ในที่สุดข้าก็พบเ้า (2)
ประตูของห้องชมรมค่อยๆถูกแง้มเปิดออกช้าๆ ร่างของคนคนหนึ่งกำลังเดินผ่านเข้ามาจนทำให้เอกและพรรคพวกต้องหันหลังเหลียวมองโดยทิ้งปาล์มให้นอนนิ่งอยู่กับพื้น ผู้มาใหม่เดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์ตรงเข้ามา ในมืออันเรียวขาวถือบางสิ่งที่มีขนาดเล็กซึ่งกำลังส่องแสงสว่างนวลตาพลางใช้นิ้วคลึงวัตถุชิ้นนั้นไปมา
ปาล์มที่พอจะตั้งสติได้บ้างพยายามลืมตาขึ้นมองพอเห็นร่างนั้นเขาก็จำได้อย่าได้อย่างแม่นยำ
“พะ พี่เมย์” เขาพยายามฝืนพูดทั้งที่ยังาเ็อยู่เมื่อเห็นใบหน้าของเมย์ที่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
บรรดาคนที่อยู่ในห้องต่างรู้สึกแปลกใจ
“เธอเป็ใคร แล้วเข้ามาที่นี่ทำไม พวกเรากำลังทำธุระกันอยู่ไม่เห็นเหรอออกไปซะ” หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการของเอกบอกออกไป
ขระที่เอกก็พยายายามทบทวนความจำ เขารู้สึกคุ้นหน้ากับเมย์เขาจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้เรียนอยู่ปีเดียวกัน เพราะเคยเห็นหน้าอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้รู้จักการเป็การส่วนตัว
“ดูเหมือนว่าพวกนายกำลังทำเื่สนุกๆอะไรกันอยู่เหรอ”เมย์ทำหน้าทะเล้นใส่ คล้ายกับเห็นเป็เื่ขบขัน
“เื่ภายในในชมรม คนนอกไม่เกี่ยว เราคิดว่าเธอคงจะเดินเข้ามาผิดห้องแล้วขอแนะนำให้เดินกลับออกไปซะตอนนี้” เอกทำเสียงเรียบๆพลางเบนสายตาไปที่ประตูทางเข้า
เมย์กวาดสายตามองไปรอบๆห้องเพื่อดูรายละเอียดทั้งหมด ก็สรุปได้ว่ามีรุ่นพี่อยู่ห้าคนและมีเด็กน้อยปาล์มที่กำลังนอนซมอยู่ เธอหันไปสบตากับเอก “บังเอิญว่าเราเองก็ดันมีธุระที่นี่เหมือนกันน่ะสิโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กที่นอนนิ่งที่เพิ่งจะโดนอัดซะน่วมคนนั้น”
“เป็พี่สาวของมันเหรอ แต่ดูหน้าตาไม่ค่อยจะคล้ายกันนะ”
“เปล่า แค่เด็กข้างบ้านน่ะ” เมย์ทำเสียงนิ่ง
“หือ คนข้างบ้าน ?”
“ใช่ ก็แค่มีเื่เร่งด่วนที่จะสอบถามเ้านี่แค่นั้นเอง”
พูดจบเมย์ก็เดินตรงเข้าไปในวงล้อมโดยไม่สนใจพวกที่ยืนอยู่แม้แต่น้อยเธอเดินมาจนถึงบริเวณที่ปาล์มนอนนิ่งอยู่เธอเห็นปาล์มพยายามที่จะขยับเขยื้อนตัวแต่ก็ยากเอาการ สาเหตุเพราะการถูกทำร้ายมาไม่น้อยเมย์ค่อยๆย่อตัวนั่งลงแล้วจับที่บริเวณลำตัวของปาล์มอย่างแ่เบาท่ามกลางสายตาของคนทั้งห้าที่ยังคงยืนนิ่งคอยสังเกตปฏิกิริยาของคนทั้งคู่อยู่
“เป็อะไรมากรึเปล่า พอจะขยับตัวไหวมั้ย” น้ำเสียงของเธอมีแววเมตตา
ปาล์มเงยหน้าขึ้นมามองเธอแวบหนึ่ง เขาไม่เข้าใจอะไรเลยในเื่นี้ละก็ไม่รู้ว่าเมย์เข้ามาที่นี่ทำไม
“อะ อะ โอย” ปาล์มร้องออกมาเบาๆเพราะเขารู้สึกเจ็บ “ได้อยู่ครับ แต่ก็ลำบากพอสมควร”
เมย์พยายามโน้มตัวเข้าหาปาล์มอีกจนเกือบจะชิดกันใบหน้าของเธอและเขาอยู่ห่างกันแค่คืบกลิ่นหอมบางๆจากร่ากายของเมย์กระทบจมูกของปาลมทำเอาเขาใจสั่นพิกล เธอกระซิบอะไรบางอย่างออกมาเบาๆให้พอได้ยินกันเพียงสองคน
“บอกพี่มาตามตรง ว่านายคือ เทพเอี้ยนเหม่ยใช่หรือไม่”
เอ๋............. ??
ปาล์มนิ่งและอึ้งไปเล็กน้อยกับคำถามนี้
“อะ อะไรนะครับ” เขาไม่เข้าใจและพยายามที่จะหันมาสบตากับเมย์แต่เมย์ยังคงทำหน้านิ่งอยู่เหมือนเดิม
“นายคือเทพเอี้ยนเหม่ย ใช่หรือไม่” เธอทวนคำถาม
ปาล์มถึงกับสตั้นไปห้าวินาที เขาพยายามทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ในหัวสมองของเขาเื่ราวทั้งหมดเริ่มต้นจากการที่เขาพยายามที่จะทำตัวเป็พระเอกะโเข้าไปช่วยหรือพูดอีกอย่างก็คือการเข้าไปแส่หาเื่ระหว่างที่มิวเพื่อนร่วมห้องเรียนและเอกซึ่งเป็รุ่นพี่ที่กำลังทะเลาะกันอยู่จากนั้นเอกก็ให้พรรคพวกลากตัวของเขามาสั่งสอนในห้องนี้ เอาล่ะนี่เป็แค่ความซวยขั้นที่หนึ่งนอกจากจะซวยแล้วขณะที่เขากำลังนอนซมอยู่จากการถูกกระทืบก็ดันมีพี่สาวข้างบ้านเดินเข้ามาในใจลึกๆของเขาหวังว่าพี่เมย์จะมาช่วยพูดไกล่เกลี่ยและพาตัวเขาออกไปได้ แต่แต่......
คืออะไร กับคำถามเมื่อครู่.....เื่นี้ชักจะเพี้ยนเข้าไปทุกที
ใครคือเทพ เทพอะไร พี่เมย์้าอะไรแล้วมันใช่เวลาที่จะมาถามเื่นี้ในตอนนี้เรอะ !!
เฮ้อ....โลกนี้มันบ้าบอชะมัด เอกถอนหายใจออกมาเบาๆพยายามที่จะเบือนหน้าหนีออกจากเมย์
เธอยังคงซักต่อพลางยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งคล้ายหยกขึ้นมาให้ปาล์มดู
“เ้ายังจำของสิ่งนี้ได้หรือไม่ของที่เ้าฝากไว้ให้กับคนผู้หนึ่งก่อนการลาจาก”
เห้อ ...ชักจะเลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว
“หยกของข้าเปล่งประกายออกมา ขณะที่ร่างกายของเ้าส่องสว่าง แสดงว่าเ้าคือเ้าของของมันซึ่งผู้ที่ข้าได้ทำพันธะสัญญาไว้บอกว่า เมื่อใดที่ข้าพบเทพเอี้ยนเหม่ยจะบังเกิดแสงสว่างจากหยกชิ้นนี้และมันจะนำพาข้ากลับบ้านทำให้ข้อตกลงของข้าเป็อันสิ้นสุดเ้าจำได้หรือไม่” เมย์พยายามคะยั้นคะยอ
ปาล์มหลบหน้าและนอนลงกับพื้นเช่นเดิมเพราะไม่อยากจะคุยด้วยแล้ว
“พอได้แล้ว ออกไปได้แล้ว” เอกเริ่มทำเสียงแข็งบ้างเขารู้สึกว่าเมย์ชักจะเข้ามาวุ่นวายเกินไปขณะที่คนที่เหลือพยายามที่จะเริ่มใช้กำลังฉุดเมย์ให้ลุกขึ้นแล้วลากออกประตู
เมย์ชะงักเล็กน้อย เธอหันหน้ามามองเหล่าบรรดาชายฉกรรจ์ที่รายรอบแววตาของเธอเริ่มเปลี่ยนไปเป็แววตาที่เย็นะเืรามกับน้ำแข็งขั้วโลกใต้
“ขอแนะนำว่าให้เอามือสกปรกของพวกเ้าออกไปซะ” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปทำเอาพวกของเอกยืนตะลึงค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่จะพากันหัวเราะลั่นออกมา
“เฮ้ย ยัยนี่ท่าทางจะสติไม่ดีแฮะ คำพูดคำจาเหมือนหลุดออกมาจากหนังสือนิยายเลย”
ปาล์มได้แต่นอนนิ่งใช้มือกุมศีรษะ เขาไม่คิดว่าพี่สาวข้างบ้านของเขาจะมีอาการที่เพี้ยนจนได้ใจขนาดนี้
ในตอนนั้นเอง เมย์เพียงแค่ออกแรงเล็กน้อยดึงมือกลับมือที่หยาบกร้านของชายหนุ่มที่จับเธอเอาไว้ก็หลุดออกอย่างง่ายดายเธอยืนขึ้นกวาดสายตามองคนทั้งห้าไปรอบๆ แสงของหยกในมือของเธอเริ่มสว่างจ้าขึ้นทีละน้อยขณะที่ใบหน้าของเธอมีความอิ่มเอมใจอย่างน่าแปลกเธอรู้ดีว่าในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้วันที่เธอค้นพบเป้าหมายและได้กลับบ้านที่จากมาเสียที
“อย่าคิดว่าเป็ผู้หญิงแล้วพวกเราจะไม่กล้าลงมือนะเฟ้ย”น้ำเสียงของฝ่ายเอกมีแววข่มขู่
ผั๊วะ.........!!
แค่ชั่วพริบตานั้นเองผู้ชายคนหนึ่งก็กระเด็นไปไกลจากแรงกระแทกเพียงแค่เมย์สะบัดข้อมือเบาๆครั้งเดียวร่างของเขานอนหงายสลบแน่นิ่งมีเืสีแดงไหลออกมาขากโพลงจมุก
ทุกคนถึงกับเบิกตากว้างและอ้าปากค้างแม้กระทั่งปาล์มที่นอนนิ่งดูอยู่
“โอววว” ปาล์มเผลออุทานออกมา
“ในเมื่อพวกเ้าเริ่มก่อนข้าก็จะสนองให้ แต่ไม่ต้องเป็ห่วงไปข้าจะพยายามยั้งมือไม่ให้ถึงตายหรอก ให้ข้าจัดการกับพวกเ้ายังง่ายดายกว่าฆ่าแมลงตัวหนึ่งเสียอีก”เมย์พูดขึ้นพลางยิ้มออกมา
ทันใดนั้นเองก่อนที่ทุกคนจะขยับร่างของเมย์ก็ปรี่เข้าไปไปประชิดตัวของเอกเสียแล้ว
“นี่มัน บ้าอะไรกันนี่” เอกตัวสั่นะโออกมาด้วยความใเป็เพราะเขายังไม่ทันตั้งตัวแม้แต่น้อยแต่ก็เงื้อหมัดเตรียมชกสวนออกไปอย่างเต็มแรงทว่าก็ช้ากว่าเมย์อยู่หลายก้าว เมื่อหมัดขวาของเธอพุ่งเป็เส้นตรงอัดเข้าไปกลางท้องน้อยของเอกอย่างจังชั่วจังหวะนั้นเองเอกรู้สึกได้ถึงความเ็ปขั้นรุนแรงที่แล่นแผ่ซ่านไปทั่วราวกับตัวของเขาจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ
และนั่นก็คือสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็ความดำมืดเขาหมดสติล้มกองลงกับพื้นทันที
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาพรรคพวกของเอกทั้งสามคนที่ยืนอยู่ถึงกับตัวสั่นแต่ละคนต่างเหงื่อออกท่วมตัว
เมย์หันมาสบตาพวกเขาแล้วยักคิ้วข้างซ้าย
“เฮ้อ...หากพวกเ้าอยู่ในยุคของข้าแล้วมีฝีมือแค่ปลายแถวเช่นนี้แต่กลับยังกล้าอวดดีอีกข้าเกรงว่าคงจะได้ไปยมโลกั้แ่อ้าปากพูดคำแรกแล้ว”
มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นกับเมย์ ร่างของเธอค่อยๆเรืองแสงทีละน้อย
“อืม คงได้เวลาแล้วสินะ” เธอบอกกับตัวเองพลางเดินตรงไปที่ปาล์มที่กำลังนอนอยู่เขาพยายามที่จะประคองตัวเองให้ลุกนั่งแต่ก็ดูเหมือนจะยากต็มกลืน
“คงต้องขอให้เ้าไปกับข้า ไม่สิ เ้าต้องไปกับข้า ” นางบอกกับปาล์มพูดเป็เชิงออกคำสั่ง
“เอ๋.....” ปาล์มทำหน้าเหรอหรานี่เขายังต้องเจอกับเื่ราวสุดเพี้ยนอะไรกันอีกเนี่ย
“ไปใหน ผมจะไม่ไปใหนทั้งนั้น” เขารีบปฏิเสธเสียงแข็ง พูดยังไม่ทันขาดคำมือของเมย์ก็กุมข้อมือของปาล์มเอาไว้เรียบร้อยแล้วแน่นอนว่าปาล์มพยายามจะสะบัดให้หลุดแต่ก็ไร้ผลใดๆ ขณะที่ร่างกายของปาล์มก็เริ่มมีประกายแสงสว่างออกมาเช่นกัน
เมย์หันมาคุยกับคนของเอกที่ยืนขาสั่นอยู่เธอยิ้มจนตาหยีอีกครั้งก่อนจะยกมือขึ้นอำลา
“ลาก่อนนะทุกคนหวังว่าข้าคงไม่ต้องกลับมาที่นี่อีกแล้ว” เธอพูดขณะที่ร่างของเธอและปาล์มค่อยๆเลือนหายไปทีละน้อย
“ธะ เธอเป็ใครกันแน่”พวกเขาถามด้วยเสียงสั่น
เธอนิ่งไปชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะตอบออกมา
“นามของข้าคือหลิงอัน”
แล้วร่างของคนทั้งคู่ก็หายไปจากห้องนั้นเหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน