ร่างกายของฉางเฟิงส่องประกายออกมาแรงกดดันที่แปลกประหลาดพวยพุ่งออกมาจนสมุนไพรเทพบางตนไม่สามารถต้านทานได้คุกเข่าลงก้มกราบในทันที
“เกิดอะไรขึ้น”เถาวัลย์พยัคฆ์แม้จะไม่ถึงกับคุกเข่าแต่ก็ได้รับแรงกดดันจำนวนมากถึงขนาดเข่างอลงเล็กน้อย
“สายเลือดของท่านราชันกำลังตื่นขึ้นอีกขั้น”โสมมังกรแสดงสีหน้าตื่นเต้น
“ดูเหมือนฟ้าหลังฝนจะไม่เลวร้ายมากนะถึงจะเจอเรื่องเลวร้ายแต่ก็ได้รับผลประโยชน์มากจริงๆ” ซีรั่วหยานกล่าว
หลังจากถูกทัณฑ์เซียนขัดเกลาร่างกายดวงจิต และ ตันเถียนอันใหม่ทรงพลังกว่าเดิมไม่เพียงแต่พลังของฉางเฟิงจะเพิ่มขึ้นทุกด้านแต่สายเลือดในร่างก็ยกระดับขึ้นอีกขั้น
“วูบ!!!!!!!!!”
เขตแดนโกลาหลแผ่กระจายออกไปทำให้ทุกสรรพสิ่งสับสนวุ่นวายไปหมด
“รีบถอยไปเร็ว”ซีรั่วหยานโบกมือร่างของพวกภูติน้อยและสมุนไพรเทพหรือแม้แต่พวกมู่เฟยเสวี่ยก็ถูกส่งออกไปใกล
“นี่ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมฉางเฟิงถึงมีสภาพที่แปลกแบบนั้น”เจี้ยนอี้กล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง
เพราะพวกนางได้ยินว่าเกิดเรื่องกับฉางเฟิงจึงรีบเข้ามาดูแต่ก็ถูกซีรั่วหยานส่งออกมา
“เอาไว้ข้าจะบอกพวกเจ้าทีหลังรู้แค่ว่าตอนนี้นายน้อยปลอดภัยแล้ว”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“เสี่ยวเสี่ยวเป็นอะไรไปทำไมตัวนางถึงได้ร้อนแบบนี้”มู่หลานอุ้มเสี่ยวเสี่ยวขึ้นมาจากหลังของเสี่ยวเฮ่ยและรู้สึกได้ว่าตัวของเสี่ยวเสี่ยวร้อนมาก
“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันเอาเป็นว่าฝากดูแลนางด้วย”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
มู่หลานไม่ได้กล่าวถามอีกและนำผ้าเช็ดน้ำออกมาและเช็ดตัวให้กับเสี่ยวเสี่ยวส่วนทางด้านซีรั่วหยานที่ตอนนี้ยังอยู่ในเขตแดนโกลาหลมองไปทางฉางเฟิงอย่างตั้งใจ
เขตแดนโกลาหลของฉางเฟิงแข็งแกร่งขึ้นมากหลังจากที่ซีรั่วหยานทำการประเมินสำหรับคนอื่นการอยู่ในเขตแดนโกลาหลนั้นถือเป็นเรื่องที่อันตรายแต่ซีรั่วหยานฝึกฝนเต๋าโกลาหลทำให้ไม่ได้รับผลกระทบ
“สายเลือดที่ผสานกันของภูติและอสูรทำให้เกิดตัวตนอย่างเทพมังกรโกลาหลงั้นเหรอถ้างั้นฉางเฟิงคงถูกเรียกว่าภูติแท้ไม่ได้ คงจะเป็นภูติอสูรสินะ” ซีรั่วหยานเดินเข้าไปใกล้ฉางเฟิงขึ้นเรื่อยๆ
“วิ้ง!!!!!!!!”
ทันใดนนั้นเองร่างของฉางเฟิงก็ปรากฎเกล็ดมังกรสีเทาตามร่างของฉางเฟิงพร้อมกับบนหัวมีเขามังกรงอกออกมาคลื่นปราณโกลาหลทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
“ยังแข็งแกร่งได้อีกงั้นเหรอดูท่าเจ้าจะได้กำไรค่อนข้างมากเลยทีเดียว” ซีรั่วหยานยิ้ม
ไม่นานฉางเฟิงก็ลืมตาขึ้นตอนนี้ฉางเฟิงรับรู้ได้ว่าตันเถียนอันใหม่ของตนนั้นพลังมากมากมันถึงขั้นสามารถดูดซับสายฟ้าของทัณฑ์เซียนได้ ต้องรู้ก่อนว่าสายฟ้าของทัณฑ์เซียนหรือทัณฑ์ของเทพนั้นถูกเรียกว่าสายฟ้าแห่งภัยพิบัติซึ่งสายฟ้าชนิดนี้รุนแรงอย่างมากและถ้าใครสามารถนำมันไปใช้ในการต่อสู้ได้จะสามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย
“ตื่นขึ้นแล้วเหรอ”ซีรั่วหยานยิ้ม
“อ่านึกว่าจะไม่รอดแล้วเสียอีก” ฉางเฟิงกล่าว
“นั่นสินะต้องบอกว่าบิดาของเจ้าเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว”
“ข้าชักอยากจะรู้แล้วสิว่าท่านรู้ได้อย่างไรแต่ชั่งเถอะ ตอนนี้ข้ารู้สึกดีมากตันเถียนใหม่ของข้าไม่เพียงทรงพลังกว่าเดิมแถมยังพิเศษกว่าเดิมมากอีกด้วย” ฉางเฟิงยิ้มพร้อมกับยื่นมือออกมา
“เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!”
สายฟ้าแห่งภัยพิบัติปรากฏบนมือของฉางเฟิงทันทีกลิ่นอายแห่งการทำลายนั้นน่าหวาดกลัวอย่างมาก
“ถึงกับสามารถดูดซับสายฟ้าแห่งภัยพิบัติได้เลยงั้นเหรอดูเหมือนเมล็ดเต๋าที่บิดาของเจ้าเตรียมเอาไว้จะพิเศษมากๆ” ซีรั่วหยานกล่าว
ฉางเฟิงหลับตาลงและจมดิ่งเข้าไปตรวจสอบพฤกษาแห่งเต๋าในร่างซึ่งพฤกษาสีทองนี้มีกลิ่นอายเต๋าหลากหลายอยู่ฉางเฟิงทำการตรวจสอบถึงเต๋าต่างๆเพียงแต่ในตอนนั้นเองฉางเฟิงก็ตรวจสอบผลแห่งเต๋าที่เต็มไปด้วยสายฟ้าและสิ่งที่ฉางเฟิงเห็นก็คือข้างในผลแห่งเต๋าคือโลกใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยสายฟ้าแห่งภัยพิบัติที่กำลังบ้าคลั่ง
ฉางเฟิงตกตะลึงเขาไม่เคยได้ยินเลยว่าในขั้นเซียนจะสามารถสร้างโลกภายในได้จากที่ฉางเฟิงรู้มามีเพียงจักรพรรดิเทพขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถสร้างโลกภายในได้
“เป็นอะไรไปมีอะไรผิดปกติ”ซีรั่วหยานกล่าว
“มันค่อนข้างเชื่อยากแต่.....”ฉางเฟิงบอกสิ่งที่ตนเห็นให้กับซีรั่วหยานรู้
หลังจากฟังอย่างตั้งใจใบหน้าของซีรั่วหยานก็ตกตะลึงมาก นางไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ต้องรู้ก่อนว่าหลังจากทะลวงขั้นเซียนตันเถียนจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นทะเลเซียนสีทองหลังจากนั้นเมื่อเริ่มศึกษาเต๋าและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆถึงจะสามารถสร้างโลกภายในขึ้นมาได้จริงๆ
“แถมในพฤกษาแห่งเต๋ายังมีกลิ่นอายเต๋าห้าธาตุ แสง ความมืด ชีวิต ความตาย กาลเวลาและมิติอยู่”
“ข้าว่าถามเสี่ยวเฮ่ยดีกว่าเจ้านั่นน่าจะรู้อะไรบ้าง”ซีรั่วหยานกล่าว
ฉางเฟิงสลายเขตแดนโกลาหลและสายเลือดของตนทันทีเมื่อเขตแดนโกลาหลหายไปทุกคนก็เห็นฉางเฟิงยืนอยู่กับซีรั่วหยาน
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”มู่เฟยเสวี่ยกล่าวด้วยความกังวล
“ข้าไม่เป็นอะไรแล้วพวกเจ้าไม่ต้องกังวล”ฉางเฟิงยิ้มออกมา
“ถ้าเช่นนั้นก็ดีพวกเรากังวลมา”เย่เฉียนกล่าว
“ว่าแต่ตันเถียนของนายน้อยไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่”เสี่ยวเฮ่ยกังวลมากและเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดทันที
“ข้าไม่เป็นอะไรแล้วจริงสิ เสี่ยวเฮ่ยทำไมในเมล็ดแห่งเต๋าถึงมี เต๋าห้าธาตุ แสง ความมืด ชีวิต ความตายกาลเวลาและมิติอยู่ละเจ้ารู้อะไรหรือเปล่า” ฉางเฟิงกล่าว
“อ้อนั่นเป็นเต๋าที่นายท่านฝึกฝนหนะ” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“เป็นไปไม่ได้เต๋าส่วนใหญ่เหล่านี้ไม่สามารถฝึกฝนจนถึงระดับพระเจ้าสูงสุดได้เพราะพวกมันเป็นเพียงเต๋าพื้นฐานเท่านั้นหาใช่เต๋าสูงสุดไม่”ซีรั่วหยานกล่าว
“ก็จริงอยู่ที่มันเป็นเต๋าพื้นฐานเพียงแต่นายท่านได้นำเต๋าพื้นฐานทั้งหมดมาผสานกันสร้างเต๋าสูงสุดใหม่ออกมานั่นคือเต๋าอสูรของนายท่าน” เสี่ยวเฮ่ยกล่าวด้วยความภาคภูมิ
“แบบนี้นี่เองถึงกับสามารถผสานเต๋าจำนวนมากได้แบบนี้ พรสวรรค์ของเขาช่างน่ากลัวมากจริงๆ”ซีรั่วหยานถึงกับรู้สึกชื่นชม
“หากนายท่านไม่มีพรสวรรค์นายน้อยจะยังมีความสามารถขนาดนี้งั้นเหรอ” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“ก็จริง”ซีรั่วหยานเห็นด้วย
“แสดงว่าท่านพ่อได้เตรียมความพร้อมเอาไว้ให้กับข้าแล้วและเต๋าที่ท่านพ่อทิ้งเอาไว้ก็เป็นแนวทางให้ข้าได้ศึกษาเต๋าของตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้นสินะ”ฉางเฟิงกล่าว
“น่าจะเป็นแบบนั้นนายน้อยไม่เหมือนนายท่าน นายน้อยฝึกฝนเต๋าโกลาหลเหมือนกับนางเพราะงั้นนายน้อยจึงไม่จำเป็นต้องศึกษาเต๋าพื้นฐานมากนักแต่ถ้าศึกษาไว้บ้างก็ดี”เสี่ยวเฮ่ยกล่าวซึ้งฉางเฟิงก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้เพราะถึงอย่างไรการปรุงยาก็ต้องใช้เปลวเพลิงฉางเฟิงจึงจำเป็นต้องศึกษาเต๋าอัคคีอยู่แล้ว