“ทีหลังก็เดินให้ระวังหน่อยสิ” แต่แทนที่สารภีจะสำนึกและขอโทษกลับบ้างหล่อนกลับวีนใส่แก้วขวัญแทน ทั้งที่ตัวเองเป็คนเดินมาชนคนอื่นก่อนแท้ๆ
“นี่ถ้าชุดฉันเลอะขึ้นมาจะทำไง ชุดนี้ฉันซื้อมาแพงนะ!” หล่อนโวยใส่เธอต่อ.
“อ้าว พูดแบบนี้ได้ไง” แก้วขวัญเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้าง
“ก็คุณเองไม่ใช่เหรอที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือมาชนฉันก่อน” เธอสวนกลับไปเพราะเห็นอยู่ว่าหล่อนมัวแต่เดินเซลฟี่ถ่ายรูปตัวเองอยู่ ไม่ยอมดูทางจนมาชนคนอื่นเอง
“แล้วฉันขอโทษให้ก่อนก็ดีเท่าไหร่ละ” ถ้าเป็พื้นที่ส่วนบุคคลแล้วเธอเดินเสนอหน้าเข้าไปเองก็ว่าไปอย่าง
“นี่แก!” สารภีพูดไม่ออก รู้ตัวอยู่ว่าผิดแต่หล่อนก็ไม่อยากเสียหน้า
“พูดแบบนี้อยากมีเื่หรอ รู้มั้ยว่าฉันลูกใคร!” หล่อนจึงใช้อำนาจของบุพการีตัวเองมาเล่นใส่แก้วขวัญทันที
“แกไม่รู้แล้วฉันจะรู้มั้ย?” สรรพนามสุภาพที่เรียกก็เปลี่ยนไปตามที่อีกฝ่ายส่งให้มา แก้วขวัญตอกกลับไปอย่างกวนๆ ด้วยความหมั่นไส้กับความมั่นหน้าของหล่อน ยัยนี่กร่างใส่ผิดคนแล้วล่ะ
“แก!”
อีกคนก็ยิ่งเดือดเมื่อถูกกวนประสาทกลับมาเช่นนี้อย่างที่ไม่เคยมีใครทำกับตนมาก่อน สารภียิ่งหัวร้อนหนักในขณะที่แก้วขวัญยิ่งเห็นความหัวฟัดหัวเหวี่ยงของหล่อนก็ยิ่งขำหนัก ในขณะที่อีกด้านหนึ่งลายสิงห์เดินกลับเข้ามาในงานแล้วเห็นทั้งคู่เหมือนจะมีเื่กันอยู่เพราะรู้จักนิสัยไม่ยอมคนของเพื่อนตนดี ชายหนุ่มจึงรีบสาวเท้าไปยังสองสาว
ตัดภาพกลับมาที่สารภีกับแก้วขวัญที่ยังไม่มีใครยอมลงให้ใครทั้งนั้น
“ฉันอะยังไงก็ได้” แก้วขวัญยักไหล่ใส่
“ถ้าอยากมีเื่อะนะ ไปมีกันนอกงานจ้ะ อย่ามาทำลายงานแต่งเพื่อนของฉัน” แก้วขวัญบอกหล่อนด้วยท่าทีจริงจังขึั้น อีกอย่างหล่อนทำให้เธอต้องเสียเวลา
“แต่เสียดายจัง” เธอทำทีดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ
“พอดีฉันมีเื่ที่สำคัญกว่านี้ต้องไปทำน่ะสิ”
“เอาเป็ว่าฉันจะออกไปทำธุระก่อน ถ้าแกไม่รีบไปไหนก็อยู่รอมีเื่กันก่อนสิ” คนอย่างแก้วขวัญพูดคำไหนคำนั้น แต่มันกลับทำให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าเธอแค่ปากดีเท่านั้นเอง .
“หึ กลัวพ่อฉันจนต้องหาข้ออ้างหนีกลับก่อนล่ะสิ” หล่อนแสยะยิ้มใส่ นี่ก็คงรู้แล้วล่ะสิว่าพ่อของตนเป็ใคร
“ก็อย่างว่าแหละ ที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จัก สส.ชุมพรหรอก” สารภีอวดตำแหน่งพ่อของตัวเองอย่างภูมิใจ ในขณะที่แก้วขวัญซึ่งฟังแล้วถึงกับต้องมองบน ไปเอาความมั่นนี้มาจากที่ใด อีกอย่างการต้องอยู่ต่อปากต่อคำกับหล่อนนั้นช่างไร้สาระ เสียเวลาของเธอมากจริงๆ .
“เสียใจด้วยนะ พอดีฉันไม่ใช่คนที่นี่ก็เลยไม่รู้จักของแกน่ะสิ” เธอก็บอกสารภีไปตามความจริง
“เอางี้ ถ้าแกกลัวว่าฉันจะหนีก็เอานามบัตรนี่ไป” แก้วขวัญตัดบทและเนื่องจากยังไม่มีนามบัตรของตัวเอง เธอจึงหยิบนามบัตรพ่อตัวเองออกมา .
“อ้อ แล้วสำรวจด้วยล่ะว่าชุดของเธอชำรุดตรงไหน” เธอพูดต่อพลางปรายตามองชุดของหล่อนั้แ่หัวจรดเท้า คาดจากสายตาแล้วก็ไม่ได้เป็แบรนด์ที่แพงอะไรมากถ้าเทียบกับชุดของตัวเองที่ใส่อยู่ นี่ถ้าเป็แบรนด์หลักแสนขึ้นไปก็ว่าไปอย่าง ยัยขี้อวดนี่ก็เวอร์จริงๆ เชียว
“เดี๋ยวจะซื้อใหม่ให้ใส่สักสิบชุดเลย….” แล้วขยับเข้ามากระซิบข้างหูหล่อน
“พอดีรวย” แล้วแก้วขวัญก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงสารภีที่กลายเป็ยัยขี้เบ่งไปแล้วในสายตาของเธอยืนหัวเสียอยู่จนกระทั่งลายสิงห์มาถึง
“มีเื่อะไรกันรึเปล่า สารภี?” ลายสิงห์ถามหล่อนในขณะที่สายตายังมองแก้วขวัญที่กำลังเดินออกจากงานไป หล่อนมีเื่กับเพื่อนเ้าสาวของงานงั้นหรอ
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะสิงห์ ก็แค่ยัยบ้าคนนึงที่เกือบทำชุดของสารภีเลอะ” หล่อนบอกลายสิงห์ไปแค่นั้นโดยไม่ยอมบอกว่าตนเป็คนมาชนแก้วขวัญก่อน.
“กลับกันเถอะค่ะสิงห์” สารภีพูดต่อเพราะตนไม่อารมณ์จะอยู่แล้ว
“สารภีไม่อยากอยู่ที่นี่ละ เสียบรรยากาศ” หล่อนบอกพร้อมกับยัดนามบัตรที่แก้วขวัญให้ใส่ในมือของลายสิงห์โดยไม่สนใจแม้แต่อ่านชื่อที่ปรากฏในนามบัตรเลยด้วยซ้ำ
“คงเป็นามบัตรเสี่ยที่เลี้ยงล่ะสิ ดูก็รู้ว่าเป็แค่เด็กเสี่ยสักคนในงานนี้แหละแต่ทำปากดี”
หล่อนพูดถูกแก้วขวัญอย่างดูแคลนแล้วเดินหงุดหงิดออกจากงานไป ในขณะที่ลายสิงห์กำลังพลิกนามบัตรในมือมาอ่านด้วยความสนใจ แล้วก็พบว่าชื่อคนที่อยู่ในนามบัตรนั้นอยู่ในตำแหน่ง Minister (อัครราชทูต) เลยทีเดียว
“ทรงเทพ บุราธร”
.
.
5ปีต่อมา….
“สวัสดีค่ะคุณพี่ ยินดีด้วยนะคะ” ย่าหอมที่ถูกเชิญให้มาร่วมงานมงคลสมรสแสดงความยินดีกับเพื่อนรุ่นพี่สมัยเรียนของนางที่ได้หลานสะใภ้เป็เื่เป็ราวเสียที ในขณะที่ลายหงส์กำลังพนมมือไหว้นางอย่างนอบน้อม งานนี้นางพาหลานสาวคนเล็กที่โคตเป็สาวสะพรั่งแล้วจนเป็ที่หมายตาของหนุ่มมาด้วยเพราะหลานชายคนรองติดงานพามาไม่ได้ .
“ขอบคุณค่ะคุณน้อง”
“ไหว้พระเถอะจ้ะหนูหงส์” คุณหญิงจันทร์รับไหว้ลายหงส์อย่างเอ็นดู
“เอ๊ะ หนูหงส์เรียนจบรึยังจ้ะเนี่ย” นางถามลายหงส์
“จบเทอมหน้าค่ะคุณย่า แต่คงต้องฝึกงานทั้งเทอมเลย” ลายหงส์บอกนางตามหลักสูตรการศึกษาของตัวเอง
“ดีจัง ที่นี่คุณหญิงหอมก็จะมีหลานมาช่วยงานอีกคนแล้ว” แล้วหันมาพูดกับย่าหอมต่อ .
“ว่าแต่คุณน้องเมื่อไหร่จะมีข่าวดีแบบนี้บ้างล่ะคะ พี่รอตัดชุดไปงานแต่งหนุ่มๆ อยู่นะ” คุณหญิงหอมถามย่าหอมต่อ
“โอ้ย สงสัยจะหมดหวังแล้วล่ะค่ะ” ย่าหอมถอนหายใจ นี่เวลาก็ล่วงเลยมา5ปีแล้ว นางเองก็ค่อยๆร่วงโรยไปตามวัย แต่หลานชายคนโตก็ไม่มีท่าทีว่าจะหาใครมาเป็คู่ชีวิตเลย จนหลานชายคนรองจะแซงหน้าอยู่แล้ว
“แต่เหมือนตาเสือจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้อยู่นะคะ” คุณหญิงจันทร์บอกนางเพราะเห็นข่าวคราวว่าลายสิงห์กำลังเดทกับดาราสาวสวยนางหนึ่งอยู่
“ยังไงก็ต้องให้พี่ชายคนโตเขาแต่งก่อนแหละค่ะ” ย่าหอมอ้างไปเพราะไม่ค่อยชอบดาราคนนั้นเท่าไหร่นัก
“แต่ตอนนี้ตาสิงห์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะลงเอยกับใครเลย” นางระบายเื่นี้กับรุ่นพี่คนสนิทอยู่บ่อยครั้ง
………….
ฝากช่วยกดติดตามและกดถูกใจนิยายใหม่เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ????