บทที่ 3
พฤติกรรมแปลกๆ(1)
เช้าวันที่อากาศสดใสลูซี่แต่งชุดนักเรียนลงมาทานอาหารเช้ากับท่านพ่อ สำหรับท่านดยุคเกรเซียสแล้วพร้อมจะจัดสรรเวลาเพื่อมานั่งทานอาหารเช้าและเย็นกับลูซี่ทุกๆวัน มีน้อยครั้งมากจริงๆที่ไม่ได้อยู่ร่วมโต๊ะด้วยอาหารเช้าในวันนี้เป็อาหารเช้าสไตล์อังกฤษจานของท่านพ่อจะประกอบไปด้วยมะเขือเทศไข่ดาวแบบมะตูม ไส้กรอกสองชิ้น เนื้อหมูอีกสามสี่ชิ้นและตบท้ายด้วยถั่วส่วนอาหารเช้าของลูซี่ก็คือแพนเค้กสองสามชิ้นราดด้วยซอสสตอเบอรี่ประดับด้วยสตอเบอรี่ กล้วยหอมฝานบางๆและวิปครีมกว่าจะทานอาหารเสร็จก็เกือบจะสายแล้ว ลูซี่นั่งรถอีกคันเพื่อไปโรงเรียน เพราะเพิ่งหัวฟาดพื้นมาทำให้ท่านดยุคเป็ห่วงและเ้ากี้เ้าการเอาผ้ากอซพันศีรษะของลูซี่รอบหัวหลายๆทบจนหนา
เมื่อลับสายตาของท่านดยุคลูซี่จึงแกะผ้ากอซออกเพื่อเก็บใส่กระเป๋าไม่มีทางที่จะยอมเดินเข้าโรงเรียนโดยมีผ้าพวกนี้อยู่บนหัวแน่ๆ
“คุณหนูครับ คือ ผ้ากอซ กระผมว่า…”
“อย่านำเื่นี้ไปบอกท่านพ่อ”ลูซี่กำชับเสียงเย็นในขณะที่ซุกผ้ากอซใส่ลงในกระเป๋านักเรียนของตัวเอง ทำเอาคนขับรถนั่งหุบปากนิ่งอันที่จริงไม่ได้จะบอกว่าห้ามถอดผ้ากอซออกหรอก แต่อยากจะบอกว่านายท่านได้ติดกล้องวงจรในรถคันนี้ไว้ต่างหากต่อให้เขาไม่บอกนายท่านก็รู้อยู่ดี ไม่นานรถก็มาจอดตรงหน้าโรงเรียน ลูซี่คว้ากระเป๋ามาถือแล้วลงจากรถทันทีที่ลูซี่ปรากฏตัวก็ทำให้นักเรียนคนอื่นๆหันมามองแล้วซุบซิบนินทากันลูซี่เหยียดปากหน่อยๆ ไอ้เสียงนินทาที่จงใจพูดให้ได้ยินนี้คืออะไรหากจะพูดด้วยน้ำเสียงขนาดนี้เดินมาพูดตรงๆดีกว่ามั้งหากเป็(อดีต)ลูซี่คงมองคนอื่นตาขวางและเปิดเสียงแปดหลอดกรี๊ดอย่างไม่พอใจแต่ตอนนี้ลูซี่ไม่คิดจะทำแบบนั้นเพราะว่าหลังจากที่(อดีต)ลูซี่แหกปากเสร็จก็ต้องลอบเข้าห้องน้ำเพื่อกินยาอมให้ชุ่มคออืม วิถีชีวิตนางร้ายโง่ๆก็ลำบากเหมือนกันเพราะฉะนั้นลูซี่จึงมียาอมติดกระเป๋ามากกว่าหนังสือเรียนซะอีก แหม่!! มีความพยายามสูง
ลูซี่ไม่สนใจคำนินทาพวกนั้นแล้วเดินเข้าโรงเรียนไปด้วยความที่เป็โรงเรียนไฮโซลูกหลานบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์มาเรียนโรงเรียนจึงต้องทุ่มทุนสุดติ่งกระดิ่งแมวจำลองโรงเรียนเป็วังน้อยๆ(แต่ขนาดไม่น้อย)ที่นี่มีบันไดที่ทำมาจากหินอ่อนมีลายไม้เลื้อยสีน้ำตาลเข้มอีกต่างหาก แถมยังมีลิฟต์อีกด้วยและที่สำคัญลิฟต์ยังมีการแบ่งระดับกันอีกด้วย
ลิฟต์แก้วบุด้วยไม้ชั้นดีทาสีทองสลักลวดลายไม้เลื้อยอะไรสักอย่าง นั่นเป็ลิฟต์สำหรับเชื้อพระวงศ์ห้ามให้สามัญชนหรือลูกขุนนางที่ไหนไปใช้โดยเด็ดขาด ไม่บอกลูซี่ก็ไม่ขึ้น ไอ้ลิฟต์แก็วแบบนั้นมันไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยสักนิดลูซี่ไปรออยู่ที่ลิฟต์ประจำของตัวเองก็คือลิฟต์ทอง ในลิฟต์จะทาด้วยสีทองและสลักดอกไม้สีต่างๆตรงผนังปุ่มทุกปุ่มเป็สีทองและตัวเลขจะนูนขึ้นมา ลิฟต์นี้เป็ลิฟต์สำหรับบุตรระดับดยุคมาควิสและเอิร์ล ส่วนลิฟต์สำหรับไวเคาร์ทและบารอน ก็มีลักษณะเหมือนลิฟต์สีทองเพียงแต่จะถูกทาเป็สีเงินเท่านั้นแค่ลิฟต์ก็ปาไปหลายแสนแล้ว
ส่วนพวกลูกคนรวยไม่มียศศักดิ์จะใช้ลิฟต์ธรรมดา หึต่อให้ดำรงตำแหน่งใหญ่หรือโด่งดังจากไหนแค่ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ก็ต้องใช้ลิฟต์ธรรมดานั่นรวมไปถึงท่านประธานนักเรียนและดารานักร้องวัยรุ่นด้วย ส่วนคนธรรมดาเดินขึ้นบันไดเอา ไม่ค่อยแบ่งชนชั้นเท่าไหร่เลยจริงๆโรงเรียนนี้ลูซี่ออกจากลิฟต์ก็เดินไปที่ห้องของตัวเองด้วยมันสมองของ(อดีต)ลูซี่แน่นอนว่านางอยู่ห้องเบี้ย ที่นี่ห้องจะถูกเรียกแทนด้วยตัวหมาก มีห้องคิงควีน และเบี้ยทุกๆเทอมจะเอาคะแนนสอบของทุกคนมาประเมินเพื่อจะทำการเลื่อนหรือลดห้องเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นแก่การเรียน
เป้าหมายแรกที่วางไว้คือเลื่อนชั้นตัวเองไปอยู่ห้องคิงแน่นอนว่าห้องคิงและห้องควีนคือห้องใฝ่ฝันของเด็กทุกคนแต่ไม่ใช่กับ(อดีต)ลูซี่นางอยากไปห้องนั้นใจจะขาดเพราะองค์ชาย ท่านประธานและคู่หูดูโอ้ไออ้อน เดลอยู่ห้องคิง นางอยากย้ายไปมากถึงขนาดให้ท่านพ่อบริจาคเงินเข้าโรงเรียนครั้งล่ะมากๆเพื่อกดดันผอ.โรงเรียนให้ทำการเลื่อนชั้นให้เธอแต่มีเหรอผอ.จะสนใจ ลูซี่เปิดประตูห้องเรียนเข้ามาทำให้คนอื่นๆที่อยู่ในห้องหันมาดูพอเห็นว่าเป็ลูซี่ก็เบือนหน้าหันกลับไปพูดคุยกันต่อลูซี่เดินดุ่มๆไปนั่งที่ข้างหน้าต่างด้านหน้าสุด โต๊ะข้างๆลูซี่ไม่มีคนนั่งมันเป็แบบนี้มาจะสี่ปีแล้ว ไม่แปลกเพราะนิสัยเอาแต่ใจของลูซี่ทำให้ไม่มีใครอยากจะคบหาด้วย ทำตัวเองแท้ๆ
แต่ถึงยังงั้นลูซี่ก็ไม่สนใจยังคงตั้งตาตั้งตาตามติดชีวิตหนุ่มฮอตต่อไปช่างใช้ชีวิตได้ไร้สาระสุดๆจนเมื่อถึงเวลาเข้าเรียนนักเรียนต่างทยอยเข้าห้องจนครบรอไม่นานอาจารย์วิชาแรกก็เข้ามาสอนวิชาแรกเป็วิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็วิชาที่หลายๆคนไม่ชอบรวมถึงลูซี่ ไม่สิสำหรับลูซี่ไม่มีวิชาไหนที่ชอบหรอกการที่ลูซี่เปิดหนังสือเรียนแล้วจดตามที่อาจารย์สอนสร้างความประหลาดใจแก่คนทั้งห้องและตัวผู้สอนปกติแล้วพอได้เวลาเรียนลูซี่จะนั่งสัปหงกในห้อง ไม่ก็นั่งหาวทำหน้าเบื่อหรือบางที่ก็ออกจากห้องพร้อมกล้องหายลับไปจนถึงตอนเที่ยง แต่นี้ลูซี่กำลังกำลังจดตามบนกระดาน มันเป็เื่มหัศจรรย์มากจนขนาดที่ต้องขยี้ตามองดูอีกที
หลังจากจบวิชาแรกระหว่างที่รอให้อาจารย์วิชาถัดไปเข้ามาสอนเหล่านักเรียนรอบๆลูซี่ต่างเขยิบเข้ามาซุบซิบกันต่อ คงไม่พ้นเื่ลูซี่อยู่ดี!!
“นี่ เธอว่ายัยนั้นนะแปลกไปไหม ฉันไม่ได้ตาฝาดนะว่ายัยนั้นเปิดหนังสือเรียนแล้วจดตามที่อาจารย์สอนอ่ะ”
“อาจจะวาดรูปเล่นก็ได้มั้งแก”
“วาดรูปเล่นจะต้องวาดไปด้วยดูกระดานไปด้วยเหรอ”นักเรียนหญิงคนเดิมถามเพื่อนกลับ
“ก็สร้างภาพไง ว่ากำลังตั้งใจเรียนอยู่นะแต่ความจริงไม่ใช่ไง”เพื่อนสาวก็ตอบกลับอย่างมั่นใจ
“นี่แกว่ายัยนั้นจะทำเป็เรียนไปได้อีกกี่คาบวะ”มาทางฝั่งผู้ชาย
“อย่างดีก็คาบนี้กับคาบที่จะเริ่มล่ะว้า!!จากนั้นก็ดอดไปนอกห้องเหมือนเคย”
“คงจะใช่ ยังไงนิสัยบ้าผู้ชายของยัยนั้นก็แก็ไม่หรอกมันฝังอยู่ในสายเืแล้ว”เรียกว่ายัยนั้นๆอยู่ได้ ไม่แน่จริงนี้ ทำไมไม่พูดชื่อเลยล่ะลูซี่นึกในใจอย่างดูถูก ในเมื่อพวกแกกล้ามาดูถูกฉันคนนี้เหรอ ดีจะทำให้รู้สำนึกเลยคอยดูสิ ลูซี่ตั้งเป้าหมายจะทำให้พวกนั้นหน้าหงายให้ได้
หมดคาบแล้วคาบเล่าทุกคนก็เห็นลูซี่ตั้งหน้าตั้งตาจดไม่ลืมหูลืมตา สร้างความแปลกใจแก่ทุกคนและครู หลังเลิกสอนเหล่าอาจารย์ต่างก็นำเื่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูซี่มาพูดคุยกันด้วยสีหน้าซีเรียส
“ไม่ใช่ว่าหัวฟาดพื้นแรงไปรึเปล่าถึงเป็แบบนี้”
“นี่อาการเข้าขั้นโคม่าแล้วนะ”
“แล้วเราจะทำยังไงดีพาลูซี่ไปตรวจที่ห้องพยาบาลไหมเผื่อจะมีภาวะแทรกซ้อนโดยที่เราไม่รู้!!”ท่านประธานและรองประธานที่เพิ่งเข้ามาในห้องพักครูได้ยินเหล่าอาจารย์พูดถึงลูซี่ก็ชะงัก ท่านประธานหน้าเครียดเลยทีเดียวเพราะตลอดเช้า ตัวเขาเองเป็ฝ่ายชะเง้อคอรอลูซี่
ทุกๆเช้าเป็ประจำที่ลูซี่จะต้องแอบมาดอมๆมองๆหน้าห้องเรียนของเขาเพื่อแอบส่องเขาและองค์รัชทายาทแต่วันนี้กลับไม่เห็นหน้าเลยและยิ่งอาจารย์มาพูดแบบนี้ด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกผิดจนใบหน้าหล่อเหลาซึมลงเลยทันที
“ไม่ทราบว่าคุณลูซี่เป็อะไรไปครับ”รองประธานที่เป็เพื่อนสนิทของประธานนักเรียนถามขึ้นพลางตบไหล่ของเพื่อนสนิท
“ก็ลูซี่นะสิ วันนี้เขาแปลกไปจ๊ะ”
“ยังไงครับ”
“อือออ แบบว่า อ่า ตั้งใจ เรียนล่ะมั้ง….ไม่รู้สิแต่ลูซี่เปิดหนังสือเรียนแล้วจดตามที่ครูสอนด้วยแบบนี้อาการต้องหนักมากๆเลยใช่ไหมจ๊ะ”