หนึ่งปีผ่านไป.............
ผมถูกเรียกตัวกลับบ้านอย่างเร่งด่วนหลังจากไม่ได้กลับบ้านถึงหนึ่งปีเต็มเพราะภาพลักษณ์ที่เป็หนุ่มเพลย์บอย เที่ยวเก่ง ไม่จริงจัง จึงทำให้ครอบครัวเป็ห่วงและ้าให้ผมปรับปรุงตัวถึงแม้ตัวงานที่ผ่านมาจะการันตีว่าฝีมือการบริหารงานของผมพัฒนาขึ้นอย่างมากแล้วแต่ภาพลักษณ์ของผมในตอนนี้กลับไม่เป็ที่ชื่นชอบของครอบครัวอย่างมากโดยเฉพาะแม่ที่โทรตามให้ผมกลับบ้านอยู่ทุกวัน
“มาได้สักทีนะเ้าลูกชายตัวดีจำทางกลับบ้านได้แล้วหรือยังไง” เสียงแม่ที่บ่นขึ้นทันทีที่เห็นผมเดินเข้ามาในบ้าน
“ก็กลับมาแล้วนี่ครับ”ผมเดินเข้าไปกอดแม่แล้วหอมแก้มเอาใจท่าน
“ไม่ต้องมาทำเป็เอาใจเดี๋ยวนี้ชักจะเอาใหญ่ อยู่ทางโน้นก็ทำตัวเป็พวกเพลย์บอยลอยไปลอยมาทำตัวเสเพลไม่น่าเชื่อถือ ได้ข่าวว่าออกเที่ยวแทบทุกคืนเค้าพูดกันว่ายังไงนะ พี่สาวเราบอกกับแม่ว่าอะไรนะ อ้อคิดออกแล้ว ‘ล่าแต้ม’เก็บผู้หญิง แกต้องเลิกนิสัยพวกนั้นเลยนะ แม่ขอสั่ง” ผมอมยิ้มเพราะแผนการที่ผมวางไว้กำลังเริ่มต้นแล้ว
สามเดือนก่อนผมได้รับข่าวจากนักสืบที่ผมให้ตามสืบเื่ของกีรติ ข้อมูลที่ได้ยังคงเหมือนเดิมวันทำงานเธอยังคงตามติดพี่สาวผมดังเงา วันหยุดก็ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนสาวของตัวเองส่วนใหญ่ก็จะไปกินข้าวหรือไม่ก็ไปซื้อเสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋าอะไรพวกนั้นที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบทำกันข้อมูลของเธอพวกนี้ผมรับรู้มามากซะจนจำได้หมดแล้วว่าเธอชอบกินอะไร ชอบดูหนังแนวไหนรู้แม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เธอใส่คือแบรนด์อะไรข้อมูลส่วนใหญ่ของกีรติไม่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้นเลยสักนิดผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเธอจะติดต่อกับผู้ชายคนนั้นอยู่อีกหรือเปล่าและทางเดียวที่ผมจะรู้ได้คือผมจะต้องให้เธออยู่ใกล้ๆผมผมถึงจะมั่นใจว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้นอีกต่อไปแล้วและที่สำคัญคือเื่ความสัมพันธ์ของเธอกับพี่สาวผมผมอยากแน่ใจว่าเธอไม่ได้หลอกลวงพี่สาวผมพี่ทิวาก็ช่างชอบแกล้งผมคอยแต่จะส่งภาพคู่แบบสนิทสนมแนบชิดมาให้ผมดูแทบจะทุกวันผมเบื่อและเอือมระอากับการกระทำของพี่สาวเต็มทีแล้ว ผมจึงเริ่มคิดแผนนี้ขึ้นมาแผนการดึงตัวเลขาคนเก่งของพี่มาเป็เลขาผมมาช่วยปรับภาพลักษณ์เพลย์บอยผู้แสนจะเสเพลที่แม่ผมเพิ่งจะกล่าวหาผมไปยังไงล่ะ
“แม่ก็พูดเกินไปไปเอาข่าวพวกนั้นมาจากไหน ผมไม่ได้ล่าแต้มสักหน่อย” ผมโอบประคองแม่ให้เดินมานั่งคุยกันในห้องรับแขกเดินมาก็เห็นพ่อนั่งอ่านข่าวเศรษฐกิจอยู่ดูเหมือนพ่อจะไม่ได้สนใจเื่ของผมสักเท่าไหร่
“ใช้ชีวิตลูกผู้ชายคุ้มค่าเหลือเกินนะเื่ทำให้แม่กังวลใจนี่ถนัดเหลือเกิน
”พ่อเหน็บผมไม่จริงจังนัก ดูก็รู้ว่าแกล้งพูดเอาใจแม่เท่านั้น
“ก็ผมเป็ลูกชายนี่จะให้ทำงานทั้งวันแล้วกลับไปนอนจำศีลที่ห้องหลังเลิกงานแบบนั้นเหรอครับเครียดแย่เลยนะแม่” ผมยังคงอ้อนแม่ไม่หยุด
“ก็หาแฟนสักคนแล้วก็แต่งงาน อายุเราก็ไม่น้อยแล้วนะ”
“แม่อย่าข้ามลำดับขั้นสิครับพี่ทิวาเกิดก่อนผมก็ต้องแต่งก่อนผมสิ” ผมรีบเอาพี่สาวมาอ้างทันทีเื่มีแฟนเป็ตัวเป็ตนผมไม่อยากสนใจ ยิ่งเื่แต่งงานยิ่งไม่เคยคิดถึง
“ใครบอกว่าข้ามแม่เองก็พูดกับทิวาอยู่บ่อยๆ พี่ก็ไม่เคยจะปฏิเสธแม่เหมือนแกเลย”
“พี่ไม่ปฏิเสธเหรอครับเป็ไปได้ยังไง” ผมงงกับคำบอกเล่าของแม่ พี่แสดงออกชัดเจนว่าชอบกีรติพ่อแม่ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ
“เม้าท์ทิวาอยู่เหรอคะแม่”พี่ทิวาเดินลงมาจากชั้นบนแล้วนั่งลงข้างแม่
“เม้าท์อะไรกันแม่กำลังอบรมทิวเขาเื่ที่ทิวาบอกกับแม่ยังไงล่ะ”
“เื่เก็บแต้มนั่นเหรอคะ”
“ใช่เลยเื่นั่นล่ะ”
“แล้วแม่จะทำยังไงคะ”
“ย้ายกลับมาอย่างน้อยก็อยู่ในสายตาแม่ ให้แม่ได้อบรม”
“ไม่นะแม่งานผมทางนั้นยุ่งมากนะ จะย้ายได้ยังไง”
“ถ้าไม่ย้ายก็ต้องเลิกนิสัยแย่ๆพวกนั้นซะ”
“เลิกไม่ได้หรอกค่ะแม่นิสัยเสียๆแบบนี้”
“เื่นี้ก็ไม่ได้กระทบกับงานที่ผมทำสักหน่อยใช่ไหมครับพ่อ”
“อืม”
“อย่าเข้าข้างลูกเชียวนะ”
“ผมก็แค่พูดตามความจริงเท่านั้น”
“ความจริงอะไรลูกทำตัวแย่ขนาดนี้ยังจะให้ท้ายกันอีกเหรอ”
“แม่ครับแม่ แม่ ใจเย็นก่อน เอาแบบนี้ดีไหมครับ หาผู้ช่วยมาดูแลผมก็ได้นี่”
“นิสัยแบบนี้ใครจะดูแลไหวแม่เรียกตัวกลับมาดีที่สุดแล้วค่ะ”
“ถ้าผมกลับมาพี่จะไปทำงานแทนตำแหน่งผมไหมล่ะถ้าพี่ไปผมโอเคนะ”
“ไม่ได้!”
เสียงของพ่อและแม่ของเราเอ่ยขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายพ่อกับแม่หวงพี่ทิวายิ่งกว่าอะไรเื่จะให้ไปอยู่ไซต์คุมงานข้ามจังหวัดเลิกคิดได้เลย ไม่ใช่ว่าพี่สาวผมเป็พวกรักสบายลำบากไม่เป็หรืออะไรแต่เพราะพวกท่านรักและเป็ห่วงพี่ทิวาที่เป็ลูกสาวมากเกินไปนั่นเองท่านกลัวพี่สาวผมจะลำบากจึงพยายามมอบหมายงานที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพให้พี่สาวบริหารแทนตอนแรกพี่ทิวาก็เกเรอยู่มากเพราะอยากทำงานหลากหลายรูปแบบ พี่เคยไปประจำไซต์งานต่างจังหวัดอยู่เกือบปีด้วยความเป็ห่วงแม่ก็ตามไปดูแลพี่ทิวา จนพี่สาวทนเห็นแม่ลำบากไม่ไหวไหนจะผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหญิงและชายที่เกรงใจภรรยาผู้บริหารสูงสุดนั่นอีกด้วยเหตุผลอีกมากมาย พี่ทิวาจึงยอมแพ้ต่อความรักที่มากล้นของพ่อแม่ในที่สุด และยอมกลับมาทำงานบริหารประจำที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพแทนพ่อแม่พอใจมากกับการตัดสินใจของพี่ ตอนที่ผมบอกจะขอไปทำงานต่างจังหวัดพี่สาวก็ดูจะอิจฉาผมอยู่หน่อยๆแต่ด้วยความเป็มืออาชีพพี่ก็ยอมให้ผมมาทำงานที่ต่างจังหวัดแต่โดยดี
“เื่นี้พี่ไม่ติดพี่ทำงานที่ไหนก็ได้” พี่ทิวาอมยิ้มกับอาการหวงลูกสาวของพ่อแม่ที่เริ่มจะทำงานอีกครั้งแล้วสวมกอดแม่อย่างประจบเอาใจทำให้แม่มีสีหน้าดีขึ้นที่ลูกสาวแสดงออกถึงการเอาใจท่าน
“กลับมาอยู่บ้านซะทิวเขาแม่ขอสั่ง” แม่ไม่ยอมลงให้ผมเลยสักนิดทั้งที่เริ่มใจเย็นลงบ้างแล้ว
“หาผู้ช่วยให้ลูกแล้วกันคุณเื่งานไม่ได้มีปัญหาอะไร มีแค่พฤติกรรมส่วนตัวที่ต้องปรับปรุงเท่านั้นคุณก็แค่หาผู้ช่วยให้คอยดูแลเื่ส่วนตัวอะไรพวกนั้นก็น่าจะดีขึ้นนะ”เป็พ่อที่เข้าใจผมและเข้าข้างผมเสมอ
“เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะคนที่จะมาดูแลลูกชายเราจะต้องเป็คนที่ไว้ใจได้ ใจเย็น ละเอียดและรอบคอบคุณว่าให้คุณวันดี เลขาคุณมาดูแลลูกเราดีไหมคะ”
“คุณวันดีอายุเยอะแล้วนะครับแม่ถึงคุณสมบัติของคุณวันดีจะเพียบพร้อมตามที่แม่้าแต่คุณวันดีติดตามผมไปทำงานข้ามจังหวัดไม่ไหวหรอกครับ”
“จริงของลูกคุณวันดีถึงจะเก่งทุกด้าน แต่จะให้ไปลำบากติดตามลูกไปทำงานแบบนั้นคงลำบากเกินไปเปลี่ยนคนใหม่ดีกว่า ใครกันนะที่อายุไม่มาก ทำงานละเอียดเรียบร้อยคุณช่วยคิดหน่อยสิคะ”
“เปิดรับสมัครใหม่ก็ได้นี่คะแม่คนว่างงานออกเยอะอาจจะมีคนที่มีความสามารถมีความอดทนสูงและทำงานร่วมกับลูกชายจอมเสเพลของแม่ได้ก็ได้นะคะ”
“รับคนใหม่เหรอเอาแบบนั้นก็ได้ พรุ่งนี้ทิวาแจ้งฝ่ายบุคคลเื่รับสมัครเลขาให้ทิวเขาทีนะลูกบอกว่าขอด่วนที่สุดเลย”
“ไม่ต้องรับคนใหม่หรอกครับคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่คุณแม่้ามีอยู่หนึ่งคนพอดีและผมก็อยากได้คนนี้”
“ใครกันไหนลองพูดมาสิ แม่จะลองคิดดู”
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^