บันไดที่ถูกเปิดเผยออกมานั้นไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นจากฝีมืุ์ มันคือรากไม้โบราณที่บิดพันและเติบโตเข้าด้วยกันจนกลายเป็ขั้นบันไดวนที่ทอดลึกลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง ผลึกสีเขียวมรกตงอกแทรกขึ้นมาตามขั้นบันไดเป็ระยะ ส่องแสงเรืองรองนวลตาราวกับตะเกียงชีวภาพนำทาง อากาศภายในเย็นและชื้นกว่าข้างบนอย่างเห็นได้ชัด มันคือกลิ่นอายของดินที่เก่าแก่, กลิ่นของรากไม้ที่ชุ่มน้ำ, และกลิ่นของโอโซนที่เกิดจากพลังงานิญญาอันเข้มข้นที่ลอยขึ้นมาจากเบื้องล่าง
เสียงเดียวที่ทำลายความเงียบคือเสียงฝีเท้าที่หนักอึ้งของพวกเขาบนขั้นบันไดไม้ และเสียงหอบหายใจที่พยายามจะเก็บกลั้นไว้ "ระวังตัวด้วย" ลี ชุน พูดขึ้นเป็คนแรก เสียงของเธอก้องกังวานเบาๆ ในปล่องบันได "เราไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างล่าง" เธอกำลังเดินนำหน้าทุกคน แม้าแที่สีข้างจะยังคงสร้างความเ็ป แต่ท่วงท่าของเธอก็ยังคงมั่นคงและเด็ดเดี่ยว ความรู้สึกผิดต่อการาเ็ของตัวเองและความสูญเสียของไซเลนท์ถูกแปรเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น
"แล้วเราจะไว้ใจมันได้จริงๆ เหรอ?" เบลซถามขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินพลางใช้ปืนพลาสม่าส่องสำรวจผนังที่เต็มไปด้วยรากไม้ที่กำลังเต้นเป็จังหวะเบาๆ ราวกับกำลังหายใจ "ไอ้ต้นไม้นั่น... กับไอ้หุ่นั์นั่น... บางทีนี่อาจจะเป็กับดักอีกชั้นหนึ่งก็ได้"
"ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว" เคเลนตอบ เสียงของเขายังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านมา "ความรู้สึกที่ผมััได้จากแก่นพลังงาน... มันไม่ใช่ความมุ่งร้าย... มันคือ... ความเหงา... และความปรารถนาที่จะปกป้อง"
"ความเหงา?" เบลซแค่นเสียง "ต้นไม้มันเหงาเป็ด้วยรึไง?"
"บางที... สิ่งที่อยู่มานานนับพันปี... อาจจะรู้สึกเป็ก็ได้" ด็อกกล่าวเสริมเบาๆ
พวกเขาเดินลึกลงไปเรื่อยๆ บันไดวนดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ผนังรอบข้างเริ่มเปลี่ยนแปลงไป รากไม้เริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีอักขระโบราณเรืองแสงสลักอยู่บนเปลือกของมัน มันคืออักขระชุดเดียวกับที่อยู่บนประตูและแท่นควบคุม... แต่ที่นี่... มันดูเหมือนจะสมบูรณ์และทรงพลังกว่ามาก
"อักขระพวกนี้..." เคเลนพึมพำพลางใช้ดาต้าแพดสแกน "มันไม่ใช่แค่การตกแต่ง... มันคือ 'วงจร'... วงจรชีวภาพที่กำลังลำเลียงพลังงานจากเบื้องล่างขึ้นไปหล่อเลี้ยงสวนทั้งหมด... และหล่อเลี้ยงโกเลมตัวนั้นด้วย"
ความจริงอันน่าทึ่งนั้นทำให้ทุกคนตระหนักว่าพวกเขาไม่ได้กำลังเดินอยู่ในสิ่งก่อสร้าง... แต่กำลังเดินอยู่ภายใน "ร่างกาย" ของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่เกินกว่าจะจินตนาการได้
หลังจากเดินลงมานานเกือบยี่สิบนาที ในที่สุดบันไดก็สิ้นสุดลงที่โถงถ้ำขนาดมหึมาแห่งหนึ่ง มันคือภาพที่ทั้งงดงามและน่าเกรงขามจนทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ
เพดานถ้ำสูงจนมองไม่เห็นยอด รากไม้ขนาดั์จำนวนนับไม่ถ้วนจากต้นไม้โบราณเบื้องบนหยั่งรากลึกลงมากันที่ใจกลางของโถงนี้ มันบิดพันและสอดประสานกันจนกลายเป็โดมธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนราวกับมหาวิหาร ที่พื้นถ้ำ... ไม่ใช่ดินหรือหิน... แต่เป็ผลึกสีเขียวมรกตที่เรียบสนิทและส่องแสงเรืองรองจากภายใน ทำให้ทั้งโถงสว่างไสวไปด้วยแสงสีเขียวนวลตา
เสียงฮัมของพลังงานที่พวกเขาได้ยินมาตลอดทาง... ที่นี่มันดังและชัดเจนที่สุด... มันไม่ใช่เสียงฮัมที่น่ารำคาญ แต่เป็เสียงทุ้มต่ำที่สั่นะเืไปทั่วทั้งร่างราวกับเสียงดนตรีแห่งดวงดาว อากาศที่นี่เต็มไปด้วยพลังงานิญญาที่เข้มข้นจนพวกเขารู้สึกได้ถึงมันบนิั ร่างกายที่อ่อนล้าฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว รู้สึกสดชื่นราวกับได้หลับพักผ่อนมาเต็มอิ่ม าแต่างๆสมานตัวเองได้รวดเร็วทันตาเห็น... มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุไฟฟ้าที่สงบนิ่ง
และที่ใจกลางของโดมรากไม้นั้น... คือเป้าหมายของพวกเขา...
"แก่นพลังงาน" ที่แท้จริง...
มันคือทรงกลมพลังงานสีเขียวมรกตที่เจิดจ้าและบริสุทธิ์ ขนาดใหญ่กว่าที่พวกเขาเห็นข้างบนหลายเท่า มันลอยหมุนอยู่ช้าๆ กลางอากาศโดยไม่มีสิ่งใดยึดเหนี่ยว สายฟ้าพลังงานิญญาเส้นเล็กๆ แล่นแปลบปลาบอยู่บนพื้นผิวของมันราวกับเส้นเื มันคือหัวใจของสถานที่แห่งนี้... คือแหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตในสวนชีวภาพ... และคือสิ่งที่ค้ำจุนผนึกของจักรพรรดินีไว้
"นั่นสินะ..." ลี ชุน กระซิบออกมา "เป้าหมายของเรา"
แต่การจะเข้าไปถึงมัน... ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด...
รอบๆ แก่นพลังงานนั้น... มีวงแหวนอักขระโบราณสามวงลอยซ้อนกันและหมุนสวนทางกันอย่างช้าๆ มันคือกลไกป้องกันสุดท้าย... คือปริศนาที่พวกเขาต้องไขให้ได้
"ให้ตายสิ... เหมือนหลุดออกมาจากเกมไขปริศนาเลย" เบลซสบถ "แล้วเราจะทำยังไงกับมันดีล่ะ? ยิงมันเลยดีไหม?"
"อย่า!" เคเลนร้องห้ามเสียงหลง "ถ้าทำอย่างนั้น... พลังงานที่ไม่เสถียรอาจจะะเิและทำให้ที่นี่ทั้งหมดถล่มลงมาได้! นี่ไม่ใช่เทคโนโลยีที่เราจะใช้กำลังทำลายได้!"
เขาก้าวเข้าไปใกล้แท่นผลึกที่ยื่นออกมาจากพื้นเบื้องหน้าวงแหวนอักขระนั้นอย่างช้าๆ "มัน... มันคือปริศนา... เราต้องแก้มัน"
เคเลนวางมือลงบนแท่นผลึกนั้นอีกครั้ง... และหลับตาลง... เขาััได้ถึง "บทเพลง" แห่งชีวิตอีกครั้ง... แต่คราวนี้มันซับซ้อนและยิ่งใหญ่กว่าเดิม... มันไม่ใช่แค่ความรู้สึก... แต่มันคือ "คำถาม"
"มัน... มันกำลังถาม..." เคเลนพูดออกมา เสียงของเขาราวกับคนละเมอ "มันกำลังถามว่า... เรามาที่นี่เพื่ออะไร... เราคือผู้สร้าง... หรือผู้ทำลาย?"
"บอกมันไปสิว่าเรามาเพื่อปิดมัน!" เบลซะโ
"ไม่ได้!" เคเลนลืมตาขึ้น ใบหน้าของเขาซีดเผือด "ถ้าเราแสดงเจตนาที่จะ 'ทำลาย'... วงแหวนนี่จะปลดปล่อยพลังงานป้องกันทั้งหมดออกมาทันที! มัน... มันไม่ใช่ปริศนาที่ต้องใช้สติปัญญาแก้... แต่มันคือ 'พันธสัญญา' ที่ต้องใช้ 'เจตจำนง' ในการยอมรับ"
"พันธสัญญาบ้าบออะไร?" เบลซถามอย่างไม่เข้าใจ
"มัน้า 'คำสัญญา'" เคเลนอธิบาย "มัน้าให้เราสัญญาว่า... การปิดการทำงานของมัน... จะนำไปสู่การ 'ปลดปล่อย'... ไม่ใช่การ 'ทำลายล้าง'... มัน้าให้เรายืนยันว่าเราอยู่ข้างเดียวกับ 'ชีวิต'"
ความจริงอันน่าพิศวงนั้นทำให้ทุกคนนิ่งอึ้งไป พวกเขาจะให้สัญญากับสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจได้อย่างไร? และการปลดปล่อยที่ว่า... มันหมายถึงการปลดปล่อย "จักรพรรดินี" ใช่หรือไม่?
"นี่มันกับดักชัดๆ!" เบลซยืนกราน "มันกำลังหลอกให้เราปลดปล่อยตัวอะไรก็ไม่รู้ออกมา!"
"แล้วเรามีทางเลือกอื่นรึไง!" ด็อกเถียงกลับ "ข้างนอกนั่นมี 'เอคโค่-ซีโร่' รอเราอยู่! และเราก็ให้สัญญากับจักรพรรดินีไปแล้วว่าจะช่วยเธอ!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด... แก่นพลังงานก็เริ่มสั่นไหวรุนแรงขึ้น! วงแหวนอักขระเริ่มหมุนเร็วขึ้นและส่องแสงจ้าขึ้น!
"มันรับรู้ถึงความขัดแย้งของเรา!" เคเลนะโเตือน "มันกำลังจะเข้าสู่โหมดป้องกันแล้ว! เราไม่มีเวลาแล้ว!"
ลี ชุน มองไปที่แก่นพลังงานที่กำลังจะคลุ้มคลั่ง... แล้วหันกลับมามองทีมของเธอ...
เธอตัดสินใจแล้ว...
เธอก้าวไปข้างหน้า ยืนอยู่ข้างๆ เคเลน และวางมือของเธอลงบนแท่นผลึกนั้น
"ข้า... ลี ชุน... ผู้บัญชาการหน่วยหมาป่าเดียวดาย..." เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและชัดเจน "ในนามของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่... และในนามของผู้ที่ได้สละชีวิตไป... ข้าขอให้สัญญา"
เธอหลับตาลง... และส่ง "เจตจำนง" ของเธอเข้าไป... ภาพการต่อสู้อย่างสิ้นหวัง... ภาพการเสียสละของไซเลนท์... และความปรารถนาที่จะปกป้องโลกจากภัยคุกคามอย่าง Exa-Cell และเอคโค่-ซีโร่...
"เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลาย... แต่เพื่อสร้างสมดุล... เพื่อยุติวงจรแห่งความทุกข์ทรมาน... และเพื่อ 'ปลดปล่อย' ทุกิญญาที่ถูกจองจำ... รวมถึงตัวของท่านด้วย... จักรพรรดินี"
ทันทีที่เธอพูดจบ... ทุกอย่างก็หยุดนิ่ง...
วงแหวนอักขระที่เคยหมุนอย่างบ้าคลั่ง... ค่อยๆ ช้าลง... และหยุดลง... ก่อนที่มันจะสลายกลายเป็ละอองแสงสีเขียวแล้วลอยหายไปในอากาศ...
แก่นพลังงานที่เคยส่องสว่างจ้า... ค่อยๆ หรี่แสงลง... จนเหลือเพียงแสงนวลตาราวกับหิ่งห้อย...
เสียงฮัมที่เคยดังกระหึ่ม... บัดนี้ได้เงียบลงแล้ว... เหลือเพียงความเงียบที่สงบสุขอย่างแท้จริง...
โกเลมพฤกษาที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างบน... แสงสีเขียวที่ดวงตาของมันก็มอดดับลง... ร่างของมันกลับไปเป็เพียงรูปสลักที่ทำจากไม้และผลึกอีกครั้ง...
พวกเขา... ทำสำเร็จแล้ว...
อีกฟากหนึ่งของประตู... ในทางเดินซ่อมบำรุงที่มืดมิด...
ร่างของโนวาที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น... กระตุกเล็กน้อย...
เมื่อแก่นพลังงานถูกปิดการทำงาน... โซ่พลังงานสีเงินที่ผนึกประตูผลึกไว้ก็เริ่มสั่นไหวและโปร่งแสงลงอย่างเห็นได้ชัด... มันไม่ได้หายไป... แต่พลังที่ค้ำจุนมันไว้อ่อนแอลงอย่างมาก...
...ขอบใจ... พวกเ้า...
เสียงกระซิบที่แ่เบาของจักรพรรดินีดังขึ้นในความว่างเปล่า...
...ผนึก... อ่อนกำลังลงแล้ว... แต่พลังของข้า... ก็เช่นกัน...
...ภาชนะ... ของข้า... เ้าต้อง... ตื่น...
แสงสีทองในดวงตาของโนวาที่เคยถูกจุดขึ้นโดยจักรพรรดินี... ได้มอดดับลงโดยสมบูรณ์... พลังของเธอได้จางหายไปจากร่างของเขาแล้ว... ทิ้งไว้เพียงเด็กหนุ่มที่หมดสติและไร้ซึ่งความทรงจำ... นอนอยู่อย่างโดดเดี่ยวในความมืด...
ทีม "หมาป่าเดียวดาย" ยืนมองแก่นพลังงานที่สงบนิ่งด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย... โล่งใจ... เหนื่อยล้า... และเต็มไปด้วยคำถาม...
พวกเขาทำตามสัญญาได้สำเร็จแล้ว... แต่แล้วยังไงต่อ? พวกเขาจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร? และจักรพรรดินี... จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพวกเขาหรือไม่?