ตอนที่ 14 ขโมยหมูของนางไป ถามความเห็นนางหรือยัง?
“ไม่ ท่านย่า พวกท่านเอามันไปไม่ได้ หากพวกท่านเอามันออกไป ท่านแม่กลับมาต้องทุบตีข้าตายแน่” แม้มือเท้าของหลิวซื่อหลางกำลังสั่นสะท้าน แต่เขาก็พยายามขัดขวางอย่างเต็มที่
สีหน้าของแม่เฒ่าหลิวพลันเหี้ยมเกรียม นางยื่นมือไปผลักเขาล้มลงบนพื้น
“หลิวซื่อหลาง อยากโดนตีหรือ?”
“ย่าของเ้ากินอาหารของเ้าแล้วผิดตรงไหน มันคุ้มค่าที่จะขวางข้าหรือไม่? หลิวซื่อหลาง ข้าบอกเลยว่าหากเ้ายังมาขวางข้าอีกครั้ง ข้าจะไม่ใจดีกับเ้าแล้ว”
หลังจากทิ้งคำพูดอันโหดร้ายไว้แล้ว นางก็พาหลิวต้าหลางกับน้องชายออกไปทันที
“ท่านย่า พี่ใหญ่ พวกท่านเอามันไปไม่ได้นะขอรับ มันไม่ใช่ของข้า มันเป็ของท่านแม่ ท่านเอามันไปไม่ได้” หลิวซื่อหลางลุกขึ้นจากพื้น แล้ววิ่งไล่ตามไป เพื่อพยายามขัดขวาง
คาดไม่ถึงว่าการกระทำนี้จะทำให้แม่เฒ่าหลิวบันดาลโทสะ นางไปหยิบกิ่งไม้ที่อยู่ด้านข้างมาฟาดหลิวซื่อหลาง ปากสาปแช่งหลิวซื่อหลางอย่างต่อเนื่อง ส่วนมือก็ฟาดเขาไม่หยุดจนรู้สึกเมื่อยล้า นางจึงโยนกิ่งไม้ในมือลงบนพื้น แล้วละทิ้งถ้อยคำรุนแรงไว้ ก่อนจากไปด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
เกิดอะไรขึ้นที่บ้านบ้าง หลินจิ่วเหนียงไม่ทราบเลย นางหยิบหมูป่าที่ยังไม่ได้โกนขนใส่ตะกร้าั้แ่เข้าตรู่ แล้วมุ่งหน้าไปในเมือง
“หลินจิ่วเหนียง น่าทึ่งนัก เ้าล่าหมูป่าตัวใหญ่ได้จริง ๆ” เอ้อร์หมาจื่อในหมู่บ้านมองนางด้วยรอยยิ้ม สายตาเต็มไปด้วยความละโมบ
“ไม่ใช่ว่าหมูป่าตัวนี้ถูกพรานในหมู่บ้านวางกับดักจับได้ แล้วเ้าไปขโมยมาหรือ?”
ทันทีที่ถ้อยคำดังกล่าวหลุดออกมา คนอื่นที่กำลังเดินทางเข้าเมืองด้วยกัน ก็รีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่กล้าหาเื่นาง
หลินจิ่วเหนียงเหลือบมองเอ้อร์หมาจื่อ ด้วยสายตาเย้ยหยัน “รู้หรือไม่ว่าเ้าจะถูกตัดสินให้จำคุก โทษฐานใส่ร้ายนานเพียงใด?”
เอ้อร์หมาจื่อผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็โกรธจัด “นังบ้า ขู่ข้าหรือ? เชื่อหรือไม่ว่าข้าซัดเ้าลงไปนอนได้ง่าย ๆ เลย?”
โครม!
หลินจิ่วเหนียงโยนสัมภาระลงบนพื้น แล้วเตะเอ้อร์หมาจื่อที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวจนกระเด็นไป ด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
“ขู่ข้าหรือ?”
“จะทำร้ายข้าหรือ?”
“อยากให้ข้าสอนวิธีทำตัวเป็คนให้หรือไม่?”
เอ้อร์หมาจื่อคุกเข่าลงกับพื้น พลางใช้มือทั้งสองข้างกุมท้องตัวเอง แล้วจ้องมองหลินจิ่วเหนียงด้วยความโกรธ “หลินจิ่วเหนียง เ้ากล้าดีอย่างไรมาทำร้ายข้า เ้า...”
“ข้าทำร้ายเ้า” หลินจิ่วเหนียงตะคอกอย่างเ็า ขัดจังหวะอีกฝ่ายทันที “ข้าจะบอกให้ว่าข้าสามารถเอาชนะหมูป่าและหมาป่าได้ แม้แต่หมาป่าข้ายังฆ่ามาแล้ว ถ้ามาขู่ข้าก็สมควรโดน!”
“ทำไม สัตว์ป่าทุกตัวบนูเาด้านหลังเป็ของครอบครัวนายพราน คนอื่นจึงไม่สามารถขึ้นไปล่าสัตว์บนูเาได้หรือ? ข้าบอกเลยว่าที่ข้าทุบตีเ้าวันนี้ หากเ้ามีความสามารถก็ไปศาลาว่าการเพื่อฟ้องข้าได้เลย ข้าไม่กลัวหรอก เพราะข้าก็สามารถฟ้องเ้าในข้อหากล่าวความเท็จได้”
หลังจากพูดจบ นางก็หยิบสัมภาระขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเดินต่อไปอย่างมั่นคง
เื่ราวเล็กน้อยระหว่างทางนี้ ไม่อาจส่งผลต่ออารมณ์ของหลินจิ่วเหนียงแต่อย่างใด
แน่นอนว่านางมุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร
ร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอันเล่อคือหอซงเหอ ซึ่งหลินจิ่วเหนียงตรงไปที่ร้านนั้น
ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาอาหาร จึงไม่มีคนมารับประทานอาหารในหอซงเหอ มีเพียงพนักงานทำความสะอาดเพียงคนเดียว และเถ้าแก่ที่กำลังดีดลูกคิดทำบัญชีอยู่ที่โต๊ะ
หลินจิ่วเหนียงเดินมา แล้ววางสัมภาระลงบนพื้น “เถ้าแก่ รับเนื้อหมูป่าหรือไม่? กำลังสดใหม่เลย”
จางเป่าเฉิงขมวดคิ้ว สตรีผู้นี้ดุร้ายถึงเพียงนี้เลยหรือ เหตุใดนางจึงมีกิริยาหยาบช้าราวกับบุรุษนัก?
แต่หมูป่าเป็วัตถุดิบหายาก
เขาจึงอดไม่ได้ที่จะมองออกไปนอกโต๊ะ และพบว่ามันคือหมูป่าตัวใหญ่ ชั้นไขมันหนาทำให้ดวงตาของจางเป่าเฉิงเป็ประกาย รีบเดินออกมาจากโต๊ะทันที “รับ!”
คุณภาพของเนื้อนั้นดีมาก นำไปทำอาหารจานหมูป่าในวันนี้ได้เลย แต่น่าเสียดายที่หัวหมูป่าหายไป และส่วนท้องที่นุ่มที่สุดก็ถูกตัดออกไปแล้ว
“เสนอราคามา แล้วข้าจะขายให้ท่านในราคายุติธรรม” หลินจิ่วเหนียงกล่าวอย่างสบาย ๆ
จางเป่าเฉิงครุ่นคิด “เนื้อหมูไม่มีกระดูกข้างนอกขายกันราคาแปดตำลึงต่อชั่ง แต่หมูป่าเป็ของหายาก เช่นนั้นข้าจะชั่งน้ำหนักทั้งหมดรวมทั้งกระดูก แล้วจะให้เ้าสิบตำลึง เ้าคิดเห็นอย่างไร?”
หลินจิ่วเหนียงฟังแล้วก็พยักหน้า เพราะราคาที่อีกฝ่ายเสนอนั้นถือว่ายุติธรรม
ไม่นานหลังจากนั้น หลินจิ่วเหนียงก็มีเงินสิบเอ็ดตำลึงในมือ หลังจากตัดหัวและควักเครื่องในหมูป่าออกแล้ว เนื้อที่เหลือก็มีน้ำหนักราวหนึ่งร้อยสิบชั่งเท่านั้น
เมื่อชั่งน้ำหนักเงินในมือแล้ว ก็รู้สึกว่าเหมาะสม
เมื่อเห็นว่านางกำลังจะจากไป จางเป่าเฉิงก็รีบทักทายนางอย่างอัธยาศัยดี แล้วบอกให้นางนำของมาขายในครั้งต่อไปอีกหากมีของดี ซึ่งราคาสามารถต่อรองกันได้
หลินจิ่วเหนียงไม่ตอบและจากไปทันที สำหรับความสุภาพเช่นนี้ เพียงแค่ฟังก็พอแล้ว
หลินจิ่วเหนียงใช้เงินที่มีอยู่ซื้อข้าวสิบชั่ง จากนั้นก็ซื้อเครื่องปรุงรสอีกเล็กน้อย รวมเป็หนึ่งตำลึง
ส่วนเมล็ดพืชนั้น เนื่องจากฤดูเพาะปลูกผ่านไปแล้ว ในร้านจึงเหลือไม่มาก ที่มีอยู่นั้นเพียงพอสำหรับปลูกในที่ดินสิบไร่เท่านั้น หลินจิ่วเหนียงขอซื้อทั้งหมด แต่แค่สิบชั่งก็มีราคาเป็เงินสามตำลึงแล้ว
เื่นี้ทำให้หลินจิ่วเหนียงเจ็บใจมาก เมล็ดพืชนี้มีราคาแพงจริง ๆ
แต่เมื่อนึกถึงการเก็บเกี่ยว หลินจิ่วเหนียงก็กัดฟันหยิบเงินออกมาหนึ่งตำลึงอีกครั้ง แล้วสั่งเมล็ดพืชห้าสิบชั่งกับอีกฝ่าย
เถ้าแก่ขายเมล็ดพืชรู้สึกประหลาดใจ “แม่นางคนนี้ หมดฤดูกาลเพาะปลูกแล้ว เ้า้าเมล็ดพันธุ์พืชมากมายถึงเพียงนี้ไปเพื่ออะไร? เมล็ดข้าวห้าสิบชั่งต้องใช้เงินเป็จำนวนมาก หากจะเอาไปกินมันก็สิ้นเปลืองเกินไป ไปซื้อข้าวที่สีแล้วจะถูกกว่านะ”
หลินจิ่วเหนียงยกยิ้มฝืดเฝื่อน หากนางมีเงิน นางคงอยากได้เมล็ดสักสามพันชั่ง
แต่น่าเสียดาย ในฐานะคนยากจนคนหนึ่ง นางต้องหาทางหาเงินมาซื้อเมล็ดพืชห้าสิบเมล็ด
“เถ้าแก่ ท่านแค่ต้องบอกข้ามาว่าสามารถหามันได้หรือไม่ และราคาเท่าไหร่ ส่วนเื่อื่นนั้นไม่จำเป็ต้องกังวล”
เถ้าแก่ขายเมล็ดพืชมองนางหัวจรดเท้า แล้วส่ายหน้า “ได้ แต่มันมีราคาสิบห้าตำลึง หากเ้า้ามันจริง ๆ เ้าต้องวางเงินมัดจำไว้ห้าตำลึง ก่อนที่ข้าจะส่งสินค้าให้กับเ้าได้ ไม่เช่นนั้นหากข้าส่งของให้แล้วเ้าปฏิเสธ ข้าก็จะขาดทุนหนักใช่หรือไม่?”
สตรีผู้นี้นุ่งห่มผ้าขี้ริ้ว บอกได้เลยว่านางคงไม่มีเงินหรอก อีกทั้งฤดูกาลเพาะปลูกก็ผ่านมากว่าครึ่งเดือนแล้ว แต่นางยังมาขอซื้อเมล็ดพืชจากเขาอีก ใครจะรู้ว่านางจะสร้างปัญหา หรือจงใจทำให้เขาต้องขาดทุนหรือไม่?
หลินจิ่วเหนียงไม่ลังเลเลย นางหยิบเงินออกมาอีกสี่ตำลึง
ทั้งสองลงนามในสัญญา และนัดหมายเวลารับสินค้า จากนั้นหลินจิ่วเหนียงจึงรีบกลับไปพร้อมของที่นางซื้อมา
เงินยังเหลืออยู่อีกสิบตำลึง นางยังต้องหาทางหาเงิน
เมื่อนึกได้ดังนั้น นางก็เดินกลับบ้านโดยไม่รู้ตัว
ทันทีที่เดินเข้าไปในบ้าน นางก็เห็นหลิวซื่อหลางกำลังนั่งซึมเซาอยู่อย่างสิ้นหวัง สายตาของนางพลันฉายแววรังเกียจ อายุสิบสามปีแล้ว แต่ยังหวาดกลัวนางถึงเพียงนี้ ไม่มีความกล้าหาญเอาเสียเลย
หลินจิ่วเหนียงวางของ ก่อนจะนั่งพักผ่อนบนเก้าอี้
หลังจากหายเหนื่อยแล้ว ตอนนี้ก็รู้สึกหิวมาก!
นางจะให้หลิวซื่อหลางช่วยทำอาหาร โดยบอกให้เขาเอาหัวหมูที่ล้างสะอาดแล้วออกมา นางจะทำหัวหมูตุ๋น
หลังจากที่นางพูดจบ นางก็พบว่าหลิวซื่อหลางยังคงยืนอยู่ที่เดิม จึงอดหงุดหงิดไม่ได้ “หลิวซื่อหลาง เ้าหมายความว่าอย่างไร? ข้าเก็บเ้าไว้ที่นี่เพื่อให้ช่วยข้าทำงาน เหตุใด เ้าไม่พอใจที่ข้าบอกให้ช่วยทำอาหารหรือ?”
ฟึ่บ!
หลิวซื่อหลางคุกเข่าลงด้วยั์ตาแดงก่ำ แล้วก้มหน้าลงด้วยความอับอาย “ท่านแม่ ขอ ขอโทษนะขอรับ! หัวหมูป่าถูกพวกพี่ใหญ่เอาไปแล้ว”
“เ้าบอกว่าหลิวต้าหลางเอาหัวหมูไปงั้นหรือ?”
หลินจิ่วเหนียงหรี่ตาลงอย่างเหี้ยมเกรียม ขโมยหมูของนางไป ถามความเห็นนางหรือยัง?
หลังจากได้รับคำตอบยืนยันจากหลิวซื่อหลางแล้ว หลินจิ่วเหนียงก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องครัว เมื่อนางออกมาอีกครั้ง นางก็มีมีดทำครัวสำรองอยู่ในมือ
หลิวซื่อหลางตกตะลึงกับสีหน้าอาฆาตพยาบาทของหลินจิ่วเหนียง เขาจำภาพแม่ของตนฆ่าหมาป่าเมื่อคืนนี้ได้ เสียงของเขาสั่นเครือ “ท่านแม่ ท่าน... ท่านจะเอามีดทำครัวไปทำอันใดขอรับ?”
สายตาเ็าของหลินจิ่วเหนียงจ้องมองหลิวซื่อหลาง “ฆ่าคน!”
..............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
บ้านตระกูลหลิวถึงคราวจบเห่แน่วันนี้ จะมีข่าวหญิงคลุ้มคลั่งโมโหหิวบุกฆ่ายกครัวไหมเนี่ย
ไหหม่า(海馬)