03
หนึ่งวันเต็มชายหนุ่มสลบไสลไม่ได้สติพอฟื้นขึ้นมาก็ยังคงรู้สึกไร้เรี่ยวแรง คงเป็ผลจากการที่เขาใช้พลังจนเกินลิมิต
ตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่เขานึกถึงเลยก็คือคนที่มีพลังเหมือนกันอย่างดาริณีก่อนที่เขาจะไปปลูกผัก เขาเห็นเธอทั้งแบกต้นไม้ ผ่าฟืน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็อย่างไรบ้าง
“ฟื้นแล้วหรือ”นึกถึงก็มาพอดี
“พี่รู้สึกยังไงบ้างครับ”เฉินเฟิงเอ่ยถามเสียงพร่า
“??” ดาริณีงุนงงกับคำถามควรเป็เธอไม่ใช่หรือที่ถามเขา “พี่ไม่เป็อะไร เรานั่นแหละอยู่ ๆ ก็เป็ลมแถมยังมีพลังพฤกษาเพิ่มขึ้นมาอีก”
“น้องดลเล่าให้ฟังเหรอครับ”
“อืม”หญิงสาวพยักหน้า “วิ่งไปตามพี่มา บอกว่าเราเป็ลม แต่ตอนที่พี่ไปถึงสวนผักกลับมีอะไรก็ไม่รู้ขึ้นเต็มไปหมด พอถามน้องดลก็บอกว่าเป็พลังของพี่ชาย”พร้อมกับเอาหัวเผือกขนาดั์อวดเธอ
“นั่นเป็พลังของผมเองครับผมคิดว่าผมน่าจะใช้พลังมากเกินไป แล้วพี่ล่ะครับ รู้สึกอะไรบ้างหรือเปล่า”
“อย่างนี้นี่เอง”เพราะงั้นเขาถึงได้ถามเธอสินะ “ไม่เลยจ้ะ ตอนพี่รู้สึกเหนื่อยก็นั่งพักพอดีกับที่น้องดลมาตามนั่นแหละ ลืมเื่เหนื่อยไปเลย”แสดงว่าเขาต้องมีสัญญาณเตือนก่อนแล้วแต่ไม่ทันสังเกตเลยวูบไปแบบไม่รู้ตัวหลังจากนี้คงต้องมาศึกษาดูว่าสามารถใช้พลังได้กี่ครั้งต่อวัน
“พี่เองก็ต้องลองหาโอกาสใช้พลังดูนะครับเผื่อฉุกเฉินจะได้รู้ว่าลิมิตของตัวเองอยู่ตรงไหน” จะได้ไม่วูบเหมือนเขา
“โอเคพี่จะลองดู”ตอนหั่นฟืนเธอกำลังมีความคิดอยากทำห้องใต้ดินไว้เก็บอาหารและบ้านพักของเธอกับลูกชายอยู่พอดีถือโอกาสนี้ทดสอบตัวเองไปเลยก็แล้วกัน “แล้วตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง”
“รู้สึกไม่ค่อยมีแรงเท่าไรแต่ก็ดีกว่าตอนฟื้นมาก” ครั้งแรกที่เขาลืมตาทั้งเวียนหัว ทั้งแน่นหน้าอกและมีอาการไร้เรี่ยวแรงราวกับร่างกายกำลังประท้วงครั้งใหญ่
“ถ้าใช้พลังหมดตอนอยู่ในเมืองมีหวังกลายเป็อาหารซอมบี้แน่”ดาริณีจินตนาการตัวเองออกไปจัดการซอมบี้แล้วเกิดพลังหมดแค่คิดความกลัวก็แล่นวาบั้แ่กระดูกสันหลังไปจนถึงศีรษะแล้ว
“นั่นสิครับ”เฉินเฟิงเห็นด้วย ไม่รู้ว่าเป็ซอมบี้แล้วพลังพิเศษจะยังคงอยู่หรือเปล่าแล้วความสามารถทางกายในตอนที่กลายพันธุ์ล่ะ... แค่คิดก็สยองแล้วต้องเป็ซอมบี้ที่รับมือยากแน่
“หิวหรือยังพี่เตรียมเผือกต้มกับปลากระป๋องไว้ให้”
“ยกเข้ามาเลยครับผมหิวมาก” พอเอ่ยถึงของกิน กระเพาะอาหารก็ร้องครวญครางทันที
โครกคราก…
เฉินเฟิงพบว่าตนเองกินอาหารมากกว่าปกติเกือบเท่าตัวหลังฟื้นขึ้นมาพออาหารลงกระเพาะไปได้ไม่นานก็คล้ายกับว่าพละกำลังจะกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
อย่างนี้ก็แย่สิ…
อาหารที่พวกเขามีนั้นจำกัดเป็อย่างมากการที่เขาและดารณีมีความ้าอาหารเพิ่มขึ้น นั่นก็หมายความว่าพวกเขาต้องเก็บตุนอาหารให้มากกว่าเดิมจากที่คำนวณไว้ว่าอาหารกระป๋องน่าจะสามารถอยู่ได้ถึงสิบวันก็อาจจะร่นเหลือเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
แย่จริง ๆนั่นแหละ
ถึงชายหนุ่มจะสามารถใช้พลังพฤกษาทำให้ต้นไม้เติบโตได้แต่ร่างกายของมนุษย์นั้นไม่ได้ถูกสร้างมาให้กินแต่ผักตลอดชีวิตไม่ต้องพูดถึงพวกเขาที่ไม่ได้เป็มังสวิรัติ
แค่นึกถึงเนื้อก็รู้สึกน้ำลายแตกฟองขึ้นมาเลย
ไม่ใช่ว่ากระต่ายเป็สัตว์กินพืชเหรอ?
ดูเหมือนตัวเขาจะไม่สามารถใช้การอ้างอิงจากกระต่ายทั่วไปได้เดาว่ามนุษย์ที่ถูกเปลี่ยนรูปลักษณ์ก็ยังคงความ้าอาหารเหมือนเดิม ไม่ได้เป็ไปตามธรรมชาติของสัตว์ที่ควรเป็
หากมีโอกาสคงต้องลงไปสำรวจเมืองข้างๆ สักครั้ง
ชายหนุ่มนึกพลางกัดเผือกต้มไปหนึ่งคำอันที่จริงูเาลูกนี้ใช้กั้นสองจังหวัดออกจากกันฝั่งที่เขาอยู่นั้นเป็ส่วนของเกษตรกรรมและอีกด้านหนึ่งนั้นเป็ย่านที่อยู่อาศัยของกลุ่มแรงงานอุตสาหกรรมเคยมีอยู่หนหนึ่งที่เขามานอนค้างที่นี่แล้วเจอพวกแรงงานต่างด้าวขึ้นเขาจากอีกฝั่งหนึ่งพวกเขาออกมาหาผักป่าหรือยิงสัตว์ตัวเล็ก ๆ แล้วเกิดหลงป่าเดินขึ้นเขามาเรื่อย ๆจนเจอจุดที่เขาใช้สร้างบ้าน เฉินเฟิงจึงพาไปส่งที่ตีนเขา
ถ้าหากสถานการณ์ที่เป็อยู่นี่เหมือนกันทั่วโลกเขาก็ต้องหาทางปิดกั้นหรือไม่ก็ต้องวางกับดักจากอีกฝั่งเอาไว้บ้างถ้าพื้นที่อุตสาหกรรมไม่มีใครติดเชื้อสักคนก็ดีสิ
แต่ถ้ามี…
นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กินพื้นที่ทั้งอำเภอ…
นั่นมันนรกชัดๆ
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเราจะได้เป็ทีมที่ไปเคลียร์โรงงานพวกนั้น”ชายหนุ่มผู้มีใบหูสุนัขบ่นออกมาเสียงดัง พวกเขาเดินทางออกจากฐานมาไกลมากแล้วพูดบ่นไปก็มีแต่คนในทีมที่ได้ยิน สองมือถือปืนไม่ปล่อย
ปืนใหม่กระบอกนี้เขาเพิ่งใช้แต้มแลกมา
แต้มที่ต้องเก็บหอมรอมริบจากการทำภารกิจถึง3 ภารกิจ
โคตรแพง!
“เก็บปืนไว้ด้านหลังเลยเกิดลั่นโป้งป้างขึ้นมาเดี๋ยวซวยกันหมด” หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มเขยิบถอยห่างออกมาบนศีรษะของเธอมีหูใบเล็กดูน่ารักรับกับเขาขนาดเล็ก
“เหอะ เธอจะมาเข้าใจธรรมชาติของผู้ชายได้ยังไง”
“นิคนายคิดว่าไง ตุ่นกอดปืนไม่ปล่อยเลย” เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ฟังเธอจึงรีบหาพรรคพวกสนับสนุน
“อย่ามายุ่งกับฉันน่า”หมอประจำกลุ่มหันสายตาไปมองคู่รักที่ทะเลาะกันได้ทุกวันแต่ก็ไม่เลิกกันเสียทีด้วยสายตาเอือมระอาั์ตาคมเหม่อมองออกไปนอกรถบรรทุก
“ถ้าจะจีบกันก็ช่วยเบาเสียงหน่อย”ชายที่ทำหน้าที่ขับรถควบตำแหน่งหัวหน้าทีมเบี่ยงหน้ามาบ่นตรงช่องหน้าต่างเ้าพวกนี้หวานกันไม่เกรงใจคนไร้คู่บ้างเลย
นอกจากเพื่อนร่วมทีมที่มีสารพัดหูสัตว์ก็คงมีแต่โจเซฟคนเดียวที่เป็มนุษย์ธรรมดาก่อนเกิดวันสิ้นโลกเขาเป็พลทหารที่ได้รับการฝึกฝนในหน่วยรบพิเศษจึงสามารถรวบรวมกลุ่มคนที่แสนแปลกแยกแต่แข็งแกร่งจนปั้นให้เป็ทีมขึ้นมาได้
พื้นถนนคอนกรีตทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้นมากมีบ้างที่ต้องลงไปเคลียร์รถขวางถนนด้านล่างแต่ก็ไม่ได้ทำให้การเดินทางล่าช้าอาจเป็เพราะรถบรรทุกทหารคันนี้ใช้เส้นทางนอกเมืองจึงทำให้ไม่พบกับซอมบี้หรือกลุ่มผู้รอดชีวิตที่้าขอความช่วยเหลือเพราะเห็นว่าพวกเขาขับรถทหาร
“พี่โจดูยังไงคะว่าจีบกันอยู่ หมอนี่กำลังกวนประสาทหงส์ต่างหาก” หญิงสาวยื่นหน้าไปฟ้อง
“ไม่ต้องยื่นหน้าออกไปเลย”ชายหนุ่มคู่กรณีดึงแขนร่างบางให้กลับมานั่งที่เดิม
“ตุ่น”หงส์เรียกเสียงเขียว
“เออผัวชื่อตุ่น ทำไมชอบไปวอแวกับหัวหน้านัก ก็รู้ว่าตุ่นหึง” ชายหนุ่มพูดเสียงเครียดแต่ในน้ำเสียงมีความสั่นเครือเล็กน้อยเพราะกำลังตัดพ้อ
“รู้หรอกน่าว่าสามีชื่อตุ่นไม่ต้องหวงนะคะ ภรรยาแค่มองหัวหน้ากับนิคเป็อาหารตาแค่นั้นเองในใจมีแต่ตุ่นคนเดียว หงส์รักตุ่นมากนะ” ว่าแล้วก็ใช้นิ้วกรีดแผงอกล่ำ ๆเป็รูปหัวใจ ใช้เขาสั้นกุดกระทุ้งต้นแขนอีกเล็กน้อย
“ผมก็รักคุณ”จากนั้นบรรยากาศสีชมพูก็ลอยฟุ้งตลบอบอวลให้คนไร้คู่เหมือนได้รับอาหารหมาเป็กระสอบ
“อีกสามสิบกิโลจะถึงนิคมอุตสาหกรรมแล้ว”ทีโอ หนุ่มน้อยผู้ทำหน้าตายเป็นิจพูดขึ้น ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะเป็มนุษย์แต่เขาเป็ผู้มีพลังสายโลหะที่มีเพียงคนเดียวในค่ายน่าแปลกที่เขายอมมาร่วมทีมกับคนกลุ่มนี้
ทีมที่มีคนน้อยจนน่าใ
ปกติหนึ่งทีมจะมีคนมากกว่า10 คนเพื่อคอยช่วยเหลือกันในยามฉุกเฉินแต่โจเซฟกลับยึดตามหลักสูตรเดิมที่ตนเรียนรู้มาจากหน่วยรบพิเศษและคิดว่ามันเข้าท่ากว่า
คนสุดท้ายที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ทีมนี้แบบงงๆ ก็คือนิโคลัส นักเรียนแพทย์ทหารแลกเปลี่ยนจากประเทศ A
โชคร้ายที่ดันเกิดโรคระบาดนี่เสียก่อนการคมนาคมระหว่างประเทศก็เลยเป็อัมพาตทำให้ไม่สามารถกลับประเทศได้แต่หมอหนุ่มก็ดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจสักนิดที่ต้องอยู่ประเทศ T ต่อแถมเป็คนเสนออีกว่าพวกเขาควรเป็ทหารรับจ้างมากกว่าเป็กลุ่มทหารประจำค่ายรับแค่ภารกิจแลกแต้มหรือสิ่งของ ไม่รับใช้พวกกลุ่มคนมีอำนาจ
นิโคลัสเหม่อมองฝุ่นฟุ้งบนถนนนอกตัวเมืองพวกเขาใช้เส้นทางอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงการผ่านตัวเมืองไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยเหลือผู้คน เพียงแต่ภารกิจของเขาคือการไปตรวจสอบนิคมอุตสาหกรรมว่ายังสามารถผลิตหรือมีวัตถุดิบที่เป็ประโยชน์ต่อค่ายหรือไม่
ซึ่งมันต้องมีแน่ล่ะขึ้นชื่อว่าเป็ฝั่งผลิตอย่างน้อยในโกดังก็ต้องมีพวกกระสอบแป้งหรือไม่ก็อาหารที่ผ่านการแปรรูปแล้วอยู่บ้างเขาก็ได้แต่หวังว่าที่รออยู่จะเป็คนในโรงงานที่ยังเป็คนไม่ใช่ซอมบี้
“จะลงไปดูวันนี้เลยเหรออาเฟิง”ดาริณีคิดว่าชายหนุ่มควรพักฟื้นมากกว่านี้ นี่อะไร เมื่อสามวันก่อนเป็ลมหมดสติพอฟื้นก็ลุกมาใช้พลังของตนจนเป็ลมไปอีกคราวนี้ยังบอกว่าจะออกไปที่นิคมอุตสาหกรรมอีกฝั่งของูเา “ให้พี่ไปด้วยไหม”เธอมั่นใจในพละกำลังอย่างมากเลยตอนนี้
“พี่อยู่ที่นี่ดีกว่าครับผมไม่รู้ว่าข้างล่างนี้จะมีซอมบี้มากน้อยแค่ไหน” ถ้าเป็เขาคนเดียวคงวิ่งหนีทันแต่ถ้าดาริณีไป เด็กชายดลก็ต้องไป
“แต่พี่เป็ห่วง”
“ผมวิ่งเร็วนะครับพี่ก็เคยเห็นมาแล้ว” เฉินเฟิงยังคงยืนกรานว่าจะไปคนเดียว คุยกันกว่า 5นาทีในที่สุดหญิงสาวก็ยอมให้ไปและสัญญาว่าจะดูแลบ้านอย่างดี ่ที่ชายหนุ่มไม่อยู่ก็จะไปขนหินตรงน้ำตกมาทำห้องใต้ดินให้แล้วเสร็จเพื่อใช้เก็บถนอมอาหารในอนาคต
ตกลงกันได้เฉินเฟิงก็ออกเดินทางทันทีเขานำอาหารติดตัวไปนิดหน่อยรวมกับพวกเมล็ดพืชถ้าหากไม่มีอะไรกินก็ยังเร่งเ้าพวกนี้ให้โต กินประทังชีวิตไปพลาง ๆ ได้
รู้สึกว่าต้องไปทางนี้
“เอ๊ะ!”หมายความว่ายังไง หรือว่าจะเป็...
ลางสังหรณ์เหรอ?
“เหมือนที่คนเฒ่าคนแก่เขาชอบพูดกันเลยแฮะ”ว่าในยามคับขันให้เชื่อลางสังหรณ์ของตัวเองจะดีที่สุดสถานการณ์นี้เรียกว่าฉุกเฉินได้สินะ
“งั้นก็ไปทางนี้”เขาจำเส้นทางลงเขาได้เพราะหลงป่าบ่อย แต่พอเชื่อลางสังหรณ์กลับลงเขาได้อย่างราบรื่นแทบจะไม่ต้องมองหาจุดสังเกตด้วยซ้ำ
อีกไม่ถึง 2กิโลก็หลุดแนวป่าแล้ว
กระต่ายหนุ่มไม่เร่งตัวเองอีกแต่ค่อย ๆ เดินลงเขาอย่างระมัดระวังพอพ้นแนวป่าไปจะเป็ทุ่งมันสำปะหลังของโรงงานผลิตแป้งที่นำพวกมันมาทิ้งไว้จนโตเองตามธรรมชาติมีบ้างที่พวกคนงานจะมาขุดไปบริโภคในครอบครัวเขาเองก็เคยหลงมาเพราะคิดว่าเป็ทางลงเขาฝั่งจังหวัดตนเอง
น่าแปลกที่หลังจากหมดสติในรอบแรกเฉินเฟิงรู้สึกว่าร่างกายของตนเองแข็งแรงขึ้น และพอหมดสติในครั้งที่ 2ก็ดีขึ้นไปอีก อย่างการเดินทางลงเขาในวันนี้ เขายังไม่ได้หยุดพักเลยสักครั้งมีบ้างที่จิบน้ำจากกระติกพกพา แต่ก็แค่จิบไม่ได้กระหายมากมายเหมือนกับว่าการเดินทางเกือบสิบกิโลไม่ได้ทำให้เขาเหนื่อยยากแต่อย่างใด
ร่างกายกำลังเปลี่ยนไปหรือว่ายิ่งใช้พลังก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น!
ต้องใช่แน่เหมือนพวกการ์ตูนประเทศ J พวกซูเปอร์ฮีโร่ที่ฝึกฝนตนจะเก่งกาจขึ้นเมื่อได้ใช้พลังของตนเองบ่อยๆ นอกจากได้พลังเพิ่มแล้วก็ยังสามารถใช้พลังได้อย่างชำนาญมากขึ้น
แต่ว่านี่มัน…ไม่จูนิเบียว[1]ไปหน่อยหรือ
ไม่หรอก
ซอมบี้เองก็ไม่ใช่สิ่งที่สามัญสำนึกปกติทั่วไปจะนำมาวิเคราะห์ได้แล้วตอนนี้จะเบียวหรืออะไรก็ไม่สนทั้งนั้น ถ้าจะทำให้รอดชีวิตเขาก็ไม่คิดว่ามันบ้าหรอก
นอกจากอาหารกระป๋องแล้วชายหนุ่มยังเตรียมเป้ใบใหญ่และเชือกฟางอีกหนึ่งม้วนเผื่อมัดข้าวของที่หาได้ติดไว้กับตัวเสียเลยจะได้ไม่ต้องหอบหิ้วให้เต็มสองมือหรือถ้าเกิดเจอซอมบี้ก็จะยังหนีไปพร้อมกับกองสัมภาระได้
แต่ถ้าหากเจอคน…
‘จับมัน!อย่าให้มันหนีไปได้!!’ ภาพกลุ่มชายฉกรรจ์ที่บุกเข้ามาในบ้านแวบเข้ามาในหัวเป็ผลให้ศีรษะเล็กส่ายหนีเพื่อลบภาพความทรงจำอันเลวร้ายออกไปจนเส้นผมสีขาวปลิวไสว
ต้องระวังอีกเป็เท่าตัวซอมบี้ยังพอทำใจให้ฆ่าได้เพราะเคยเป็คน แต่คนที่เห็นว่าเป็คนอาจไม่ใช่คนอีกต่อไป
เฮ้อ…ทั้งที่ไม่ชอบใช้ชีวิตซับซ้อนแท้ ๆ ทำไมต้องมาเจอเื่แบบนี้ด้วยนะ
ในขณะที่ครุ่นคิดขาก็พากระต่ายหนุ่มมาถึงชายป่าและทุ่งมันสำปะหลังสูงชะลูดได้ในที่สุด
“มาถึงแล้ว”ด้วยเวลาแค่ 4 ชั่วโมงกว่า “ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้”อย่าดูถูกระยะทางสิบกิโลบนูเาเด็ดขาดทางต่างระดับและส่วนที่ต้องระมัดระวังนั่นแหละที่ทำให้การเดินทางล่าช้าถ้าเป็คนทั่วไปคงใช้เวลามากกว่านี้อีกสองเท่า แต่พอกลายเป็กระต่ายก็เหมือนจะง่ายดายขึ้นมา
อันดับแรกคงต้องออกจากป่ามันสำปะหลังไปให้ได้ก่อนถ้าเป็ก่อนได้รับพลังมาเขาคงไม่รีรอที่จะถอนมันออกไปจนเต็มกระเป๋าก็นี่มันแหล่งอาหารชั้นดีเลยนี่นารู้สึกว่าถัดไปอีกสองกิโลจะเป็ไร่อ้อยของโรงงานน้ำตาล
น้ำตาล!
จริงสิที่บ้านพักไม่มีน้ำตาลเลย ต้องแวะไปที่นั่นด้วย แล้วก็พวกเครื่องปรุงมีของที่้าเต็มไปหมด แสดงว่าต้องมีหลายที่ที่ต้องไป
เฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าและพ่นออกเป็จังหวะ
“ฟู่ว”เพื่ออาหาร ต้องสู้!
“เราจะไปที่ไหนก่อนคะหัวหน้า”หงส์เปิดโบรชัวร์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่หยิบติดมือมาจากร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันดูเหมือนว่าละแวกนี้คนจะกลายเป็ซอมบี้ไปหมดแล้วน้ำมันในร้านถึงได้มีปริมาณมากราวกับไม่เคยมีใครเข้ามาใช้บริการอีกเลยหลังค่ำคืนนั้น
“ใจจริงอยากไปโรงงานปลากระป๋องแต่ที่ใกล้ที่สุดคือโรงงานน้ำตาล คงต้องไปดูลาดเลาที่นั่น” โจเซฟบอกแผนการคร่าว ๆให้ลูกน้องฟังพร้อมถามความคิดเห็นไปในตัว “หรือใครคิดว่าควรไปที่ไหนก่อน”
“ผมยังไงก็ได้”ทีโอ
“ผมแล้วแต่หัวหน้าครับ”ตุ่น
“น้ำตาลก็ดีค่ะเผื่อหงส์จะแอบจิ๊กไปใช้ในบ้าน” หญิงสาวคนเดียวในกลุ่ม
“จิ๊กอะไรล่ะแค่เราออกมาทำภารกิจก็ได้ส่วนแบ่งอยู่แล้ว” ตุ่นแย้ง
“แค่พูดเล่นน่ะพูดเล่น”
“แล้วนิคล่ะ”โจเซฟถามตัดบท เดี๋ยวสองคนนี้ได้ทะเลาะกันอีก
“ยังไงก็ได้”นิโคลัส
“โอเคไปโรงงานน้ำตาลกันเลย”
ใบหูสีขาวใต้ฮู้ดกระตุกสองครั้งและถึงมันจะไม่กระตุก เฉินเฟิงก็พอจะรู้สึกได้ว่ากำลังมีคนมุ่งหน้ามาทางนี้และมาด้วยความเร็วมาก
คนเหรอ?
หรือจะเป็คนที่รอดชีวิตมีรถเป็พาหนะคงเป็คนนั่นแหละ
เสียงเครื่องยนต์ดังทะลุแก้วหูเขาเลยทีเดียว
“ถ้าเป็หนังก็คงเป็พวกคนที่รวมตัวอยู่กันเป็กลุ่ม”เหมือนเื่ Zombie City ที่เคยโด่งดังอยู่่หนึ่ง ตัวเอกเป็คนจากค่ายของประชาชนที่นอกจากจะต้องรับมือกับซอมบี้แล้วก็ยังต้องคอยระมัดระวังการแทรกแซงจากฐานของรัฐบาลที่้าจะเข้ามายึดครองทรัพยากรที่ค่ายของพระเอกมี
จะเป็ใครก็ช่างชายหนุ่มในเวลานี้มีบ้านบนูเาก็เพียงพอแล้ว แถมยังมีพลังพิเศษนี่อีกไว้รอแข็งแกร่งกว่านี้ค่อยไปจัดการเ้าพวกที่ขโมยบ้านของเขาไปจะต้องทำให้พวกมันลิ้มรสกับความเ็ปให้ได้ให้พวกมันหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนอย่างที่เขาเป็!
เฉินเฟิงมุ่งหน้าไปยังโรงงานน้ำตาลโดยอาศัยจากกลิ่นในอากาศน่าแปลกที่นอกจากกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่บ่งชี้ว่าบริเวณนี้มีซอมบี้แล้วเขายังสามารถได้กลิ่นหอมหวานของอ้อยที่เติบโตเต็มที่รวมถึงกลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ของน้ำตาล คาดว่าคงเป็ผลมาจากการเพิ่มของพลัง
เสียงรถยนต์ดังเข้าใกล้มาเรื่อยๆ ทำให้เ้ากระต่ายขาวรู้ได้ทันทีว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายนั้นไม่ต่างจากตนเลย
โรงงานอุตสาหกรรมละแวกนี้มีเป็สิบทำไมต้องมาเจาะจงลงที่เดียวกันด้วยนะ
ชายหนุ่มรู้สึกหัวเสียเขายังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ในยุคนี้เลยนอกจากดาริณีหรือเด็กชายดลมนุษย์คนอื่นสำหรับเฉินเฟิงคือสิ่งที่ต้องระมัดระวังยิ่งกว่าซอมบี้
ในเมื่อไม่อยากเผชิญหน้ากันก็ต้องหลีกเลี่ยงอีกฝ่ายมีรถยนต์ก็แสดงว่าอาจไม่ได้มีแค่คนเดียว จำนวนเสียเปรียบกว่าเห็น ๆหวังว่าคนพวกนั้นจะไม่นอนค้างที่นี่หรือขนของไปจนหมดน้ำตาลเองก็เป็ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตไม่อย่างนั้นอาหารหลังจากนี้มีหวังจืดชืดกันพอดี
ชายหนุ่มเฝ้ารออยู่ด้านนอกโรงงานบริเวณป่าอ้อยรกครึ้มพวกมันคงเป็วัตถุดิบของโรงงานนี้ คาดว่าคงเป็ส่วนที่ถูกคัดทิ้งจนเติบโตขึ้นมาเองและที่ทำให้เขายังละล้าละหลังอยู่ตอนนี้ก็เป็เพราะเขายังไม่มีประสบการณ์ฆ่าซอมบี้เลยสักตัวจะดีกว่าไหมถ้าให้พวกทหารหรือใครสักคนเข้าไปเคลียร์ด้านในก่อนเขาไม่รังเกียจที่จะเก็บของเหลือกลับไปหรอก
ไม่ถึง 10นาทีรถบรรทุกทหารคันหนึ่งก็มุ่งไปยังโรงงานน้ำตาลที่เฉินเฟิงหมายตาชายหนุ่มเช็กตัวเองเล็กน้อยว่าตอนนี้อยู่ในจุดปลอดภัยที่จะไม่มีใครหาตัวได้ไม่ว่าจะกลิ่นหรือเสียงแต่ถ้าในกลุ่มนั้นมีมนุษย์กลายพันธุ์ก็คงเป็อีกเื่หนึ่ง
เป็ดังคาดรถบรรทุกของทหารมาจอดอยู่หน้าประตูโกดังชัดเจนว่ากลุ่มคนที่มาคือทหารของที่ไหนสักที่หรือที่จริงแล้วในเมืองสามารถกวาดล้างซอมบี้สำเร็จแล้ว?
เพราะข้อมูลที่มีนั้นน้อยเกินไปชายหนุ่มจึงไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าตนควรทำอย่างไรต่อจะอยู่บนเขาแล้วใช้ชีวิตตามมีตามเกิด หรือเขาควรไปขอความช่วยเหลือจากค่ายของทหารเมื่อสถานการณ์สงบค่อยเดินทางกลับบ้านพร้อมขอความช่วยเหลือเื่โจรบุกรุกบ้าน
กรร…
!!!
เสียงซอมบี้!
ไม่ไกลจากจุดที่เขาอยู่ด้วยเข้ามาใกล้โดยที่เขาไม่รู้ตัวได้ยังไง!
ได้ยังไง...นี่มันเกิดอะไรขึ้น!
เสียงคำรามในลำคอทำให้เฉินเฟิงต้องระมัดระวังตัวมากกว่าเดิมแต่ก็ยังไม่กล้าเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้าไม่อย่างนั้นพวกทหารที่อยู่ในโรงงานน้ำตาลต้องรู้แน่ว่าเขาซ่อนตัวอยู่
กร๊าซซ!!
ซอมบี้ที่เคยมีระยะห่างกันหลายเมตรมุ่งตรงมาที่ซ่อนตัวของเขาอย่างไม่ลังเล
“จัดการก็ได้วะ”ถ้าไม่ทำก็คงกลายเป็อาหารมันแบบง่าย ๆ ชายหนุ่มนำขวานที่เป็อาวุธมีคมเพียงหนึ่งเดียวในบ้านออกมาจากกระเป๋า
เ้ากระต่ายต้องออกจากที่ซ่อนอย่างกะทันหันเพื่อหลบหลีกซอมบี้ที่มีความเร็วมากกว่าซอมบี้ที่เคยเห็นในหมู่บ้าน
ลักษณะซอมบี้ตรงหน้าคงเป็พนักงานคนหนึ่งในโรงงานที่คอของอีกฝ่ายมีแผลเหวอะหวะ คาดว่าน่าจะเป็ต้นเหตุของการเสียชีวิตเนื้อบริเวณนั้นส่งกลิ่นเหม็นชวนคลื่นเหียนไม่รอให้ตั้งตัวได้ศพตรงหน้าก็ปรี่เข้ามามันพยายามยืดแขนออกมาจนสุดหมายจะคว้าอาหารให้ได้ในครั้งเดียว
กร๊าซซ!!
มือนุ่มที่ผ่านการวิวัฒนาการกระชับจับด้ามขวานแน่นเบี่ยงตัวหลบแขนยาวคู่นั้นออกไปด้านข้างจากนั้นเหวี่ยงขวานไปที่คอด้านข้างของมันสุดแรง
ตุบ
ทันทีที่ศีรษะของซอมบี้ตกลงพื้นตัวของมันก็คล้ายกับตุ๊กตาที่ขาดเชือก ล้มแน่นิ่งไปกับพื้นพร้อมกับเืสีดำที่สาดกระจาย
“แฮ่ก ๆ”
ดวงตากลมสั่นระริกจ้องมองสิ่งที่เคยเรียกว่าคนตรงหน้าััของขวานกระทบเนื้อยังตราตรึงราวกับเทปวิดีโอที่ถูกกรอซ้ำไปมาเืในกายเย็นเฉียบ ใบหูอื้ออึงไม่ได้ยินเสียงสรรพสิ่งรอบกาย
“แฮ่ก ๆ”
ลมหายใจถี่กระชั้นเมื่อเห็นว่าร่างตรงหน้ามีเืสีดำข้นคลั่กไหลนองพื้นจากปากแผลที่เขาเป็ผู้กระทำ
หลายวันก่อนหน้านี้เขายังคงเป็เพียงคนธรรมดาไม่รู้จักศิลปะป้องกันตัว ไม่รู้จักการทำร้ายสิ่งมีชีวิตหรือแม้แต่การหนีหัวซุกหัวซุน… แต่วันนี้ เวลานี้
เขาได้จบชีวิตของคนคนหนึ่งถึงจะมีสภาพเป็อย่างไรแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่นอนอยู่นั้นเคยมีลมหายใจเคยมีสังคม เคยเป็ส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารเดียวกัน
เคยมีเืเนื้อเป็สีแดงมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
เคยมีชีวิตจนถึงเมื่อครู่
“อ่อก! ...อ้วก! แค่ก ๆ อึก” เฉินเฟิงปาดน้ำลายออกจากริมฝีปากเขาทิ้งตัวลงนั่งไม่ไกลจากศพซอมบี้ที่ฆ่าเป็ครั้งแรกแม้จะมีกลิ่นเืเหม็นเน่าพัดมา แต่ขาไม่มีเรี่ยวแรงจะก้าวเดินออกจากตรงนี้เลยราวกับบางสิ่งบางอย่างที่ยึดถือมาตลอดนั้นกำลังแตกสลายไปทีละน้อย
ชายหนุ่มต้องใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าอาการวิงเวียนจะหายไปเขาจะหมดสติตอนนี้ไม่ได้เฉินเฟิงใช้พละกำลังที่มีเหลือน้อยนิดกัดลิ้นตนเองเพื่อไม่ให้เป็ลมล้มพับไปต้องกำหนดลมหายใจเข้าออกเป็จังหวะอยู่นานจึงจะเรียกสติกลับมาได้
พอจิตใจเริ่มสงบใบหูถึงสามารถรับรู้เสียงรอบตัวได้อีกครั้งใบหน้าที่หลั่งเหงื่อเย็นก็พลอยได้รับความอบอุ่นขึ้นมาบ้าง
ต้องลุกออกไปจากที่นี่
หลังประสาทััในร่างกลับมาเป็ปกติเขาก็ทนกลิ่นของเนื้อเน่าไม่ไหวจริง ๆหูได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากทางโรงงานน้ำตาลก็ต้องพบกับกลุ่มคนที่คาดว่าเป็ทหารกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
เฉินเฟิงกัดปากแน่นถ้าหากเขาหันหลังวิ่งหนี คนกลุ่มนั้นจะทำร้ายเขาหรือไม่?
หรือจะปล่อยเขาไปไม่สนใจไม่มีใครสามารถให้คำตอบนี้ได้จิตใจที่เพิ่งกลับมาสงบก็ถูกคลื่นลูกใหม่ถาโถมจนแทบยืนไม่อยู่
ทำยังไงดี
ทำยังไงดี!!
“ตรงนั้นมีคนอยู่หรือเปล่าครับ”โจเซฟะโเรียก นิโคลัสกับตุ่นบอกว่าได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวมาจากป่าอ้อยด้านหลังพร้อมกับเสียงอาเจียนพวกเขาคิดว่านั่นคงจะเป็ผู้รอดชีวิต
เฉินเฟิงค่อย ๆยันตัวขึ้นนั่งในท่าที่สามารถหันหลังหนีได้อย่างทันท่วงที
“พวกเราเป็ทหารจากในเมืองถ้าเป็ผู้รอดชีวิตก็ตอบด้วยนะครับ” โจเซฟถามอย่างขอไปที ถ้าหากคนตรงหน้าอยากได้ความช่วยเหลือหรืออาหารพวกเขาก็ยินดีช่วยในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง
เ้าตัวคงคิดว่าซ่อนอย่างดีแล้วแต่ก็ไม่พ้นจมูกของนักล่าอย่างนิโคลัส
‘ก็เล่นอยู่ต้นลมเสียขนาดนั้น’ นิโคลัสคิด น่าแปลกทั้งที่ปกติแล้วผู้รอดชีวิตจะมีกลิ่นตัวรุนแรงเนื่องจากประสบการณ์หนีตายและสถานการณ์บังคับที่ทำให้ไม่สามารถทำตัวตามสบายได้การอาบน้ำจึงลืมไปได้เลยแต่คนในป่าอ้อยนั้นกลับให้กลิ่นเย็นสบายของต้นไม้ใบหญ้าราวกับขุนเขาลูกใหญ่
อ่า…กลิ่นเหมือนูเาด้านหลังนี่เอง
“พวกเราไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแค่มาทำภารกิจเท่านั้น” นิโคลัสเอ่ยขึ้นและนั่นก็เรียกสายตาแปลกใจของคนในกลุ่มได้เป็อย่างดี
หมอนี่เริ่มพูดกับคนอื่นก่อน!
เฉินเฟิงกัดปากคิดคำนวณผลได้ผลเสียจากการปรากฏตัวหากกลุ่มคนตรงหน้าที่อ้างตัวว่าเป็ทหารก็เป็เหมือนพวกโจรที่ปล้นบ้านของเขาล่ะ
“ปล่อยเขาไปเถอะถ้าไม่สร้างความเดือดร้อนให้เราก็ไม่ต้องไปวุ่นวายด้วยหรอก”หงส์เห็นว่าคนในทีมไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้คนที่ซ่อนอยู่ในป่าอ้อยออกมาได้พวกเขาเสียเวลามามากพอแล้ว ขืนชักช้าจะมืดค่ำเสียก่อน ในโรงงานก็ยังไม่ได้เข้าไปดูซอมบี้ตอนกลางคืนน่ากลัวกว่าตอนกลางวันมากนัก ไหนจะการะโข้ามไปข้ามมานี่อีกเธอได้ยินเสียงซอมบี้เริ่มเดินเข้ามาใกล้โรงงานแห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
ถ้าไม่รีบหาที่หลบก็ต้องเสียเวลาจัดการอีกนาน
“พวกเราจะอยู่ที่นี่หนึ่งสัปดาห์ถ้ามีอะไรก็ไปหาได้” โจเซฟะโบอกเขาเองก็เห็นด้วยกับหญิงสาวว่าควรไปทำภารกิจของตนก่อนจะดีกว่า
คล้อยหลังกลุ่มทหารเ้ากระต่ายขาวถึงได้พ่นลมหายใจพร้อมคลายความระมัดระวังลงได้
เขาคงไม่สามารถสำรวจโรงงานน้ำตาลได้แล้วในวันนี้ถอยไปดูที่อื่นก่อนดีกว่า แยกกันน่าจะปลอดภัยที่สุดสำหรับคนขี้ระแวงอย่างเขา
คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงหันหลังกลับไปยังทิศทางเดิมที่ผ่านมา
ฟิ้ว
สายลมที่พัดเข้าหน้าจนเส้นผมสีขาวปลิวไสวทำให้ชายหนุ่มรู้แล้วว่าตนถูกทหารจับได้อย่างไรเป็เพราะลมเปลี่ยนทิศและซอมบี้ที่บีบให้เขาต้องออกจากที่ซ่อนเพื่อสังหารมัน
ดวงไม่ดีเลยจริงๆ
หรือเขาควรถอยหลังกลับขึ้นเขาไปก่อนอ่า... ไม่ได้สิ นั่นจะเป็การเผยที่อยู่หากถูกติดตามและถูกบีบให้หนีออกจากบ้านอีก ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปอาศัยที่ไหนแล้ว
ในขณะที่สมองกำลังว้าวุ่นและเริ่มครุ่นคิดถึงทางหนีทีไล่ไม่หยุดความคิดทุกอย่างเป็อันต้องสลายไปเมื่อเฉินเฟิงตั้งใจจะเดินแยกออกไปอีกทางแล้วได้เจอกับสิ่งที่ไม่อยากเจอที่สุด
กรร…
ซอมบี้ตัวที่สอง!!
ทำไมเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแถมยังมีถึงสองตัว!! ไม่สิ ตัวที่แล้วก็เป็แบบนี้?
ไม่มีเสียงอะไรเลยอยู่ ๆ ก็โผล่มา…
หรือว่าหูของเขามีปัญหา?
โธ่เว้ย!ทั้งที่ไม่คิดจะยุ่งกับคนแปลกหน้าแท้ ๆ
ในเวลานั้นสมองของชายหนุ่มฟันธงไปแล้วว่าตนไม่สามารถเอาชนะซอมบี้ตรงหน้าพร้อมกันได้ฝ่ายสั่งการจึงสั่งให้สองขาวิ่งหนีไปทางโรงงานน้ำตาลทันที
แต่ดูเหมือนความเร็วของซอมบี้ตรงหน้าจะมีบางอย่างแปลกไปมันเร็ว เร็วกว่าตัวที่เขาฆ่าไปก่อนหน้านี้เกือบเท่าตัว!
อะ... อะไรวะ!
เฉินเฟิงตระหนกเมื่อเห็นซอมบี้ใกล้เข้ามาเขาจำต้องเพิ่มสปีดให้เร็วขึ้นเพื่อหลบหลีกมือคู่นั้นของพวกมัน
กร๊าส!
เขาหันขวับไปมองอีกทางด้านหนึ่งมีอีกตัวมาดักตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่!?
ดวงตากลมโตสีแดงเบิกกว้างขึ้น!
ฟิ้ว ปุ!
เสียงบางสิ่งบางอย่างกรีดอากาศผ่านไปทางด้านหลังเกิดเป็เสียงเหมือนะุปืนตามงานวัดที่ยิงอัดใส่เป้ากระดาษต่างกันแค่น้ำหนักเสียงที่ลงนั้นหนักแน่นกว่า
ปุ!เสียงที่สอง
เฉินเฟิงหันไปทางด้านหลังที่เคยมีซอมบี้ถึงอยู่สองตัวบัดนี้พวกมันต่างทอดกายนอนอยู่บนพื้นไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีกเป็หนที่สองเนื่องจากรูบนศีรษะสองรอยที่ถูกเจาะตรงกลางระหว่างคิ้วพอดี
กระต่ายขาวเบือนหน้าจากศพหันไปทางโรงงานที่มีระยะใกล้มากขึ้นเขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมใส่เครื่องแบบทหารสีน้ำเงินลายพรางบนศีรษะสีน้ำตาลเข้มมีหูทรงกลมขนาดใหญ่ที่แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็สัตว์กินเนื้อชนิดหนึ่ง
หมีกริซลี่ชัดๆ
“เฮ้คุณคนนั้นน่ะ เข้ามาหลบในโรงงานก่อน” โจเซฟะโเรียกอีกครั้งการกระทำของลูกทีมอย่างนิโคลัสทำเขาประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าจะเป็คนลงมือช่วยชีวิตคนอื่นก่อนทั้งที่ผ่านมาไม่เคยสนใจอะไรด้วยซ้ำ
เฉินเฟิงกัดปากชั่งใจเป็ครั้งสุดท้ายและยอมออกวิ่งมุ่งหน้าไปยังโรงงาน เขาควรห่วงความปลอดภัยของตนจากซอมบี้ก่อนคิดอีกมุมคนพวกนี้มีปืน หากอยากฆ่าเขาคงทำไปตั้งนานแล้ว
และถ้าเป็ไปได้เขาก็อยากลองพูดคุยเพื่อสอบถามว่าเหตุการณ์เหล่านี้มันคืออะไรกันแน่พวกเราเจอกับวันสิ้นโลกแล้วจริงเหรอ?
เป็ไปได้ไหมที่จะมีการผลิตวัคซีนออกมารักษา
หรือว่าพวกเราต้องอยู่กับมันไปจนชั่วชีวิต...
[1] จูนิเบียว / โรคป่วย ม.2คนที่มีอาการนั้นจะทำตัวคล้ายๆ กับเด็กอายุ ม.2 ที่ชอบโชว์เหนือ ทำตัวเก่งและถ้าหนักหน่อยก็คือคิดว่าตัวเองมีพลังพิเศษถึงจะบอกว่าเป็อาการป่วยก็เถอะแต่อาการจูนิเบียวไม่นับว่าเป็การเจ็บป่วยทางการแพทย์แต่อย่างใด