จุติเทพราชันย์ อัสนีสวรรค์

    ตอนที่ 5 ข้าบอกแล้วว่าเจ้าต้องกลับมา

    ตู้มต้าม ตู้มต้ามมม 



    เช้าวันต่อมาหมิงซื่อที่กำลังนอนอยู่อย่างสงาถึงกับเบิกตากว้างเสียงจากข้างล่างดังลอดผ่านช่างประตูทะลุเข้าไปในโซนประสาทของเขา เด็กหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นมาบนเตียงฟางด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเปิดประตเและเดินลงไปชั้นล่างเพื่อทานอาหาร 
    แอ๊ดด แอ๊ดด แอ๊ดด
    ....

    ทันีี่หมิงซื่อก้าวลงบันไดมาเสียงทุกอย่างเงียบลงโดยฉับพลันมีเพียงเสียงไม้ลั่นจากการเดินลงบันไดเพียงเท่านั้น สายตาทุกคู่ต่างจ้องมองไปที่เท้าทั้งสองข้างที่ก้าวลงมาจากบันไดทีละขั้น ๆ 

    เมื่อหมิงซื่อลงมาเขาก็กวาดสายตาไปโดยรอบบรรยากาศที่นี่ยังไม่น่าอภิรมย์เช่นเคยทุกที่ ๆ หมิงซื่อมองไปหลายคนต่างหลบหน้าเขา เด็กหนุ่มค่อย ๆ เดินไปที่ห้องอาหารที่อยู่ไม่ไกลนักก่อนจะสั่งอาหารกับเถ้าแก่ 

    ....

    ไม่นานนักอาหารก็มาวางลงตรงหน้าเขาหมิงซื่อมองมันด้วยความแปลกใจสถานที่เช่นนี้กลับมีอาหารที่ดูดีเช่นนี้กลิ่นหอมของเนื้อที่ถูกเคี่ยวจนเปื่อยมันได้ส่งผ่านประสาทรับกลิ่นของเขามาทำให้มั่นใจได้เลยว่ามันจะต้องรสชาติดีอย่างแน่นอน 

    งั่มมม

    " หืมม...นี่มันอร่อยกว่าอาหารท่านแม่ของข้าเสียอีกนะ "

    หมิงซื่อกล่าวออกมาด้วยความตลึงเล็กน้อยใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความไม่เชื่อในลิ้นของตนเอง เขาไม่คิดว่าบนโลกใบนี้จะมีใครที่ทำสามารถทำอาหารได้อร่อยกว่าแม่ของเขาอีกแล้ว นี่มันเปิดโลกทัศน์ครั้งใหม่ให้เด็กหนุ่มอีกครั้ง 

    " ฮ่าฮ่า เจ้าหนูฟังไว้ซะอาหารของเถ้าแก่หลี่น่ะ เริสรสที่สุดในทวีปเหมันต์นิรันดร์แห่งนี้แล้วล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า " 

    ชายฉกรรจ์คนหนึ่งในกลุ่มที่นั่งทานอาหารอยู่ภายในห้องกล่าวขึ้นมาด้วยความขบขันหลังจากนั้นเสียงหัวเราะของคนอื่น ๆ ก็ดังขึ้นตามมา หมิงซื้อได้แต่ยอมรับอยู่ในใจอาหารพวกนี้มันอร่อยมากจริง ๆ

    ......

    หลังจากผ่านไปหนึ่งเค่อถ้วยชามอาหารตรงหน้าของหมิงซื่อก็ว่างเปล่าเขาตบพุงด้วยความพอใจกับอาหารมื้อนี้หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและเดินไปจ่ายเงินกับเถ้าแก่หลี่ชายชรามองสีหน้าของหมิงซื่อที่มีความสุขจากอาหารของเขาด้วยความพอใจ 

    " นี่ค่าอาหารขอรับ...เกิดมาข้าเพิ่งเคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้ " 

    " ฮ่าฮ่า ข้าดีใจที่เจ้าชอบมัน "

    " เช่นนั้นข้าถามอะไรท่านสักหน่อยได้หรือไม่ขอรับ "

    " อืม...ว่ามาสิ " 

    " ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าสำนักกระบี่สวรรค์อยู่ที่ใด " 

    เถ้าแก่มองหมิงซื่ออย่างแปลกประหลาด 

    " เข้ามาที่นี่เพื่อเข้าเป็นศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์งั้นรึ " 

    " ขอรับ " 

    " ข้าคิดว่าเจ้าคงมาช้าไปแล้วล่ะ สำนักกระบี่สวรรค์เพิ่งเปิดรับศิษย์ไปเมื่อปีที่แล้ว เจ้าจึงต้องรออีกห้าปีเพื่อเข้าร่วมการทดสอบได้อีกครั้ง "

    " เอ๋ !!! "

    หมิงซื่อกล่าวอย่างตกใจ ห้าปี เขาไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น

    " ผู้อาวุโสหลี่ได้โปรดบอกข้ามาเถิดว่ามันตั้งอยู่ที่ใด บางที...ข้าอาจจะขอเข้ารับการทดสอบได้ " 

    " ฮึ... "

    ผู้อาวุโสหลี่พลันพ้นล่มออกจากจมูกอย่างเย็นชาเขากล่าวช้า ๆ 

    " เจ้าหนู...บอกข้าเจ้ามีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่งรึเปล่า "

    " เอ่อ...ไม่ขอรับข้าตัวคนเดียว "
     " เช่นนั้นเจ้ามาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงหรือไม่ "

    " ไม่ขอรับครอบครัวข้าอยู่ในที่ห่างไกล " 

    " อืมเช่นนั้นเจ้าอย่าเสียเวลาเลย ตัวเจ้ามีพรสวรรค์ พวกโง่นั่นไม่มีทางเห็นในตัวเข้าแน่นอน " 

    ผู้อาวุโสหลี่ชายตามองและพูดคำกล่าวของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาเมื่อพูดถึงสำนักกระบี่สวรรค์ดูเหมือนชายชราคนนี้จะไม่ชอบขี้หน้าสำนักกระบี่สวรรค์สินะ 

    " เช่นนั้นผู้น้อยก็อยากจะลองดู " 

    หมิงซื่อกล่าวออกมาด้วยความดื้อดึง

    " ช่างเถอะ เช่นนั้นเจ้าเดินออกไปจากร้านข้าจากนั้นก็เลี้ยวขวาตรงไปเรื่อย ๆ สักห้ากิโลก็ถึงแล้วล่ะ " 

    " ขอบคุณมากขอรับ "

    เมื่อรับรู้เส้นทางแล้วเด็กหนุ่มจึงสาวเท้ายาว ๆ ออกไปเมื่อออกไปเกือบถึงประตูผู้อาวุโสหลี่ก็พูดขึ้นมา

    " ข้าจะเตรีนมอาหารชุดใหญ่ไว้ปลอบเจ้าก็แล้วกันนะ อย่าลืมกลับมากินด้วย "

    หมิงซื่อพยักหน้าขอบคุณเล็กน้อยจากนั้นจึงเดินออกจากโรงเตี้ยมไปตามเส้นทางที่ผู้อาวุโสหลี่บอกเขาไม่ได้นำเสวี่ยหลงมาด้วยเพราะอยากให้มันพักผ่อนมันจึงหลับสบายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างโรงเตี้ยม

    ไม่นานนักหมิงซื่อก็มาถึงเขาเดินเข้าไปที่คล้าย ๆ กับป้อมยามขนาดเล็กภายในนั้นมีคนอยู่หกคนพวกเขาสวมชุดหนังสีฟ้าตรงอกนั้นมีกระบี่ไขว้กันซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสำนักกระบี่สวรรค์ 

    " เจ้ามาที่นี่ทำไม ไม่รู้หรือว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ ๆ ใครจะเข้ามาก็ได้ "

    หนึ่งในสามกล่าวขึ้นก่อนจะลุกขึ้นมาหาหมิงซื่อ เขาจ้องอีกฝ่ายด้วยความเคราพก่อนจะค่อย ๆ ประสานมือให้ชายคนนั้น 

    " ศิษย์พี่ ข้ามาที่นี่เพื่อต้องการเป็นศิษย์ของสำนัก แต่เพราะข้ามากจากสถานที่อันห่างไกลจึงทำให้การเดินทางนั้นล่าช้า " 

    " หึ ที่นี่ไม่ต้องรับคนเช่นเจ้ากลับไปซะ " 

    " ศิษย์พี่ได้โปรดไตร่ตรองให้ดีข้าเดินทางมาหลายร้อยลี้ฝ่าลมหนาวและอันตรายมามากมายเพื่อมาที่นี่ขอรับ "

    หมิงซื่อยังคงดื้อด้านไม่ฟังคำของอีกฝ่ายและกล่าวความตั้งใจของเขา 

    " ที่นี่คือสำนักกระบี่สวรรค์ ศิษย์มากพรสวรรค์ต่างก็รวมกันอยู่ที่เจ้าคิดว่าที่แห่งนี้จะต้อนรับคนไร้พรสวรรค์เช่นเจ้างั้นรึ ข้าจะไม่พูดอีกครั้งกลับไปซะ "


    " ไร้พรสวรรค์งั้นหรือ "

    ใบหน้าของหมิงซื่อเปลี่ยนไปเล็กน้อยแรงกดดันค่อย ได้ ปล่อยออกมาจากร่างของเขาทำให้คนทั้งหกเริ่มรู้สึกตัวพวกเขาตั้งท่าเตรียมที่จะสู้ หมิงซื่อเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกเขา เขามักจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้เมื่อมีคนมากล่าวเช่นนี้

    " แกอยากเจ็บตัวใช่มั้ยหา !!! "

    กำปั้นเคลือบปราณสวรรค์และพิภพพุ่งตรงเข้ามาหาหมิงซื่อชายคนนี้มีพลังปราณนักรบ ขั้นห้า ซึ่งมากกว่าหมิงซื่อหนึ่งขั้นแต่เขาก็หาได้เกรงกลัวไม่ ชายหนุ่มใช้มือจับหมัดที่พุ่งเข้ามาอย่างแน่นก่อนจะใช้พลังฝ่ามือไปที่อกของชายคนนั้น 

    ตู้มม

    ตัวมันกระเด็นออกปะทะเข้ากับกำแพงหิน เมื่อตกลงพื้นมันก็สำลักเลือดออกมาอึกใหญ่

    " แก พวกเราจัดการมัน " 

    เมื่อเห็นสหายของตนถูกจัดการพวกมันทุกคนก็กรูกันเข้ามาหาหมิงซื่อก่อนจะถูกอัดกระเด็นทุกคนจนพวกมันทับกันอยู่เป็นภูเขามนุษย์ขนาดเล็ก 

    " เกิดอะไรขึ้น !!! " 

    เสียงของชายกลางคนผู้หนึ่งดังขึ้นภายหลังประตูก่อนที่จะปรากฏร่างของชายคนหนึ่งออกมาใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความดุร้ายที่จ้องมาที่เหตุการตรงหน้า 

    " ผู้คุมกฏ เด็กเวรนี่พยายามที่จะบุกเข้ามาภายในสำนักของเราขอรับ "

    ชายที่ถูกหมิงซื่ออัดไปคนแรกลุกขึ้นมากล่าวด้วยความยากลำบากแม้มันจะเจ็บปวดแต่มันก็พูดออกมาด้วยความรวดเร็วทำให้ชายที่ถูกเรียกว่าผู้คุมกฏหันมามองหมิงซื่อด้วยความดุร้าย ในสถานการณ์เข่นนี้หมิงซื่อสงบนิ้งและผสานมือขึ้นคาราวะชายตรงหน้าก่อนจะกล่าวด้วยความจริงจัง 

    " เรียนผู้อาวุโส ข้าเพียงมาที่นี่เพื่อต้องการเป็นศิษย์เพียงเท่านั้นแต่พวกเขาต่างขวางข้า "
    หมิงซื่อกล่าวขึ้นพรางมองความเปลี่ยนแปลงของชายตรงหน้า 

    " บัดซบเจ้าหนู ! แกบังอาจทำร้ายศิษย์ของสำนักกระบี่สวรรค์แกจงตามข้ามารับการลงโทษที่ตำหนักผู้คุมกฏ !!! "

    ใบหน้าของหมิงซื่อพลันน่าเกลียดขึ้นเพราะแรงกดดันของชายตรงหน้าพุ่งตรงมาที่เขาหวังให้หมิงซื่อคุกเข่าลง ชายหนุ่มกัดฟันแน่นไม่ยอมสยบแต่โดยดี ชายตรงนี้มีพลังมากกว่าปราณนักรบ ซึ่งอาจจะเป็นปราณปฐพี ขั้นแรก หรือ อาจจะเป็นขั้นกลาง หมิงซื่ิเต็มไปด้วยความเคลียด 

    ฟิ้ววววว

    เสียงลมผ่านหมิงซื้ออย่างแผ่วเบาฉับพลันเขาเริ่มขยับร่างกายได้อย่างปกติเด็กหนุ่มมองไปที่ผู้คุมกฏเขาเห็นว่าชายคนนั้นมีเม็ดเหงื่อออกมาจากหน้าผากจำนวนมาก สัญชาตญาณบอกกับเขาว่านี่คือโอกาสดีที่จะหนี 


    ฟึบ 

    หมิงซื่อใช้ความเร็วทั้งหมดของเขาเพื่อออกจากที่นี่ เขาพุ่งตรงกับไปที่โรงเตี้ยมทันที ที่แห่งนั้นคล้ายกับเป็นที่รักร้าวเพราะไม่มีคนผ่านแม้สักคนหมิงซื่อจึงกลับไปที่นั่นอีกครั้งผู้คุมกฏพลันได้สติเมื่อหมิงซื่อหนีไปแล้วเขาแปลกใจแต่ก็รีบที่จะตามไปด้วยความเร็ว 

    ตุบ


    แต่เมื่อก้าวขาได้เพียงหนึ่งก้าวใบหน้าเขาซีดขาวราวกับไม่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงเข่าทั้งสองข้างของเขาทิ้งลงกับพื้นศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ทั้งหกมองไปที่ผู้คมกฏอย่างแปลกใจพร้อมกับความสับสน 

    ผู้คุมกฏในตอนนี้ร่างกายของเขาอ่อนแรง เพราะแรงกดดันมหาศาลที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าทำให้เขาหวาดกลัวอย่างสุดหัวใจ แรงกดดันนั่นมากับเสียงแหบแห้งของชายปริศนากล่าวว่า


    " หากเจ้าไม่อยากที่จะรีบตายก็หยุดคิดที่จะตามเจ้าหนุ่มนั่นซะ " 

    เสียงนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยินเมื่อผ่านไปสักพักใหญ่แรงกดดันก็สลายไปผู้คุมกฏยืนขึ้นและรีบกลับเข้าไปในสำนักทันทีทิ้งให้เหล่าศิษย์เต็มไปด้วยความสับสน 



    ' แปลก ' 

    หมิงซื่อคิดในใจเขาลดความเร็วที่ใช้ลงเพราะรู้สึกได้ว่าไม่มีใครตามเขามาเมื่อมาถึงโรงเตี้ยมเขาก็เห็นเสวี่ยหลงนอนอยู่เช่นเดิม เด็กหนุ่มเปิดประตูเข้าไปก่อนจะเห็นร่างที่คุ้นเคยยืนจ้องมองมาที่เขา 


    " ฮี่ฮี่ เจ้าหนูข้าบอกแล้วว่าเจ้าต้องกลับมาที่นี่อีก ฮ่าฮ่าฮ่า "


    เถ้าแก่หลี่กล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะดังลั่นไปทั่วทั้งโรงเตี้ยม 




    โปรดติดตามตอนต่อไป