“ให้ตายสิ อาห์~เหนื่อยโว๊ย! ไม่อยากจะคิดขากลับเลย ขนาดขามาต้องเดินลงเขายังเหนื่อยขนาดนี้ ขากลับไม่คลานขึ้นหรือไงฟ๊ะ”
ตงฟางวางกล่องสี่เหลี่ยมสีดำใบใหญ่ด้านหลังของเขาแล้วขึ้นไปนั่งพลางบ่นถึงการเดินทางลงจากเขาเฟยเทียนสถานที่ตั้งสถาบันเฟยเทียนที่เขาอยู่อาศัย
ตลอด 2 ชั่วโมงที่เขาสะพายกล่องใบใหญ่เดินลงมาทำเอาเขาปวดไปทั้งขา กว่าจะเดินต่อมาจนถึงพื้นที่ล่าทุ่งสัตว์อสูรคลั่งที่อยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของูเาไกลนับ 10 กิโลเมตร เขาแทบไม่เหลือแรงไล่ล่าอะไรเลย สักนิดเดียว
“เดี๋ยวก่อนนะ นั่นมันอะไรกัน”
ไกลออกไปสุดสายตา ตงฟางมองเห็นทุ่งหญ้าสีแดงเืมีลมพัดผ่านจนหญ้าสีแดงบนพื้นมากมายมหาศาลปลิวลู่ไปตามแรงลม
ตอนนี้เขาเริ่มงุนงงว่าผู้คนในสถาบันเฟยเทียนกำลังทำอะไรกัน ภายในพื้นที่ล่าทุ่งสัตว์อสูรคลั่ง กลุ่มคนที่สวมใส่เสื้อผ้าของศิษย์สถาบันเฟยเทียนกำลังวิ่งเหยียบต้นหญ้าสีแดงเืไม่ต่างจากมันเป็หญ้าธรรมดา พวกเขาโฟกัสไปยังสัตว์อสูรระดับ 1 มากกว่า
ไม่เพียงแค่คนจากสถาบันเฟยเทียนเท่านั้นที่กำลังเหยียบย่ำหญ้าสีแดงเื กลุ่มคนสวมใส่ชุดศิษย์สถาบันอื่นก็ปะปนอยู่ในทุ่งหญ้าพวกเขาก็วิ่งเหยียบหญ้าไม่ต่างกัน แม้จะไม่มากเท่าสถาบันเฟยเทียน รวมไปถึงผู้ใช้จิติญญาไร้สังกัดมาจากเมืองหลงไห่ พวกเขากลับเป็ส่วนหนึ่งในการย่ำเหยียบต้นหญ้าสีแดงเืจนตงฟางแสดงท่าทางใตื่นออกมา
อาการใของเขาแสดงออกมาระหว่างพักเป็เพราะว่า หญ้าสีแดงเืตรงหน้านี้เอง เป็สิ่งหายากมากๆในหมู่บ้านของเขา แม้ว่ามันจะเป็แค่สมุนไพรระดับ 1 ความสามารถของมันกลับน่าทึ่งไม่น้อย
เนื่องจากว่ามันมีส่วนช่วยเพิ่มปริมาณยาในการหลอมได้มากสุดถึง 10 เท่า ถึงแม้ว่ามันจะดีแต่ก็สามารถนำไปหลอมยาได้สูงสุดเพียงแค่ระดับ 3 เท่านั้น
ระดับ 3 ของยากลับมีสรรพคุณมหาศาล จากการสำรวจผู้คนภายในเมืองและในสถาบันล้วนแล้วมีระดับก่อตั้งิญญามากมาย ดังนั้นมันจึงไม่เสียหายหากเขาจะสร้างธุรกิจด้วยการนำต้นหญ้าน้ำค้างเืไปเป็ส่วนผสม
“มีเยอะขนานนี้คงไม่ต้องเก็บหรอกมั๊ง เดี๋ยวเขาจะรู้ว่ามันใช้ประโยชน์ได้”
ตามตำราสมุนไพรของตาแก่หลี่หยุนบอกเอาไว้ว่าหญ้าน้ำค้างเืไม่มีพิษ แต่เมื่อรวมกับสมุนไพรอย่างอื่นจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงมามากกว่าครึ่ง แม้จะหลอมยาพิษสรรพคุณทางพิษก็ลดลงเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ตงฟางจึงคิดว่ามันน่าจะถูกมองข้ามจนทิ้งร้างเกิดเป็ทุ่งหญ้าน้ำค้างเืแบบนี้
กร๊าซ~!
เสือสูงเพียง 1 เมตรแหวกหญ้าออกมาคำรามด้านข้างของตงฟาง ด้วยระดับสัตว์อสูรเพียงแค่ 1 ของมันทำเอาเขาถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
จุดประสงค์ของเขาในการเดินทางมายังทุ่งหญ้าสัตว์อสูรคลั่งเพียงแค่สำรวจแล้วนำสมุนไพรกลับไปทำเป็ตัวยาขาย เขายังไม่คิดจะล่าสัตว์อสูรยกเว้นตัวนั้นจะมีพิษให้เขาได้ดูดซับ
“ไป! แกจะไปไหนก็ไปตอนที่ยังมีโอกาส”
ตงฟางไล่สัตว์อสูรระดับ 1 แล้วสะพายกล่องเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ทุ่งหญ้าน้ำค้างเื ภายในทุ่งหญ้าแห่งนี้ยังไม่ใช่พื้นที่ที่เขา้าสำรวจ ทุ่งหญ้าอสูรคลั่งที่แท้จริงไม่ใช่ทุ่งหญ้าสีเืนี้ มันกลับเป็ป่าด้านหลังทุ่งหญ้าสีแดงเืนี้มากกว่า
ตามการแอบฟังข้อมูลด้วยหูทิพย์มา ตงฟางรู้ว่าในป่าล้วนเต็มไปด้วยของมีค่ามากมาย ยิ่งเดินลึกเข้าไปยิ่งมีโอกาสสูงในการตามหาของมีค่าเช่นสมุนไพรระดับ 6 ถึงอย่างนั้นกลับต้องแลกมาด้วยความอันตราย นอกจากของมีค่าระดับสูงแล้วยังมีสัตว์อสูรระดับสูงอยู่เฝ้าของสิ่งนั้นด้วยเช่นกัน
ผั๊วะ เอ็ง~!
เท้าของตงฟางเตะไปกลางศรีษะสัตว์อสูรระดับ 1 ดาวที่พึ่งไล่ไป ปรากฎว่ามันไม่ยอมวิ่งหนีกลับเลือกกระโจนเข้ามาขย้ำ ตงฟางจึงใช้เท้าเตะมันเพราะเขายังไม่อยากให้ร่างกายมีกลิ่นเื
การมีกลิ่นเืติดตัวเป็เหมือนเครื่องลางบ่งบอกถึงความหายนะ เขาจึงเตะมันทิ้งไป การฆ่าสัตว์อสูรระดับ 1 เป็เื่ง่ายสำหรับเขาไม่ต่างจากขยี้มดปลวก
“ถอยไป พวกแกไม่ต้องมาฆ่าฉันหรอก ไปฆ่าคนอื่นที่้าล่าแกนู่นไป”
ผั๊วะ เอ็ง~!
ฝูงสัตว์อสูรล้วนพุ่งเข้ามาขย้ำตงฟางระหว่างเดินทางมุ่งหน้าไปยังป่า เขากลับไม่รอช้าเตะพวกมันด้วยพละกำลังของระดับััิญญาจนพวกมันลอยละลิ่วปลิวออกไปจากเส้นทางที่เขาเลือกเดิน ต่อให้พวกมันจะมาเป็สิบล้วนถูกเตะเช่นเดิมจนเส้นทางที่เขาเลือกเริ่มมีสัตว์อสูรวิ่งหนีกระเจิงจากการเตะของเขา
“ถอยไปๆ ฉันไม่มีเวลาว่างมาฆ่าพวกแกหรอกนะ”
สองเท้ายังคงสลับเตะสัตว์อสูรอย่างสนุกสนาน นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เตะต่อยกับใคร ส่วนมากจะจบลงด้วยการใช้พลังจิตโจมตีจากระยะไกลเท่านั้น สัตว์อสูรที่เขาฆ่าตอนอยู่หมู่บ้านไม้เขียวแล้วก็ระหว่างเดินทางมาเมืองตงไห่ ไม่มีตัวไหนเข้าถึงตัวของเขาได้เลยสักตัวเดียว พวกมันล้วนถูกมีดดายหญ้าบิน หรือไม่ก็เข็มบินพุ่งเข้าทะลวงร่างตกตายไป
“อาห์ถึงสักที เป็พื้นที่ล่าที่คึกคักน่าดู”
เสียงต่อสู้ดังสะท้อนมาตามป่า สร้างความรู้สึกคึกคักให้ตงฟางไม่น้อย โลกเดิมของเขาหากเกิดเสียงต่อสู้ระดับนี้ขึ้น สิ่งเดียวที่เป็ไปได้คือการออกไปทำภารกิจสังหาร ทันทีที่เขายืนมองจ้องเข้าไปในผืนป่าแล้วปล่อยหูทิพย์ฟังเสียงต่างๆ ตงฟางจึงเริ่มเดินไปแอบหลังต้นไม้ ปล่อยให้ชายสวมเสื้อผ้าหลากสีนับจำนวนได้ราว 20 คนยกหามร่างกันเดินผ่านไป
“ไปเจออะไรมานะ”
ไม่มีใครพูด ตงฟางจึงไม่รู้ว่าคนกลุ่มใหญ่นี้ไปทำอะไรมา จากระดับพลังล้วนเป็ก่อตั้งิญญากันทุกคน
“ช่างมัน อย่ามายุ่งกับเราก็พอ โอ้วดูนี่สิ ยังไม่เดินเข้าป่าเงินทองก็วิ่งมาหาเลย”
ตงฟางะโเข้าไปยังพุ่มไม้เล็กๆข้างต้นไม้ที่เขาหลบซ่อนตัว เขาไม่นึกว่าการเดินทางจะง่ายดายขนาดนี้ เพราะตอนนี้เขาเจอสมุนไพร 1 ใน 3 ตัวสำหรับทำยารักษาแผลขั้น 1 มันมีชื่อว่ายายี่จง
ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่คิดฝันเกินไป แม้เขาจะเจอหนึ่งในสมุนไพรทำยารักษาแผลระดับ 1 ก็จริง อีก 2 ตัวสำหรับใช้ผสมเข้าด้วยกันไม่มีการยืนยันว่าเขาจะเจอง่ายๆ บางทีเขาต้องเดินเป็สิบๆกิโลเมตรกว่าจะเจอมัน
ไม่เพียงเท่านั้นยารักษาาแระดับ 1 อาจไม่คุ้มค่าในการลงแรงหลอมไปขายเพราะมันมีราคาถูกมากๆในหมู่บ้านของเขา หากสมุนไพรทั้ง 3 มีจำนวนจำกัดและหายากมากๆอีก เขาคิดว่าการทำยาชนิดอื่นที่ให้ราคาแพงกว่าน่าจะเป็ทางเลือกที่ดี
ยกตัวอย่างเช่นยาต้านพิษระดับ 1 ที่เขาเคยบอกส่วนผสมสมุนไพรให้ตึกยาและสมุนไพร เพียง 1 เม็ดกลับมีราคาถึง 100 หินิญญา สำหรับยายี่จงช่วยในการรักษาาแราคาของมัน เขาเคยจำได้ว่าพ่อขายที่เม็ดละ 1 หินิญญาเท่านั้น เพื่อให้ชาวบ้านมีกำลังซื้อ
“หา นี่มันจะไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ”
ตงฟางหยุดเท้าลงหลังจากเก็บสมุนไพรทำยารักษาาแตัวที่พึ่งพบแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในป่า ปรากฎว่าเขาเดินได้เพียง 10 นาทีเท่านั้นเขาก็พบเข้ากับสมุนไพรใช้สำหรับทำยายี่จงอีก 1 ตัว สร้างความใให้เขาไม่น้อย
หนำซ้ำพวกมันยังมีจำนวนมากอีกด้วย หากเขาจะสร้างยายี่จงขายจริง การขายในปริมาณมากๆ เน้นขายจำนวนเพื่อให้ได้กำไรเขาคิดว่ามันยังคงมีความหวัง เพราะสมุนไพรหาง่ายแล้วยังหลอมง่ายอีกด้วย
ตอนนี้เขาจึงหวังว่าสมุนไพรตัวที่ 3 จะพบเจอง่ายๆแล้วก็อยู่กันเป็กลุ่มใหญ่ ด้วยการยิ้มแล้วฝันไปไกลตงฟางได้หยุดเท้าลงหลังจากััได้ถึงเสียงปะทะกันใกล้ๆนี้
“ให้ตายสิ อันตรายเป็บ้า”
การต่อสู้แม้เขาจะไม่เกี่ยวข้อง หากการต่อสู้เป็การแย่งชิงของมีค่าหรือการแย่งชิงสิ่งของไม่สามารถเผยแพร่เื่ราวมันออกไป แม้ตงฟางจะไม่เกี่ยวข้องก็ตาม การเห็นกลุ่มคนสู้กันก็เป็สิ่งที่ผิดแล้วเพราะพวกมันจะต้องมุ่งเป้ามาจัดการเขาอย่างแน่นอน ทันใดนั้นตงฟางต้องรีบนอนหมอบราบลงไปกับพงหญ้า จากเสียงที่ค่อยๆวิ่งไล่กันมาใกล้จุดที่เขาซ่อนตัว
“ไอหยา ตามหลักสูตรการเอาชีวิตรอดในป่า อย่างแรกต้องสำรวจพื้นที่ แต่เรายังเริ่มไม่ถึงไหนเลยให้ตายสิ”
ตงฟางบ่นให้กับดวงของตัวเอง ตามหลักการการเดินป่าเขาจำเป็ต้องสำรวจหาสถานที่ปลอดภัย จากนั้นก็เริ่มสร้างแหล่งกบดานตนเอง การที่เขาต้องทำแบบนี้เพราะเขาคิดว่าตัวเองจะต้องมีสถานที่เอาไว้หลบซ่อนตัวตอนาเ็เจียนตาย
ในโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้มากมาย แม้จะเป็เขาเองกลับคิดว่าไม่สามารถอยู่ยงคงกระพันได้อย่างแน่นอน มันจะต้องมี่ที่เขาใช้พลังจิตไปจนหมดรวมไปถึงหมดพลังิญญาด้วยเช่นกัน เขาจึงต้องหาสถานที่เอาไว้พัก ยิ่งเขาต้องอยู่ในป่าให้ได้ 5 วัน สถานที่พักจึงต้องถูกสร้างขึ้นโดยเร็วและต้องไม่มีใครรู้จักนอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
“วางมันลงซะ แล้วเราจะปล่อยพวกแกไป”
ชายสวมใส่ชุดสถาบันดาราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง จากเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งตงฟางจึงรู้ว่าพวกเขาต่อสู้กับกลุ่มราวๆ 30 คนสวมใส่เสื้อผ้าเหมือนชาวเมือง แม้อีกฝั่งจะมีจำนวนมากกว่าสถาบันดารา พวกเขากลับมีระดับพลังไม่เยอะเท่าสถาบันดารา ดังนั้นจึงตกเป็ฝ่ายถูกไล่ต้อน
“เหอะ ถ้าเราไม่ได้ก็หวังว่าจะมีคนได้มันไป สมุนไพรระดับ 4 ต้นนี้ให้มันสลายไปกับพวกเราซะ”
กลุ่มผู้ใช้พลังนิรนามนำสมุนไพรระดับ 4 ออกมาจากกล่องสีดำใช้สำหรับเก็บความสดของสมุนไพร ทันใดนั้นกลุ่มคนราว 30 ต่างพากันหันมองจ้องไปใจกลางกลุ่มของพวกเขา หลังจากััได้ว่าไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาที่อยู่ในพงหญ้า ยังมีชายคนหนึ่งสวมใส่เสื้อผ้าชาวเมืองกำลังนอนหงายหน้ามองฟ้าโดยมีกล่องสีดำขนาดใหญ่วางอยู่ข้างตัว
“แกเป็ใคร”
ตงฟางฉีกยิ้มอ่อนก่อนที่เขาจะเปลี่ยนรอยยิ้มเป็ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปทรมาณ มือเท้าของเขานั้นก็เริ่มเกร็งอย่างเห็นได้ชัด พยายามบอกกลุ่มคนที่ยืนมองเขาให้รู้ว่าตัวเขาเองนั้นติดพิษ
ซึ่งมันก็ได้ผลอย่างที่เขาคิดเพราะหัวหน้ากลุ่มคนทั้ง 30 หลังจากพวกมันรู้ว่าตงฟางไม่เป็ภัยเพราะกำลังจะตายด้วยพิษบางอย่าง จึงได้โยนสมุนไพรระดับ 4 ลงพื้นแล้วนำะเิพิษออกไปโยนจนทำให้เกิดหมอกสีม่วงกระจายตัวไปรอบๆจุดที่ตงฟางนอน ด้วยพิษนี้พวกมันมั่นใจว่าตงฟางจะต้องตายซ้ำตายซ้อนจากพิษ
“ฮ่าๆๆ ถ้าพวกเราไม่ได้ ใครก็ไม่มีสิทธิได้มัน”
หัวหน้ากลุ่มชายทั้ง 30 หัวเราะเยาะด้วยความสะใจก่อนที่มันจะพาคนของมันวิ่งจากไปด้วยความรวดเร็ว ไม่มีความเสียดายสมุนไพรที่ทำลายไปด้วยหมอกพิษเลยสักนิด กลุ่มสถาบันดาราที่ไล่ล่ามาล้วนแล้วกลัวพิษไม่กล้าฝ่าเข้าไป แม้จะตามกลุ่มคนทั้ง 30 พวกเขาก็ไม่กล้าเพราะถูกพิษขวางกั้นพวกเขา
“ชิ! กลับ สมุนไพรถูกปนเปื้อนด้วยพิษแล้ว ตอนนี้มันก็ไร้ค่าไม่ต่างจากหญ้าต้นหนึ่ง”
เสียงสบถด้วยความไม่พอใจดังออกมาจากหัวหน้ากลุ่มสถาบันดารา ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางจากไป เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ตงฟางที่กำลังหายใจอยู่ในหมอกพิษสีม่วงที่ไม่มีทีท่าว่าจะจางลงในเร็วๆนี้เลยสักนิด
ถึงอย่างนั้นเขากลับเห็นบางอย่างผิดปกติ ก่อนที่หัวหน้ากลุ่มคนทั้ง 30 เดินทางจากไป มันโยนสมุนไพรลงพื้นจริงแต่มันพันรากเอาไว้ด้วยยันต์บางอย่าง ตอนนี้สมุนไพรที่คิดว่าปนเปื้อนพิษนั้นยังคงอยู่ดีเพราะมีม่านพลังิญญาคลุมมันเอาไว้ ด้วยการใช้ยันต์นี้เองทำให้ตงฟางคิดว่าคนที่ทิ้งไว้จะต้องเดินทางกลับมาเก็บมันกลับไปอย่างแน่นอน
ตงฟางจึงต้องหนีไปจากสถานที่แห่งนี้โดยเร็ว แต่เขากลับนึกขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในหมอกพิษ จากความคิดที่อยากหนีได้เปลี่ยนไปเป็ขออยู่ในหมอกพิษแทน เพราะเขา้าเริ่มใช้ทักษะโลหิตสลายกระดูก
“ขอลองหน่อยแล้วกัน”