“คนต่อไป”
“หวนอู่ธาตุน้ำนักเวทฝึกหัดขั้นต้นระดับหนึ่ง”
“อีกคนหนึ่งแล้วหรือนี่”
“คนต่อไป”
“จ้าวเฟย ธาตุดินนักเวทฝึกหัดขั้นต้นระดับหนึ่ง”
“ทำไมปีนี้ถึงได้มีระดับหนึ่งหลงเหลืออยู่หลายคนสงสัยพวกเข้าจะไม่ค่อยตั้งใจฝึกฝน หรือไม่ก็ซวงลู่จื่อ สอนไม่ดี”
“คนต่อไป”
เฟยหลงเขายื่นป้ายประจำตัวให้กับผู้าุโพร้อมกับเดินเข้าไปที่ลูกแก้วเขาปลดปล่อยจิตััออกไปทันใดนั้นลูกแก้วจึงปรากฏแดงออกมา อีกไม่กี่ลมหายใจต่อมาลูกแก้วพลันปรากฎสีม่วงออกมาเฟยหลงรออีกไม่กี่ลมหายใจ สีดำปรากฎขึ้นมาอีกสีหนึ่งจากนั้นเขาจึงเดินไปยังแทนวัดพลังใช้ผ่ามือทั้งสองแตะไปยังแท่นพร้อมกับปลดปล่อยพลังเวทออกมาระดับตัวเลขจึงปรากฏออกมา เป็เลขหนึ่งเช่นเดียวกับเพื่อน ๆ ของเขา
“เฟยฟลง ธาตุไฟและธาตุพิเศษสายฟ้า และมิติ นักเวทฝึกหัดขั้นต้นระดับหนึ่ง”
“อุตส่าห์มีธาตุพิเศษถึงสองธาตุแต่กลับอยู่ระดับหนึ่งเสียได้น่าเสียดายแทนท่านผู้าุโตำหนักอัสนีจริง ๆ” ผู้าุโตำหนักวารีเอ่ยขึ้นมา
“เ้าจะฝึกฝนธาตุใดเป็ธาตุหลัก”
“ข้าน้อยขอฝึกฝนทั้งสามธาตุพร้อมๆ กันขอรับ”
“มิน่าระดับของเ้ายังคงอยู่ที่ระดับหนึ่ง เ้าควรจะเลือกฝึกฝนธาตุใดธาตุหนึ่งเป็หลักเพียงธาตุเดียว มิเช่นนั้นเ้าจะก้าวหน้าช้ากว่าคนอื่นมากมายนัก”ผู้าุโตำหนักอัสนีกล่าวเตือนเฟยหลง
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่หวังดีแต่ข้าน้อยตั้งใจฝึกฝนทั้งสามธาตุพร้อม ๆ กันขอรับ”
ฉินฟาง ผู้าุโตำหนักอัสนีส่ายหัวพร้อมกับบันทึกข้อมูลลงในป้ายประจำตัวของเฟยหลง
“น่าเสียดายน่าเสียดายจริง ๆ” ผู้าุโตำหนักอัสนีบ่นพึมพำ
หลังจากนั้นไม่นานเหล่าศิษย์ใหม่ทั้งหมดต่างทดสอบพลังธาตุและระดับพลังเวทเสร็จสิ้นแล้วเหล่าผู้าุโทั้งห้าจึงไปรอยังห้องรับรองเพื่อรอรับศิษย์เก่าและศิษย์ใหม่ที่ผ่านการทดสอบเป็ศิษย์สายในได้กลับไปยังตำหนักของพวกเขาต่อไป
การทดสอบด่านแรกของการเข้าเป็ศิษย์สายในพวกเขาต้องมีพลังกายที่แข็งแกร่งโดยการเดินขึ้นบันไดไปยังยอดเขา โดยบันไดแต่ละขั้นนั้นจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนแบกน้ำหนักเพิ่มขึ้นหนึ่งกิโลกรัมต่อหนึ่งขั้นบันไดก็ว่าได้ โดยการเดินขึ้นบันไดไปยังยอดเขานั้นจะมีบันไดทั้งหมด หนึ่งร้อยขั้นซึ่งเทียบได้กับการเดินแบกน้ำหนักในขั้นสุดท้ายถึงหนึ่งร้อยกิโลกรัมเลยทีเดียวซึ่งเป็เื่ยากเป็อย่างมากสำหรับเด็กวัยนี้ที่จะสามารถผ่านการทดสอบนี้ไปได้
เมื่อเฟยหลงและเพื่อน ๆมาถึงเขาพบว่ามีหลายคนผ่านการทดสอบไปแล้วและยังมีอีกหลายคนที่กำลังพยายามเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ เฟยหลงและเพื่อน ๆทั้งสามของเขาต่างฝึกฝนร่างกายมาอย่างหนักพวกเขาสามารถเดินขึ้นเขาไปได้อย่างรวดเร็วเพียงระยะเวลาไม่ถึงสิบนาทีพวกเขาสามารถเดินขึ้นไปถึงบันไดขั้นที่หนึ่งร้อยและผ่านการทดสอบด่านแรกนี้ไปได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ เลย จนทุกคนต่างพากันแปลกใจ
ส่วนการทดสอบที่สองที่ พวกเขาต้องโจมตีเป้าหมายที่อยู่ไกลถึงหนึ่งร้อยเมตรโดยใช้พลังธาตุของพวกเขาโจมตีซึ่งศิษย์ใหม่ส่วนมากยังคงโจมตีไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรได้ส่วนพวกที่อยู่มานานนั้นไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไหร่เพราะระดับพลังเวทของพวกเขาสูงกว่าศิษย์ใหม่หลาย ๆ คนอยู่อีกทั้งพวกเขายังทำภารกิจเพื่อเพิ่มพูนพลังเวทของพวกเขาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสามเดือนทำให้พวกเขาสามารถผ่านด่านนี้ไปได้อย่างง่ายดาย
เมื่อมาถึงเฟยหลงและเพื่อนๆ ทั้งสามของเขาพวกเขากลับโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างไปถึงหนึ่งร้อยเมตรได้อย่างสะบาย ๆ แถมยังโจมตีได้รุนแรงกว่าพวกที่มีระดับพลังเวทสูงกว่าพวกเขาอีกด้วย
เื่ที่เกิดขึ้นทำให้ศิษย์ที่ควบคุมดูแลการทดสอบรีบไปรายงานผู้าุโทันทีเมื่อเห็นศิษย์ใหม่สามารถทำผลงานได้ดีขนาดนี้แถมพวกเขายังอยู่ในระดับที่หนึ่งอีกด้วยพวกเขาเกรงว่าทั้งสี่คนนั้นจะใช้วิธีการโกงการทดสอบในครั้งนี้ จึงรีบรายงานแก่ผู้าุโทั้งห้าในทันที
“ท่านผู้าุโมีเด็กใหม่สามารถผ่านการทดสอบทั้งสองด่านได้อย่างรวดเร็วแถมพวกเขายังอยู่ในระดับที่หนึ่งอีกด้วยขอรับศิษย์เกรงว่าพวกเขาจะใช้วิธีการโกงในการทดสอบ แต่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้”
“มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับสถาบันของเราได้ยังไงพวกเราไปดูกันเถอะว่าพวกเขาใช้วิธีไหนถึงได้ผ่านการทดสอบได้อย่างง่ายดายเช่นนี้”
เหล่าผู้าุโรีบเดินตามศิษย์สายในผู้ดูแลการทดสอบในครั้งนี้ไปด้วยความรีบเร่งเมื่อพวกเขาไปถึงก็ถึงเวลาการทดสอบด่านสุดท้ายพอดีซึ่งด่านสุดท้ายที่พวกเฟยหลงต้องทดสอบนั้นคือการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสามัญ
เพียงไม่ถึงสองนาทีหวนอู่ก็ใช้เวทน้ำจัดการสัตว์อสูรตัวนั้นจนไม่มีทางสู้ได้ส่วนจ้าวเฟย เองก็สร้างคุกดินกักขังสัตว์อสูรระดับสามัญนั้นจนไม่สามารถกระดิกไปที่ไหนได้ส่วน หยวนฉู่นั้นใช้ธาตุลมทำให้สัตว์อสูรลอยอยู่บนฟ้าไม่สามารถทำอะไรได้ แต่สำหรับเฟยหลงเขาใช้สายฟ้าฟาดสัตว์อสูรจนไม่สามารถกระดิกไปไหนได้ พวกเขาทั้งสี่ต่างผ่านการทดสอบเป็ศิษย์สายในได้อย่างไม่ยากเย็น
เหล่าผู้าุโทั้งห้าที่เห็นเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบพวกเขาพลันเกิดข้อสงสัยในตัวของเด็ก ๆ ทั้งสี่คนในทันที
“พวกเ้าใช้กลโกงแบบใดสารภาพมาซะดี ๆหาไม่แล้วหากพวกเราจับได้พวกเ้าจะไม่สามารถอยู่ที่สถาบันแห่งนี้ได้อีกต่อไป” ฉินฟางผู้าุโเอ่ยขึ้นมาทันที
เฟยหลงและเพื่อน ๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง
“ผู้าุโว่าพวกเราโกงเช่นนั้นหรือ พวกเราสู้และผ่านการทดสอบมาด้วยฝีมือของพวกเราเองพวกเราไม่เคยโกงการทดสอบแม้แต่น้อย”
“พวกเ้าอย่ามาปากแข็งเลยระดับพลังเวทแค่นี้จะสามารถผ่านการทดสอบของสถาบันฟ้าครามได้อย่างง่ายดายเช่นนี้พวกเ้าคิดว่าสถาบันแห่งนี้จะยอมให้พวกเ้าโกงง่าย ๆ เช่นนันหรือ?”
“ท่านผู้าุโพวกเราไม่ได้โกงจริงๆ พวกเราใช้ฝีมือของพวกเราฝ่านการทดสอบจริง ๆ”
“ดีในเมื่อพวกเ้าไม่ยอมรับ ข้าในฐานะของผู้าุโตำหนักอัสนีข้าขอไล่พวกเ้าออกจากสถาบันฟ้าครามแห่งนี้ พวกเ้าทำให้เกียรติของสถาบันต้องมัวหมองหากมีอะไร ข้าจะเป็ผู้รับผิดชอบเอง” ฉินฟางผู้าุโตำหนักอัสนีพูดด้วยความไม่พอใจ
เฟยหลงและเพื่อน ๆต่างมองหน้ากัน ทั้ง ๆที่พวกเขาใช้ความสามารถผ่านการทดสอบทั้งหมดแต่กลับเป็ว่าพวกเขาถูกกล่าวหาว่าโกงการทดสอบเสียอย่างนั้นเด็กทั้งสี่ไม่สามารถทำอะไรได้ พวกเขาทำได้เพียงกลับไปเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวออกจากสถาบันแห่งนี้ไป
ทั้งสี่คนเก็บข้าวของของตัวเองเสร็จเฟยหลงจึงขอตัวเพื่อน ๆ ไปอำลาอาจารย์ของเขาก่อนออกจากสถาบันไป