ตือโป๊ยก่าย เป็ลูกศิษย์คนที่สองของพระถังซัมจั๋ง เดิมเป็แม่ทัพ์ชื่อเทียนเผิง หน้าตาหล่อเหลา ทำหน้าที่ดูแลลำธารศักดิ์สิทธิ์ มีลูกน้องหลายหมื่นองค์ แต่มีนิสัยเ้าชู้ขี้เมา วันหนึ่งพลาดไปเมาเหล้าลวนลามเทพธิดาเข้า จึงถูกเง็กเซียนฮ่องเต้ลงโทษให้มาเกิดในท้องแม่หมู ทำให้มีหัวเป็หมูตัวเป็คน ต่อมาเ้าแม่กวนอิมเมตตาให้ตือโป๊ยก่ายติดตามพระถังซัมจั๋งร่วมกับเห้งเจียและซัวเจ๋งไปอัญเชิญพระไตรปิฏกเพื่อเป็การไถ่โทษ ตือโป๊ยก่ายมักจะถือคราดเป็อาวุธและมีวิชาแปลงกายเป็เยี่ยม เสียแต่ว่าเวลาเมามาก ๆ วิชามักจะเสื่อมทำให้คืนร่างหมูเลยถูกจับได้
หลังแยกกับน้องปราง ผมคิดมาคิดไปไม่รู้จะทำไงเลยลองโทรปรึกษากับองค์การ UPO. ดู
“สวัสดีค่ะ คุณเทวิน มีอะไรให้ช่วยหรือคะ”
“คือผมอยากทราบวิธีการแก้คำสาบนะครับ”
“ใครถูกสาบคะ”
“เพื่อนนะครับ”
“หวังว่าคุณเทวินคงไม่ได้เอาเื่องค์การของเราไปบอกใครนะคะ”
“ไม่หรอกครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ไม่ทราบว่าใครเป็ผู้ร่ายคำสาบคะ”
“ตือโป๊ยก่ายครับ”
“ตือโป๊ยก่าย”
ปลายสายน้ำเสียงใ
“ปกติแม่ทัพ์ไม่ค่อยสาบใครนะคะ”
รู้เื่ดีเสียด้วย สมกับเป็โอเปอเรเตอร์ขององค์การประหลาดนี่
“นั่นแหละครับ ผมเลยอยากทราบว่าจะทำยังไงดี”
“การแก้คำสาบมีหลายวิธีค่ะ ทางเรามีเอกสารให้อ่าน สนใจให้ส่งไปเลยไหมคะ”
“ยาวไหมครับ”
“ไม่ค่ะ ประมาณสองพันหน้าแค่นั้น”
“กว่าจะอ่านจบเพื่อนผมคงแย่แล้วหละครับ”
“ถ้าอย่างนั้น คุณเทวินทราบไหมคะว่าทำไมแม่ทัพ์ถึงสาบเพื่อนเอาได้”
“เพื่อนผมเอาชามของไหว้ไปใส่น้ำให้หมานะครับ”
“สมควรโดนแล้วค่ะ”
“ฮ่า ๆ ตอนนี้เพื่อนผมสำนึกผิดแล้วครับ”
“ท่านแม่ทัพ์ว่าไงบ้างคะ”
“ท่านมาหาผมครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่บอกวิธีแก้คำสาบครับ”
“งั้นก็แก้โดยตรงเลย คุณเทวินลองให้เพื่อนหาชามสวย ๆ ไปขอขมาท่านดูค่ะ”
“ง่ายอย่างนั้นเลยหรือครับ”
“ไม่หรอกค่ะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไร”
แม้จะสงสัยว่าได้ผลไหม แต่ผมก็ยังไม่เห็นทางอื่น
“แล้วผมจะหาชามจากไหนดีครับ”
“นั่นแหละค่ะที่ยาก”
อ้าว กวนเหมือนกันนะเรา
“แค่เื่ชาม ท่านแม่ทัพ์คงไม่ถึงกับสาบใครหรอกค่ะ น่าจะมีอะไรมากกว่านั้น”
อืม คิดมาคิดไปผมก็ชักจะเห็นด้วย
คืนนั้นตือโป๊ยก่ายไม่มาหาผม สงสัยไปเข้าฝันแกล้งน้องปรางอีก
จริงตามคาด พอหกโมงเสียงโทรศัพท์ผมก็ดัง
“พี่วิน หมูตัวนั้นมาอีกแล้วฮะ”
เสียงน้องปรางสั่น ๆ
“แล้วมีอะไรหรือเปล่า”
“คราวนี้ไม่เหมือนฝันเลยฮะ แต่เหมือนเขามายืนอยู่ต่อหน้าปรางเลย”
“แล้วหมู เอ้ย เขาบอกอะไรไหม”
“ไม่บอกฮะ ท่าทางยังโกรธอยู่”
เสียงน้องปรางเหมือนจะร้องไห้ ทำให้ิญญาสุภาพบุรุษเข้าสิงผมทันที
“ไม่ต้องกลัว งั้นเราไปศาลเ้าด้วยกัน”
ศาลเ้าเล็ก ๆ นั่นซ่อนอยู่แถบชานเมืองเชียงใหม่ ทางเข้าลึกลับซับซ้อน ถ้าปรางไม่พามาผมก็ไม่รู้เลยว่ามีที่แบบนี้อยู่ จากสภาพคงไม่ค่อยมีคนมามากนัก แต่ก็ยังไม่ถึงกับร้าง ในศาลมีเพื่อนไอ้จ้อนอยู่สองสามตัว ไม่รู้ว่าตัวไหนที่ปรางเอาชามของตือโป๊ยก่ายไปใส่น้ำให้
“นี่แหละฮะ”
น้องปรางพาผมไปหน้ารูปปั้นของท่านตือโป๊ยก่าย แหมรูปปั้นออกท่าทางใจดี ตัวจริงไม่น่าใจร้ายเลย
“ไม่ใช่ซะหน่อย”
ผมสะดุ้ง หันไปมองข้างหลังก็เห็นพี่ตือของเรายืนถือคราด
“มีอะไรหรือฮะพี่วิน”
น้องปรางถามเมื่อเห็นท่าทางของผม
“ไม่มีอะไร เอาเป็ว่าปรางลองไปเดินหาชามในศาลเ้าก่อนไหม พี่มีอะไรทำนิดนึง”
น้องปรางทำหน้าไม่เข้าใจ แต่เมื่อผมพยายามชี้โบ้ชี้เบ้ก็เดินไปอย่างแกน ๆ
“เมื่อคืนท่านไม่มาหาผมนี่ครับ”
“ข้าฯไปหาแม่นางปรางไง”
“ยังไม่หายโกรธเื่ชามอีกเหรอครับ”
“เื่นั้นก็โกรธอยู่ แต่มีเื่น่าโกรธกว่า”
“เื่อะไรครับ”
“นางเคยหักอกข้าฯ”
“หักอก ตอนไหนครับ”
หลายร้อยปีมาแล้ว
“โห น่าจะลืมไปได้แล้วนะครับ”
“ถ้าลืมได้ก็ดีสิ”
เป็หมูที่รักจริงซะด้วย
“ครั้งนึง นางเคยเป็เทพธิดาบน์ แต่ไม่รับรักข้าฯ ทำให้ข้าฯเสียใจดื่มสุราหนักไปหน่อย จนเผลอไปลวนลามเทพธิดาองค์อื่นเข้า ถูกเง็กเซียนสั่งโบยเป็พันครั้ง แถมถูกไล่ลงมานี่แหละ”
ฟังแล้วชีวิตมีปมน่าดูแฮะ
“แล้วท่านจะให้ทำยังไงครับ”
“นางต้องรับรักข้าฯ”
“รับรัก ยังไงครับ”
ตือโป๊ยก่ายทำท่าคิด แต่ผมคิดหนักกว่า เพราะไม่นึกว่าพี่ตือจะชอบสาวไซด์ั์หนักร้อยโลอย่างนี้
“นางต้องแต่งชุดเ้าสาวมาขอขมา”
“เอาจริงเหรอครับ”
“จริง ต้องรีบทำด้วย ไม่งั้นนางจะอ้วนขึ้นจนเป็อันตราย”
ทั้งรักทั้งแค้นซะด้วย ผมจะบอกน้องปรางยังไงละทีนี้
“พี่วินคุยกับใครฮะ”
น้องปรางเดินเข้ามา ในมือถือชามใบใหญ่
“ปรางเจอชามใหม่ จะเอามาวางใส่ของไหว้แทนใบเดิม”
ผมมองที่หน้ารูปปั้นของตือโป๊ยก่าย ความจริงก็มีชามวางอยู่ ชะรอยจะเป็ใบที่น้องปรางเอาไปใส่น้ำให้หมา
“ดีเลย”
ว่าแล้วปรางก็เอาชามใบใหม่ไปวางแทนใบเก่า
ผมหันมามองพี่ตือของเรา ก็พยักหน้าแบบจริงจัง
“น้องปรางพอจะใส่ชุดเ้าสาวจีนได้ไหมครับ”
ผมถามอ้อมแอ้ม
“ใส่ทำไมฮะ”
“ใส่มาขอโทษท่านตือโป๊ยก่ายไง”
“แล้วทำไมต้องเป็ชุดเ้าสาวด้วย ชุดอื่นไม่ได้เหรอฮะ”
ผมยกมือเกาหัวแกรก ๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง
“คือ แบบว่าพี่ก็ฝันถึงท่านหมูเหมือนกัน เขาบอกว่าอยากเห็นน้องปรางในชุดเ้าสาวนะ”
“ไม่ไหวหรอกฮะพี่วิน เดี๋ยวใครจะหาว่าปรางเป็บ้ากันพอดี”
ผมก็ว่างั้น นี่ยังไม่นับว่าต้องหาชุดเ้าสาวจีนขนาดของน้องปรางอีก
พี่ตือของเราทำท่าฮึดฮัดขึ้นมา
“ถ้าเช่นนั้น แม่นางปรางคงต้องตาย จะได้ไปจุติเป็เทพธิดาอีก แล้วข้าฯค่อยไปตามจีบก็ไม่สาย”
“ไม่รุนแรงไปหน่อยเหรอครับ”
“พี่วินพูดกับใครฮะ ั้แ่เมื่อกี้แล้ว”
“บอกนางไปสิ”
ถ้าบอกว่าผมคุยกับตือโป๊ยก่ายได้ ปรางคงคิดว่าผมบ้าก่อนแน่ ๆ
“ใส่ทั้งชุดคงลำบาก ใส่แต่ผ้าคลุมหน้าได้ไหมครับ”
ผมนึกถึงนิยายจีนที่เ้าบ่าวเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาว
ได้ผลครับ แต่ไม่ใช่ผลดี เพราะพี่ตือโป๊ยก่ายเราเต้นเร่า ๆ เหวี่ยงคราดไปมา จนผมต้องถอยหนีมาเอาน้องปรางบังไว้ เพราะคิดว่าพี่ตือคงไม่เอาคราดฟาดน้องเขา อันที่จริงจะฟาดโดนได้ไหมยังไม่รู้เลย
“พี่วินหนีอะไรฮะ”
“พี่ว่าพี่ได้ยินเสียงแปลก ๆ นะครับ”
น้องปรางทำท่ากลัวไปด้วย
“ปรางลองคิดดูอีกทีได้ไหม เื่ชุดเ้าสาว”
น้องปรางมองผมด้วยสายตาครึ่งกลัวครึ่งสงสัย
ส่วนพี่ตือของเราก็โวยวายอยู่คนเดียว
“ข้าฯไม่ยอม ข้าฯไม่ยอม นางหักอกข้าฯมาครั้งหนึ่งแล้ว ยังเอาชามเครื่องไหว้ของข้าฯไปใส่น้ำให้หมาอีก คราวนี้ถ้านางไม่ยอมเป็เ้าสาวให้ข้าฯ ข้าฯจะสาบให้นางเป็หมูอีกตัว”
พื่ตือของเราเหวี่ยงคราดไปมา แม้จะมีแค่ผมคนเดียวที่มองเห็น แต่ด้วยความที่คราดอันนั้นยาวกว่า 2 เมตร ตัวคานที่เป็ซี่โลหะใหญ่กว่าตัวคนอีก ทำให้ดูน่ากลัวใช้ได้
วูบหนึ่งคราดเหวี่ยงมาใกล้น้องปรางที่ยืนอยู่ใกล้ผม จนรู้สึกถึงกระแสลมแ่ ๆ แล้วน้องปรางก็ล้มลงกับพื้นเสียงดังตึง สุดที่ชายร่างบอบบางอย่างผมจะดึงไว้ได้ทัน
“ท่านตือโป๊ยก่าย หยุดก่อน คราดโดนน้องปรางสลบไปแล้ว”
พอตือโป๊ยก่ายหันมาเห็นน้องปรางนอนอยู่กับพื้น ก็ใจนหน้าซีดเป็หมูต้ม
“เป็ไปได้ไง ร่างของข้าฯเป็ร่างิญญา ไม่น่าจะทำอะไรแม่นางปรางได้”
“ผมก็ไม่รู้ น้องปรางาเ็หรือเปล่า แล้วจะทำยังไงดี”
พี่ตือเปลี่ยนจากแกว่งคราดเป็วิ่งไปวิ่งมา หน้าตาเลิ่กลั่ก
ผมเองก็ทำอะไรไม่ถูก จะพาน้องปรางไปโรงพยาบาล ก็อาจต้องใช้รถเครนมายก แถมยังไม่รู้จะบอกหมอว่ายังไง หรือจะบอกว่าน้องปรางเป็ลม
“ท่านรักษาคนได้ไหมครับ”
ผมถามตือโป๊ยก่าย
“ข้าฯรักษาไม่เป็ ข้าฯไม่ใช่เทพที่มีพลังแบบนั้น”
เทพที่มีพลังรักษา ราฟาเอล ใช่แล้ว ราฟาเอลมีพลังของการรักษา แต่ผมจะเชิญอัครทูต์มาด้วยเื่แค่นี้จะดีไหมหว่า
พอมองน้องปรางที่นอนสลบอยู่กับพื้น ผมก็ตัดสินใจ
“ท่านตือโป๊ยก่าย ช่วยดูอย่าให้ใครมาแถวนี้ได้ไหมครับ”
พี่ตือรีบพยักหน้าหงึก ๆ
ผมล้วงกระเป๋าตังใบเก่า ๆ จากกางเกงยีนส์ แล้วหยิบบัตรสมาชิก UPO. ออกมา
“ผมเทวิน อินทร์องค์จันทร์ ขออัญเชิญอัครทูต์ราฟาเอล”
“เื่แค่นี้เราไม่ต้องไปเองหรอกเทวิน”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัว
“ท่านราฟาเอลใช่ไหมครับ ผมมีเื่ขอความช่วยเหลือครับ”
“ข้าฯ รู้แล้ว หญิงผู้นี้มิได้เป็อะไรมาก แค่ถูกกระทบกระเทือนจากพลังิญญาแรงกล้า เอามือทาบที่หน้าผากนางสิ”
ผมเก้ ๆ กัง ๆ ทำตาม
แสงสว่างเรือง ๆ ปรากฏที่มือผม จากนั้นก็รู้สึกถึงพลังที่มาจากที่ไหนไม่รู้ไหลผ่านไปยังร่างของน้องปราง
ครู่หนึ่งน้องปรางก็ลืมตาขึ้นแบบมึน ๆ
“เกิดอะไรขึ้นฮะพี่วิน”
“น้องปรางเป็ลมนะครับ แต่ไม่เป็อะไรมากแล้ว”
“เป็ลม ปรางไม่เคยเป็ลมมาก่อนเลย”
ว่าแล้วน้องปรางก็เกาะไหล่ผมยืนขึ้น ผมต้องเกร็งขาสุดชีวิต
“ปรางรู้สึกแข็งแรงกว่าเดิมอีก จะเป็ลมได้ยังไง”
น้องปรางขยับตัวไปมา
“ดีแล้ว ฮ่า ๆ แต่น้องปรางไปนั่งพักในร่มก่อนก็ดีครับ”
“เ้าไม่ใช่คนธรรมดาจริงด้วย”
ผมหันไปก็เห็นสีหน้าโล่งใจของตือโป๊ยก่าย
“ผมแค่เข้าทรงครับ”
ผมพูดเบา ๆ ไม่ให้น้องปรางที่เดินไปข้างหน้าได้ยิน
“ข้าฯไม่ได้ตั้งใจทำร้ายนาง”
“ผมทราบครับ มันเป็อุบัติเหตุ”
ความจริงน่าจะเรียกว่าลูกหลงมากกว่า ก็พี่ตือเล่นเหวี่ยงคราดไปมาอย่างนั้น
“เทวิน ข้าฯยืมร่างเ้าได้ไหม”
ตือโป๊ยก่ายทำเสียงละห้อย
“คงไม่เอาร่างผมไปทำอะไรแปลก ๆ นะครับ”
“ไม่หรอก ข้าฯอยากขอโทษนางเท่านั้น”
ผมมองหน้าของตือโป๊ยก่ายให้แน่ใจว่าจะไม่สติแตกอีก
“ตกลงครับ ว่าแต่ท่านไม่โกรธน้องปรางแล้วใช่ไหมครับ”
“ไม่แล้ว เมื่อกี้ข้าฯยังกลัวจะว่านางจะเป็อันตรายด้วยซ้ำ ดีที่เทพแปลกหน้านั่นช่วยไว้”
“ท่านรู้จักท่านราฟาเอลด้วยหรือครับ”
“ไม่หรอกเทวิน แต่ข้าฯััถึงพลังมหาศาลได้”
ผมตัดสินใจหยิบบัตรสมาชิก UPO. ขึ้นมาอีกที
“ผมเทวิน อินทร์องค์จันทร์ ขออัญเชิญตือโป๊ยก่าย”
ความรู้สึกเศร้าสร้อยปนเหงาและว้าเหว่แทรกเข้ามาในใจผมทันที
สิ่งที่อยู่ในใจของแม่ทัพ์เทียนเผิงเป็อย่างนี้เอง
ตือโป๊ยก่ายในร่างของผมเดินตามน้องปรางเข้าไปใต้หลังคาศาลเ้า
น้องปรางนั่งลงกับเก้าอี้ เสียงดังเอี้ยดอ้าด
ตือโป๊ยก่ายคุกเข่าแล้วจับมือน้องปรางขึ้นมา
“พี่วินทำอะไรฮะ”
น้องปรางเสียงใ แต่ผมใกว่าหลายเท่า
“ท่านตือโป๊ยก่ายทำอะไรครับ”
ผมถาม แต่ตือโป๊ยก่ายไม่ยอมตอบ
“ข้าฯขออภัยต่อเทพธิดา”
ตือโป๊ยก่ายพูดกับน้องปราง แต่มองจากภายนอกคือผมกำลังจับมือน้องเขาอยู่
“ปรางไม่เข้าใจ พี่วินเพี้ยนไปแล้วเหรอฮะ”
“จากนี้ ข้าฯจะไม่มาเข้าฝันเ้าอีก ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”
น้องปรางนิ่งไป มองเข้ามาในตาของผม
“พี่วิน นี่ใช่พี่วินหรือเปล่าฮะ”
ตือโป๊ยก่ายในร่างผมยิ้มเศร้า ๆ
“เป็เพราะข้าฯเอง ที่ทำให้เทพธิดาวุ่นวายมาจนถึงวันนี้ ข้าฯขอถอนคำสาบและมอบพรแห่งแม่ทัพ์ให้ จากนี้เ้าจะงดงามถึงขีดสุดที่ธรรมชาติของร่างมนุษย์นี้จะมอบให้ได้”
ว่าแล้วตือโป๊ยก่ายก็ปล่อยมือน้องปรางเดินมาที่หน้ารูปปั้นของตัวเอง
“เทวิน เมื่อก่อนข้าฯรูปงามกว่านี้มาก”
“ผมพอทราบครับ”
“ทั้งหมดเป็ความผิดของข้าฯเอง”
ผมไม่รู้จะพูดอะไร เลยฟังเงียบ ๆ
“เ้าเป็คนจริงใจใช้ได้ ขอบคุณเทวิน สำหรับเ้า ข้าฯคงไม่มีสิ่งใดจะมอบให้”
แหม ทีกับสาวละก็อวยพรซะซึ้งเชียว
ตือโป๊ยก่ายแหงนหน้ามองฟ้า
“วันหนึ่งข้าฯ คงได้กลับไปบนนั้น”
“เอ่อ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”
“ว่าไงหรือ”
“พระถังซำจั๋งมีจริงไหมครับ”
“เทวิน”
“ครับ”
“กวนตรีนนะมรึง”
พอตือโป๊ยก่ายออกจากร่าง ผมก็เดินกลับไปหาน้องปราง
“เรียบร้อยแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ”
แก้มของน้องปรางเป็สีชมพูคล้ายน้ำราดหมูแดง ผมมองแล้วเสียวสันหลังวาบ
“ขอบคุณค่ะ”
ประโยคธรรมดานี้เล่นเอาขนแขนลุกชันทีเดียว
“วิน มรึงไปทำอะไรน้องปรางวะ”
ผมสะดุ้งเฮือก
“มรึงอย่าถามแปลก ๆ ยั้งงี้สิ”
ไอ้โต้งหัวเราะลั่น
“เอ้าจริง แม่น้องปรางเล่าให้ฟังว่าหลังจากไปเที่ยวกับมรึง น้องเขาก็กลับมาควบคุมอาหาร ออกกำลังกายจริงจัง นี่หมอยังชมใหญ่เชียว”
“สงสัยคำสาบคลายแล้ว”
“คำสาบอะไร”
“เหม็นสาบมรึงนี่แหละ”
“วันก่อนกรูอาบน้ำแล้ว”
ระหว่างคาบเรียน ผมกับไอ้โต้งก็พากันมาละเลียดกาแฟเย็นพร้อมกับมองสาว ๆ ไปด้วย
“น้องคัทย่าทิ้งมรึงยัง”
“ทิ้งอะไร ตรูยังไม่ได้เป็แฟนกันเลย”
“ระวังน้องปรางหึงนะโว้ย”
มุขนี้ของไอ้โต้งเล่นเอากาแฟแทบจะทะลักออกจากรูจมูกผม
“สาหวัดดี (สวัสดี) เทวิน”
ผมกับไอ้โต้งหันไปตามเสียงก็เห็นคัทย่าในชุดนักศึกษารัดเปรี๊ยะ
ไอ้โต้งมองจนตาลุกวาว
“คัทย่า คุณไปเอาชุดใครมาใส่”
เครื่องซักผ้าฉันเสียนะ เลยยืมชุดเพื่อนมาใส่
“กระดุมจะขาดแล้ว”
ไอ้โต้งพึมพำ
ผมกลืนน้ำลายเอื้อก ๆ
“ว่าแต่เทวิน พักนี้มีอะไรจะบอกฉันไหม”
คัทย่าพูดยิ้ม ๆ
“เื่อะไรหรือคัทย่า”
ผมคิดว่าไม่ควรบอกเื่ของน้องปราง
“สงสัยคัทย่าระแคะระคายเื่ปรางแล้ว วินมรึงเสร็จแน่”
ไอ้โต้งกระซิบด้านหลัง
“งั้นเอาไว้ค่อยคุยกัน”
แล้วคัทยาก็เดินไป ผมละกลัวกระโปรงนักศึกษานั่นจะขาดเสียให้ได้
“สุด ๆ ไปเลยชุดนี้”
“สัตว์”
“ด่าแรงเลยนะมรึง”
“ไม่ใช่มรึง”
“แล้วด่าใคร”
จะไม่ให้ด่าได้ไงละครับ พอมองตามคัทย่าไป ผมก็เห็นตือโป๊ยก่ายยืนตาวาวมองคัทย่าอยู่เหมือนกัน
“ไหนว่าท่านจะไม่มาแล้วไงครับ”
ผมพยายามให้เสียงเบาที่สุด
“ข้าฯ พูดอย่างงั้นหรือ”
ผมนึกดูตือโป๊ยก่ายก็ไม่เคยพูดจริงด้วย
“ก็ท่านว่าจะไม่ยุ่งกับน้องปราง”
“ก็ใช่ แต่แม่หนูเมื่อกี้ไม่ใช่แม่นางปรางนี่ แถมยังสวยเช้งเสียด้วย”
มาแนวไอ้โต้งอีกคนละ
“วิน มรึงพูดคนเดียวเหรอ”
“ใช่ กรูกำลังซ้อมคุยกับหมู”
ตือโป๊ยก่ายทำท่าเคืองผม แล้วก็เปลี่ยนหน้าจากหมูเป็ผู้ชาย หล่อยังกับพระเอกหนังจีนทีเดียว
“เป็ไง”
ผมยกมือทำท่าคารวะ
“มีท่าประกอบด้วยเว้ย”
ไอ้โต้งพูดมา แต่ก็ดูไม่สนใจผมนัก เพราะเอาแต่เหล่สาว ๆ ที่เดินผ่าน
“แล้วท่านมาทำอะไรที่นี่ครับ อย่าบอกว่ามาดูสาว”
ตือโป๊ยก่ายทำท่ากระแอม
“ข้าฯแค่อยากมาเตือนเ้า เป็การขอบคุณที่ช่วยเหลือกันคราวก่อน”
“เตือนเื่อะไรครับ”
“น่าจะมีปีศาจตามสะกดรอยเ้า”
“ปีศาจอะไรครับ”
“ยังไม่รู้ แต่ข้าฯััได้ เลยมาเตือนให้ระวังตัว”
“ขอบคุณครับ”
ผมรู้สึกน้ำลายแห้ง ถึงจะไม่กลัวเท่าไหร่ แต่การถูกปีศาจตามไม่น่าสนุกนัก
เย็นวันนั้นพอผมจะเข้าบ้าน ไอ้จ้อนก็มานั่งเห่าอยู่หน้ารั้ว
“เป็อะไรวะไอ้จ้อน”
ไอ้จ้อนไม่ตอบ เอาแต่มองไปข้างหลังผมแล้วแยกเขี้ยวยังกะให้หมอฟันดู
ผมหันไปมองข้างหลังไม่เห็นอะไร อดผวาไม่ได้
“มีปีศาจตามมาหรือวะไอ้จ้อน”
ไอ้จ้อนไม่ตอบ แต่โกยแนบเข้าไปในบ้าน ผมต้องใส่เกียร์หมาตาม
“แหมไอ้นี่ ทิ้งตรูเลยนะ”
ผมบ่นพร้อมกับใช้เท้าเขี่ยไข่ไอ้จ้อนไปด้วย
“หนีอะไรมาหรือวิน หอบเชียว”
พ่อผมถาม ในมือยังถือหนังสือพิมพ์เหมือนเดิม
“ไม่มีอะไรครับพ่อ ไอ้จ้อนมันวิ่งก่อน ผมเลยวิ่งตาม”
พ่อผมหันไปอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ
บ้านเราคงเป็หลังเดียวในหมู่บ้าน ที่ยังรับหนังสือพิมพ์
คืนนั้นหลังจากเล่นเกมส์เสร็จ ผมก็เคลิ้มหลับไป จนกระทั่งเหมือนมีคนมาเขย่า
“เทวิน”
เสียงเรียกชื่อ ทำให้ผมสะดุ้งตื่น
นาฬิกาบอกเวลาเกือบตีสอง
เงาตะคุ่มยืนตรงหัวเตียง ผมเพ่งตามองดู เป็ชายแก่สวมชุดขาวทั้งตัว
“ใครครับเนี่ย”
“ไม่ต้องกลัว เ้าที่เอง”
“เ้าที่ หมายถึงเ้าที่เ้าทางนะเหรอครับ”
“ใช่แล้ว”
ดูแล้วน่าจะมาดี ผมเลยหายกลัวไปเยอะ
“แล้วท่านเ้าที่มีอะไรให้รับใช้ครับ”
“ไม่บังอาจ คือผมจะมาเตือนนะครับ”
“มีอะไรครับ”
“มีปีศาจพยายามบุกเข้ามาในบ้านครับ”
“ปีศาจ”
ผมนึกถึงคำเตือนของตือโป๊ยก่ายขึ้นมา
“ปีศาจอะไรครับ”
“ผมก็ไม่รู้จัก รูปร่างคล้ายสุนัขจิ้งจอกครับ”
“แล้วไล่ไปได้ไหมครับ”
“ปีศาจตนมีมีฤทธิ์มากครับ ผมไล่ไม่ได้ ทำได้แค่ป้องกันบ้านไว้ แต่คุณเทวินต้องระวังตัวให้ดี โดยเฉพาะตอนออกจากบ้านครับ”
ผมลุกขึ้นไปแง้มม่านหน้าต่าง มองออกไปนอกบ้านก็ไม่เห็นอะไร
“มันแอบซ่อนอยู่ห่าง ๆ เลยมองไม่เห็น ผมทำได้แค่นี้ คุณเทวินต้องระวังให้ดีนะครับ”
ว่าแล้วเ้าที่ก็หายไป