ณ ห้องพยาบาล
ถึงความวุ่นวายจากข้าศึกรุกรานจะจบลงไปแล้ว แต่ความวุ่นวายในห้องพยาบาลตอนนี้ยิ่งกว่าอยู่ภายในาก็ไม่ปาน
หน่วยพยาบาลประจำป้อมแห่งนี้ที่มีอยู่อันน้อยนิด พวกเขากำลังง่วนอยู่กับการใช้เวทมนตร์เพื่อรักษาให้กับเหล่าทหารที่ได้รับาเ็มา หนึ่งในนั้นมีปกรณ์จากทีมสองที่ยังคงนอนนิ่งไม่ได้สติ แต่แทนที่จะเป็หน่วยพยาบาลที่กำลังยืนอยู่ข้างเตียงของเขาเพื่อดูแลรักษา กลับเป็สมาชิกทีมสองที่กำลังยืนล้อมเตียงสนามที่ปกรณ์นอนอยู่
ธัญญ่าที่น่าจะนอนพักบนเตียงเช่นเดียวกับปกรณ์ เธอกลับมายืนอยู่ข้างเตียงเพื่อดูอาการของลูกน้องของเธออย่างกังวลใจ ขาดก็เพียงแต่อานนท์ไม่ได้อยู่ตรงนี้กับคนอื่น ๆ อาจพูดได้ว่าพวกเขาไม่เห็นอานนท์เลยั้แ่าเริ่มเสียมากกว่า แต่ตอนนี้ไม่มีใครมานั่งสนใจเื่ของอานนท์มากนัก
“อาจารย์คิดว่าควรพาปกรณ์กลับไปให้อาจารย์สุกัญญาที่โรงเรียนของเราจะดีกว่า” ดารินหันมองปกรณ์ที่ยังไม่สติขณะพูดด้วยสีหน้ากังวล
“อาจารย์ช่วยหมอนี่ไม่ได้เลยเหรอครับ” เทพไทมองดารินด้วยสายตาอ้อนวอน
“แผลภายนอกฉันรักษาให้หมดแล้ว” ดารินมองเทพไทอย่างเศร้าใจ เธอรู้ว่าเขาเป็ห่วงเพื่อนของเขามาก เธอถอนหายใจก่อนจะพูดต่อว่า “เธอก็น่าจะรู้ว่าเวทมนตร์รักษามันช่วยฟื้นฟูได้แต่าแภายนอก แต่ภายในต้องกินยาปรุงโดยเฉพาะเท่านั้น”
แล้วเธอก็หันมองปกรณ์ที่ยังนอนนิ่งอยู่ เธอวางมือลงแขนของเขาเบา ๆ ขณะพูด “กระแสไฟฟ้ามันน่าจะเข้าไปทำลายอวัยวะภายในของเขาจนเสียหายอย่างหนัก มีแต่ยาที่ได้รับการปรุงขึ้นมาเฉพาะถึงจะช่วยเขาได้”
“แล้วถ้าเราขอให้พวกวสุธาส่งเขาไปรักษาในโรงพยาบาลในตัวเมืองใกล้ ๆ นี้ล่ะครับ?” เทพไทเสนอความคิด
“ธาตุของพวกเขากับเราต่างกัน เกรงว่าการรักษามันจะไม่ได้ผล” เธอส่ายหัว ก่อนจะพูดต่อ “ไว้เดี๋ยวฉันจะติดต่อไปทางผอ.ธาวิสเพื่อรายงานสถานการณ์เอง”
“ปกรณ์คงไม่อยากกลับไปแน่ ๆ” เทพไทพูดออกมาอย่างขมขื่น “เขาคงไม่อยากพลาดภารกิจละ...”
ในขณะที่เทพไทกำลังจะพูดคำต่อไป จู่ ๆ เขาก็ถูกบีบหัวไหล่โดยธัญญ่าอย่างฉับพลัน เธอถลึงตาใส่เขา เทพไทรู้ตัวทันทีว่าตัวเองกำลังจะทำผิดพลาดอะไรลงไป แต่ดีที่หัวหน้าของเขายั้งเขาเอาไว้ได้ทัน
ดารินไม่สนใจเทพไท เธอหันมาถามธัญญ่าด้วยสีหน้ากังวล “เธอก็เหมือนกัน เธอน่าจะกลับไปรักษาที่โรงเรียนเหมือนกันนะ”
“ฉันไม่เป็ไรค่ะ ฉันยังไหว” ธัญญ่าตอบ
ดารินมองเธอด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ เธอเห็นมากับตาว่าธัญญ่าโดนฟ้าผ่าใส่ไม่ต่างกับปกรณ์และก็นอนแน่นิ่งอยู่พักใหญ่ ถึงแม้ธัญญ่าจะสามารถลุกขึ้นมายืนได้ แต่อาการภายในของเธอไม่น่าจะต่างกับปกรณ์มากนัก
เมื่อธัญญ่าเห็นสีหน้าของอาจารย์ของเธอ เธอรีบอธิบายเพิ่มเติมทันที “ในตอนนั้นสายฟ้ามันผ่าลงดาบของฉันทั้งหมด เกือบทั้งหมดฉันถูกกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านดาบเข้ามาช็อตใส่เท่านั้น หลังจากโดนไฟช็อตจนฉันไม่สามารถคงสติเอาไว้ได้ ดาบเวทมนตร์ของฉันมันก็หายไปโดยอัตโนมัติ กระแสไฟฟ้าที่ยังเหลือก็หายไปพร้อมกับดาบที่หายไปเช่นกัน บวกกับโชคทีที่สายฟ้าที่เ้าบ้านั่นเรียกออกมาไม่ได้อยู่นานนัก ไม่อย่างนั้นสายฟ้าคงผ่าลงมาใส่ฉันเพิ่มเติม”
ดารินเลิกคิ้วประหลาดใจกับสิ่งที่ธัญญ่าเล่ามา แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังเป็ห่วงอยู่ดี
“แต่ก็น่าจะกลับไปให้อาจารย์สุกัญญาตรวจดูสักหน่อย” ดารินพูดด้วยความหวังดี เธอเป็ห่วงความปลอดภัยของลูกศิษย์ของเธอเหนือสิ่งอื่นใด
“แต่..” ธัญญ่าอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกเสียงใครบางคนขัดเสียก่อน
“เธอน่าจะฟังอาจารย์คนสวยของเธอสักหน่อยนะ” ทั้งสองหันไปทางเสียงที่พูดขัดขึ้นมา ขุนปัถวีลงกรณ์ยิ้มให้กับพวกเธอทั้งสอง ข้างกายเขามีทหารประกบทั้งสองด้านราวกับเป็องครักษ์ประจำตัว
“สวัสดีค่ะขุนปัถวีลงกรณ์” ดารินเอ่ยทักทายตามมารยาททันที แต่ธัญญ่าขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะมองขุนปัถวีลงกรณ์ เธอไม่ค่อยไม่ค่อยพอใจกับคำพูดของเขาสักเท่าไร เธออุตส่าห์สู้พยายามทำให้ตัวเองไม่ถูกส่งกลับก่อนเวลาอันควร เพราะเธอก็ยัง้าทำภารกิจลับสุดยอดให้สำเร็จก่อน แต่แขกไม่ได้รับเชิญกลับมาทำลายสิ่งที่เธอกำลังพยายามทำอยู่