหวนของฮันเตอร์ดังสลับกัน
คนที่ไม่สามารถป้องกันการโจมตีล้วนแล้วบาดเจ็บหนัก บางคนเสียชีวิตในทันที กระทั่งการพุ่งกระแทกพื้นของนกจบลงนี้เอง ภายในสนามรบต่างก็เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของมอนสเตอร์และฮันเตอร์ผสมปนเปกัน
การโจมตีของเหล่านกไม่สนใจมอนสเตอร์ด้วยกัน พวกมันสนเพียงแค่ว่าจะต้องทิ้งตัวลงมาจากฟ้าโจมตีทุกอย่างบนพื้นเท่านั้น
“ ลูกพี่ แขนฉัน!”
อ้ายเสินมองไปยังผู้ใช้โล่ทั้ง 2 คนที่ยกโล่ขึ้นมาป้องกัน แขนของเขาหักไปพร้อมกับโล่ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งหลังจากป้องกันนกที่ร่วงตกลงมา
นับว่าโชคดีของพวกเขาที่นกร่วงตกลงมากระแทกกลุ่มเพียง 2 ตัว หากมากกว่านี้พวกเขาคงตายทั้งกลุ่ม แต่แล้วอ้ายเสินก็พึ่งนึกได้ว่าเจ้าของร้านไม่มีโล่ป้องกัน พวกเขาจึงรีบวิ่งไปดูอาการเจ้าของร้านก่อน
แต่สิ่งที่เห็นสร้างความตกใจให้ไม่น้อย
ในจุดที่เจ้าของร้านยืนอยู่ไม่มีร่องรอยการโจมตี พื้นดินในรัศมี 3 เมตรรอบตัวยังปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือศพของนกที่อยู่รอบๆ พวกมันแต่ละตัวถูกตัดร่างกลายเป็นกองศพนอนตายเกลื่อน สิ่งใดก็ตามที่อยู่ในรัศมีการโจมตีของเถ้าแก่ล้วนตายทั้งหมด ทำให้พวกเขาเห็นพื้นที่ปลอดภัยในระยะ 3 เมตรรอบๆตัวเถ้าแก่เฉิน
“ เอาแขนมานี่แล้วก็รีบกินยาฟื้นฟู เราต้องไปต่อ ”
เฉินห่าวเดินกลับเข้าไปในกลุ่มแล้วจิ้มไปยังแขนของฮันเตอร์ที่หัก แม้กระดูกจะไม่สมานตัวกันในทันทีก็ตาม ภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากกินยาผสานกระดูกเข้าไปแล้วแขนของฮันเตอร์จะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
“ พวกมันยังไม่ตาย รีบฆ่ามันซะ ”
เฉินห่าวร้องตะโกนบอกให้ฮันเตอร์ที่รอดชีวิตรีบสังหารมอนสเตอร์
นกที่ร่วงตกลงมาจากท้องฟ้าใช้หัวของมันเสียบลงไปในพื้นดิน เป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะสังหารมันที่กำลังโชว์ตูด
ในส่วนมอนสเตอร์ที่บุกโจมตีก่อนหน้าพวกมันต่างก็ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของฝูงนกเช่นกัน เฉินห่าวไม่ต้องการให้นกกลับขึ้นไปบนฟ้าจึงออกคำสั่งให้ทุกคนรีบๆสังหารมันในทันที
“ ใครที่บาดเจ็บรีบดื่มยาฟื้นฟู เดี๋ยวเจ้าของหลงเฉียงฟิตเนสอย่างฉันจะเข้าไปช่วยเร่งการฟื้นฟูให้ ”
เฉินห่าวได้ทีรีบสั่งให้คนที่บาดเจ็บกินยาแล้วเข้าไปเร่งการรักษาด้วยสกิลปรับแก้ข้อผิดพลาด เขาไม่ลืมพูดถึงร้านเพื่อให้คนจำฝังใจว่าได้รับความช่วยเหลือจากใคร
ในระหว่างที่เขาใช้ก้าวย่างเงาพันเซียนเข้าประชิดผู้บาดเจ็บ ฮันเตอร์ที่ยังมีชีวิตล้วนแล้วกระจายตัวกันออกไปสังหารมอนสเตอร์ที่ใกล้ที่สุดตามคำพูดของเฉินห่าว
[ แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ]
“ 50 สักที ถ้าไปถึงเลเวล 60 ก็จะได้สกิลมาอีกสินะ ”
เฉินห่าวพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น ในตอนนี้ค่าสถานะโดยรวมของเขาเทียบเท่าเลเวล 70 แล้ว มอนสเตอร์รอบๆจึงไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป เพียงกรีดดาบเบาๆผ่านร่างก็สามารถสังหารพวกมันได้ ต่อให้จะเป็นเลเวล 70 ที่เคยฆ่าได้ยาก ต่อจากนี้ไปพวกมันไม่ต่างจากเลเวล 1 สำหรับเขา
หลังจากที่ช่วยฮันเตอร์เร่งการฟื้นฟูบาดแผลแล้ว เขาจึงกลับไปด้านหน้าขบวนต่อ ก่อนจะปลุกใจทุกคนจนฮึกเหิมกลับมาไล่ตามเขาจนเกิดขบวนฮันเตอร์ไล่ฆ่าฟันมอนสเตอร์ที่เหลือ
อย่างไรก็ตามจำนวนนกที่ร่วงตกลงจากฟ้ากลับมีมากเกินไป ต่อให้ฮันเตอร์จะช่วยสังหารพวกมันแล้วก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นนกที่อยู่ใกล้ๆกับขบวน กลุ่มที่อยู่ห่างออกไปเริ่มนำตัวออกมาจากดินก่อนจะบินขึ้นฟ้าสูง ทำให้เห็นฝนนกร่วงตกลงมาอีกครั้ง
เหล่าฮันเตอร์ที่จดจำรูปแบบการโจมตีของมอนสเตอร์นกได้นั้นรีบหันมองพวกมันพลางหาช่องว่างเพื่อกระโดดหลบ
การป้องกันให้ผลเสียมากกว่า ดังนั้นทุกคนจึงคิดจะใช้ความเร็วหลบมันแทน
เฉินห่าวสั่งหยุดขบวนอีกครั้งเพื่อให้ทุกคนได้รับมือกับนกที่ร่วงตก ขณะที่เขากำลังจะสังหารกลุ่มนกที่เข้ามาในรัศมีโจมตีของตนนี้เอง สัญชาตญาณได้แจ้งเตือนถึงบางอย่างที่สุดแสนจะอันตรายกำลังมุ่งหน้ามาหาเขาด้วยความเร็ว
เพียงพริบตาที่สัมผัสอันตรายร่างกายของเขาได้ตอบสนองอัตโนมัติ มันคือสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในชีวิตก่อนที่เข่นฆ่ากันกับเหล่าผู้ฝึกเซียนมาตั้งแต่เด็ก
ทันใดนั้นเองบริเวณคอของเขาก็มีมีดสีดำพุ่งเข้าฟัน จิตแห่งดาบที่ยกขึ้นมาป้องกันถึงขั้นแตกละเอียดส่งร่างของเขากระเด็นออกไปเป็นทางยาวหลายร้อยเมตร
กลุ่มของอ้ายเสินที่ได้ยินเสียงรีบหันมองพบเพียงแค่ว่าในจุดที่เจ้าของร้านยืนอยู่ มีชายสวมชุดสีดำเข้ามายืนแทน ส่วนเจ้าของร้านตอนนี้พุ่งออกไปไกลโดยที่ร่างของเขากระแทกมอนสเตอร์จนตัวขาดกระจุยกระจายกลายเป็นทางยาว
“ เถ้า! ”
ปากที่กำลังอ้ากว้างหุบลงหลังจากได้ยินเสียงเถ้าแก่ในสมอง เขาสั่งห้ามไม่ให้ร้องตะโกนแล้วบอกให้พวกเขาหนีไป
อ้ายเสินไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่จากน้ำเสียงที่เขาได้ยินทำให้ต้องเชื่อฟัง ตลอดเวลาที่สู้ด้วยกัน พวกเขาไม่เคยเห็นน้ำเสียงวิตกของเถ้าแก่มาก่อน